
Bky.Bky
1.3K posts











#เรื่องเล่าเช้านี้ “นายกฯ อนุทิน” ส่งสัญญาณย้ำเรื่องยุบสภา ก่อนที่จะโดนยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจ ลั่น! พร้อมยุบสภาวันเปิดสมัยประชุมสภา 12 ธันวาคม ชี้เป็นรัฐบาลเสียงข้างน้อย ถ้าโดนยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจ ยังไงก็แพ้ #ข่าวช่อง3 #อนุทิน #ยุบสภา #อภิปรายไม่ไว้วางใจ



สหรัฐฯ แจ้งขอ ‘ระงับ’ การเจรจาภาษีการค้ากับ ‘ไทย’ ชั่วคราว จนกว่าฝ่ายไทยให้คำมั่นว่าจะกลับเข้าสู่ Joint Declaration ไทย-กัมพูชา อีกครั้ง ด้าน กต. ผิดหวัง ชี้ ต้องแยกเรื่องความมั่งคงกับการค้า ย้ำ ไทยเดินหน้าบนผลประโยชน์ประเทศเป็นสำคัญ วันที่ 15 พ.ย.68นายนิกรเดช พลางกูร อธิบดีกรมสารนิเทศ และโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ แถลงข่าวเรื่องพัฒนาการล่าสุดในสถานการณ์ชายแดนไทย - กัมพูชา ช่วงหนึ่งมีการเปิดเผยถึงการเจรจาภาษีกับสหรัฐฯ ว่า เมื่อคืนที่ผ่านมา รองผู้แทนการค้าของสหรัฐฯ แจ้งเข้ามาว่า ขอระงับการเจรจากรอบข้อตกลงการค้าต่างตอบแทนระหว่างไทยกับสหรัฐฯ เป็นการชั่วคราว และจะกลับมาเจรจาข้อตกลงอีกครั้ง เมื่อฝ่ายไทยให้คำมั่นว่าจะกลับเข้าสู่Joint Declaration ไทย-กัมพูชา (ปฏิบัติตาม ‘ปฏิญญาสันติภาพไทย-กัมพูชา’) และหวังว่าจะสามารถหาทางออกในเรื่องนี้ได้โดยเร็ว นายนิกรเดช กล่าวว่า ไทยผิดหวังกับท่าทีของผู้แทนการค้าสหรัฐฯ จากเรื่องนี้ โดยไทยยืนยันมาตลอดว่า ประเด็นเรื่องความมั่นคง-ความปลอดภัย โดยเฉพาะประเด็นที่เป็นเรื่องทวิภาคีระหว่าง ‘ไทย-กัมพูชา’ จะต้องพิจารณาแยกออกจากประเด็น ‘การค้า’ ซึ่งก็เป็นประเด็นทวิภาคีที่เป็นผลประโยชน์ร่วมระหว่าง ‘ไทย-สหรัฐฯ’ นายนิกรเดช กล่าวว่า นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ได้ย้ำกับนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในการหารือทางโทรศัพท์เมื่อคืนนี้ ว่า สหรัฐฯ มิได้ประสงค์จะแทรกแซงการแก้ไขปัญหาของทั้งสองประเทศ ตามกลไกทวิภาคีที่มีอยู่ จึงขอย้ำว่า สำหรับประเทศไทย ในประเด็นการค้าระหว่างประเทศ และมาตรการทางภาษีของประเทศที่สาม เป็นเรื่องนโยบายทางเศรษฐกิจที่จะมีการพิจารณาโดยรอบคอบในกรอบความร่วมมือทางการค้า และคำนึงถึงผลประโยชน์บนประเทศคู่เจรจาเป็นสำคัญ โดยรัฐบาลยังคงมีนโยบายขยายโอกาสทางเศรษฐกิจผ่านทางเจรจา และข้อตกลงการค้าเสรี (FTA) การเปิดตลาดใหม่ๆ และการเข้าร่วมกรอบความร่วมมือทางเศรษฐกิจระหว่างประเทศ เพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขันในตลาดโลกของไทย ทั้งนี้ ไทยยังคงยินดี และตระหนักในบทบาทที่สร้างสรรค์ของสหรัฐ ในการสนับสนุนให้ไทยและกัมพูชาลดความตึงเครียดระหว่างกัน เพื่อนำไปสู่สันติภาพที่ยั่งยืน ตามที่ปรากฏในการหารือระหว่างนายอนุทิน และนายโดนัลด์ ทรัมป์ โดยไทยจะเดินหน้าบนผลประโยชน์ของประเทศไทยเป็นสำคัญที่มุ่งสู่สันติภาพ เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงการรับมือในการจัดเก็บภาษีของสหรัฐฯ หลังจากนี้ นายนิกรเดช ระบุว่า นายอนุทินชี้แจงไปยังประธานาธิบดีสหรัฐฯ ว่าจุดยืนของไทยมีความตั้งใจในการแยกแยะเรื่องชายแดน และการเจรจาการค้ากับสหรัฐอเมริกา โดยไทยมีประสงค์จะขอให้สหรัฐฯ แยกเรื่องนี้ออกด้วยเช่นกัน และมุ่งมั่นที่จะเจรจาการค้าเสรีกับสหรัฐฯ ต่อ ทั้งจะพยายามใช้กลไกทวิภาคีหารือกับกัมพูชา นายนิกรเดช กล่าวอีกว่า ประธานาธิบดีสหรัฐฯ แสดงถึงความเข้าใจหลังจากที่นายกรัฐมนตรีได้แจ้งเรื่องนี้ให้ทราบ รวมถึงมีการรับปากที่จะไปพูดคุยกับผู้แทนการค้าสหรัฐฯ อีกทั้งจากการที่นายกรัฐมนตรี ได้โพสต์ว่า หากจัดการทุ่นระเบิดได้ จะขอลดภาษี ซึ่งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ก็ตอบรับแบบเชิงหยอกล้อว่าจะไปทำให้ด้วยความยินดี ส่วนการดำเนินการต่อจากนี้ นายนิกรเดช ระบุว่า กระทรวงด้านเศรษฐกิจ จะดำเนินการเจรจาภาษีต่อไป อีกทั้งกระทรวงการต่างประเทศก็หวังว่าการเจรจากับประธานาธิบดีสหรัฐฯ และนายกรัฐมนตรีมาเลเซีย จะช่วยกดดันให้กัมพูชาเข้าใจถึงเป้าประสงค์ประเทศไทยที่วางไว้


[สแกมเมอร์คือเครื่องมือสำคัญในการรบกับไทย นายกรู้หรือยังว่านี่คือ Hybrid Warfare หรือสงครามลูกผสม ที่ร้ายกาจมากๆ] . พี่น้องที่เคารพรักครับ ก่อนหน้านี้ผมได้เคยพูดไปแล้ว ว่าเหตุการณ์ทุ่นระเบิดที่เกิดขึ้น เป็นความพยายามของฝ่ายกัมพูชาที่ต้องการหยุดยั้งการรุกคืบเพื่อปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติที่วันนี้มีหลากหลายชาติกำลังเร่งเอาจริงเอาจังเพื่อปราบปรามให้สิ้นซาก สำหรับประเทศไทยแม้ว่าการกวาดล้างแก๊งหลอกลวงต้มตุ๋นเหล่านี้ จะยังไม่ประสบความสำเร็จในการทำลายโครงสร้างอาชญากรได้ แต่พอจะมีความคืบหน้าให้เห็นบ้าง ซึ่งส่วนหนึ่งต้องขอบคุณสังคมไทยที่ช่วยกันกดดันรัฐบาลและหน่วยงานของรัฐให้เอาจริงเอาจังต่อเรื่องนี้ จนนำไปสู่การออกหมายจับบุคคลสำคัญบางส่วนที่ใกล้ชิดกับศูนย์กลางอำนาจของรัฐบาลกัมพูชา . เหตุการณ์ความรุนแรงตามแนวชายแดนจึงไม่ใช่อะไรอื่นที่นอกเหนือไปจาก ความพยายามในการเบี่ยงเบนประเด็น เพื่อให้สังคมไทยไปสนใจเรื่องอื่น ทำให้การแก้ไขปราบปรามแก๊งสแกมเมอร์ อาจถูกลดความสำคัญลงไป ซึ่งอาจจะมีผู้มีอำนาจบางรายในประเทศของเราที่ชอบใจ เพราะอยากให้เรื่องนี้เงียบลงไป เนื่องจากเกรงว่าเรื่องจะถึงตัวเอง . ที่ผ่านมาประเทศไทยเราเผชิญหน้ากับปัญหา ”ทุนเทายึดประเทศ“ ข้อมูลหลายแหล่งล้วนยืนยันว่า ประเทศไทยได้กลายเป็นแหล่งการฟอกเงิน โดยเงินที่ผิดกฎหมายเหล่านี้ ได้กลายเป็นเครื่องมือสำคัญในการซื้อกิจการคนไทยตั้งแต่ขนาดเล็กไปจนถึงขนาดใหญ่ หรือแม้แต่มาเปิดกิจการแข่งกับคนไทย บริษัททางยุทธศาสตร์สำคัญก็ไม่รอด ถูกซื้อไปด้วย จนทำให้เศรษฐกิจของประเทศไทยถูกยึดครองโดยทุนสีเทาไปจำนวนมากแล้ว . ทุนสีเทาเหล่านี้ต้องการความคุ้มครอง ซึ่งก็ไปสมประโยชน์เอากับนักการเมืองเทาๆ ที่ต้องการเงินไม่อั้นในการซื้อเสียงเพื่อยึดอำนาจรัฐ ขณะเดียวกันข้าราชการจำนวนมาก