คุณยุพิน บ้านทำนาเกลือ 1+1=2
2.4K posts

คุณยุพิน บ้านทำนาเกลือ 1+1=2
@eyupins
😆บ้านทำนาเกลือ ไม่ได้ทำนารวม🤣
สมุทรสาคร Katılım Ocak 2021
871 Takip Edilen8.2K Takipçiler

@PPLEThai จะอภิปรายอะไร หาข้อมูลที่มันชัดเจนแลดูเป็นมืออาชีพหน่อย ไม่ใช่สักแต่ว่าพูดเหมือนพวกผีเจาะปากแบบไม่ผ่านสมอง อย่าทำตัวให้ 14 ล้านเสียงของพวกคุณ ต้องรู้สึกสมเพชตัวเองที่หลงผิดไปเลือก 🐃 มาเป็นตัวแทนพวกเขาในรัฐสภาเลยค่ะ
ไทย

***พรรคประชาชนขอแก้ไขเนื้อหากรณีโรงงานเภสัชกรรมทหารเพื่อความถูกต้องครบถ้วน และขออภัยประชาชนสำหรับความคลาดเคลื่อนในเนื้อหาก่อนหน้านี้***
—-----------------------
[ การผลิตยา ควรเป็นหน้าที่ของกองทัพหรือไม่? ]
โดยทั่วไปเมื่อกล่าวถึงการผลิตยาและเวชภัณฑ์เพื่อใช้ภายในประเทศ คนทั่วไปย่อมนึกถึงองค์การเภสัชกรรม (GPO) สังกัดกระทรวงสาธารณสุข ซึ่งเป็นหน่วยงานรับผิดชอบหลัก
แต่รู้หรือไม่ว่า ยังมีอีกหน่วยงานรัฐที่คุณอาจไม่คาดคิดมาก่อนว่าจะทำภารกิจนี้ด้วย นั่นคือ “โรงงานเภสัชกรรมทหาร” สังกัดสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม ที่ทุกปีจะได้รับจัดสรรงบประมาณจากรัฐเพื่อทำงานเดียวกันกับหน่วยงานสาธารณสุข
กัลยพัชร รจิตโรจน์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ยกเรื่องนี้มาอภิปรายในการพิจารณางบประมาณ 2568 วาระ 2-3 เมื่อวานนี้ (3 ก.ย.) ตั้งข้อสังเกตถึงความผิดปกติในคำของบประมาณก่อสร้างโรงงานเภสัชกรรมทหารแห่งใหม่ ที่ อ.บ้านโป่ง จ.ราชบุรี มูลค่า 938 ล้านบาท
แรกเริ่มเดิมที โรงงานเภสัชกรรมทหารนั้นมีอยู่แล้ว แต่เหตุผลที่มีการของบประมาณ 938 ล้านบาทเพื่อสร้างโรงงานแห่งที่สองนี้ขึ้นมา สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหมชี้แจงว่าเป็นเพราะเหตุผลด้านความมั่นคง ต้องการขยายกำลังการผลิตเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการดูแลตัวเองของประเทศ ยามเกิดภัยสงครามจะได้มียาใช้อย่างเพียงพอ
โดยจากการชี้แจงของตัวแทนกองทัพ ปัจจุบันโรงงานเภสัชกรรมทหารผลิตยาได้ 20 รายการ และหากมีการสร้างโรงงานใหม่จะเพิ่มเป็น 35 รายการ แต่ทว่าในแคตาล็อกของโรงงานกลับระบุว่า ปัจจุบันมีการผลิตและจำหน่ายยาไปแล้ว 63 รายการ
ผู้ชี้แจงยังระบุอีกว่า การก่อสร้างเพื่อขยายกำลังการผลิตโรงงานแห่งที่สองที่ อ.บ้านโป่ง จ.ราชบุรี จะทำให้มีพื้นที่ใช้สอยเพิ่มขึ้นถึงสองเท่าตัวจาก 1,032 ตารางเมตรเป็น 2,400 ตารางเมตร และจะมีกำลังผลิตยามากขึ้นถึง 3.3 เท่าตัว จากที่ผลิตได้ 180 ล้านเม็ดต่อปี เพิ่มเป็น 600 ล้านเม็ดต่อปี
