Noom

2.6K posts

Noom banner
Noom

Noom

@chuthaphong

Katılım Ağustos 2010
443 Takip Edilen322 Takipçiler
Noom
Noom@chuthaphong·
วันก่อนลงเพจเรื่องนี้่ มีคนทักมาด่าว่าควายขับรถไม่เป็น
ไทย
3
1
11
4.2K
Noom
Noom@chuthaphong·
เหมือนหลายคนจะเข้าใจผิดเรื่องเส้นทแยงห้ามจอดนะ มันไม่ใช่ว่า ไฟเขียว คันหน้าวิ่งก็วิ่งตามคันหน้าไป พอไฟแดง เอ้าทำไงได้ละก็ตามคันหน้ามาตอนไฟเขียว พอไฟแดงมันก็เลยทับเส้นพอดี สิ่งที่ถูกต้องคือ ต่อให้ไฟเขียวรถข้างหน้าวิ่งออกไปแล้ว แต่เราต้องรอให้คันหน้าพ้นเส้นทแยงไปก่อนและมีพื้นที่พอให้รถเราวิ่งไปได้โดยไม่จอดทับเส้น ถ้าพื้นที่ไม่พอเราก็ต้องรอก่อน ใช้กับทุกที่นะ ไม่ใช่แค่เส้นทแยงห้ามจอด ทางม้าลาย แยกไฟแดงก็ต้องทำแบบนี้ โดยเฉพาะแยกไฟแดงนี่เราต้องประเมินแบบกว้างเลยว่าถ้าวิ่งไปแล้วเราจะเลยแยกไหม ตามแยกมันถึงได้มีรถท้ายแถวไปจอดขวางกลางแยก อีกฝั่งที่ไฟเขียวก็มาไม่ได้ แล้วมาบอกว่าก็วิ่งออกมาตอนไฟเขียวค้างอยู่กลางแยกแล้วมันแดงจะให้ทำไง นี่แหละขับผิดกันมาตลอด แล้วมันไม่เกี่ยวว่ากฎนี้จะใช้กับถนนรถน้อย ถนนรถเยอะก็ใช้
ไทย
16
1.3K
484
66.6K
Noom
Noom@chuthaphong·
@notwasinsir อีกนิดนึง
ไทย
1
0
0
27
Noom
Noom@chuthaphong·
ที่นี่ที่ไหน
Noom tweet media
ไทย
3
0
0
294
Noom
Noom@chuthaphong·
@MrBxZR เก่งมาก แต่ไหนรั้วพระราาชวังดุสิต
ไทย
0
0
0
33
Noom
Noom@chuthaphong·
เปิดร้านมา 2-3 วัน ยำวุ้นเส้นขายดีมาก
Noom tweet media
Min Buri, Thailand 🇹🇭 ไทย
0
0
0
93
Noom
Noom@chuthaphong·
มาดูกระโดดน้ำสปริงบอร์ดชาย เหรียญทอง - มาเลเซีย เหรียญเงิน - ไทย เหรียญทองแดง - เวียดนาม
Noom tweet mediaNoom tweet media
Saen Saep, Thailand 🇹🇭 ไทย
0
0
0
84
Noom retweetledi
⎯ pbeauty
⎯ pbeauty@iwantoloveumore·
ลุ้นแก้มป่องเน้ยยยยยยยยย ตัวเท่านิ 🤏🏻 KENGNAMPING AT GOODBYE #GOODBYEตายไม่รู้ตัวxเก่งน้ำปิง
0
67
93
2.2K
Noom retweetledi
ก๊อง
ก๊อง@gondryei·
ไม่มี้ ไม่มีใครแบ่ง 😢 #KengHarit
ไทย
5
2.3K
3.7K
75.1K
Noom
Noom@chuthaphong·
สังเกตในภาพนี้มีรถสาธารณะคันเดียว
Render Thailand@RenderThailand

