duckk

188.4K posts

duckk banner
duckk

duckk

@duckkyou

s:// mblaq / cnblue / one ok rock / onlyoneprivate x 花 / hyukoh // music / film / love // whatever / ⊹ รีทวีตเพราะขี้เสือก ⊹

through love Katılım Ekim 2009
772 Takip Edilen166 Takipçiler
duckk retweetledi
กิ๊ฟจังนั่งเล่า
ก่อนอื่น ประเทศญี่ปุ่น เป็นประเทศที่มีตลาดเพลงใหญ่เป็นอันดับ 2 ของโลก รองจากอเมริกาค่ะ และมีแฟนเพลงที่ royalty สูงมาก สามารถตามไปดูคอนที่จัดทั่วประเทศได้ จึงใช้คำว่า 動員 โดอิน เพราะแฟนเหล่านี้เคลื่อนไหว ตามไปทุกที่ตั้งแต่ฮอกไกโดยันคิวชู (โอกินาวะไม่ค่อยจัด) แปลว่าอะไร แปลว่า เค้าไม่ต้องดั้นด้นออกนอกเกาะ เค้าก็เพียงพออยู่แล้วค่ะ แต่ ตอนนี้ J-pop กำลังเข้าสู่ wave 2 ซึ่งนำโดยกลุ่ม digital native อย่าง โยเน็ตสึ เคนชิ / โยอะโซบิ ซึ่งไม่กลัวอินเตอร์เน็ต และกลุ่มนี้เติบโตขึ้นเรื่อย ๆ ทั้งในและนอกประเทศ ทีวีเริ่มไม่มีคนดู คนเริ่มไหลไปทางโซเชี่ยล คนเดิม ๆ เริ่มออกจากจิมุโช แล้วไปรอด โดยไม่ต้องพึ่งแมสมีเดีย ทุกสังกัดก็เลยต้องขยับ แต่ปิดมานาน ก็ต้องค่อยเป็นค่อยไปค่ะ โดยเฉพาะค่ายนั้นแหละที่เรารู้กันอยู่
ผู้ชายคนนั้นจากหนังเรื่องนี้🍒@PoohChaiKonNun

มีหลายสิ่งที่อึดอัด และหลายอย่างที่วนกลับไปที่ว่า "เขาไม่ขายนอกเกาะ" แต่ศิลปินที่ขายนอกเกาะ บางครั้งก็ "ติดกรอบ" ของตัวเอง อันนี้ไม่ได้พูดถึงศิลปินนะ แต่ในเรื่องของการจัดการและระบบการดูแลของเขาค่ะ เชื่อว่าทุกคนที่ดูศิลปินญี่ปุ่นรู้ถึงความเต็มที่ ความเป็นมืออาชีพของเขา ดูคอนเสิร์ตญี่ปุ่นเรากล้าพูดว่า เรายังไม่เคยเจอคอนเสิร์ตที่เสียดายเงิน (เราอาจจะยังดูไม่มากพอด้วย) แต่การจัดการหลายอย่างในคอนเสิร์ตต่างประเทศ...พูดไปก็คงจะยาวมาก แบบว่าติ๊กฟ้าเราคุ้มชัวร์ เราเป็นแค่ติ่งปลายแถวด้วยซ้ำถ้าเทียบกับคนอื่น แต่ชีวิตอีกฝั่งนึงของเราคือฝั่งสื่อมวลชนและประชาสัมพันธ์ค่ะ กรอบที่วงญี่ปุ่นไปได้ไม่ไกล เอาคร่าวๆ เร็วๆ เรื่องการขายและการประชาสัมพันธ์เลยนะ 1. ไม่ให้อะไรแต่อยากได้ sold out ทางญี่ปุ่นมีกฎหยุมหยิมมากมายที่ถ้าใครไม่มาเจอกับตัวไม่รู้หรอกว่าภาพนึงว่าจะมาเป็นชิ้นงานประชาสัมพันธ์แลกมากับความปวดกระบาลแค่ไหน กว่าจะติดต่อสื่อสารคุยงานกันได้ อาจจะต้องคุยกันตั้งแต่ชาติที่แล้ว (อันนี้ขอส่งกำลังใจให้ผู้จัดในไทยทุกเจ้า) ในขณะที่ศิลปินประเทศอื่นเขาภาพก็มี คลิปก็พร้อม อยากได้อะไรบอก ศิลปินแอคทีฟโซเชียลตลอดเวลา ส่วนญี่ปุ่น ศิลปิน introvert เกินครึ่งประเทศ ติ่งใช้ชีวิตด้วยการรอคอยฟ้าประทานภาพใหม่คอนเทนต์ใหม่ไปวันๆ อีก (เสพแต่ผลงานของแทร่555) 2. สื่อ (material) ประชาสัมพันธ์มีน้อย มีให้นิดเดียวหรือไม่ให้เลย (เพราะติดลิขสิทธิ์หนักมาก) 3. ไม่มีเงินจ้างแต่อยากได้อินฟลูฟรี อยากมีเอนเกจแต่ไม่เข้าหา อินฟลูสายญี่ปุ่นในไทยบอกเลยว่า "งานฟรี" มากกว่า "งานจ้าง"นะ 55555ไปด้วยใจกันจริงๆเหอะ 4.ไปขอเขาฟรี แต่มาพร้อมกับกฎเยอะแยะมากมาย 5.สื่อไปดูมาเขียนชม สุดท้ายให้ลบโพสต์ (*ด้วยเหตุผลหลายอย่างอันนี้ถ้าเล่าจะยาวมาก) 6.คนติดต่อประชาสัมพันธ์บางคนเองก็ไม่ได้เข้าใจด้อม ไม่เข้าใจศิลปิน ไม่เข้าใจการสื่อสาร ไม่เข้าใจอะไรเลย 7.แฟนคลับรักมากแค่ไหนสุดท้ายมีแค่หยิบมือ ซื้อไม่ทันบ้าง ประชาสัมพันธ์ไม่เข้าถึงมั่ง 8.วนกลับไปที่คำว่า "เขาไม่ขายนอกเกาะ" เขาเลยไม่มีความรู้สึกอยากเข้าหาโลก หรือบางทีเขามาแล้วแต่ยังไม่ได้ผลเขาก็ถอดใจกลับบ้าน หรือยังไงเงินที่บ้านมันก็ดีกว่า เขาก็ไม่กลับมาอีก บางทีทีมจัดการญี่ปุ่น เขาติดกรอบคำว่า "ถ้าไม่พร้อม ไม่มา" มันทำให้เขาไม่ได้ออกนอกประเทศกันซักที เราเป็นคนที่ดูศิลปินแบบต้องใช้คำว่ามีทั้ง "ตกอับแล้วเลยมาไทย" "อยากมาเพิ่มฐานแฟนเพราะคิดว่าง่าย" หรือ "ศิลปินอินดี้ที่ไม่มีอะไรจะเสีย" จากหลายประเทศมาเยอะ แต่พวกนี้คือเขามีความกล้าที่จะมา พร้อมไม่พร้อมแต่กูมาแล้วอะ แล้วหน้างานคือมันจอย มีดี มันฟินมาก ประเทศไทยเป็นประเทศที่แฟนคลับน่ารักมากและพร้อมที่จะเติมพลังให้ศิลปินทุกคนแบบสุดๆ ถ้าคนกล้ามาเราก็พร้อมเปิดรับ แต่พอไม่มา มันเหมือนคนมันรักอยู่ข้างเดียวปะ ในขณะที่ศิลปินประเทศอื่นเข้าถึงง่ายกว่า อย่างน้อยก็ไม่ล็อคโซนละหนึ่ง จะฟังเพลงก็มีสตรีมมิ่ง มีเพลงให้ใช้ในโซเชียล รูปภาพมีเยอะแยะเอาไปใช้ทำโปรโมททำโปรเจ็คได้ ไม่ติดลิขสิทธิ์ ถึงแฟนคลับในไทยมีเป็นล้านคนก็ทำอะไรไม่ได้ถ้าญี่ปุ่นไม่ให้ ไม่มีอะไรให้ประชาสัมพันธ์เลย ภาพศิลปินก็ไม่มีให้ใช้ เพลงก็ไม่รู้จะขายยังไงเพราะบางคนไม่ลงสตรีมมิ่ง คลื่นวิทยุที่เปิดเพลงญี่ปุ่นมีน้อยมาก โพสต์ลงโซเชียลไม่ได้ด้วยนะผิดกฎ ต้องเข้ากลุ่มแชร์กันเอง เสพกันเอง ปั้นกันเอง อวยกันเอง มันจะไปยังไงอ่า เหมือนเราทุ่มให้เขาไปหมดใจแต่สุดท้ายเขาไม่รัก 555 หรือสุดท้ายเขาแคร์แค่อยากขายฝรั่ง (อันนี้มีนะไม่ใช่ไม่มี AEC คือไม่อยู่ในสายตา) ความสำเร็จของเขามองที่ว่าคนขาวให้การยอมรับมากกว่า เราทำได้เหมือนเป็นทาสรักไปวันๆ แบบไม่รู้จะทำยังไงเหมือนกันจริงๆ นี่ยังไม่พูดถึงประเด็น "แฟนคลับ Gatekeeping กันเอง" ด้วยอีกนะ ข่มกันด้วยคำว่า ชอบตั้งแต่เมื่อไร คุณได้ภาษาญี่ปุ่น N ไหน ไปดู live มากี่ครั้ง หูยยยยย ยังมีอะไรให้บ่นอีกเยอะอะ