ได้ขายวิญญาณให้กับขบวนการเหล่านี้ ตกเป็นเครื่องมือของขบวนการทุนเทายึดประเทศ นับว่าโชคยังดีที่ในระยะหลังประเทศไทยเริ่มตื่นตัวมากขึ้น ดังจะเห็นว่าเริ่มมีนักการเมืองบางคนถูกดำเนินคดีบ้างแล้ว . การตื่นตัวของพี่น้องประชาชนจึงเป็นภัยคุกคามอย่างใหญ่หลวงต่อทุนสีเทาที่มาจากประเทศเพื่อนบ้าน ความพยายามในการเบี่ยงเบนความสนใจจากฝ่ายกัมพูชา จึงเป็นหนึ่งในกระบวนการของสิ่งที่เรียกว่า Hybrid Warfare หรือสงครามลูกผสม ที่จะไม่จำกัดการสู้รบแค่เพียงตามแนวชายแดนเท่านั้น หากแต่โลกทางการเงิน โลกไซเบอร์ เครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติที่อาศัยอยู่ในกัมพูชา ก็มีขีดความสามารถในการทำลายเศรษฐกิจและสังคมไทยได้เป็นวงกว้างไม่เฉพาะแค่ชายแดนเท่านั้น อย่าลืมเขามีแก๊งสแกมเมอร์ตั้งเท่าไหร่ ที่ผ่านมาหลอกคนทั่วโลกไปเท่าไหร่ หากจะมาเล่นงานเศรษฐกิจไทย วางเป้าหมายใหญ่เป็นคนไทยเพื่อให้ประเทศไทยอ่อนแอ ก็ไม่ใช่เรื่องยาก . สำหรับผมปัญหาชายแดนเป็นเรื่องสำคัญ เป็นเรื่องที่เราจะต้องมีการจัดสรรงบประมาณและเครื่องมือที่ทันสมัยใฟ้เพียง เพื่อให้มั่นใจว่าเจ้าหน้าที่รัฐของเราทุกคนจะต้องปลอดภัยและมีขีดความสามารถในการเตรียมความพร้อมในทุกสถานการณ์ แต่ถ้านายกรัฐมนตรีมองความขัดแย้งครั้งนี้เป็นภัยคุกคามที่เกิดขึ้นเฉพาะตามแนวชายแดนเท่านั้น ผมคิดว่าการมองดังกล่าวจะทำให้ประเทศไทยไม่อยู่ในความพร้อมที่จะเผชิญหน้ากับการสู้รบที่มีลักษณะเป็นลูกผสม โดยมีเครื่องมือสำคัญคืออุปกรณ์ทางไซเบอร์ . พี่น้องประชาชนครับ ผมพยายามให้ความเป็นธรรมกับนายก ปัญหาก็คือเราไม่ได้เห็นวิสัยทัศน์ในการรับมือกับภัยคุกคามลักษณะนี้เลย จนถึงตอนนี้มีใครตอบได้ไหมว่านายกจะรู้หรือยังว่านี่คือสงครามลูกผสม ท่านมองออกไหมว่ากัมพูชาต้องการใช้ทุ่นระเบิดเพื่อปกป้องเศรษฐกิจสแกมเมอร์จากการถูกรุมประชาทัณฑ์จากทั่วโลก ถ้าตีโจทย์ไม่แตก วิธีแก้ไขก็คงไม่ทางประสบความสำเร็จ . ผมเชื่อว่ากัมพูชาได้ประเมินแล้วว่าการยั่วยุฝ่ายไทยโดยการเอาทุ่นระเบิดสังหารมาใช้ เต็มที่การสู้รบก็จะเกิดขึ้นตามแนวชายแดนเท่านั้น จะไม่ขยายวงกว้าง และนั่นจะเป็นการเปิดโอกาสให้กัมพูชาสามารถมีเวลาในการจัดการและรับมือกับการปราบปรามสแกมเมอร์ได้ ซึ่งเราต้องไม่ลืมว่ารายได้จากอาชญากรรมการหลอกลวงทางออนไลน์ คิดเป็น 60% ของจีดีพีกัมพูชา . ดังนั้นขอยืนยันอีกครั้ง ว่านายกรัฐมนตรีจะต้องไม่หลงกลกัมพูชา จะต้องเพิ่มแรงกดดันเรื่องการแก้ปัญหาอาชญากรรมออนไลน์ให้มากกว่าที่เป็นอยู่ การออกหมายจับบุคคลสำคัญที่เป็นคีย์แมนของสแกมเมอร์ เป็นเรื่องที่สำคัญมาก และท่านต้องตัดภาระที่เป็นตัวถ่วงของรัฐบาลที่เชื่อมโยงกับอาชญากรรมต้มตุ๋นหลอกลวงเหล่านี้ด้วย . มิเช่นนั้นจะถูกหาว่าท่านไม่จริงใจในการแก้ปัญหานี้ และไม่ต่างอะไรกับการช่วยให้อาชญากรรมข้ามชาติเหล่านี้กลับมาตั้งหลักได้อีกครั้ง ประวัติศาสตร์จะจดจำท่านอย่างไรคิดให้ดี







































