dorakamp

3.5K posts

dorakamp banner
dorakamp

dorakamp

@dorakamp

2006 Person of the year

BKK Katılım Ağustos 2011
40 Takip Edilen37 Takipçiler
dorakamp
dorakamp@dorakamp·
ตรรกะของนักกีฬาหรือทีมกีฬามันง่ายมาก คือแข่งขันให้ชนะ ส่วนการชนะนั้นเป็นไปตามกติกาหรือไม่เป็นหน้าที่ของกรรมการ ถ้าคิดว่ามันผิดกติกาแต่กรรมการบอกไม่ผิด มันก็ไม่ผิด แล้วมันก็ไม่ได้สงวนสิทธิ์ให้ทำได้ฝ่ายเดียวด้วย ถ้าคิดว่าทำไมไอ้นั่นทำได้แล้วไม่ผิด แกก็ทำบ้างแค่นั้น
ไทย
0
0
0
7
dorakamp
dorakamp@dorakamp·
@ckfastwork อ่านทวีตนี้จบ เราโหลด fastwork ทันที เรื่องจริงนะ
ไทย
1
0
4
11.3K
Ck Cheong
Ck Cheong@ckfastwork·
ถูกของคุณครับ เงินที่มันมาง่าย ๆ เงินที่มันลอยมาจากท้องฟ้า อย่าว่าแต่ Fastwork เลยครับ โลกนี้ไม่มีพื้นที่สำหรับคนไร้ความสามารถ หากวันนี้คุณยังไม่มีความสามารถที่คนยอมจ่ายเงินให้ และคุณก็ไม่มีความพยายามที่จะพัฒนาความสามารถของตัวเอง บริษัทผมก็คงช่วยคุณไม่ได้ ผมสร้างแพลตฟอร์มให้กับคนขยันครับไม่ใช่คนขี้เกียจ
ซัยติสดอย⛰@ppipp1pp

โหลด Fastwork มาแล้วก็ไม่รู้จะขายอะไร Shopee Affiliate ก็ได้ตังค์ไม่พอค่าลูกอม แอปตอบแบบสอบถามอายุก็ไม่ตรงกลุ่มเป้าหมายไม่มีงานให้ทำ คนจืดๆแบบผมไม่รู้จะไปทำอะไร มีอาชีพรับเล่นทวิตมั้ย

ไทย
282
755
1.1K
2.5M
dorakamp
dorakamp@dorakamp·
@Sim_Cin แซะแบบเกียวโตสไตล์
ไทย
1
0
4
8.8K
Sim_Cin
Sim_Cin@Sim_Cin·
ละชั้นตอนอยู่ญี่ปุ่นมั่นสุด ใส่เสื้อคลุมสีส้มๆหน่อยโดดเด่นสุดในบริษัทเพราะคนอื่นๆหลักจะใส่แค่สีดำ เทา ขาว ครีม กรมท่า น้ำตาลเป็นหลัก แล้วไม่ถูกกับป้าคนหนึ่งในแผนกนางมาทักชั้นว่าเบลจังใส่เสื้อสีแซลม่อนเลยนะ ชั้นก็ไม่รู้ว่ามันเป็นการแซะก็บอกว่าใช่ค่ะเสื้ออุ่นมากเลย ป้าก็เงียบไปตอนนั้นคือไม่รู้ว่าโดนแซะ 😅
ผู้ชายคนนั้นจากหนังเรื่องนี้🍒@PoohChaiKonNun

อันนี้กำลังตีกันยับเรื่องแต่งตัว เริ่มจากมีคนเกาหลีชมว่าคนญี่ปุ่นแต่งตัวน่ารัก ถึงโตแล้วก็ยังแต่งตัวแบบที่ชอบได้ ส่วนอันที่โคว้ตมานี่บอกว่าถ้าที่เกาหลีมีใครแต่งตัวติดริ้บบิ้นใหญ่ขนาดนี้จะโดนมองว่าเป็นโรคจิตหน่อยๆ นี่ก็ไม่รู้ว่าคนพูดหมายถึงสังคมเกาหลีเองหรือเปล่านะที่ตอนนี้กลายเป็นแต่งตัวสีโทนเดียวกันหมด ใครแต่งตัวต่างจากชาวบ้านจะโดนมองว่าประหลาด (เลยใส่แต่สีขาว เทา ดำ ) หรือจะเหยียดคนติดโบว์ก็ไม่รู้นะ แต่ตอนนี้เกาหลีญี่ปุ่นตีกันยับแล้วในทวีตนี้ 🤣 ซึ่งคนเกาหลีไม่ใช่ทุกคนที่คิดแบบนี้นะ โชว์รูปตัวเองติดโบว์กันเพียบ ส่วนคนไทย ที่มีคำว่า ไฮโซ โบว์ใหญ่ คือไอ้ด้อนท์แคร์สุดจ้าาา ใครมีปัญหาก็เรื่องของเมิง เพราะงั้นคนไทยเลยแต่งตัวคุมโทนไม่ค่อยได้หลากสีสุด 🤣🤣