ไทย
5
733
529
66.9K
duckk retweetledi
⭐️ダオ⭐️
⭐️ダオ⭐️@daosan·
เราติ่งค่าย J มานาน ตั้งแต่ยุครุ่งโรจน์ ยุคโดนเขย่าบัลลังก์จากโทโฮชิงกิ ยุคขาลง ยุคแตกดับ ยุคทรงๆ ยุคปัจจุบัน เราเห็นการพัฒนานะ แต่มันโคตรช้า แถมยาก เชย ล้าสมัยสุดๆ 2 ปีก่อนเราได้ไปคอนเสิร์ตเอเชียร์ทัวร์ของนานิวะดันชิ คอนเสิร์ตดีทุกอย่างแต่ติดอย่างเดียว(มากๆ) คือ การไม่มีล่ามช่วง MC ซึ่งการไปเล่นคอนเสิร์ตต่างบ้านต่างเมือง คุณควรจะมีล่ามแปลภาษาท้องถิ่นให้ผู้ชมฟังอะ ต่อให้ผู้ชมมันจะพอฟังญี่ปุ่นออก(เพราะการ Gatekeep ที่ยาวนานของมึง จนทำให้แฟนทุกคนต้องเรียนภาษาญป) แต่ตามมารยาทคุณต้องมีเพื่อให้เกียรติแฟนคลับพื้นถิ่น ค่ายใหญ่แทบจะที่สุดในเกาะญี่ปุ่น เรื่องแค่นี้ยังคิดไม่ได้ คุณจะไปได้ไกลกว่านี้ได้ยังไงวะ จากใจติ่งเดนตายนะ ขอบอกเลยว่าค่ายที่อยากจะขายตปท แต่ทำได้แค่สักจะขาย ขายแบบกล้าๆ กลัว ขายแบบติดหล่มอีโก้ ไม่มีทางประสบความสำเร็จระดับโลกได้อย่างแน่นอน
ผู้ชายคนนั้นจากหนังเรื่องนี้🍒@PoohChaiKonNun

