Sabitlenmiş Tweet
—blue butterfly
15.7K posts

—blue butterfly
@ddecemberwish
actions speak louder than words
Katılım Mayıs 2010
150 Takip Edilen310 Takipçiler
—blue butterfly retweetledi
—blue butterfly retweetledi

พนักงานบริษัท food delivery ของเมกามาเปิดโปงแอป อ่านละช็อค
1. priority delivery จ่ายแพงขึ้นเพื่อส่งเร็วขึ้นไม่เป็นความจริง - บริษัทไม่ได้ทำให้การส่งเร็วขึ้น แต่จงใจทำให้คนที่ไม่จ่าย priority delivery ได้รับของช้าลงต่างหาก ผบหบริษัทชอบกลยุทธ์นี้มาก เพราะรายได้เยอะขึ้นโดยไม่ต้องบริการดีกว่าเดิม
2. จ่ายคนขับให้น้อยที่สุด - คนขับที่ร้อนเงิน เช่น คนที่กดรับงานราคาต่ำๆ กดรับงานดึกๆ จะโดนแท๊กว่า "ร้อนเงิน" และระบบจะส่งแต่งานแย่ๆ ค่ารอบถูกๆให้ เพราะว่า "ทำไมต้องจ่ายคนขับแพงล่ะ ในเมื่อเขาร้อนเงิน เขายอมรับงานแย่ๆได้"
3. เอาทิปจากลูกค้ามาโปะค่ารอบคนขับ - สมมุติว่าคุณทิป $10 บริษัทจะจ่ายคนขับแค่ $2 เพราะเอาเงินคุณมาโปะเป็นค่ารอบ (10+2) แต่ถ้าคุณไม่ทิป บริษัทจะยอมจ่ายค่ารอบเป็น $8
น่ากลัวมาก กลายเป็น gig economy ที่บอกว่า เลือกทำงานเมื่อไหร่ก็ได้ เป็นนายตัวเอง แท้จริงแล้วคือการเอาเปรียบแรงงานและผู้บริโภค
Jesse@d0wnsideofme
holy fucking shit
ไทย
—blue butterfly retweetledi