ไทย
8
1.2K
1.1K
261.1K
dorakamp
dorakamp@dorakamp·
ทวิตเตอร์สนุกกว่าเฟซบุ๊ค เชื่อผม
ไทย
0
0
0
6
dorakamp
dorakamp@dorakamp·
@_xi_tota นึกอะไรไม่ออกบอกเหยียดเชื้อชาติ
ไทย
0
0
0
2.8K
dorakamp retweetledi
Premier League
Premier League@premierleague·
For the first time in 22 years, @Arsenal lift the Premier League trophy. 🏆🔴 💥
English
649
10.6K
42.8K
2.2M
dorakamp
dorakamp@dorakamp·
@kafaak เจ๊แกดังอยู่นะ
ไทย
0
0
0
9
kafaak ®️ (นายกาฝาก) 
เจ้าตัวบอกว่า "ทำงานหนัก" แต่งานที่ว่า น่าจะเป็นการไปไถหาเนื้อหาคนอื่นเพื่อดูดเอามาโพสต์เองนะ เพราะจากตัวอย่างหลายๆ อันที่ชาวเน็ตแคปมาด่า คือ นางก็อปมาทั้งดุ้นอะ นางเถียงแบบนี้ มีคนเป็นล้านๆ ที่เนื้อหาของพวกเขามีคนเห็นน้อยมากๆ แต่ฉันเอาเนื้อหาของพวกเขามาทำให้ไวรัล นี่แหละพลังของฉัน อ่านแล้วแบบ ผมนี่ทำหน้าแบบนี้เลยจั๊ฟ
GIF
ไทย
1
0
3
681
kafaak ®️ (นายกาฝาก) 
หัวหน้าฝ่ายผลิตภัณฑ์ของ Twitter (X) ออกมาบอกว่าแพลตฟอร์มจะให้ความสำคัญกับเจ้าของตัวจริงของเนื้อหา ฉะนั้น ใครที่เอาวิดีโอของคนอื่นมาอัปโหลด แล้วทวีตเป็นของตัวเอง หากระบบตรวจสอบได้ ส่วนแบ่งค่าโฆษณาจะถูกนำไปให้กับเจ้าของเนื้อหาตัวจริงแทน จากนั้นก็มีผู้ใช้งานคนนึงออกมาโวยวาย ว่าเนื้อหาที่เค้าโพสต์มีคนเห็นเป็นล้าน แต่ทำไม Twitter (X) ไปจ่ายเงินให้เจ้าของวิดีโอแทน ให้เขาทำเงินจากยอดวิวของฉันหนิ นี่มันเผด็จการ ให้แฟร์ๆ ไม่จ่ายเงินฉัน ก็ต้องไม่จ่ายเงินให้เจ้าของวิดีโอด้วยสิ แพลตฟอร์มมาทำเงินจากโฆษณาที่แสดงบนทวีตของฉัน แต่จะไม่จ่ายตังค์ฉันซักแดงเนี่ยนะ ... ทุกคนคิดยังไงกับประเด็นนี้ครับ ต้นทาง มีคนบอกว่า ก็แกขโมยเนื้อหาคนอื่นมาใช้อะ แต่บางคนก็มองว่า ในเมื่อเจ้าของทวีตช่วยให้เนื้อหาต้นทางมีคนเห็นมากขึ้น อย่างน้อยรายได้ก็ควรแบ่งๆ กันไปมั้ย
ไทย
12
24
43
7.6K
Thidakarn
Thidakarn@thidakarn·
อันนี้ปีลึกจริง ใครเคยเล่นบ้าง?
@Whotfismick