มีหลายสิ่งที่อึดอัด และหลายอย่างที่วนกลับไปที่ว่า "เขาไม่ขายนอกเกาะ" แต่ศิลปินที่ขายนอกเกาะ บางครั้งก็ "ติดกรอบ" ของตัวเอง อันนี้ไม่ได้พูดถึงศิลปินนะ แต่ในเรื่องของการจัดการและระบบการดูแลของเขาค่ะ เชื่อว่าทุกคนที่ดูศิลปินญี่ปุ่นรู้ถึงความเต็มที่ ความเป็นมืออาชีพของเขา ดูคอนเสิร์ตญี่ปุ่นเรากล้าพูดว่า เรายังไม่เคยเจอคอนเสิร์ตที่เสียดายเงิน (เราอาจจะยังดูไม่มากพอด้วย) แต่การจัดการหลายอย่างในคอนเสิร์ตต่างประเทศ...พูดไปก็คงจะยาวมาก แบบว่าติ๊กฟ้าเราคุ้มชัวร์ เราเป็นแค่ติ่งปลายแถวด้วยซ้ำถ้าเทียบกับคนอื่น แต่ชีวิตอีกฝั่งนึงของเราคือฝั่งสื่อมวลชนและประชาสัมพันธ์ค่ะ กรอบที่วงญี่ปุ่นไปได้ไม่ไกล เอาคร่าวๆ เร็วๆ เรื่องการขายและการประชาสัมพันธ์เลยนะ 1. ไม่ให้อะไรแต่อยากได้ sold out ทางญี่ปุ่นมีกฎหยุมหยิมมากมายที่ถ้าใครไม่มาเจอกับตัวไม่รู้หรอกว่าภาพนึงว่าจะมาเป็นชิ้นงานประชาสัมพันธ์แลกมากับความปวดกระบาลแค่ไหน กว่าจะติดต่อสื่อสารคุยงานกันได้ อาจจะต้องคุยกันตั้งแต่ชาติที่แล้ว (อันนี้ขอส่งกำลังใจให้ผู้จัดในไทยทุกเจ้า) ในขณะที่ศิลปินประเทศอื่นเขาภาพก็มี คลิปก็พร้อม อยากได้อะไรบอก ศิลปินแอคทีฟโซเชียลตลอดเวลา ส่วนญี่ปุ่น ศิลปิน introvert เกินครึ่งประเทศ ติ่งใช้ชีวิตด้วยการรอคอยฟ้าประทานภาพใหม่คอนเทนต์ใหม่ไปวันๆ อีก (เสพแต่ผลงานของแทร่555) 2. สื่อ (material) ประชาสัมพันธ์มีน้อย มีให้นิดเดียวหรือไม่ให้เลย (เพราะติดลิขสิทธิ์หนักมาก) 3. ไม่มีเงินจ้างแต่อยากได้อินฟลูฟรี อยากมีเอนเกจแต่ไม่เข้าหา อินฟลูสายญี่ปุ่นในไทยบอกเลยว่า "งานฟรี" มากกว่า "งานจ้าง"นะ 55555ไปด้วยใจกันจริงๆเหอะ 4.ไปขอเขาฟรี แต่มาพร้อมกับกฎเยอะแยะมากมาย 5.สื่อไปดูมาเขียนชม สุดท้ายให้ลบโพสต์ (*ด้วยเหตุผลหลายอย่างอันนี้ถ้าเล่าจะยาวมาก) 6.คนติดต่อประชาสัมพันธ์บางคนเองก็ไม่ได้เข้าใจด้อม ไม่เข้าใจศิลปิน ไม่เข้าใจการสื่อสาร ไม่เข้าใจอะไรเลย 7.แฟนคลับรักมากแค่ไหนสุดท้ายมีแค่หยิบมือ ซื้อไม่ทันบ้าง ประชาสัมพันธ์ไม่เข้าถึงมั่ง 8.วนกลับไปที่คำว่า "เขาไม่ขายนอกเกาะ" เขาเลยไม่มีความรู้สึกอยากเข้าหาโลก หรือบางทีเขามาแล้วแต่ยังไม่ได้ผลเขาก็ถอดใจกลับบ้าน หรือยังไงเงินที่บ้านมันก็ดีกว่า เขาก็ไม่กลับมาอีก บางทีทีมจัดการญี่ปุ่น เขาติดกรอบคำว่า "ถ้าไม่พร้อม ไม่มา" มันทำให้เขาไม่ได้ออกนอกประเทศกันซักที เราเป็นคนที่ดูศิลปินแบบต้องใช้คำว่ามีทั้ง "ตกอับแล้วเลยมาไทย" "อยากมาเพิ่มฐานแฟนเพราะคิดว่าง่าย" หรือ "ศิลปินอินดี้ที่ไม่มีอะไรจะเสีย" จากหลายประเทศมาเยอะ แต่พวกนี้คือเขามีความกล้าที่จะมา พร้อมไม่พร้อมแต่กูมาแล้วอะ แล้วหน้างานคือมันจอย มีดี มันฟินมาก ประเทศไทยเป็นประเทศที่แฟนคลับน่ารักมากและพร้อมที่จะเติมพลังให้ศิลปินทุกคนแบบสุดๆ ถ้าคนกล้ามาเราก็พร้อมเปิดรับ แต่พอไม่มา มันเหมือนคนมันรักอยู่ข้างเดียวปะ ในขณะที่ศิลปินประเทศอื่นเข้าถึงง่ายกว่า อย่างน้อยก็ไม่ล็อคโซนละหนึ่ง จะฟังเพลงก็มีสตรีมมิ่ง มีเพลงให้ใช้ในโซเชียล รูปภาพมีเยอะแยะเอาไปใช้ทำโปรโมททำโปรเจ็คได้ ไม่ติดลิขสิทธิ์ ถึงแฟนคลับในไทยมีเป็นล้านคนก็ทำอะไรไม่ได้ถ้าญี่ปุ่นไม่ให้ ไม่มีอะไรให้ประชาสัมพันธ์เลย ภาพศิลปินก็ไม่มีให้ใช้ เพลงก็ไม่รู้จะขายยังไงเพราะบางคนไม่ลงสตรีมมิ่ง คลื่นวิทยุที่เปิดเพลงญี่ปุ่นมีน้อยมาก โพสต์ลงโซเชียลไม่ได้ด้วยนะผิดกฎ ต้องเข้ากลุ่มแชร์กันเอง เสพกันเอง ปั้นกันเอง อวยกันเอง มันจะไปยังไงอ่า เหมือนเราทุ่มให้เขาไปหมดใจแต่สุดท้ายเขาไม่รัก 555 หรือสุดท้ายเขาแคร์แค่อยากขายฝรั่ง (อันนี้มีนะไม่ใช่ไม่มี AEC คือไม่อยู่ในสายตา) ความสำเร็จของเขามองที่ว่าคนขาวให้การยอมรับมากกว่า เราทำได้เหมือนเป็นทาสรักไปวันๆ แบบไม่รู้จะทำยังไงเหมือนกันจริงๆ นี่ยังไม่พูดถึงประเด็น "แฟนคลับ Gatekeeping กันเอง" ด้วยอีกนะ ข่มกันด้วยคำว่า ชอบตั้งแต่เมื่อไร คุณได้ภาษาญี่ปุ่น N ไหน ไปดู live มากี่ครั้ง หูยยยยย ยังมีอะไรให้บ่นอีกเยอะอะ

ไทย
3
729
414
58K
duckk retweetledi
Natsu🌟
Natsu🌟@natsu_nxxzero·
คัลเจอร์ญปที่คนในไทยตามกันมันปัจเจกมาก จุดร่วมมีแค่ร้องเป็นภาษาญปแค่นั้น สาย2d 2.5d เพลงอนิเมอะไรเขาก็ไม่ได้ฟังเพลงป็อบญปทั่วๆ ไป สายไอดอลก็ฟังแต่เมนตัวเอง ฯลฯ คือฐานฟคมันคนละกลุ่มกัน มันเอามาจับมัดรวมกันเป็นคำว่าคนชอบเพลงญปไม่ได้น่ะนะ นับรวมๆ เหมือนเยอะแต่จริงๆชอบคนละอย่างหมดเลย
きよの@__kiyono

กรุ๊ปเพลงญปในfbมีคุยกันถึงว่าจะทำยังไงให้คนสนใจไปดูคอนเสิร์ตญปในไทยกันมากขึ้น (เคสนี้คือไม่นับศลปที่ติดลมบนไปแล้วอย่างคาเสะ วันโอ อาโดะ) ส่วนตัวรู้สึกว่าที่ยากคือระบบนิเวศน์ของคนฟังเพลงญปในไทยมันยูนีคและปัจเจกมาก กับกำลังซื้อในไทยอาจจะยังไม่แมชท์กับrequirementของทางญปเท่าไหร่