เมื่อวันที่ 30 กันยายน 2568 ผมและพี่ ๆ เพื่อน ๆ จากเพจต่าง ๆ ได้เข้าพบผู้บริหาร ทอท.อย่างที่ได้ลงไปก่อนหน้านี้ จุดประสงค์ของการเข้าพบผู้บริหาร ทอท.ครั้งนี้คือ สังเกตเห็นมาตลอดว่านับวันปัญหารถติดหน้าอาคารผู้โดยสารมันยิ่งเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ทั้งสนามบินดอนเมือง สนามบินสุวรรณภูมิ ซึ่งคงจะเพิ่มมากขึ้นตามจำนวนผู้โดยสารที่กลับมาเพิ่มขึ้นหลังโควิด แต่ระบบขนส่งมวลชนก็ยังเหมือนเดิมไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง ของสนามบินดอนเมืองปรับจุดจอดไปจอดจุดเดียวไกลมากอีก พอได้ไปสนามบินต่างประเทศ เอาเฉพาะที่เคยไปผมก็ไม่เคยเจอสนามบินไหนที่ถนนหน้าอาคารรถแน่นขนาดนี้ แล้วสนามบินอื่นเขามีถนนแค่ไม่กี่ช่องจราจรด้วย สุวรรณภูมิชั้นละ 8 ช่องจราจร 2 ชั้น 10 ช่องจราจร 1 ชั้น อะไรที่สนามบินไทยต่างกับสนามบินต่างประเทศ ก็พบว่าแทบทุกสนามบินมีระบบขนส่งมวลชนนอกเหนือจากระบบราง คือมีรถโดยสารประจำทางมาจอดรับส่งผู้โดยสารถึงหน้าอาคาร รับกระเป๋าแล้วขึ้นรถเมล์หรือลงรถแล้วเช็คอินได้เลย ส่วนของสุวรรณภูมิมีรถเมล์ 1 สาย ที่มารับส่งหน้าอาคาร นอกนั้นจะต้องต่อ shuttle bus ออกไปที่ bus terminal ใช้เวลาทั้งรอรถ ทั้งการเดินทาง กว่าจะไปถึง ยังไม่นับว่าไม่มีข้อมูลบอกให้ผู้โดยสารรู้อีกว่าที่ Bus Terminal มีรถไปไหนได้บ้าง ส่วนดอนเมืองอย่างที่บอกว่าปัจจุบันปรับจุดจอดไปจอดที่ Service Hall จุดเดียว จากอาคาร 2 ต้องเดินไกลถึง 500 เมตร เป็นจุดจอดที่เฉพาะรถเมล์ตระกูล A เข้ามาจอด แต่ถนนวิภาวดีหน้าอาคารมีรถเมล์อีกหลายสายผ่าน แต่กลับไม่มีทางเดินที่ดีออกไป แล้วสุวรรณภูมิ ดอนเมืองก็มีระบบรางอยู่แล้วนี่ ไม่พอหรอ ระบบรางมีข้อจำกัดคือเวลาการให้บริการ กลางคืนไม่มีรถไฟวิ่ง และความครอบคลุมพื้นที่ คือต่อให้เรามีรถไฟฟ้า 10 สาย แต่มันก็จะมีพื้นที่ที่รถไฟฟ้าเข้าไม่ถึง บางพื้นที่รถเมล์ก็ไปได้เร็วกว่า การเพิ่มสายง่ายกว่า ต้นทุนน้อยกว่ารถไฟฟ้า สามารถเชื่อมพื้นที่หลายจุดในเมืองกับสนามบินได้ สนามบินไม่ใช่ที่สำหรับผู้โดยสารเดินทางเท่านั้น แต่ยังมีคนที่ต้องเดินทางไปทำงานในสนามบินอีกหลายพันคน ยิ่งผู้โดยสารเพิ่ม คนก็เพิ่ม การไม่มีขนส่งมวลชนที่ดีมารองรับ แต่กลับไปเน้นให้บริการรถยนต์ไม่ว่าจะเป็นรถเช่า แทกซี่ แอปเรียกรถต่าง ๆ ก็ยิ่งเพิ่มจำนวนรถเข้ามาหน้าอาคาร เราจะทำช่องจอด ทำถนนมารับอีกเท่าไรมันก็ไม่พอ รถมันก็ติดเพิ่มขึ้นไปเรื่อย ๆ เหมือนที่เป็นอยู่ทุกวันนี้ แน่นอนว่าเรื่องนี้เกี่ยวข้องกับหลายหน่วยงานไม่ว่าจะเป็น สนข. กรมการขนส่งทางบก กรมการขนส่งทางราง ทอท. หรือแม้แต่พฤติกรรมของรถส่วนตัวที่เข้ามารับส่งหน้าอาคารก็มีส่วน ดังนั้นเลยเริ่มจากการไปคุยกับเจ้าของพื้นที่ก็คือ ทอท.