Real

ไทย
58
2.3K
1.8K
139.1K
dorakamp retweetledi
カピバラボーイ, น้องคาปิบาร่า 🌿♎
นี่ก็เลยเชียร์ให้ศึกษาตัวเองก่อนมาตลอดว่า รายได้-รายจ่าย เป็นบวกรึยัง ถ้าเป็นบวก แล้วบวกเท่าไหร่? เข้าใจว่าเก็บเงินน้อยมันไปถึงฝันได้เหมือนกัน แต่การลงทุนในตัวเองและหาเงินต้นเพิ่มมันติด speed ได้มากกว่ามาสร้างผลกำไรจากการลงทุน 10% ของเงิน 1,000 มันคือ 100 10% ของเงิน 1,000,000 มันคือ 100,000 ความเสี่ยงต่างกันลิบลับ มันเลยไม่แปลกใจว่าทำไมคนที่มีพอร์ตชีวิตรวมที่ใหญ่มากแล้วเขาไม่หวังผลตอบแทนสูงๆ เลย อย่างมากก็สิบปลาย เพราะการขยับของผลตอบแทนทุก 1% มันหมายถึงเงินหลักหลายล้าน ซึ่งไม่ได้บอกให้ไม่ลงทุน ลงทุนได้แต่ให้แบ่งกระเป๋าครับ เงิน 3 ตระกร้า หรือกระเป๋า 3 ใบ อะไรก็ได้เหมาะกับคนวางแผนเกษียณสุดแล้ว - กระเป๋าแรกเก็บเงิน เสี่ยงต่ำหน่อย - กระเป๋าสองลงทุน เสี่ยงกลางๆ - กระเป๋าสามทำธุรกิจหรือจะหา alpha beta อะไรก็เอาที่ถนัด เพราะอย่างน้อยกระเป๋านอกสุดหรือกระเป๋าที่ 3 มันขาด ชีวิตเรามันไม่พังไปตามกระเป๋าด้วย ในขณะเดียวกันก็ไม่ได้หมิ่นเงินน้อยไม่ลงทุนเลยนะ ลองคิดภาพว่าตอนนี้คุณทำงานได้ชั่วโมงละ 145 บาท สมมติคุณเอาเวลา 3 ชั่วโมงหลังเลิกงานมาเทรดได้วันละ 100 เอาเวลาไปทำงานเพิ่ม หรือ OT ได้เงิน 435 บาทในชั่วโมงเท่ากัน และแน่นอนว่าพลังงานที่ใส่ไปมันก็ไม่เท่ากันอีก ผมก็ไม่ได้จะมาบอกว่าการเทรดไม่ดี ฝั่งเทรดอย่าเพิ่งกำหมัด แต่อยากบอกเหมือนกับคุณเปาบอกเลยคือ ในตอนเริ่มต้น การเอาเวลาไปใช้ในสิ่งที่ให้ ROI สูงๆ เป็นอะไรที่สำคัญมากเพราะมันเพิ่มเงินต้นให้เรา เพราะถ้าเรารู้จักสมการ "เงินต้น x เวลา x ผลตอบแทน" เราจะเห็นว่าการเพิ่มเงินต้นมันเป็นอะไรที่ทำได้ง่ายสุดและใช้ effort น้อยที่สุดถ้าเทียบกับอันอื่น "เวลา" ถ้าเสียไป มันเป็นสิ่งที่ไม่สามารถหากลับมาคืนได้ "ผลตอบแทน" 1 หน่วยมันต้องแลกด้วยความเสี่ยงในจำนวนหนึ่งนั่นหมายความว่ามันก็มีโอกาสที่เงินต้นจะสูญหาย ถ้าคุณสามารถลงทุนให้เก่งจนสร้างผลตอบแทนหรือเงินต้นได้มาก อันนี้ถือว่าคุณโชคดีมากครับ ทำต่อไป แต่ก็อยากให้มองที่ฐานปิรามิดของเราด้วยว่าตอนนี้แข็งแรงพอจะรับความไม่แน่นอนหรือยัง ถ้าแน่นหนาแล้วอีก ก็ลุยเลยครับ ดังนั้น โฟกัสให้ถูกจุด เดินให้ถูกทาง พิชิตให้ถูกเป้าหมาย ทำให้ถูกแผน ใช้เวลาให้คุ้มค่า ใส่ใจตัวเองให้มากๆ จะได้ไม่ต้องเสียใจภายหลังว่า "รู้งี้" ครับ
เปา ร่างทองหมื่นปี 👑 สอนใช้สกินแคร์@PaoRangThong