แต่เมื่อพิจารณาข้อมูลดังกล่าวประกอบกับข้อมูลด้านการเงินที่ทางหน่วยงานชี้แจงมา จะพบข้อผิดสังเกตทันที เพราะที่ผ่านมากำไรจากการขายยาโดยโรงงานเภสัชกรรมทหาร มีเพียง 3-5 ล้านบาทต่อปีเท่านั้น แต่การชี้แจงกลับระบุว่าหากสร้างโรงงานเพิ่มขึ้นแล้ว จะมีกำไรเพิ่มขึ้นเป็น 50 ล้านบาทต่อปี หมายความว่ากำลังการผลิตเพิ่มขึ้น 3.3 เท่าตัว แต่กำไรจะเพิ่มขึ้นมากกว่า 10 เท่าตัว อย่างนั้นหรือ?
สำหรับประเด็นสำคัญที่กัลยพัชรชี้ให้เห็น คือเรื่องการจัดสรรทรัพยากร โดยเฉพาะงบประมาณภายใต้กระทรวงกลาโหมในสัดส่วนนี้ ซึ่งตั้งคำถามได้ว่าซ้ำซ้อนกับงบประมาณกระทรวงสาธารณสุขหรือไม่ ประเทศไทยควรพิจารณาถ่ายโอนธุรกิจหรือกิจการนี้ของกองทัพ ให้ไปอยู่กับหน่วยงานด้านสาธารณสุข ความมั่นคงทางยาควรอยู่ในมือขององค์กรที่รับผิดชอบภารกิจโดยตรง ในที่นี้คือองค์การเภสัชกรรม
สุดท้าย กัลยพัชรขอปรับลดงบประมาณในการสร้างโรงงานเภสัชกรรมทหารแห่งที่สองลงทั้งหมด จำนวน 938 ล้านบาท เพื่อลดความซ้ำซ้อนของภารกิจซึ่งส่งผลต่อการจัดสรรงบประมาณอย่างมีประสิทธิภาพ การผลิตยาไม่ควรเป็นภารกิจของกองทัพ แต่ควรถูกถ่ายโอนให้หน่วยงานหลักอย่างองค์การเภสัชกรรม กระทรวงสาธารณสุข
สำหรับยาที่ผลิตน้อย บริษัทเอกชนผลิตไม่คุ้มค่า แต่ยังจำเป็นต้องใช้ในการทหาร ก็สามารถใช้จ้างผลิตได้ กองทัพไม่จำเป็นต้องตั้งโรงงานผลิตเอง ซึ่งจะเป็นภาระงบประมาณของประเทศโดยไม่จำเป็น
กรณีโรงงานเภสัชกรรมทหารนี้ เป็นเพียงตัวอย่างหนึ่งของกิจการกองทัพที่พรรคประชาชนเห็นว่าควรมีการพิจารณาถ่ายโอนไปยังหน่วยงานที่มีความเชี่ยวชาญและเป็นผู้รับผิดชอบหลัก เช่นเดียวกับกิจการสถานีบริการน้ำมัน, สนามกอล์ฟ, ธุรกิจตลาดนัด, กิจการสโมสร, โรงแรม สนามมวย, สนามม้า, กิจการผลิตไฟฟ้า ที่สภาผู้แทนราษฎรเองได้ตั้งกรรมาธิการวิสามัญ เพื่อพิจารณาถ่ายโอนไปยังหน่วยงานที่มีหน้าที่รับผิดชอบหลักเช่นกัน
รายละเอียดโครงการก่อสร้างโรงงานของกองทัพดังกล่าว ดูเพิ่มเติมได้ที่นี่ drive.google.com/open?id=1Zqe3Y…

ไทย

@chamnanxyz เพราะร้านสะดวกซื้อร้านนั้นไม่เคารพกฎหมายไงคะ หากมีผู้ไปร้องเรียนเจ้าของร้านย่อมถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย
ท่านเองก็เป็นถึง ส.ส. แต่กลับไม่เคารพกฎหมาย ไม่ทำตัวเป็นแบบอย่างที่ดีให้กับประชาชน แบบนี้ก็อย่ามาเป็น ส.ส. ให้เปลืองภาษีของประชาชนเลยค่ะ
ไทย