ก่อน อยากจะไปนำเสนอปัญหา และเสนอแนะแนวทางแก้ไข ในฐานะผู้ใช้งาน โดยวางไว้ 4 ประเด็น 1.การแก้ไขปัญหารถเมล์ในปัจจุบัน 2.เสนอแนวทางแก้ปัญหาในอนาคต 3.แผนพัฒนาสนามบินในอนาคต 4.ปัญหาอื่น ๆ ในสนามบิน (เนื่องจากเวลาไม่พอ ประเด็นนี้ไม่ได้พูดถึง) ฝั่ง ทอท.มีผู้บริหารมาร่วมประชุมดังนี้ 1.ผู้อำนวยการใหญ่ ทอท. 2.ผู้อำนวยการ ท่าอากาศยานดอนเมือง 3.รองผู้อำนวยการ ท่าอากาศยานสุวรรณภูิม สายการพานิชย์ 4.ผู้อำนวยการ ฝ่ายบริหารการขนส่ง ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ 5.ผู้อำนวยการ ศูนย์บริหารการขนส่งสาธารณะ ท่าอากาศยานดอนเมือง 6.ผู้อำนวยการ ฝ่ายแผนพัฒนาท่าอากาศยาน ฝั่งเพจต่าง ๆ มีดังนี้ 1.Render Thaialand 2.BKK Bus Photographer 3.Bangkokbusclub. com ชุมชนคนรักรถเมล์ 4.รถเมล์ไทย Rotmaethai 5.โครงสร้างพื้นฐาน ประเทศไทย Thailand Infrastructure 6.Bangkok On Site 7.Hflight 8.Outsider's Aviation รายละเอียดผลการพูดคุยในเรื่องรถเมล์ @bkk_bus ลงไว้แล้ว โดยสรุปคือ ด้วยความคับแคบของทั้งสุวรรณภูมิ ดอนเมืองในปัจจุบัน ทอท.ยังไม่มีแนวคิดปรับจุดจอดรถเมล์ให้ใกล้อาคารผู้โดยสารมากกว่านี้ แต่ยังคงเน้นการเพิ่มจุดจอดแอปเรียกรถต่าง ๆ Bus Termninal ที่อยู่ไกล เป็นผลมาจากการออกแบบในอดีต สิ่งจะทำได้คือการปรับปรุงต่าง ๆ ตามที่พวกเราเสนอ และจะมีการประสานงานกับผู้เดินรถเอกชนมากขึ้น เรื่องป้ายข้อมูลของแต่ละสาย ทอท.บอกว่ายินดีที่จะปรับปรุงข้อมูลให้เป็นปัจจุบัน ข้อมูลที่อยู่บนป้ายเป็นข้อมูลที่เขามี และไม่มีใคร (ผู้เดินรถ) ส่งข้อมูลอัปเดตให้ ทอท.อีกเลย ควรจะมีคนกลางที่คอยอัปเดตข้อมูลให้ (ความเห็นผม ก็ต้องเป็นหน้าที่กรมการขนส่งทางบก) ได้เสนอว่าในอาคารผู้โดยสารสุวรรณภูมิ ไม่มีป้ายบอกว่ารถเมล์ไปขึ้นยังไง ไปทางไหน มีแต่ป้ายพาไป shuttle bus แต่ไม่ได้บอกว่า shuttle bus นี้พาไปไหน เรื่องนี้ ทอท.รับจะไปแก้ไข และได้เสนอว่าควรมีป้ายบอกว่ารถเมล์ที่ Bus Terminal มีสายอะไรไปไหนได้บ้าง เพราะผู้โดยสารจะได้ตัดสินใจได้ว่าจะเลือกไปขึ้นรถเมล์ หรือขึ้น Airport Link หรือแทกซี่ เรื่องนี้ ทอท.ไม่เห็นด้วย มองว่าจะเป็น over signage และมองว่าผู้โดยสารจะตัดสินใจตั้งแต่แรกว่าจะเดินทางต่อโดยขนส่งรูปแบบไหน แต่ผมเห็นว่าเรื่องนี้ถ้าไม่มีข้อมูลบอก ผู้โดยสารจะตัดสินใจได้อย่างไร แต่มาคิดทีหลังว่าน่าจะมีความเข้าใจผิด คือไม่ได้หมายถึงต้องเอาสายรถกับปลายทางไปใส่ในทุกป้ายที่บอกว่าไปรถเมล์ แต่หมายถึงติดป้ายที่จุดจอด Shuttle Bus ที่จะต่อไป Bus Terminal ให้ผู้โดยสารรู้ว่าไปแล้ว มีรถสายอะไร ปลายทางที่ไหนบ้าง เรื่องนี้จะพูดคุยทำความเข้าใจกับ ทอท.