ไทย
6
2K
1.2K
104.9K
duckk retweetledi
ผู้ชายคนนั้นจากหนังเรื่องนี้🍒
มีหลายสิ่งที่อึดอัด และหลายอย่างที่วนกลับไปที่ว่า "เขาไม่ขายนอกเกาะ" แต่ศิลปินที่ขายนอกเกาะ บางครั้งก็ "ติดกรอบ" ของตัวเอง อันนี้ไม่ได้พูดถึงศิลปินนะ แต่ในเรื่องของการจัดการและระบบการดูแลของเขาค่ะ เชื่อว่าทุกคนที่ดูศิลปินญี่ปุ่นรู้ถึงความเต็มที่ ความเป็นมืออาชีพของเขา ดูคอนเสิร์ตญี่ปุ่นเรากล้าพูดว่า เรายังไม่เคยเจอคอนเสิร์ตที่เสียดายเงิน (เราอาจจะยังดูไม่มากพอด้วย) แต่การจัดการหลายอย่างในคอนเสิร์ตต่างประเทศ...พูดไปก็คงจะยาวมาก แบบว่าติ๊กฟ้าเราคุ้มชัวร์ เราเป็นแค่ติ่งปลายแถวด้วยซ้ำถ้าเทียบกับคนอื่น แต่ชีวิตอีกฝั่งนึงของเราคือฝั่งสื่อมวลชนและประชาสัมพันธ์ค่ะ กรอบที่วงญี่ปุ่นไปได้ไม่ไกล เอาคร่าวๆ เร็วๆ เรื่องการขายและการประชาสัมพันธ์เลยนะ 1. ไม่ให้อะไรแต่อยากได้ sold out ทางญี่ปุ่นมีกฎหยุมหยิมมากมายที่ถ้าใครไม่มาเจอกับตัวไม่รู้หรอกว่าภาพนึงว่าจะมาเป็นชิ้นงานประชาสัมพันธ์แลกมากับความปวดกระบาลแค่ไหน กว่าจะติดต่อสื่อสารคุยงานกันได้ อาจจะต้องคุยกันตั้งแต่ชาติที่แล้ว (อันนี้ขอส่งกำลังใจให้ผู้จัดในไทยทุกเจ้า) ในขณะที่ศิลปินประเทศอื่นเขาภาพก็มี คลิปก็พร้อม อยากได้อะไรบอก ศิลปินแอคทีฟโซเชียลตลอดเวลา ส่วนญี่ปุ่น ศิลปิน introvert เกินครึ่งประเทศ ติ่งใช้ชีวิตด้วยการรอคอยฟ้าประทานภาพใหม่คอนเทนต์ใหม่ไปวันๆ อีก (เสพแต่ผลงานของแทร่555) 2. สื่อ (material) ประชาสัมพันธ์มีน้อย มีให้นิดเดียวหรือไม่ให้เลย (เพราะติดลิขสิทธิ์หนักมาก) 3. ไม่มีเงินจ้างแต่อยากได้อินฟลูฟรี อยากมีเอนเกจแต่ไม่เข้าหา อินฟลูสายญี่ปุ่นในไทยบอกเลยว่า "งานฟรี" มากกว่า "งานจ้าง"นะ 55555ไปด้วยใจกันจริงๆเหอะ 4.ไปขอเขาฟรี แต่มาพร้อมกับกฎเยอะแยะมากมาย 5.สื่อไปดูมาเขียนชม สุดท้ายให้ลบโพสต์ (*ด้วยเหตุผลหลายอย่างอันนี้ถ้าเล่าจะยาวมาก) 6.คนติดต่อประชาสัมพันธ์บางคนเองก็ไม่ได้เข้าใจด้อม ไม่เข้าใจศิลปิน ไม่เข้าใจการสื่อสาร ไม่เข้าใจอะไรเลย 7.แฟนคลับรักมากแค่ไหนสุดท้ายมีแค่หยิบมือ ซื้อไม่ทันบ้าง ประชาสัมพันธ์ไม่เข้าถึงมั่ง 8.วนกลับไปที่คำว่า "เขาไม่ขายนอกเกาะ" เขาเลยไม่มีความรู้สึกอยากเข้าหาโลก หรือบางทีเขามาแล้วแต่ยังไม่ได้ผลเขาก็ถอดใจกลับบ้าน หรือยังไงเงินที่บ้านมันก็ดีกว่า เขาก็ไม่กลับมาอีก บางทีทีมจัดการญี่ปุ่น เขาติดกรอบคำว่า "ถ้าไม่พร้อม ไม่มา" มันทำให้เขาไม่ได้ออกนอกประเทศกันซักที เราเป็นคนที่ดูศิลปินแบบต้องใช้คำว่ามีทั้ง "ตกอับแล้วเลยมาไทย" "อยากมาเพิ่มฐานแฟนเพราะคิดว่าง่าย" หรือ "ศิลปินอินดี้ที่ไม่มีอะไรจะเสีย" จากหลายประเทศมาเยอะ แต่พวกนี้คือเขามีความกล้าที่จะมา พร้อมไม่พร้อมแต่กูมาแล้วอะ แล้วหน้างานคือมันจอย มีดี มันฟินมาก ประเทศไทยเป็นประเทศที่แฟนคลับน่ารักมากและพร้อมที่จะเติมพลังให้ศิลปินทุกคนแบบสุดๆ ถ้าคนกล้ามาเราก็พร้อมเปิดรับ แต่พอไม่มา มันเหมือนคนมันรักอยู่ข้างเดียวปะ ในขณะที่ศิลปินประเทศอื่นเข้าถึงง่ายกว่า อย่างน้อยก็ไม่ล็อคโซนละหนึ่ง จะฟังเพลงก็มีสตรีมมิ่ง มีเพลงให้ใช้ในโซเชียล รูปภาพมีเยอะแยะเอาไปใช้ทำโปรโมททำโปรเจ็คได้ ไม่ติดลิขสิทธิ์ ถึงแฟนคลับในไทยมีเป็นล้านคนก็ทำอะไรไม่ได้ถ้าญี่ปุ่นไม่ให้ ไม่มีอะไรให้ประชาสัมพันธ์เลย ภาพศิลปินก็ไม่มีให้ใช้ เพลงก็ไม่รู้จะขายยังไงเพราะบางคนไม่ลงสตรีมมิ่ง คลื่นวิทยุที่เปิดเพลงญี่ปุ่นมีน้อยมาก โพสต์ลงโซเชียลไม่ได้ด้วยนะผิดกฎ ต้องเข้ากลุ่มแชร์กันเอง เสพกันเอง ปั้นกันเอง อวยกันเอง มันจะไปยังไงอ่า เหมือนเราทุ่มให้เขาไปหมดใจแต่สุดท้ายเขาไม่รัก 555 หรือสุดท้ายเขาแคร์แค่อยากขายฝรั่ง (อันนี้มีนะไม่ใช่ไม่มี AEC คือไม่อยู่ในสายตา) ความสำเร็จของเขามองที่ว่าคนขาวให้การยอมรับมากกว่า เราทำได้เหมือนเป็นทาสรักไปวันๆ แบบไม่รู้จะทำยังไงเหมือนกันจริงๆ นี่ยังไม่พูดถึงประเด็น "แฟนคลับ Gatekeeping กันเอง" ด้วยอีกนะ ข่มกันด้วยคำว่า ชอบตั้งแต่เมื่อไร คุณได้ภาษาญี่ปุ่น N ไหน ไปดู live มากี่ครั้ง หูยยยยย ยังมีอะไรให้บ่นอีกเยอะอะ
きよの@__kiyono

กรุ๊ปเพลงญปในfbมีคุยกันถึงว่าจะทำยังไงให้คนสนใจไปดูคอนเสิร์ตญปในไทยกันมากขึ้น (เคสนี้คือไม่นับศลปที่ติดลมบนไปแล้วอย่างคาเสะ วันโอ อาโดะ) ส่วนตัวรู้สึกว่าที่ยากคือระบบนิเวศน์ของคนฟังเพลงญปในไทยมันยูนีคและปัจเจกมาก กับกำลังซื้อในไทยอาจจะยังไม่แมชท์กับrequirementของทางญปเท่าไหร่