—blue butterfly retweetledi

ถอดบทเรียน การไลฟ์ติ๊กต๊อกของ #เจนนี่ได้หมดถ้าสดชื่น #เจนนี่รัชนก ปังแบบนี่
Cr.REEZLive
## เบื้องหลังความสำเร็จของเจนนี่ ได้หมดถ้าสดชื่น: ปิดยอดไลฟ์หลักร้อยล้านในวันเดียว ##
.
.
หลายคนอาจคิดว่าความปังนี้มาจากชื่อเสียงหรือกระแสดราม่าเพียงอย่างเดียว แต่ความจริงแล้ว เคล็ดลับอยู่ที่การเข้าใจระบบของ TikTok และการเล่นกับ อัลกอริทึมอย่างชาญฉลาด นี่คือ บทเรียนการตลาดสำคัญที่คนทำแบรนด์ คนไลฟ์ขายของ และครีเอเตอร์ทุกคน ควรรู้
.
.
1. TikTok ไม่ได้จำชื่อ…แต่มันจำหน้าและเสียงของคุณ
ระบบ AI ของ TikTok ไม่ได้วัดความดังจากจำนวนผู้ติดตาม แต่จะวิเคราะห์จาก ใบหน้า เสียง พลังการสื่อสาร และพฤติกรรมผู้ชม เป็นหลัก เมื่อเราเป็นคนเดิมที่ผู้ชมเห็นบ่อย ๆ และมีเอกลักษณ์การนำเสนอเหมือนเดิมในทุกไลฟ์ ระบบก็จะจดจำเราได้ และมักจะแนะนำไลฟ์ของเราให้ผู้ชมกลุ่มเดิมที่เคยดูกลับมาเจอเราซ้ำ ๆ เสมอ
.
💡 ดังนั้น ความสม่ำเสมอ = โอกาสถูกมองเห็น (Consistency = Visibility) ออกไลฟ์บ่อย ๆ ให้ผู้ชมเห็นหน้าคุณซ้ำ ๆ เพื่อให้ระบบจดจำคุณและดันคอนเทนต์ของคุณมากขึ้น
.
.
2. สร้างโมเมนตัมผู้ชมให้ต่อเนื่อง
เจนนี่ไม่เคยหายหน้าไปจากแพลตฟอร์มเลย
เธอไลฟ์สดแทบทุกวัน อัลกอริทึมจึงมองว่า “คนนี้คือครีเอเตอร์ที่ทำคอนเทนต์อย่างต่อเนื่อง” แม้ว่ายอดผู้ชมจะมีขึ้น ๆ ลง ๆ บ้าง แต่ระบบก็ยังคงช่วยดันไลฟ์ของเธอเสมอ เพราะรู้ว่า เธอยังอยู่ในเกมและไม่ทิ้งการไลฟ์ไปไหน
.
.
3. กลยุทธ์ทอง: การชนกลุ่มผู้ชม (Audience Collision)
เมื่อเจนนี่ไลฟ์ร่วมกับคนดังหรือครีเอเตอร์คนอื่น ระบบ TikTok จะนำผู้ชมของทั้งสองฝั่งมารวมกัน (เกิดเป็นปรากฏการณ์ Audience Collision) ส่งผลให้ยอดเข้าถึง (Reach) พุ่งสูงขึ้นแบบทวีคูณในทันที
.
นี่คือเหตุผลว่าทำไมเวลาที่มี “หนุ่ม กรรชัย” หรือ “บอสณวัฒน์ “เข้ามาร่วมในไลฟ์ของเจนนี่ ยอดผู้ชมจะพุ่งขึ้นอย่างเห็นได้ชัด เพราะระบบได้ผสานกลุ่มผู้ชมของทั้ง2 เข้าด้วยกัน ทำให้มีผู้ชมรวมมากขึ้นกว่าปกติหลายเท่า
.
.
4. เจนนี่ไม่ได้ขายของ…แต่ขาย “ความสนุก”
ผู้ชมส่วนใหญ่เข้ามาดูไลฟ์สดไม่ใช่เพราะอยากซื้อของทันที แต่เพราะต้องการดูอะไรที่สนุกและเพลิดเพลิน TikTok เรียกแนวคิดนี้ว่า “Shoppertainment”
การมอบความบันเทิงที่อาจนำไปสู่ การซื้อโดยไม่รู้ตัว เจนนี่เข้าใจข้อนี้ดี จึงเน้นสร้างบรรยากาศให้คนดูหัวเราะ ยิ้ม และสนุกสนานไปกับไลฟ์ก่อน เมื่อผู้ชมเพลิดเพลินแล้วค่อยสอดแทรกการขายสินค้า ผลลัพธ์คือ คนดูอยู่กับไลฟ์นานขึ้น TikTok เห็นว่าเนื้อหามีคุณค่าและจะช่วยดันไลฟ์ต่อเองโดยอัตโนมัติ
.
.
5. เวลาการรับชม คือหัวใจสำคัญของการเติบโต