ต่อไปครับ ทอท.ยืนยันว่าในการพัฒนาสนามบินในอนาคตทั้งดอนเมือง เฟส 3 และอาคารผู้โดยสารทิศใต้สุวรรณภูมิ จะไม่มีปัญหาเรื่องนี้ ได้ฝากไปถึงการพัฒนาสนามบินอื่น ๆ ของ ทอท.ด้วย ปัจจุบันหลายเมืองก็เริ่มมีรถประจำทางให้บริการแล้ว นอกจากเรื่องรถเมล์ ก็ได้เสนอเรื่องจุดชมเครื่องบิน ทอท.รับว่าจะไปดูว่าจุดไหนทำได้บ้าง ซึ่งสุวรรณภูมิ ภูเก็ตสามารถทำได้เลย และการออกแบบอาคารในอนาคตก็จะพยายามให้มีจุดชมเครื่องบิน ผมได้ถามไปตรง ๆ ว่า ทอท.มีปัญหากับการดูเครื่องบินของประชาชนหรือเปล่า ทอท.ยืนยันว่าไม่มีปัญหา แต่ที่ผ่านมาเกี่ยวกับเรื่องความปลอดภัย และมีเรื่องกฎของสำนักงานการบินพลเรือนมาเกี่ยวข้องด้วย ทอท.รับว่าจะมีการปรับการสื่อสารให้ดีกว่านี้ ทั้งเรื่องนี้และอีกหลาย ๆ เรื่องครับ เรื่องอื่น ๆ ในการประชุมจะเป็นเรื่องแผนพัฒนา เดี๋ยวจะเอามาลงอีกที ส่วนปัญหาอื่น ๆ ในสนามบิน เนื่องจากเวลาไม่พอเลยไม่ได้คุยประเด็นนี้ แต่จะส่งข้อมูลเพิ่มเติมให้ทาง ทอท.อีกครั้งครับ ส่วนประเด็นเรื่องรถเมล์เข้าออกสนามบิน ผมยังคงตามเรื่องนี้ต่อ ในครั้งต่อไปจะขอเข้าพบเพื่อพูดคุยกับหน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องต่อไปครับ

Min Buri, Thailand 🇹🇭 ไทย
0
1
1
232
Noom
Noom@chuthaphong·
เข้าใจว่าคนไทยไม่ชอบเปลี่ยนสายต่อรถ ก็เพราะที่ผ่านมาเรามีจุดเปลี่ยนสายที่ดีน้อยมาก แต่ถ้าปล่อยให้เป็นเหมือนเดิมมันก็จะเป็นแบบนี้ต่อไป เรียนรู้ปัญหาในอดีต แต่ไม่มีใครอยากแก้
Min Buri, Thailand 🇹🇭 ไทย
1
0
1
235
Noom
Noom@chuthaphong·
พิมพ์จนเต็มพิมพ์ไม่ได้ละ ต่อนิดนึงคือ ไม่ใช่ว่าคิดนู้นคิดนี่ไม่ได้ เราลองดูมาหลายทาง แล้วคิดว่าแบบนี้ดีสุด แต่ก็ไม่ได้ปิดกั้นหรือบอกว่าใครต้องมาคิดเหมือนกัน เราก็เสนอในฐานะประชาชนอะ ใครเห็นยังไงก็เสนอไป ช่วย ๆ กันเสนอเยอะ ๆ ดีแล้ว ที่ผ่านมางานประชุมรับฟังความเห็นแทบไม่มีคนไปเสนอ มีแต่คนไปบอกไม่ให้สร้างบังหน้าบ้านให้ไปสร้างที่อื่น 555
ไทย
1
1
0
280
Noom
Noom@chuthaphong·