ไทย
18
1.1K
573
234K
duckk retweetledi
เนมแคนนอทบีแบลงค์
ชอบประโยคนี้ของ Farose ที่เขียนไว้ในสูจิบัตรงานมากๆ เพราะนี่ก็เป็นคนกึ่งวิทย์กึ่งศิลป์ มีเพื่อนทั้งสายวิทย์และสายศิลป์เหมือนกัน "เมื่อใช้เวลากับผู้คนทั้งสองฝ่ายที่ถูกแบ่งด้วยระบบการศึกษาของบ้านเรา ฉันก็เริ่มสังเกตบางอย่าง: แท้จริงแล้วพวกเราไม่ได้แตกต่างกันขนาดนั้น” #Faratalk
เนมแคนนอทบีแบลงค์ tweet media
ไทย
2
13.1K
8.3K
1.4M
duckk
duckk@duckkyou·
ทวิตเตอร์มันเป็นไรไม่รู้ ซัมซุงแจ้งเตือนว่าทำงานผิดปกติมาสองวันละ เมื่อวานลองลบโหลดใหม่ก็ไม่หายอะ
ไทย
0
0
0
38
duckk retweetledi
น้อลฮาร์ว 🌻🌻
เกร็ดเล็กน้อย ตอนหมอบรัลเลย์รักษาให้คนไทยแกจะขอให้คนไทยสวดบทขอบคุณพระเจ้าหลังรักษาเสร็จเผื่อเป็นทริกการแพร่ศาสนา ซึ่งคนไทยก็ยอมสวดแต่กุไม่เปลี่ยนศาสนาจ้า จนหมอแกบ่นว่าคนไทยแม่งแยกเรื่องงานกับความเชื่อกันเก่งชิปหาย (แต่แกก็รักษาให้ตลอดนะ)
Kizaki@mid_tanat

ตอนมิชชันนารีจะออกจากวังมาตั้งโรงเรียน คนในวังก็คัดค้าน อยากให้สอนแต่ในรั้ววัง แต่มิชชันนารีดื้อ เลยออกมาเปิดโรงเรียนที่ชุมชนกุฎีจีน และที่สำเหร่(ชื่อสำเหร่บอยสคูล) ซึ่งต่อมา สองแห่งนี้รวมกัน กลายเป็นโรงเรียนกรุงเทพคริสเตียน หาอ่านได้นะ มีบันทึกไว้

ไทย
19
23.3K
12.5K
1.7M
duckk
duckk@duckkyou·
ชดใช้กรรมโดยการตื่นมาเข้าห้องน้ำก่อนเวลาต้องตื่นจริง 🫠
ไทย
0
0
0
22
duckk retweetledi
🌾VaSiMok🐡
🌾VaSiMok🐡@_vasimo_o_o·
งานฟาโรสธีมวิทย์ยังสนุกมากเลยอ่ะ ชอบที่thesis statement ของโชว์คือการทำงานล้มเหลวของภาครัฐของปะเทดนี้หรือเทรนด์ที่โลกกำลังเดินไป ความอยากพัฒนาประเทศพัฒนาสายวิทย์เหลือเกิน แต่สารเล็กๆที่ทุกคนพยายามสื่อในวงการในภาพใหญ่ของนโยบายไม่มีใครเก็ทเลยแม้แต่นิดเดียว
ไทย
0
5.3K
2.4K
89.5K
duckk retweetledi
Twofeetcat
Twofeetcat@CThastwofeet·
ไปfaratalk แล้วชอบพาร์ทอาจารย์วินที่พูดเรื่องต้องทำให้โลกมีbiodiversity จะได้เห็นความเป็นไปได้ ซึ่งฝั่งคนทำart เรื่องสื่อเด็ก มันถึงจำเป็นที่ต้องมีสื่อผลิตโดยมนุษย์ เพราะมันเห็นความเป็นไปได้ ของภาพ ของโลกที่เด็กจะได้เห็น ถ้าใช้aiก็เหมือนเอาปลาหมอคางดำเข้ามาในecosystem
ไทย
1
7K
3.5K
150.2K
duckk retweetledi
Thesyberianlaw
Thesyberianlaw@thesyberianlaw·
เอ็นดูคำแก้ตัว เอ้ย ชี้แจง ว่าไม่ได้กันใครเลย แค่ซ้ายติดดาราและคนทั่วไป ทางขวาก็ติดข้าวของเครื่องใช้ในร้านเลยระวังให้จะได้ไม่เกิดอุบัติเหตุกับผู้อื่น สรุปคือไม่ให้เขาเดินไปนั่นแหละจะอ้างอะไรก็ให้ดูมีเหตุผลหน่อย แค่ขอโทษในสิ่งที่พลาดอย่างจริงใจจะดูมืออาชีพกว่านี้มากเลย
gouhuu@guvnohh

การ์ดนะคะ เราแค่แจ้งว่าไปห้องน้ำเหมือนกันค่ะด้วยน้ำเสียงปกติ แล้วก็เดินต่อ ประเด็นคือการกันคุณที่มาจากทางขวาไม่ให้เดินต่อนะคะ เนื่องจากคุณมาทางด้านขวาเราแล้วเราก็เดินชิดบริเวณร้าน+สิ่งของทางร้าน เราเลยระวังไม่ให้คุณเดินชนสิ่งของทางข้างหน้าเดี๋ยวจะเกิดอุบัติเหตุค่ะ(1/2)

ไทย
3
3.8K
1.4K
166.7K
duckk retweetledi
ボーリング|| Keep Smiling
คาเมะได้ตุ๊กตาเต่า(จากงานแฟนมีตติ้ง)ละก็ได้ตุ๊กตาฮิปโปมา มีอธิบายด้วยนะว่าชื่อ ‘หมูเด้ง’ เป็นฮิปโปที่กำลังดังของไทย🐢🦛 มีโชว์ถุงโจ๊กละบอก ‘ถ้าพูดถึงไทยต้องนี่!’ 555 การมัดถุงแกงเนอะ😆 คาเมะบอกว่าดึกแล้วก็เลยกินอะไรที่ย่อยง่ายๆจะดีกว่า (msg ขึ้นว่า ’ปีนี้ก็ได้สัมผัสวัฒนธรรมของไทยอีกแล้ว‘ พร้อมแนบรูปคลิปแกะถุงข้าวปีที่แล้ว 5555555)
ไทย
1
403
411
21K
duckk retweetledi
𝐊𝐢𝐫𝐢
𝐊𝐢𝐫𝐢@misty_xq·
เช่นเดียวกับแอป HER ที่เขาทำมาเพื่อหญิงรักหญิง แต่กุเข้าไปทีไร เจอแต่สเตรทเพียบ พอทักไปจีบ บอกเราไม่ได้ชอบผู้หญิงน้าาา แค่มาหาเพื่อนเฉยๆ แล้วมันไม่มีแอปอื่นให้หาเพื่อนแล้วหรออี หนักสุดคือเจอชายแท้ จบ
akaนาตาแชวโรมานอฟ@I27ss

นี่นึกถึงกําไล Krins ที่เค้าทำมาเพื่อตอบโจทย์ให้ญที่ชอบญด้วยกันใส่ เกสาวทั้งหลายจะได้ไม่ไปตกหลุมรักสเตรทให้อกหักน้ำตานองกันฟรีๆ แต่อิสเตรทเสือกอยากจะใส่ให้ได้ บอกเป็นแค่กำไลใครจะใส่ก็ใส่ได้ กำไลมีเป็นล้านอหจะใส่ให้ได้ อยากจะมีซีนให้ได้เลย

