dande🫕(ปวดหลัง)
28.2K posts

dande🫕(ปวดหลัง)
@dandelazy_
pun/ปุน(20)—TH/EN/日本語(片言) | #胡蝶しのぶ ༊*·˚ mainly 🌊🦋 | AI🚫& Repost is prohibited

‘วาฬไรซ์’ 50 ตัวสุดท้ายเสี่ยงสูญพันธุ์ หลังสหรัฐเปิดทางให้ขุดน้ำมันในอ่าวเม็กซิโกได้เต็มที่ งดใช้กฎหมายสัตว์ใกล้สูญพันธุ์ อ้างเพื่อความมั่นคงด้านพลังงาน คณะกรรมการชุดพิเศษที่รู้จักกันในนาม “God Squad” ซึ่งประกอบด้วยเจ้าหน้าที่ระดับสูงของรัฐบาลกลางหกคน โหวตผ่านมติยกเว้น “พระราชบัญญัติสัตว์ใกล้สูญพันธุ์” ในอ่าวเม็กซิโก เพื่อเปิดทางให้บริษัทน้ำมันขุดเจาะได้เต็มที่ โดยให้เหตุผลด้านความมั่นคงทางพลังงาน ทำให้ต้องเร่งผลิตพลังงานในประเทศโดยไม่ให้มีกฎเกณฑ์ด้านสิ่งแวดล้อมมาขวางทาง การตัดสินใจครั้งนี้อาจทำให้ “วาฬไรซ์” ที่เหลือเพียง 50 ตัวสุดท้ายของโลกสูญพันธุ์ คณะกรรมการชุดนี้ได้รับฉายาว่า “God Squad” เนื่องจากสามารถยกเว้นข้อกฎหมาย เพื่อเอื้อต่อโครงการที่มีผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจหรือความมั่นคงระดับชาติ ซึ่งมีอำนาจเบ็ดเสร็จในการตัดสินใจว่าสิ่งมีชีวิตชนิดใดควรอยู่หรือตาย พีท เฮกเซธ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นผู้ผลักดันให้มีการยกเว้นโดยอ้างเหตุผลด้าน “ความมั่นคงแห่งชาติ” โดยระบุว่าความขัดแย้งกับอิหร่านและการปิดช่องแคบฮอร์มุซทำให้สหรัฐจำเป็นต้องเร่งผลิตน้ำมันภายในประเทศ เพื่อเสริมสร้างความแข็งแกร่งทางทหารและเศรษฐกิจ เฮกเซธเน้นย้ำในการประชุมว่า การผลิตพลังงานในอ่าวเม็กซิโกเป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยปกป้องประเทศจากความผันผวนของสถานการณ์โลก โดยเขาเชื่อว่าการบังคับใช้กฎหมายสิ่งแวดล้อมที่เข้มงวดเกินไป อาจกลายเป็นอุปสรรคที่ขัดขวางไม่ให้สหรัฐบรรลุเป้าหมายด้านความมั่นคงในยามวิกฤติ การประชุมลับใช้เวลาเพียงประมาณ 15 นาที โดยเจ้าหน้าที่ระดับสูงต่างเห็นพ้องต้องกันเป็นเอกฉันท์ให้ถอดถอนมาตรการคุ้มครองสัตว์ป่าในอ่าวเม็กซิโก มตินี้ระบุอย่างชัดเจนว่า อุตสาหกรรมน้ำมันและก๊าซไม่ต้องปฏิบัติตามกฎหมายคุ้มครองสัตว์ใกล้สูญพันธุ์ในพื้นที่ดังกล่าวอีกต่อไป เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาขาดแคลนพลังงาน “วาฬไรซ์” (Rice’s whale) อาศัยอยู่เฉพาะในพื้นที่ตอนเหนือของอ่าวเม็กซิโกซึ่งเป็นพื้นที่เดียวกับที่มีการขุดเจาะน้ำมัน เพิ่งได้รับการจำแนกเป็นสปีชีส์ใหม่ในปี 2021 หลังจากที่นักวิทยาศาสตร์พบว่าพวกมันมีความแตกต่างทางพันธุกรรมและโครงสร้างกะโหลกจากวาฬบรูด้าที่ดูคล้ายกัน วาฬเหล่านี้ มักถูกเรือชนในเส้นทางเดินเรือที่พลุกพล่าน รวมถึงเสียงจากการสำรวจคลื่นไหวสะเทือนยังรับกวนการสื่อสารและการหาอาหารของพวกมันอีกด้วย นอกจากนี้ เหตุการณ์การรั่วไหลของน้ำมันดิบจากแท่นขุดเจาะดีพวอเทอร์ฮอไรซัน ในปี 2010 ยังเคยคร่าชีวิตประชากรวาฬไรซ์ไปถึงเกือบ 20% ของทั้งหมดที่มีอยู่ อ่านต่อ: bangkokbiznews.com/sustainability… #กรุงเทพธุรกิจ #InsightForOpportunities #กรุงเทพธุรกิจSustain #กรุงเทพธุรกิจEnvironment






