กระแสลงทุนในทวิตกลับมาแรงก็อยากจะย้ำเหมือนเดิมว่าเงินต้นน้อยลงทุนไปชีวิตก็ไม่เปลี่ยน สิ่งที่ควรทำคือหาเงินเติมพอร์ต ไม่ใช่ปั้นพอร์ตบนเงินต้นน้อยๆ เสียเวลา ลงพลังงานผิดที่ ความมั่งคั่งมากจาก >> ขายแรงงาน ไถนา + บริหารทรัพย์สิน ไม่มีทรัพย์ให้บริหารก็ไปไถนามาเติม อย่าสับสนการลงทุนกับการวางแผนทางการเงิน มันเกี่ยวกันแต่ไม่ใช่สิ่งเดียวกัน

ไทย
2
360
517
81.7K
dorakamp
dorakamp@dorakamp·
@Galadriel_TX รออ่านตอนต่อไปค่ะ
ไทย
0
0
0
33
Galadriel
Galadriel@Galadriel_TX·
ตอนที่ 6 มหานครนิวยอร์กในฤดูใบไม้ร่วง ปี ค.ศ. 1907 คือมหานครที่เต็มไปด้วยคนร่ำรวย ฟุ้งเฟ้อ และเย้ายวนที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ยามค่ำคืนแสงไฟจากโรงแรมหรูบนถนน Fifth Avenue สาดสะท้อนลงบนพื้นหินที่ชุ่มฝนเป็นประกายสีทอง รถม้าคันงามแล่นผ่านหน้าโรงละครโอเปรา เสียงหัวเราะของสุภาพสตรีในชุดเดรสผ้าไหมดังแทรกไปกับควันซิการ์ของสุภาพบุรุษผู้สวมหมวกทรงสูง ภัตตาคารฝรั่งเศสแน่นขนัดไปด้วยนักการเงิน คลับหรูบน Madison Avenue เต็มไปด้วยคนที่เชื่อว่าโลกทั้งใบกำลังหมุนอยู่ใต้ปลายเท้าของพวกเขา นี่คือยุคที่ชาวอเมริกันกำลังหลงรักความมั่งคั่งของตัวเองอย่างที่สุด สหรัฐอเมริกาในเวลานั้นกำลังทะยานขึ้นเป็นมหาอำนาจใหม่ของโลกมันคือยุคทองของเหล็กกล้า ยุคแห่งน้ำมัน ยุครถไฟ ยุคที่โรงงานขนาดมหึมาผุดขึ้นราวกับป่าคอนกรีต และมันคือยุคที่ มหาเศรษฐีถูกสร้างขึ้นเร็วยิ่งกว่าหลายราชวงศ์ในยุโรปเสียอีก ทุกอย่างดูเหมือนจะเป็นไปได้ เด็กหนุ่มยากจนคนหนึ่งอาจตื่นขึ้นมาในตอนเช้าในฐานะเสมียนธรรมดา อีกสิบปีต่อมาเขาอาจจะตื่นขึ้นมาในฐานะเจ้าของทางรถไฟ นี่คือความฝันแบบอเมริกันที่ทั้งประเทศกำลังเสพติด และใจกลางของความฝันนั้น มีถนนสายหนึ่งที่คนทั้งโลกต่างเฝ้ามองด้วยความอิจฉา....วอลล์สตรีท สถานที่ซึ่งผู้คนเชื่อว่า เงินสามารถสร้างเงินได้ไม่รู้จบ แต่ไม่มีใครรู้เลยว่า ภายใต้ความโอ่อ่าหรูหรานั้น ระบบการเงินทั้งประเทศกำลังเปราะบางอย่างน่ากลัว มันเหมือนพระราชวังหินอ่อนที่ภายนอกสวยสง่าแต่ภายในกลับถูกปลวกกัดกินจนเกือบกลวง เพียงแค่เกิดแรงกระแทกเล็กน้อยเท่านั้นทุกอย่างก็พร้อมจะพังครืนลงมา และแรงกระแทกนั้น กำลังจะเริ่มต้นจากผู้ชายเพียงสองคน ชายคนแรกมาจากเหมืองทองแดงกลางภูเขาหินอันหนาวเย็นของรัฐมอนทาน่า