เล่าที่มาแนวคิดที่เสนอแบบนี้ จริง ๆ ตรงตลิ่งชันนี่มองมาสักพักใหญ่แล้วว่ามันควรจะเป็นยังไงดี ด้วยทำเลด้วยอะไร ถ้าเป็นประเทศอื่นมันคงเป็นจุดศูนย์กลางของย่านนั้นไปละ สายสีเขียวที่วิ่งในแนวราชพฤกษ์มันทำหน้าที่กึ่ง ๆ feeder ละ คือไม่เข้าเมืองตรง ๆ แต่วนไปเข้าเมืองสาทร แล้วก็เชื่อมสายนั้นนี่เพื่อเข้าเมือง มันผสมปนไปหมดรถ Metro วิ่งมาชานเมือง สถานีถี่ นึกภาพแบบนั่งจากคูคตเข้าเมืองเมื่อไรจะถึง เชื่อมน้ำเงินบางหว้าโอเค สะดวกอยู่ (ทำให้สะดวกกว่านี้ได้แต่เอาเถอะไม่แย่) แต่ตลิ่งชัน เห้ยมันไม่ได้เลยห่างกันขนาดนี้ แต่ก็เข้าใจได้ด้วยกายภาพพื้นที่ เลยมามองโจทย์หลักว่า สายสีแดงนี่มันจะเข้าเมืองได้เร็วมากเลย สำหรับคนอยู่โซนราชพฤกษ์ทางเหนือ 3 สถานี ถึงสถานีกลาง สถานีที่อนาคตมันต่อไปสนามบินไปความเร็วสูงได้ 6 สถานีถึงพญาไท 8 สถานีถึงอโศก-เพชรบุรี ละ (อนาคตต้องบวกเพิ่มอีก 2 สถานี) หรือจะไปทางศิริราชต่อส้มเข้าเมือง 8 สถานีก็ถึงราชเทวีละ 9 สถานีถึงแระตูน้ำ แต่การเข้าเมืองด้วยสายสีเขียว 17 สถานี ถึงสีลม 19 สถานี ถึงสยาม ถ้าต้องใช้เดินทางไปทำงานทุกวัน เวลามันต่างกันมากเลย เราคงตื่นสายได้นิดนึง เพราะเข้าเมืองได้เร็วกว่าหน่อยไรงี้ เลยตั้งธงไว้ว่าสถานีสีเขียวต้องอยู่ที่เดียวกับสถานีสีแดงเท่านั้น มันถึงจะเกิดการเดินทางที่สะดวกจูงใจคนให้มาใช้ได้ แล้วมันจะเข้าไปได้ยังไง อย่างแรกมาดูพื้นที่ ไปดู EIA เก่าของสายสีส้มที่เคยมาถึงตลิ่งชัน ทั้งพื้นที่สถานีและแนวอุโมงค์ที่เข้า โอเคเราจะยึดตำแหน่งของสีส้มทั้งหมด คืออะไรที่มันจะติด มันก็คงติดตั้งแต่ตอนสายสีส้มออกแบบละ ถ้ามันผ่านไปถึง EIA ได้แล้ว ก็แปลว่าเคลียร์ อย่างที่สอง แล้วจะทำยังไงถ้าเลี้ยวเข้ามาแล้วจะต่อไปเชื่อมม่วงได้ยังไง วิ่งเข้ามาถอยกลับทำได้ไหม มีที่ไหนทำ ลองถามเพื่อน ๆ มาละ แต่พอมาดูว่าจะทำยังไงไม่ให้รางตัดกัน โอ้อันนี้ยากอยู่ เพราะระยะยกขึ้นมุดลงไม่พอ ถ้าจะให้อยู่ระดับแล้ววิ่งสับราง ถามจากหลายคน ได้ความเห็นว่ารถ Metro จะมาสับรางเยอะ ๆ แบบนี้ไม่ค่อยดี มีปัญหาการเดินรถ ระหว่างหาข้อมูลไปเรื่อย ๆ ก็เจอว่า ที่จริงส่วนต่อขยายมาถึงตลิ่งชันเนี่ย ผู้โดยสารน้อยมากเลย เมื่อเทียบกับความเป็นระบบใหญ่ถึงวิ่งในเมือง ก็คาดการณ์ว่าถึงปี 2594 ผู้โดยสารยังไม่ถึงสองแสนคนต่อวันเลย แล้วส่วนที่ต่อไปเชื่อมม่วงมันจะเหลือคนเท่าไร แล้วพอไปดูใน M-Map 2 บอกว่าส่วนต่อขยายเชื่อมม่วง จัดอยู่ในกลุ่มที่ค่อยมานั่งคุยกันว่าจะทำไหม ไม่ได้อยู่ในกลุ่มที่ต้องทำ รวมกับปัญหาการออกนอกเขต กทม.อีก ถ้างั้นตัดส่วนต่อขยายนี้ไปเป็นสายใหม่ ให้ขนาดโครงการมันเล็กลง แล้วมาต่อเส้นทางไปปากเกร็ด ไปปทุมหรือไปถึง มธ.