ไทย
13
15.3K
7K
1M
duckk retweetledi
Mantra4Cute
Mantra4Cute@RomanRomulu·
ยูจิแดกนิ้ว เปโดแดกตีน
เกมถูกบอกด้วย@sheapgamer

[News] นักคอสเพลย์แต่งเป็น Yuji จาก JJK ไล่กระทืบ อดีตผู้ต้องหาคดีล่วงละเมิดผู้เยาว์ กลางงานอนิเมะในสิงคโปร์ . มีรายงานว่า นักคอสเพลย์รายหนึ่งที่แต่งเป็น Yuji Itadori ตัวละครจากมังงะและอนิเมะ Jujutsu Kaisen เข้าไปเผชิญหน้า และกระทืบ Amos Yee อดีตบล็อกเกอร์และยูทูบเบอร์ที่ปัจจุบันเป็นอาชญากรผู้ล่วงละเมิดทางเพศผู้เยาว์ ในบริเวณงาน Doujin Market 2026 หรืองานอีเวนต์อนิเมะที่จัด ณ Suntec City ประเทศสิงคโปร์ หลังมีผู้ร่วมงานจำเขาได้ และเริ่มโพสต์เตือนกันบนโซเชียลมีเดีย . โดยคลิปที่กลายเป็นไวรัลในโลกออนไลน์ ที่นักคอสเพลย์คนดังกล่าว เข้าไปประเคนหมัดใส่ Yee ทำให้มีแฟนอนิเมะจำนวนมากกล่าวว่า "Yuji ปกป้องงานคอนในชีวิตจริง" โดยอ้างอิงจากบทบาทของตัวละครนี้ในอนิเมะที่มักจะเอาตัวเองเข้าเสี่ยงเพื่อปกป้องผู้คน . อย่างไรก็ตาม นักคอสเพลย์คนดังกล่าวโดนตำรวจจับกุมไปแล้ว ในข้อหาก่อความวุ่นวายในที่สาธารณะ และในตอนนี้กำลังอยู่ในระหว่างการสอบสวน . ในขณะที่ทางผู้จัดงาน Doujin Market 2026 ยืนยันว่า Yee โดนแบนและปฏิเสธไม่ให้เข้างาน หลังมีรายงานว่าเขาตั้งใจจะมาร่วมงานจนทำให้ผู้เข้าร่วมรู้สึกไม่ปลอดภัย พร้อมระบุว่า เหตุทะเลาะวิวาทไม่ได้เกิดขึ้นภายในงาน แต่เกิดขึ้นในบริเวณอื่น ภายใน Suntec City และพวกเขาให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของผู้เข้าร่วมงาน และมีนโยบายไม่ประนีประนอมต่อพฤติกรรมที่เป็นอันตราย รวมถึงเตรียมดำเนินการแบน Yee ออกจากทุกงานด้วย . "เราไม่สนับสนุนการใช้ความรุนแรงในทุกรูปแบบ และน่าเศร้าที่เกิดเหตุปะทะเช่นนี้ขึ้น สิ่งที่เราให้ความสำคัญ ยังคงเป็นการดูแลความปลอดภัยของผู้เข้าร่วมงาน ทั้งในตอนนี้และในอนาคตอันใกล้" ตัวแทนของผู้จัดงานกล่าว . สำหรับ Amos Yee เป็นบล็อกเกอร์และยูทูบเบอร์ที่โด่งดังตั้งแต่ยังอายุน้อย จากคลิปวิจารณ์ศาสนา การเมือง และสังคมอย่างรุนแรง และเคยโดนจำคุกในสิงคโปร์ถึง 2 ครั้ง จากการแสดงความเห็นเกี่ยวกับศาสนาคริสต์และมุสลิม จากนั้นเขาก็ย้ายไปสหรัฐอเมริกาในปี 2016 จนได้รับสถานะผู้ลี้ภัย แต่ในปี 2020 เขาโดนตั้งข้อหาครอบครองสื่อลามกและล่อลวงผู้เยาว์ จนโดนศาลตัดสินจำคุก 6 ปี หลังจากรับสารภาพในปี 2021 . ระหว่างรับโทษได้ครึ่งทาง เขาได้รับการปล่อยตัวแบบทัณฑ์บน แต่ไม่นานก็โดนรวบกลับเข้าคุกอีกครั้ง เนื่องจากละเมิดเงื่อนไขทัณฑ์บน และในเดือน พ.ย. ที่ผ่านมา Yee โดนควบคุมตัวโดยหน่วยงานตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากรสหรัฐอเมริกา หลังได้รับการปล่อยตัวจากเรือนจำ Danville Correctional Center และส่งตัวกลับมายังสิงคโปร์ ปัจจุบัน Yee ยังโดนข้อหาหลีกเลี่ยงภาระหน้าที่รับใช้ชาติ จนมาเกิดเหตุการณ์ดังกล่าว

ไทย
0
9.8K
5.7K
257K
duckk retweetledi
PotatoLover
PotatoLover@OmletteNo1·
ไม่แปลกที่แม่งจะโดนชกอ่ะ ดูมันโพสต์ดิ ไม่สำนึกผิดอะไรเลย แล้วงานอนิเมะเด็กมันเยอะเป็นใครใครก็กลัว
PotatoLover tweet media
เกมถูกบอกด้วย@sheapgamer