ยิ่งผู้ชมดูนานเท่าไร ระบบยิ่งมองว่า “คอนเทนต์นี้มีคุณค่า” มากเท่านั้น เจนนี่เข้าใจหลักการนี้ดี มักเริ่มไลฟ์ด้วยความบันเทิงเต็มรูปแบบก่อนจะเริ่มขายของจริงจัง โดย ดึงความสนใจตั้งแต่วินาทีแรก ผ่านจังหวะการพูดที่สนุกสนาน เสียงหัวเราะ และการมีแขกรับเชิญเซอร์ไพรส์ ผู้ชมจึงติดตามไลฟ์ต่อเนื่อง เทคนิคเหล่านี้ล้วนเป็นวิธีเพิ่มเวลาในการรับชม อย่างชาญฉลาด ซึ่งนำไปสู่การเติบโตของยอดผู้ชมและยอดขายในที่สุด
6. อย่าปิดไลฟ์แม้ยอดผู้ชมจะตก
หากจำนวนผู้ชมลดลง ก็อย่าเพิ่งหยุดไลฟ์ทันที เพราะถ้าคุณยอมแพ้ง่าย ๆ ระบบจะถือว่าคุณหลุดออกจากเกมไปแล้ว! อัลกอริทึมของ TikTok ให้รางวัลกับ “ความสม่ำเสมอ” มากกว่าความดังชั่วคราว ครีเอเตอร์ที่ยังคงไลฟ์ต่อเนื่อง แม้บางช่วงคนดูจะเหลือเพียงไม่กี่สิบคน ระบบก็ยังคงส่งผู้ชมใหม่ ๆ เข้ามาให้เรื่อย ๆ เพราะมันเห็นว่า “คุณยังไม่ยอมแพ้” และแน่นอนว่า AI ก็จะไม่ยอมแพ้คุณเช่นกัน
7. ใบหน้าและเสียงที่เป็นเอกลักษณ์คืออาวุธลับ
AI ของ TikTok สามารถแยกวิเคราะห์เสียงออกจากใบหน้าได้ ดังนั้นครีเอเตอร์ที่มีเอกลักษณ์ด้านเสียงเป็นของตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นเสียงหัวเราะที่เป็นเอกลักษณ์ โทนเสียงการพูด หรือสำเนียงเฉพาะตัว จะยิ่งดึงดูดกลุ่มผู้ชมเฉพาะกลุ่มของตัวเองได้มากขึ้นทันที เพราะระบบจะจดจำลักษณะเด่นเหล่านี้และส่งต่อไปยังผู้ใช้ที่น่าจะชอบสไตล์นั้น ๆ
8. แบรนด์จะได้อะไรจากไลฟ์สดของเจนนี่?
เมื่อเจนนี่ไลฟ์ขายของจนดังเปรี้ยง ข้อดีไม่ได้ตกอยู่ที่ตัวเธอคนเดียวเท่านั้น แบรนด์สินค้าต่าง ๆ ก็ได้ประโยชน์มหาศาล ด้วย เช่น:
.
.
• เจนนี่เปรียบเสมือนแม่เหล็กที่ดึงดูดผู้ชมจำนวนมหาศาล และผู้ชมเหล่านั้นก็จะจดจำแบรนด์สินค้าที่เธอนำมาไลฟ์ได้โดยอัตโนมัติ แบรนด์จึงเป็นที่รู้จักมากขึ้นทันที คือการทำ Awareness ซึ่ง จะอยู่ส่วนบนสุดของการทำการตลาดซึ่งเค้าเรียกว่า TOF = Top of Funnel
.
.
• ทุกครั้งที่มีคนเข้ามาชมไลฟ์ สื่อสารข้อมูลสินค้าได้โดยตรง และปิดคำถามในหัวลูกค้าได้ทั้งหมด ตรงนี้จะเรียกว่า Consideration  คือทำให้ลูกค้าสนใจตรงนี้เค้าจะเรียกว่า MOF = Middle of Funnel
.
.
 (1/2)

ไทย
—blue butterfly retweetledi
—blue butterfly retweetledi
—blue butterfly retweetledi

ชอบประโยคนี้มาตลอด
‘หากเราอยู่ตัวคนเดียวแล้วมีความสุขได้ อยู่ที่ไหนก็ไม่เหงา’

สาวสวนโพแห่งแดนสุพรรณ@reall_srn
ประโยคเด็ดที่สุดแห่งปี
ไทย
—blue butterfly retweetledi
—blue butterfly retweetledi
—blue butterfly retweetledi
—blue butterfly retweetledi
—blue butterfly retweetledi
