ส่วนอีกคนมาจากธุรกิจน้ำแข็งริมแม่น้ำในรัฐเมน ทั้งคู่แตกต่างกันแทบทุกอย่าง แต่มีสิ่งหนึ่งที่เหมือนกัน พวกเขาเชื่อว่าตัวเองฉลาดกว่าทุกคนบนวอลล์สตรีทและความโลภของพวกเขากำลังจะทำลายความมั่งคั่งทั้งมหานครนิวยอร์กไปเกือบทั้งเมือง ชายคนนั้นชื่อ Augustus Heinze ก่อนที่ชื่อของเขาจะถูกจารึกไว้ในหน้าประวัติศาสตร์การเงินสหรัฐ ฯ​ ในฐานะหนึ่งในต้นเหตุของวิกฤตการณ์ครั้งใหญ่ เขาเป็นเพียงเด็กหนุ่มผู้ทะเยอทะยานจากครอบครัวผู้อพยพชาวเยอรมัน Augustus Heinze เกิดที่บรูคลิน บิดาของเขาเป็นพ่อค้าชาวเยอรมันที่มั่งคั่งพอสมควร เด็กชาย Augustus ได้รับการศึกษาที่ดี เขาถูกส่งไปเรียนในยุโรป ก่อนกลับเข้าสหรัฐฯ และศึกษาต่อที่ Columbia University School of Mines เขาเป็นคนฉลาดมาก เขาเชื่อว่ากฎทุกข้อในโลกนี้มีช่องโหว่ให้ใช้ประโยชน์ และสถานที่ที่เหมาะกับคนแบบเขาที่สุดในสหรัฐ​ฯ ยุคนั้น ก็คือเมือง Butte รัฐมอนทาน่า ปลายศตวรรษที่ 19 ในยุคที่โลกกำลังเข้าสู่ยุคไฟฟ้า ทองแดงกลายเป็นทรัพยากรที่มีค่ามหาศาล เพราะสายไฟทุกเส้น โรงงานทุกแห่ง ระบบไฟฟ้าของทั้งโลก ล้วนต้องพึ่งพาโลหะชนิดนี้ และใต้ภูเขาของ Butte มีทองแดงมหาศาลซ่อนอยู่ เงินทุนจำนวนมหึมาจึงไหลทะลักเข้าสู่เมืองเล็กๆ แห่งนี้ แต่เงินจำนวนมาก มักดึงดูดผู้คนที่อันตรายเสมอ เมือง Butte เต็มไปด้วยนักพนัน นักต้มตุ๋น มือปืนรับจ้าง นักการเมืองคอร์รัปชัน โสเภณี เจ้าของซ่อง นักเก็งกำไร และคนงานเหมืองที่พร้อมฆ่ากันได้เพราะค่าแรงไม่กี่ดอลลาร์ กลางคืนของเมืองนี้เต็มไปด้วยเสียงปืน กลางวันเต็มไปด้วยควันดำจากโรงถลุงแร่ ภูเขาหลายลูกถูกเจาะจนพรุนราวกับรังมด คนงานเหมืองเสียชีวิตทุกสัปดาห์จากอุบัติเหตุดินถล่มหรือแก๊สพิษใต้ดิน แต่มันก็ยังเป็นเมืองที่สร้างคนรวยได้เร็วที่สุดแห่งหนึ่งในอเมริกา และ Augustus Heinze ก็มองเห็นช่องทางในการทำเงินจากเมืองนี้ เขาเดินทางมาถึง Butte ในปี 1894 พร้อมเงินมรดกประมาณ 50,000 ดอลลาร์ สำหรับคนทั่วไป มันคือเงินก้อนใหญ่ แต่สำหรับสงครามทองแดงในมอนทาน่า มันแทบไม่ต่างจากการถือมีดพกเดินเข้าสนามรบ เขาก่อตั้ง Montana Ore Purchasing Company และสร้างโรงหลอมแร่ที่ทันสมัยขึ้นมา พร้อมประกาศรับหลอมทองแดงในราคาถูกกว่ากลุ่มทุนยักษ์ ในเวลานั้น บริษัทใหญ่ๆ โดยเฉพาะ Anaconda Copper Mining Company กำลังกดขี่เหมืองรายเล็กแทบทุกทาง