[News] นักคอสเพลย์แต่งเป็น Yuji จาก JJK ไล่กระทืบ อดีตผู้ต้องหาคดีล่วงละเมิดผู้เยาว์ กลางงานอนิเมะในสิงคโปร์ . มีรายงานว่า นักคอสเพลย์รายหนึ่งที่แต่งเป็น Yuji Itadori ตัวละครจากมังงะและอนิเมะ Jujutsu Kaisen เข้าไปเผชิญหน้า และกระทืบ Amos Yee อดีตบล็อกเกอร์และยูทูบเบอร์ที่ปัจจุบันเป็นอาชญากรผู้ล่วงละเมิดทางเพศผู้เยาว์ ในบริเวณงาน Doujin Market 2026 หรืองานอีเวนต์อนิเมะที่จัด ณ Suntec City ประเทศสิงคโปร์ หลังมีผู้ร่วมงานจำเขาได้ และเริ่มโพสต์เตือนกันบนโซเชียลมีเดีย . โดยคลิปที่กลายเป็นไวรัลในโลกออนไลน์ ที่นักคอสเพลย์คนดังกล่าว เข้าไปประเคนหมัดใส่ Yee ทำให้มีแฟนอนิเมะจำนวนมากกล่าวว่า "Yuji ปกป้องงานคอนในชีวิตจริง" โดยอ้างอิงจากบทบาทของตัวละครนี้ในอนิเมะที่มักจะเอาตัวเองเข้าเสี่ยงเพื่อปกป้องผู้คน . อย่างไรก็ตาม นักคอสเพลย์คนดังกล่าวโดนตำรวจจับกุมไปแล้ว ในข้อหาก่อความวุ่นวายในที่สาธารณะ และในตอนนี้กำลังอยู่ในระหว่างการสอบสวน . ในขณะที่ทางผู้จัดงาน Doujin Market 2026 ยืนยันว่า Yee โดนแบนและปฏิเสธไม่ให้เข้างาน หลังมีรายงานว่าเขาตั้งใจจะมาร่วมงานจนทำให้ผู้เข้าร่วมรู้สึกไม่ปลอดภัย พร้อมระบุว่า เหตุทะเลาะวิวาทไม่ได้เกิดขึ้นภายในงาน แต่เกิดขึ้นในบริเวณอื่น ภายใน Suntec City และพวกเขาให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของผู้เข้าร่วมงาน และมีนโยบายไม่ประนีประนอมต่อพฤติกรรมที่เป็นอันตราย รวมถึงเตรียมดำเนินการแบน Yee ออกจากทุกงานด้วย . "เราไม่สนับสนุนการใช้ความรุนแรงในทุกรูปแบบ และน่าเศร้าที่เกิดเหตุปะทะเช่นนี้ขึ้น สิ่งที่เราให้ความสำคัญ ยังคงเป็นการดูแลความปลอดภัยของผู้เข้าร่วมงาน ทั้งในตอนนี้และในอนาคตอันใกล้" ตัวแทนของผู้จัดงานกล่าว . สำหรับ Amos Yee เป็นบล็อกเกอร์และยูทูบเบอร์ที่โด่งดังตั้งแต่ยังอายุน้อย จากคลิปวิจารณ์ศาสนา การเมือง และสังคมอย่างรุนแรง และเคยโดนจำคุกในสิงคโปร์ถึง 2 ครั้ง จากการแสดงความเห็นเกี่ยวกับศาสนาคริสต์และมุสลิม จากนั้นเขาก็ย้ายไปสหรัฐอเมริกาในปี 2016 จนได้รับสถานะผู้ลี้ภัย แต่ในปี 2020 เขาโดนตั้งข้อหาครอบครองสื่อลามกและล่อลวงผู้เยาว์ จนโดนศาลตัดสินจำคุก 6 ปี หลังจากรับสารภาพในปี 2021 . ระหว่างรับโทษได้ครึ่งทาง เขาได้รับการปล่อยตัวแบบทัณฑ์บน แต่ไม่นานก็โดนรวบกลับเข้าคุกอีกครั้ง เนื่องจากละเมิดเงื่อนไขทัณฑ์บน และในเดือน พ.ย. ที่ผ่านมา Yee โดนควบคุมตัวโดยหน่วยงานตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากรสหรัฐอเมริกา หลังได้รับการปล่อยตัวจากเรือนจำ Danville Correctional Center และส่งตัวกลับมายังสิงคโปร์ ปัจจุบัน Yee ยังโดนข้อหาหลีกเลี่ยงภาระหน้าที่รับใช้ชาติ จนมาเกิดเหตุการณ์ดังกล่าว

ไทย
3
14K
6.7K
753K
duckk retweetledi
เกมถูกบอกด้วย
[News] นักคอสเพลย์แต่งเป็น Yuji จาก JJK ไล่กระทืบ อดีตผู้ต้องหาคดีล่วงละเมิดผู้เยาว์ กลางงานอนิเมะในสิงคโปร์ . มีรายงานว่า นักคอสเพลย์รายหนึ่งที่แต่งเป็น Yuji Itadori ตัวละครจากมังงะและอนิเมะ Jujutsu Kaisen เข้าไปเผชิญหน้า และกระทืบ Amos Yee อดีตบล็อกเกอร์และยูทูบเบอร์ที่ปัจจุบันเป็นอาชญากรผู้ล่วงละเมิดทางเพศผู้เยาว์ ในบริเวณงาน Doujin Market 2026 หรืองานอีเวนต์อนิเมะที่จัด ณ Suntec City ประเทศสิงคโปร์ หลังมีผู้ร่วมงานจำเขาได้ และเริ่มโพสต์เตือนกันบนโซเชียลมีเดีย . โดยคลิปที่กลายเป็นไวรัลในโลกออนไลน์ ที่นักคอสเพลย์คนดังกล่าว เข้าไปประเคนหมัดใส่ Yee ทำให้มีแฟนอนิเมะจำนวนมากกล่าวว่า "Yuji ปกป้องงานคอนในชีวิตจริง" โดยอ้างอิงจากบทบาทของตัวละครนี้ในอนิเมะที่มักจะเอาตัวเองเข้าเสี่ยงเพื่อปกป้องผู้คน . อย่างไรก็ตาม นักคอสเพลย์คนดังกล่าวโดนตำรวจจับกุมไปแล้ว ในข้อหาก่อความวุ่นวายในที่สาธารณะ และในตอนนี้กำลังอยู่ในระหว่างการสอบสวน . ในขณะที่ทางผู้จัดงาน Doujin Market 2026 ยืนยันว่า Yee โดนแบนและปฏิเสธไม่ให้เข้างาน หลังมีรายงานว่าเขาตั้งใจจะมาร่วมงานจนทำให้ผู้เข้าร่วมรู้สึกไม่ปลอดภัย พร้อมระบุว่า เหตุทะเลาะวิวาทไม่ได้เกิดขึ้นภายในงาน แต่เกิดขึ้นในบริเวณอื่น ภายใน Suntec City และพวกเขาให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของผู้เข้าร่วมงาน และมีนโยบายไม่ประนีประนอมต่อพฤติกรรมที่เป็นอันตราย รวมถึงเตรียมดำเนินการแบน Yee ออกจากทุกงานด้วย . "เราไม่สนับสนุนการใช้ความรุนแรงในทุกรูปแบบ และน่าเศร้าที่เกิดเหตุปะทะเช่นนี้ขึ้น สิ่งที่เราให้ความสำคัญ ยังคงเป็นการดูแลความปลอดภัยของผู้เข้าร่วมงาน ทั้งในตอนนี้และในอนาคตอันใกล้" ตัวแทนของผู้จัดงานกล่าว . สำหรับ Amos Yee เป็นบล็อกเกอร์และยูทูบเบอร์ที่โด่งดังตั้งแต่ยังอายุน้อย จากคลิปวิจารณ์ศาสนา การเมือง และสังคมอย่างรุนแรง และเคยโดนจำคุกในสิงคโปร์ถึง 2 ครั้ง จากการแสดงความเห็นเกี่ยวกับศาสนาคริสต์และมุสลิม จากนั้นเขาก็ย้ายไปสหรัฐอเมริกาในปี 2016 จนได้รับสถานะผู้ลี้ภัย แต่ในปี 2020 เขาโดนตั้งข้อหาครอบครองสื่อลามกและล่อลวงผู้เยาว์ จนโดนศาลตัดสินจำคุก 6 ปี หลังจากรับสารภาพในปี 2021 . ระหว่างรับโทษได้ครึ่งทาง เขาได้รับการปล่อยตัวแบบทัณฑ์บน แต่ไม่นานก็โดนรวบกลับเข้าคุกอีกครั้ง เนื่องจากละเมิดเงื่อนไขทัณฑ์บน และในเดือน พ.ย. ที่ผ่านมา Yee โดนควบคุมตัวโดยหน่วยงานตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากรสหรัฐอเมริกา หลังได้รับการปล่อยตัวจากเรือนจำ Danville Correctional Center และส่งตัวกลับมายังสิงคโปร์ ปัจจุบัน Yee ยังโดนข้อหาหลีกเลี่ยงภาระหน้าที่รับใช้ชาติ จนมาเกิดเหตุการณ์ดังกล่าว
เกมถูกบอกด้วย tweet media
ไทย
19
6.2K
6.2K
1.8M
duckk retweetledi
สัพเพสัตตา
ถึงพวกเปโดที่บอกว่าเจอจริงจะกล้าพูดไหม กุไม่พูดกุต่อยเลย ขอบคุณเลเยอร์คนนั้นที่ทำให้สังคมน่าอยู่
เกมถูกบอกด้วย@sheapgamer

