𝐝𝐢𝐚𝐫𝐲𝐝𝐫𝐞𝐚𝐦🎪
9.9K posts

𝐝𝐢𝐚𝐫𝐲𝐝𝐫𝐞𝐚𝐦🎪
@diarywiwin
⚠️💬🌳 𝟮👀𝟰 📁 𝗘𝗻𝗴-𝗧𝗵𝗮𝗶-𝗦𝗼𝗰𝗶𝗮𝗹🥣 my hobby : cooking,photography,read a book*📸🍱📒now : edu (soc)🌍

สำหรับพี่น้องประชาชนและเพื่อนข้าราชการที่สนใจ สามารถศึกษาข้อมูลจากสไลด์เพิ่มเติมได้ที่นี่ครับ drive.google.com/file/d/1qu2fdO…

ถ้าถามชั้น ชั้นไม่แนะนำใครมาเรียนเอกอิ้ง(อีกต่อไป) ครือ คุยกับเพื่อนเป็น 10ๆคน ทุกคนอregret อะ ว่าทำไม่เรียนอันอื่น เอกอื่น ภาษาอื่น คณะอื่น ทั้งที่คะแนนตอนติดเข้ามา เราไปได้เยอะอะ เลือกอันอื่นก็ได้ แต่ก็นะ รุ้อะไรไม่สู้รุ้งี้ เข้าใจทุกคนที่ลาออก/ย้ายคณะจากเอกกรุ 🐒😭

อยากฝากถึงคนที่ยังมีเวลาเตรียมตัวเยอะ ที่คิดว่ามีเวลาเตรียมตัวก่อนสอบสัก 6 เดือน - 1 ปี จริงๆ เวลามันผ่านไปไวมากๆ แล้วเวลา 6 เดือนหรือ 1 ปี มันก็ไม่ได้แปลว่าเราจะใช้เวลานั้นสำหรับ #TOEIC อย่างเดียว บางคนต้องทำงาน ต้องเรียนอย่างอื่นไปด้วย ดังนั้น ถ้ายังไม่ทบทวนแกรมม่า อยากให้สะสมกักตุนคำศัพท์ไว้ก่อนได้เลยนะคะ แล้วเราจะขอบคุณตัวเอง 📝


ผู้ชาย อายุ 30+ ... ฝากสอน/ทิ้งทริค อะไรเด็กผู้ชายอายุ 15-30 ให้หน่อยครับ จะเป็นหัวข้ออะไรก็ได้ให้ เขามีชีวิตที่ดีขึ้นได้

คุณไม่ได้ “ขี้เกียจ” หรอก คุณแค่กลัวมากกว่าที่ยอมรับ . คนส่วนใหญ่ (รวมถึงผมด้วย) ชอบบอกตัวเองว่า “ฉันมันขี้เกียจ” เวลาผัดวันประกันพรุ่ง เหมือนมันเป็นคำอธิบายที่ปลอดภัยดี พูดติดตลก ไม่จริงจังและไม่ต้องรับผิดชอบอะไรมากนัก . ก็มันขี้เกียจอะ จะให้ทำไง ถูกไหม? . ไม่ถูกซะทีเดียว ความจริงคือ… คุณอาจจะไม่ได้ขี้เกียจหรอก คุณกำลังโกหกตัวเองอยู่ก็ได้ . เพราะถ้าดูให้ดี ไม่เคยมีใคร “ขี้เกียจ” เวลาทำสิ่งที่อยากทำจริงๆ . คุณไม่เคยขี้เกียจดู Netflix จบหนึ่งซีซันต่อคืน คุณไม่เคยขี้เกียจหากได้ทำงานที่ตัวเองชอบ และคุณไม่เคยขี้เกียจนั่งไถมือถือ 2 ชั่วโมง . ปัญหาจริงไม่ใช่ “ความขี้เกียจ” . คำที่เราพยายามเลี่ยงให้ไกลที่สุดคือ ความกลัว . อันนี้เป็นภาพจากหนังสือ Big Feelings ที่อธิบายเบื้องหลังการผัดวันประกันพรุ่งมีหลายชั้นเหมือนพายกราฟที่ไม่มีชิ้นไหนน่าภูมิใจเลย: . • กลัวว่าจะทำพลาด • ไม่รู้จะเริ่มตรงไหน • รู้สึกว่าไม่เก่งพอ • พยายามทำหลายอย่างจนล้น • อยากให้มันสมบูรณ์แบบเกินไป . ถ้าฟังดูคุ้นๆ นั่นเพราะคุณเป็นมนุษย์ปกติที่เผชิญเรื่องนี้เหมือนกัน . การไม่เริ่มอะไรบางอย่างง่ายกว่ามาก เพราะถ้าไม่เริ่ม ก็ไม่มีวันล้มเหลว และถ้าไม่มีวันล้มเหลว ก็ไม่มีอะไรมายืนยันว่า “ฉันมันไม่เก่งจริงๆ” . นี่แหละเหตุผลที่คนฉลาดจำนวนมากลงเอยเป็นนักผัดวันประกันพรุ่งระดับโลก เพราะพวกกลัวว่าความพยายามเต็มที่ของตัวเองอาจจะยัง “ไม่ดีพอ” อยู่ดี . แต่...ถ้าไม่เริ่ม คุณก็ล้มเหลวอยู่ดีแค่เป็นการล้มเหลวแบบไม่ต้องออกแรง ซึ่งมันแย่กว่าอีก เพราะไม่มีโอกาสได้เรียนรู้อะไรใหม่ๆ เลย . ติดอยู่ที่เดิมกับชุดความคิดเดิมๆ กับคำพูดว่าเราขี้เกียจ . ความจริงคือไม่ว่าคุณจะกลัวแค่ไหน งานก็ไม่หายไปไหน ความไม่มั่นใจไม่เคยละลายหายไปเอง และความสมบูรณ์แบบก็ไม่เคยเกิดขึ้นก่อนเราลงมือทำ . สิ่งเดียวที่ขยับได้ คือความกล้าที่จะเริ่มจากจุดที่โง่ที่สุด รกที่สุด และไม่มั่นใจที่สุดของตัวเอง . เพราะความคืบหน้าเกิดจากการลงมือแบบไม่ค่อยมั่นใจ ไม่ได้เริ่มจากการนั่งคิดให้ทุกอย่างสมบูรณ์ (ซึ่งไม่มีทาง) . ดังนั้น ครั้งหน้าที่คุณกำลังผัดงานบางอย่างออกไปเรื่อยๆ บอกตัวเองตรงๆ ไปเลยว่า: . “ไม่ใช่ฉันขี้เกียจ ฉันกำลังกลัว แต่ฉันจะทำแม่งเลย แม้จะยังกลัวอยู่ก็ตาม” . นั่นแหละคือพลังที่เปลี่ยนชีวิตได้จริง ไม่ใช่แรงบันดาลใจ ไม่ใช่ตาราง productivity แต่ความกล้าที่จะเริ่มก่อนที่จะพร้อม . และข่าวดีคือ… ไม่มีใครพร้อมจริงหรอก . [#เก่งแบบเป็ด 🦆]


Win in decades.





