ทั้งตั้งราคาค่าหลอมแพง การผูกขาดระบบขนส่ง และการใช้อำนาจทางการเมือง แต่ Augustus กลับเสนอเงื่อนไขที่ยุติธรรมกว่า ทันใดนั้น ชาวเมือง Butte ก็เริ่มมองเขาเหมือนฮีโร่ เขาทำในสิ่งที่บริษัทยักษ์ไม่เคยโดยการลดเวลาทำงานของคนงานเหมืองจาก 10 ชั่วโมง เหลือ 8 ชั่วโมงต่อวัน แต่ยังคงค่าแรงเท่าเดิมที่ 3.75 ดอลลาร์ การกระทำนี้สร้างแรงสั่นสะเทือนไปทั้งมอนทาน่า เพราะสุดท้าย Anaconda ก็ถูกบีบให้ต้องทำตาม คนงานรักเขา ประชาชนชื่นชมเขา หนังสือพิมพ์ยกย่องเขา แต่สิ่งที่ทำให้ Augustus เป็นตัวอันตรายจริงๆ ไม่ใช่ความใจดีของเขา แต่คือสมองอันชาญฉลาด เขาเข้าใจกฎหมายเหมืองแร่ของมอนทาน่าดีกว่าใคร โดยเฉพาะกฎหมายที่เรียกว่า Apex Law กฎหมายนี้เปิดช่องประหลาดเอาไว้ว่า ถ้าคุณค้นพบสายแร่บนที่ดินของตัวเอง คุณมีสิทธิ์ขุดตามแนวแร่นั้นต่อไปได้ แม้ว่ามันจะทะลุเข้าไปอยู่ใต้ที่ดินของคนอื่นก็ตาม Augustus ใช้กฎหมายนี้เหมือนอาวุธสงคราม เขาฟ้องร้อง Anaconda ซ้ำแล้วซ้ำเล่า ขัดขวางการดำเนินงาน ทำให้เหมืองหลายแห่งติดคดีในศาลจนเสียหายหนักและเพื่อให้แน่ใจว่าเขาจะชนะ เขาก็เริ่มซื้ออำนาจ ผู้พิพากษาหลายคนได้รับเงินสนับสนุนจากเขา นักการเมืองจำนวนไม่น้อยอยู่ใต้อิทธิพลของเขา ใน Butte ยุคนั้น กฎหมายมีค่าเท่ากับจำนวนเงินที่คุณจ่ายได้ ยิ่ง Augustus แข็งแกร่งขึ้นศัตรูของเขาก็ยิ่งน่ากลัวขึ้นเช่นกัน เพราะอีกฝั่งหนึ่งไม่ใช่นักธุรกิจธรรมดา แต่มันคือเครือข่ายของ Standard Oil จักรวรรดิน้ำมันที่ทรงอำนาจที่สุดในโลก กลุ่มทุนของตระกูล Rockefeller เริ่มขยายอำนาจเข้าสู่ธุรกิจทองแดงผ่านบริษัท Amalgamated Copper Mining Company มูลค่ามหาศาลถึง 75 ล้านดอลลาร์ โดยมีผู้อยู่เบื้องหลังตัวจริงคือ Henry Huttleston Rogers เขาเป็นมือขวาคนสำคัญของ William Rockefeller น้องชายของ John D. Rockefeller บนวอลล์สตรีท ผู้คนเรียก H.H. Rogers ว่า The Brains of the Standard Oil Trust เขาเป็นคนเยือกเย็น เฉียบคม แต่โหดร้ายอย่างยิ่ง ถ้า Rockefeller คือจักรพรรดิ Rogers ก็คือแม่ทัพที่ทำสงครามแทนเขา แผนของพวกเขาชัดเจนมากต้องการผูกขาดทองแดงของสหรัฐ ฯ เหมือนที่เคยผูกขาดน้ำมันมาแล้ว แต่ปัญหาคือ Augustus Heinze ไม่ยอมก้มหัวให้ใคร สงครามทองแดงจึงรุนแรงขึ้นทุกปี ปี 1903 ความขัดแย้งระหว่างคนงานของ Augustus กับฝ่าย Amalgamated