[News] นักคอสเพลย์แต่งเป็น Yuji จาก JJK ไล่กระทืบ อดีตผู้ต้องหาคดีล่วงละเมิดผู้เยาว์ กลางงานอนิเมะในสิงคโปร์ . มีรายงานว่า นักคอสเพลย์รายหนึ่งที่แต่งเป็น Yuji Itadori ตัวละครจากมังงะและอนิเมะ Jujutsu Kaisen เข้าไปเผชิญหน้า และกระทืบ Amos Yee อดีตบล็อกเกอร์และยูทูบเบอร์ที่ปัจจุบันเป็นอาชญากรผู้ล่วงละเมิดทางเพศผู้เยาว์ ในบริเวณงาน Doujin Market 2026 หรืองานอีเวนต์อนิเมะที่จัด ณ Suntec City ประเทศสิงคโปร์ หลังมีผู้ร่วมงานจำเขาได้ และเริ่มโพสต์เตือนกันบนโซเชียลมีเดีย . โดยคลิปที่กลายเป็นไวรัลในโลกออนไลน์ ที่นักคอสเพลย์คนดังกล่าว เข้าไปประเคนหมัดใส่ Yee ทำให้มีแฟนอนิเมะจำนวนมากกล่าวว่า "Yuji ปกป้องงานคอนในชีวิตจริง" โดยอ้างอิงจากบทบาทของตัวละครนี้ในอนิเมะที่มักจะเอาตัวเองเข้าเสี่ยงเพื่อปกป้องผู้คน . อย่างไรก็ตาม นักคอสเพลย์คนดังกล่าวโดนตำรวจจับกุมไปแล้ว ในข้อหาก่อความวุ่นวายในที่สาธารณะ และในตอนนี้กำลังอยู่ในระหว่างการสอบสวน . ในขณะที่ทางผู้จัดงาน Doujin Market 2026 ยืนยันว่า Yee โดนแบนและปฏิเสธไม่ให้เข้างาน หลังมีรายงานว่าเขาตั้งใจจะมาร่วมงานจนทำให้ผู้เข้าร่วมรู้สึกไม่ปลอดภัย พร้อมระบุว่า เหตุทะเลาะวิวาทไม่ได้เกิดขึ้นภายในงาน แต่เกิดขึ้นในบริเวณอื่น ภายใน Suntec City และพวกเขาให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของผู้เข้าร่วมงาน และมีนโยบายไม่ประนีประนอมต่อพฤติกรรมที่เป็นอันตราย รวมถึงเตรียมดำเนินการแบน Yee ออกจากทุกงานด้วย . "เราไม่สนับสนุนการใช้ความรุนแรงในทุกรูปแบบ และน่าเศร้าที่เกิดเหตุปะทะเช่นนี้ขึ้น สิ่งที่เราให้ความสำคัญ ยังคงเป็นการดูแลความปลอดภัยของผู้เข้าร่วมงาน ทั้งในตอนนี้และในอนาคตอันใกล้" ตัวแทนของผู้จัดงานกล่าว . สำหรับ Amos Yee เป็นบล็อกเกอร์และยูทูบเบอร์ที่โด่งดังตั้งแต่ยังอายุน้อย จากคลิปวิจารณ์ศาสนา การเมือง และสังคมอย่างรุนแรง และเคยโดนจำคุกในสิงคโปร์ถึง 2 ครั้ง จากการแสดงความเห็นเกี่ยวกับศาสนาคริสต์และมุสลิม จากนั้นเขาก็ย้ายไปสหรัฐอเมริกาในปี 2016 จนได้รับสถานะผู้ลี้ภัย แต่ในปี 2020 เขาโดนตั้งข้อหาครอบครองสื่อลามกและล่อลวงผู้เยาว์ จนโดนศาลตัดสินจำคุก 6 ปี หลังจากรับสารภาพในปี 2021 . ระหว่างรับโทษได้ครึ่งทาง เขาได้รับการปล่อยตัวแบบทัณฑ์บน แต่ไม่นานก็โดนรวบกลับเข้าคุกอีกครั้ง เนื่องจากละเมิดเงื่อนไขทัณฑ์บน และในเดือน พ.ย. ที่ผ่านมา Yee โดนควบคุมตัวโดยหน่วยงานตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากรสหรัฐอเมริกา หลังได้รับการปล่อยตัวจากเรือนจำ Danville Correctional Center และส่งตัวกลับมายังสิงคโปร์ ปัจจุบัน Yee ยังโดนข้อหาหลีกเลี่ยงภาระหน้าที่รับใช้ชาติ จนมาเกิดเหตุการณ์ดังกล่าว

ไทย
1
15.2K
9.4K
418.4K
duckk retweetledi
ผู้ชายคนนั้นจากหนังเรื่องนี้🍒
จริงๆ ในไทยป้ายเตือนไม่ได้มีแค่ภาษาญี่ปุ่นนะ ภาษาอื่นๆ เราก็มี แต่ในระยะหลังนี้คนญี่ปุ่นนิยมมาทัวร์เที่ยววัดในเมืองไทยกันเยอะมาก เขียนภาษาไหนก็ไม่ต้องแปลกใจหรอกเพราะคนพูดไม่รู้ความมันเป็นทุกชาติ แต่ในโคว้ตทวีตหรือรีพลายก็ยังมีคนพูดเรื่องคนจีน+เกาหลี ปลอมตัวเป็นคนญี่ปุ่นอยู่อีก โคตรตลก มุกนี้แหละคนญี่ปุ่นแท้ 🤣 บ้านคุณมีคนเชี่ยๆ แบบไม่ต้องปลอมตัวค่ะคุณพี่ ยอมรับเหอะ
報道Japan🇯🇵@twinewss

鳥居でふざけた外国人が糾弾されてるけど、タイで日本人も同様のことをやってるから日本語でこんな注意喚起をされているらしい。 ルールわからない奴は海外行くなよ…。

ไทย
1
379
427
48.2K
duckk retweetledi
Daisuki Plus
Daisuki Plus@DaisukiPlus·
เกี่ยวกับผู้จัดจีนเมื่อวาน สำหรับเราไม่โอเคมากๆ ที่แอดมินเพจเล่นแจกบัตรในเพจ แล้วต้องมานั่งแจกบัตรเองเป็นปึก แทนที่จะได้ยืนสวยๆ หล่อๆ ถ่ายรูปเล่นกับเพื่อน รูปที่ได้กับเพื่อนที่ที่โต๊ะแจกบัตรอ่ะ... แล้วรอแจกยันคอนจะเริ่มอีก 15 นาที เอาบัตรไปคืนสต๊าฟ แทนที่จะได้เดินเข้าไปรอดู(1)
ไทย
2
204
133
29.9K