ไรงี้ มันก็ดูจะมีความคุ้มค่าที่จะทำมากขึ้น เพราะพอไปเทียบกับน้ำเงินพุทธมณฑล คาดการณ์ผู้โดยสารปีแรกที่เปิด ก็เยอะกว่าปี 2594 ของเขียวบางหว้า-ตลิ่งชันแล้ว แต่เขายังไม่ทำเลยอะบอกไม่คุ้ม ถ้าเป็นแบบนี้มันก็พอจะอนุมานได้ว่า สถานีตลิ่งชันบนราชพฤกษ์มันจะถูกทิ้งให้อยู่แบบนั้นไปตลอดอีกหลายสิบปีแน่ ๆ มันเสียของนะ ไปทิ้งไว้แบบนั้นไม่ได้สร้างต่อไป งั้นก็เอามาตัดจบที่ตลิ่งชันเลย แล้วอนาคตถ้าเผื่อรัฐบาบไทยถูกสลากออมสินรางวัลที่ 1 อาจจะพร้อมลงทุนหรือวางแผนเส้นทางใหม่ให้คุ้มค่าน่าลงทุน ก็ค่อยทำเลี้ยวเข้ามาเจอกันที่ตลิ่งชัน แล้วการใช้งานล่ะคนราชพฤกษ์อยากนั่งบีทีเอส ไม่ได้อยากนั่งสายสีแดง อันนี้คงต้องทำความเข้าใจเรื่องระบบรถไฟกันอีก ส่วนตัวมองว่าไม่ค่อยต่างจากคนที่บอกว่าทำไมไม่ต่อบีทีเอสจากสมุทรปราการมาถึงพัทยา พี่จะนั่งรถไฟจอดทุก 1 กิโลถึงพัทยาจริง ๆ หรอ ต้องทำความเข้าใจว่าตลิ่งชันมีทางเลือกเข้าเมืองได้อีกเยอะ ไม่ต้องอ้อมไปถึงสาทร แต่ถ้าใครสะดวกไปหรือต้องไปสาทรมันก็ไปได้ ไม่ใช่ไปไม่ได้ ถ้าส่วนต่อออกไปเป็นสายใหม่ มันก็แค่เปลี่ยนขบวนรถที่สามารถวางตารางเดินรถให้มันมาจอดพร้อม ๆ กันได้ ทำสถานีให้แค่เดิน 5-10 เมตร เพื่อเปลี่ยนขบวนได้ แล้วพอดูพื้นที่รอบ ๆ ตลิ่งชันมันก็ยังโล่ง ๆ อยู่นะ น่าทำเป็นฮับ สายใต้ก็ชอบย้ายบ่อย นี่ก็จะหมดสัญญาแล้ว ก็ย้ายมาไว้ตรงนี้สิ แล้วทำทางเชื่อมกับทางด่วน ทำสะพานเชื่อมถนนรอบ ๆ หลังจากโพสต์ไปก็มีพี่คนนึงมาคอมเมนต์ว่า ผังเมืองตรงสถานีตลิ่งชัย สายสีแดง เป็นผังเมืองสีแดงด้วย มันช่างเหมาะเจาะพอดีเลย ทำเป็น TOD พัฒนาพื้นที่ หรือจะทำบ้านเพื่อคนไทยก็ได้ข้างล่างเป็น บขส.เป็นท่ารถเมล์ ข้ามฝั่งไปมีรถไฟฟ้า 2-3 สาย มันเหมาะที่จะทำเป็นต้นแบบการพัฒนาศูนย์คมนาคมมาก ๆ เลย รู้แหละมันดูเพ้อฝันมาก บางคนอาจบอกเขาไม่ทำหรอกถ้าทำก็ทำไปตั้งนานแล้ว (ท้อเลยตอนมีคนพูดแบบนี้) เราก็รู้ว่ามันไปไม่ถึงขั้นนั้นหรอก แต่ก็ไม่อยากปล่อยให้มันเละ ๆ เทะ ๆ ไปตลอดแบบนี้ ที่มาเล่านี่ก็ จริง ๆ แอบเห็นโดนด่าเยอะเหมือนกัน ก็เลยมาเล่าว่าเราคิดแบบนี้ ลองทำดูหลาย ๆ ทางเลือกแล้ว
Render Thailand@RenderThailand

เสนอ — ย้ายตำแหน่งสถานีตลิ่งชันสายสีเขียว ก่อนที่จะสายเกินไป 📷📷 จากที่ กทม.ได้ประกาศว่าจะมีการประชุมรับฟังความคิดเห็น ส่วนต่อขยายสายสีเขียว ช่วงบางหว้า-ตลิ่งชัน ในวันที่ 19 สิงหาคม 2568 ผมมีหลายคำถามที่คงได้ไปถามในงาน เช่น การขยายสถานีสะพานตากสิน แต่สิ่งที่เป็นปัญหาสำคัญที่สุดคือ “ตำแหน่งสถานีตลิ่งชัน” ของสายสีเขียว ที่อยู่บนถนนราชพฤกษ์ ห่างจากสถานีตลิ่งชันประมาณ 1 กิโลเมตร ------------------ ก็เป็นเรื่องปกติของ กทม.