บานปลายจนเกิดเหตุระเบิดและวางเพลิงเหมืองแร่ สถานการณ์ใน Butte เริ่มคล้ายสงครามกลางเมืองขนาดย่อม ในที่สุด Rogers และ William Rockefeller ก็ตัดสินใจใช้วิธีที่โหดเหี้ยมที่สุดพวกเขาประกาศปิดเหมืองและโรงงานทั้งหมดของบริษัทใน Butte ทันทีทันใดนั้นคนงานหลายหมื่นคนตกงานในชั่วข้ามคืน เศรษฐกิจทั้งเมืองแทบหยุดหายใจ ร้านอาหารปิด โรงแรมร้าง บาร์เงียบสนิท ครอบครัวคนงานจำนวนมากไม่มีเงินซื้ออาหาร มันคือการใช้ความอดอยากเป็นอาวุธและมันก็ได้ผล เพราะเศรษฐกิจของมอนทาน่าในเวลานั้นแทบผูกติดอยู่กับเมือง Butte ทั้งหมด สภานิติบัญญัติของรัฐจึงยอมจำนนต่อแรงกดดันของกลุ่มทุน Standard Oil ในที่สุด กฎหมายใหม่ถูกผ่าน เครือข่ายผู้พิพากษาที่สนับสนุน Augustus ถูกกวาดล้าง อาณาจักรของเขาเริ่มพังทลายลงทีละส่วน จนกระทั่งปี 1906 หลังสงครามที่ยืดเยื้อมาหลายปี Amalgamated ตัดสินใจซื้อทุกอย่างจาก Augustus พวกเขายอมจ่ายเงินมหาศาลถึง 25 ล้านดอลลาร์ เพื่อแลกกับการให้เขาออกไปจาก Butte เสียที ถ้าคิดเป็นมูลค่าในปัจจุบันมันอาจเทียบได้กับเงินหลายพันล้านดอลลาร์ Augustus Heinze จากไปพร้อมทรัพย์สมบัติมหาศาลแต่สิ่งที่อันตรายที่สุดไม่ใช่เงินของเขา แต่คือความเชื่อของเขา เขาเชื่อว่าถ้าเขาสามารถต่อกรกับ Rockefeller ได้ วอลล์สตรีทก็ไม่มีอะไรน่ากลัวอีกต่อไป และเมื่อรถไฟของเขามุ่งหน้าสู่นิวยอร์ก ไม่มีใครเลยจะรู้ว่าชายคนนี้กำลังจะพาพายุลูกใหญ่ที่สุดลูกหนึ่งในประวัติศาสตร์การเงินอเมริกาติดตัวมาด้วย
Galadriel tweet media
ไทย
3
6
26
3K
Guy
Guy@mrguy289_·
เหล่าแก๊งคนสายตาสั้นรู้ไหมว่าโบสถ์หลังนี้นะ มีอยู่จริง
Guy tweet mediaGuy tweet media
ไทย
333
72.1K
175.7K
6.9M
now.arsenal
now.arsenal@now_arsenaI·
🚨Mikel Arteta confirms Jurrien Timber is back on the grass and he hopes the defender will return in time for the Champions League final.
now.arsenal tweet media
English
371
2.6K
32.6K
475.2K
dorakamp
dorakamp@dorakamp·
พอจะมีซัก 200 มั้ย
ไทย
0
0
0
6
dorakamp
dorakamp@dorakamp·
วิญญาณชัคกี้สิงร่าง
ไทย
0
0
0
15
dorakamp retweetledi
Number 10 🏆
Number 10 🏆@MOnumber10·
เมื่อก่อนแฟนน่อลในนี้น้อยมาก เหมือนคุยกันอยู่ไม่กี่คน ตอนนี้มีเะื่อนเล่นด้วยเยอะเลย น้ำตาจะไหล 🥹 ใครเป็นแฟนน่อลบ้างช่วยกดรีให้หน่อยครับ
ไทย
31
332
217
24.4K