นายหมูอ้วนแต่ไม่กินไข่ต้ม retweetledi

สามปีก่อน โจประกาศความพร้อมลงสมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร
ผ่านมาจนถึงวันนี้ โจอาสาลงสมัครผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร
พวกเพื่อนๆ ในกลุ่มไลน์รุ่น มักจะเรียกชื่อโจเล่นๆ ว่า จสจ หรือ เจ้าสัวโจ เพราะว่า โจ เป็นลูกเขย คาร์มาร์ท บริษัทเครื่องสำอางชื่อดัง
แต่ในความเป็นจริงแล้ว โจ แทบไม่เคยมีมุมเจ้าสัวอะไรเลย บนพื้นฐานที่ว่า โจ มันก็เกิดในครอบครัวชนชั้นกลางทั่วไป ใช้ความพยายามสอบเข้าสวนกุหลาบและวิศวะจุฬา ได้ทุนเรียนจากญี่ปุ่นจนจบปริญญาเอก
ช่วงการระบาดของโควิด คุณพ่อโจเสียชีวิตจากโควิด เหมือนๆกัน กับประชาชนคนกรุงเทพและคนไทยคนอื่นๆ ที่เป็นผู้สูงอายุกลุ่มเปราะบางไม่สามารถเข้าถึงการรักษาได้ทันท่วงที
ในด้านครอบครัว โจเป็น family man ในมาตรฐานเดียวกันกับพ่อแม่ชนชั้นกลางทั่วไป ถ้าไม่ได้ทำงานสภา โทรหา 10 ครั้ง โจน่าจะเลี้ยงลูก 8 ครั้ง ได้ยินเสียงลูกหรือสอนการบ้านลูกจนต้องรีบวางสายบ่อยๆ
ชีวิตชนชั้นกลางในกทม. อาจไม่ยากนัก ถ้าคุณมีเบาะรองรับไว้หลายๆ ชั้น
ผมว่าโจเข้าใจดี ว่าอ.ชัชชาติทำงานไว้ดีมาก
อุทิศเวลาเพื่อ กทม. มาตลอด 4 ปี แต่เมื่อต้องทำงานแบบระบบพรรค ซึ่งทำผลงานพื้นทึ่ได้ดีทั้งในระดับ สส. สก. งานผู้ว่าฯ คือ jigsaw สุดท้ายที่พรรค คาดหวังว่า จะช่วยเติมเต็มองคาพยพของการทำงานกทม. ให้ไปในทิศทางเดียวกัน
โจควรใช้ข้อดีของอ.ชัชชาติ และต่อยอดตามสิ่งที่เป็นตัวเอง โจเลี้ยงลูกเอง อาจจะตื่นเช้านอนเร็วแบบอ.ชัชชาติไม่ได้แน่ๆ คงไม่ถนัดไลฟ์สด แต่ผมคิดว่า พรรคปชน. ทำการบ้านมาเยอะเรื่องการแก้ไขโครงสร้างการบริหารกทม. และเรื่องปัญหาหลักๆ ที่ยังไม่ได้แก้ในยุคอ.ชัชชาติ ถ้าเสนอแนวคิดให้คนเข้าใจได้ และยืนยันที่จะทำงานรายละเอียดให้ได้เท่าอ.ชัชชาติ น่าจะมีคนเข้าใจเพิ่มมากขึ้น
จากเพื่อนสนิทที่พี่สนิท
#เลือกตั้งผู้ว่า

ไทย



