ที่การวางแผนโครงการพวกนี้ จะยึดหลักว่าถูกที่สุด ง่ายที่สุด > การจะถูกที่สุดได้ก็จะต้องไม่เวนคืน แม้แต่เซนติเมตรเดียว โดยไม่ได้คำนึงถึงการใช้งานว่าจะมีประสิทธิภาพหรือไม่ > การจะง่ายที่สุดได้ ก็ต้องคุยกับหน่วยงานอื่น ๆ ให้น้อยที่สุด แม้จะพูดคุยด้วยภาษาไทยเหมือนกันก็ตาม เราจะเห็นตัวอย่างจากการออกแบบสายสีเทาและสายสีเงิน ที่มีปัญหาการเชื่อมต่อ … และเช่นกันกับสายนี้ การที่สถานีที่ควรจะเชื่อมต่อกัน ห่างกันมากถึง 1 กิโลเมตร ไม่ทำให้คนหันมาใช้ระบบขนส่งมวลชนเลย สุดท้ายแล้วก็จะสูญเสียงบประมาณไปเปล่า ๆ เรามีระบบขนส่งมวลชนที่ต่างคนต่างทำแบบนี้มามากพอแล้ว เราควรจะเรียนรู้ได้แล้วว่าขนส่งมวลชนที่ประสิทธิภาพต้องทำอย่างไร ------------------ โครงการนี้ต่อขยายเส้นทางรถไฟฟ้าสายสีเขียวจากสถานีบางหว้า ไปตามถนนราชพฤกษ์ ข้ามทางพิเศษประจิมรัถยา ทางรถไฟสายใต้ สุดที่บริเวณซอยราชพฤกษ์ 24 ในแผนแม่บทรถไฟฟ้า M-Map 2 กำหนดให้มีส่วนต่อขยายอีกระยะจากบางหว้าไปเชื่อมกับสายสีม่วงที่ถนนรัตนาธิเบศร์ ในส่วนของสายสีแดงสถานีตลิ่งชัน ตั้งอยู่เข้าไปในทางรถไฟ บริเวณจุดตัดถนนฉิมพลี ------------------ มองเผิน ๆ อาจจะดูเหมือนว่าดีแล้วที่สถานีอยู่ที่เกาะกลางถนนราชพฤกษ์ จะได้ต่อเส้นทางได้สะดวก 📷 แต่ความเป็นจริง 📷 1. เส้นทางที่เลยจากตลิ่งชันไปออกนอกเขตกรุงเทพฯ เป็นจังหวัดนนทบุรี ซึ่ง กทม.ไม่มีอำนาจไปสร้างรถไฟฟ้านอกเขตตัวเอง ที่ผ่านมาส่วนต่อขยายคูคต และสมุทรปราการ ก็ต้องโอนส่วนที่อยู่นอกพื้นที่กรุงเทพให้ รฟม.ทำ แม้สุดท้ายจะใช้กฎหมายพิเศษในการโอนกลับมาให้ กทม. แต่ปัญหาต่าง ๆ ก็ยังมีอยู่ถึงทุกวันนี้ 2. สายสีเขียวเป็นรถไฟฟ้าแบบ Heavy Rail คือมีความจุผู้โดยสารสูง เหมาะสำหรับในเมืองที่มีที่อยู่อาศัย ย่านธุรกิจ ออฟฟิศที่หนาแน่น การต่อขยายเส้นทางออกไปจากตลิ่งชัน ที่มีความหนาแน่นน้อยกว่า (ต้องมีคนมาบอกว่าความหนาแน่นน้อยได้ไง หมู่บ้านตั้งเยอะ ให้นึกภาพราชพฤกษ์เทียบกับสุขุมวิทดูนะครับ) ก็เป็นสิ่งที่สิ้นเปลือง แม้แต่ตัวโครงการช่วงบางหว้า-ตลิ่งชันเอง ก็คาดการณ์ผู้โดยสารไว้แค่ 80,000 คนเท่านั้น ทั้งที่ระบบสามารถรองรับผู้โดยสารได้หลายแสนคน ขนาดช่วงบางหว้า-ตลิ่งชัน คาดการณ์ผู้โดยสารแค่ 80,000 คนต่อวัน ส่วนต่อขยายที่เลยจากตลิ่งชันไปก็จะน้อยกว่านี้ ทำให้โครงการส่วนต่อขยายตลิ่งชัน-รัตนาธิเบศร์ มีโอกาสเกิดขึ้นได้ยากมาก เพราะลงทุนสูง และความคุ้มค่าต่ำ ดูตัวอย่างจากสายสีน้ำเงินส่วนต่อขยาย พุทธมณฑลสาย 4 ทุกวันนี้รัฐยังบอกว่าไม่คุ้มค่าที่จะทำอยู่เลยนะครับ สถานีตลิ่งชันของสายสีเขียวที่ทิ้งไว้กลางถนนราชพฤกษ์ก็จะถูกทิ้งไว้แบบนั้นต่อไป ไม่ได้เกิดประโยชน์ที่อุตส่าห์มาตั้งสถานีห่างตั้ง 1 กิโล เพื่อรอขยาย ------------------ 📷 ก็จะขอเสนอดังนี้ 📷 1. ย้ายสถานีตลิ่งชันเข้ามาอยู่ติดกับสถานีตลิ่งชันสายสีแดง บริเวณที่เคยจะเป็นพื้นที่สำหรับสายสีส้ม และตัดจบสายนี้ไว้แค่นี้ ส่วนจากตลิ่งชันไปรัตนาธิเบศร์ ให้เป็นสายใหม่เป็น LRT (Light Rail) มีความจุน้อยกว่า เหมาะกับพื้นที่ ค่าก่อสร้างถูกกว่า (LRT มีหลายแบบมีล้อเหล็กรางเหล็ก ไม่ได้มีแต่ Monorail) แล้วเส้นทางก็อาจจะลากไปถึงปากเกร็ด หรือปทุมธานีได้ เมื่อต้นทุนน้อยลง ความคุ้มค่าในการทำโครงการก็จะมากขึ้น 2. สถานีตลิ่งชันก็ออกแบบให้เป็นชานชาลากลาง สำหรับผู้โดยสารเปลี่ยนจาก LRT ไปสายสีเขียวได้สะดวก และทำให้ผู้โดยสารที่อยู่ในแนวเส้นทาง มีตัวเลือกเปลี่ยนสายเป็นสายสีแดงได้ เพราะสายสีแดงจะทำให้การเข้าไปถึงใจกลางเมืองเร็วกว่ามาก ไม่ต้องนั่งสายสีเขียวผ่านทีละสถานีและวิ่งช้ากว่า กว่าจะจะไปถึง สีลม สยาม หรือถึง LRT ไม่ได้สร้าง ก็ไม่เสียของเพราะสายสีเขียวได้เชื่อมกับสายสีแดงใกล้ๆ สะดวก จูงใจให้คนมาใช้ขนส่งมวลชน 3. พื้นที่โดยรอบสถานีตลิ่งชันสายสีแดง ยังมีที่โล่งอยู่มาก สามารถพัฒนาเป็นฮับตลิ่งชัน มีรถไฟฟ้า 2-3 สาย มี Bus Hub หรือรวมถึงการย้าย บขส.สายใต้มาไว้ที่นี่แล้วทำทางเชื่อมต่อตรงกับทางด่วน ก็จะสะดวกมาก ------------------ อยากฝากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง กรุงเทพมหานครและสำนักการจราจรและขนส่ง ในฐานะเจ้าของโครงการ และ กรมการขนส่งทางราง กระทรวงคมนาคม ผู้วางแผนแม่บท พิจารณาโครงการนี้ให้ดี ไม่ให้เป็นภาระประชาชนในวันข้างหน้าครับ

Min Buri, Thailand 🇹🇭 ไทย
2
46
39
12.6K
Noom
Noom@chuthaphong·
ตอนนี้สายสีน้ำเงิน สายสีแดงก็ใช้ EMV แล้วเดี๋ยวก็จะมี พรบ.ตั๋วร่วมแล้ว มันควรมีทางเชื่อมรถไฟฟ้าง่าย ๆ แบบนี้ได้ละ ภาพนี้คือสถานีบางขุนนนท์สายสีน้ำเงิน กับสายสีแดงที่ยังไม่ได้สร้าง
Noom tweet media
ไทย
0
14
14
993
Noom retweetledi
∞
@eterna1_beauty·
250726 #셔누 오빠가 행복하다면 저는 괜찮아요 ..💦
한국어
0
91
338
4.2K
Noom retweetledi
🌈
🌈@tntennnn·
เฌอปรางสวยมากกก สีม่วงสวยมากกก
ไทย
0
9
17
1.1K