Elixer retweetledi

วันนี้มีโอกาสได้อภิปรายในสภาเป็นครั้งแรก ในวาระด่วนเรื่องวิกฤตน้ำมันครับ
วิกฤตน้ำมันครั้งนี้สร้างปัญหาในวงกว้าง ส่งผลกระทบไปทุกวงการ ผมคงไม่ขอกล่าวซ้ำ แต่อยากให้เวลานี้นำเสนอว่าวิกฤตครั้งนี้ยังได้สร้าง “โอกาส” ใหม่ๆ ให้กับประเทศไทยอย่างน้อย 3 ประการ
ประการแรก คือ โอกาสในการปฏิรูประบบลอจิสติกส์ไทย ต้นทุนลอจิสติกส์ของประเทศไทยสูงถึงประมาณ 13-14% ต่อ GDP ด้วยเหตุผลว่าระบบลอจิสติกส์ไทยพึ่งพาการขนส่งทางถนนอยู่มาก มีการขนส่งทางรางเพียงแค่ 0.2% เท่านั้น หากเราใช้โอกาสนี้ในการปรับโครงสร้างลอจิสติกส์ของไทยให้พึ่งพาการขนส่งทางราง ที่มีประสิทธิภาพต่อต้นทุนสูงกว่า ก็จะช่วยประหยัดทั้งพลังงาน และประหยัดต้นทุนค่าขนส่งในภาพรวมลงได้มากขึ้นมาก
ประการที่สอง ถ้าเราไปดูสัดส่วนการใช้เชื้อเพลิงในการขนส่งของไทย การใช้พลังงานส่วนใหญ่ยังมาจากน้ำมันเบนซินและน้ำมันดีเซลเป็นหลัก และเกือบทั้งหมดเป็นน้ำมันที่ต้องนำเข้าจากต่างประเทศ เมื่อแหล่งผลิตพลังงานมีปัญหา เราจึงเกิดสภาพการณ์แบบที่เราเป็นอยู่ เพราะเราพึ่งพาน้ำมันจากต่างประเทศสูงเป็นอันดับต้นๆ ของเอเชีย
ถึงแม้สัดส่วนการใช้งานรถยนต์ไฟฟ้าจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ แต่ก็ยังถือว่าเป็นส่วนน้อย คิดเป็นเพียงแค่ 7% ของรถยนต์นั่งส่วนบุคคล และถ้าหากไปดูเฉพาะรถยนต์เชิงพาณิชย์ กระบะ รถบรรทุก รถบัสขนส่ง การใช้เครื่องยนต์ไฟฟ้ายังถือเป็นสัดส่วนที่น้อยมาก รัฐบาลเคยมีมาตรการผลักดันรถ EV มาก่อนแต่ก็เน้นไปที่รถยนต์นั่งส่วนบุคคลเป็นหลัก
ตอนนี้ถึงเวลาแล้วที่ควรหันมามองการใช้ EV ในกลุ่มรถเชิงพาณิชย์เหล่านี้มากขึ้น ผ่านมาตรการส่งเสริมต่างๆ ที่เป็นรูปธรรม เช่น การส่งเสริมการผลิตกระบะ EV ในประเทศ มาตรการส่วนลดจูงใจให้คนเปลี่ยนมาใช้กระบะหรือรถบัสไฟฟ้า
ประการที่สาม ต่อเนื่องมายังพลังงงานไฟฟ้า การผลิตพลังงานไฟฟ้าของไทยพึ่งพาก๊าซธรรมชาติสูงมากกว่า 50% ในขณะที่การผลิตไฟฟ้าด้วยแหล่งพลังงานทดแทนยังมีสัดส่วนเพียง 20% เท่านั้น และในวันนี้ผลกระทบต่อค่าไฟก็เริ่มต้นขึ้นแล้ว เมื่อ คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) มีมติขึ้นค่าไฟแล้ว เหลือแค่ว่าจะเลือกขึ้นมากเท่าไรเท่านั้น
เราควรใช้โอกาสนี้เร่งการเพิ่มสัดส่วนพลังงานทดแทนมากขึ้นโดยเร็ว โดยเฉพาะพลังงานแสงอาทิตย์ผ่านนโยบาย Solar Rooftop ให้ประชาชนสามารถผลิตไฟฟ้ามาซื้อขายกันเองได้
ผมเห็นท่านรองนายกเอกนิติ เคยชูเรื่องพลังงานแสงอาทิตย์เอาไว้นานแล้ว ซึ่งเป็นเรื่องดีครับ แต่ที่ผ่านมา นโยบายของท่านมักเน้นไปที่ปัญหาเฉพาะหน้า Quick Win ซะมาก อยากเห็นท่านใช้โอกาสนี้ทำเรื่อง Big Win ตามที่ท่านเคยพูดเอาไว้ควบคู่กันไปด้วย ไม่อย่างนั้น Quick Big Win จะกลายเป็น Slow Big Lose ครับ

ไทย



































