
bn (ᴗ͈ ̫ᴗ͈*)
7.6K posts



ดีกรีเดียวกับเพื่อนเราเลย แต่เส้นทางต่างกันนิดหน่อย ชีเรียนพรีดีกรีนิติรามตอนม.ปลาย เรียนป.ตรีเอกอิ้ง สินสาด มธ. แล้วก็ยังทยอยเก็บนิติไปด้วย พอจบเอกอิ้งสักพักก็จบนิติ มี 2 ใบ สอบตั๋วทนาย ตอนนี้เป็นผู้พิพากษาละ

จบตรี โท เอกอิงค์ เหมือนกัน ความคิดแบบเดียวกับ จขพ เลยตอนเรียน จนได้ไปทำงานเลขาที่ Law firm เจอพวกทนายจบนอกภาษาเก่งกว่าเรามาก และสายวิชาชีพมันมั่นคง รายได้ดีกว่า เลยกัดฟันเรียนนิติฯ ที่จุฬาฯ อีกใบ เหมือนได้ตั๋วรีสกิลในเกมส์เลย จบนิติฯ ได้ภาษา คอมโบด้วย soft skills ของฝั่งเลขา ตอนนี้ทำงานกฎหมายมาสิบห้าปีได้ละ เป็นผู้บริหารฝ่ายกฎหมาย ทำดีลซื้อขายกิจการทั้งในประเทศและต่างประเทศ ส่วนตัวคิดว่ามีวันนี้ได้เพราะภาษาเป็นส่วนเสริม เพราะยังมีเด็กนิติฯ ที่ไม่ได้จบนอก และภาษายังต้องพัฒนาอยู่มาก ซึ่งเราได้เปรียบกว่าเค้าอยู่นิดนึง ถามว่าเสียใจที่ลงแรงเรียนอิ้งค์ไปมั้ย ก็ไม่นะ ตอนนั้นก็มีความสุขดี แต่ถ้าแนะนำคนอื่นก็อยากให้เรียนสายวิชาชีพมากกว่า และพัฒนาทักษะภาษาควบคู่ไปด้วยกัน ถ้าวางแผนดีดีสมัยนี้มีโครงการไปทำงาน|ฝึกงานต่างประเทศเยอะ ต้นโพสท์พูดถูกนะ เราต้องเก่งในสิ่งที่ทำมาก ต้องเป็นหัวแถวให้ได้ ชีวิตขับเคลื่อนด้วยเงิน ติ่งก็ใช้เงิน เราถึงจะมีตัวเลือกเยอะ สายกฎหมายเงินดีนะ ไม่ต้องอยู่ Firm ก็ได้ In House ค่าตัวแพงๆ เยอะแยะไป แต่เราต้องเก่งจริงๆ ✌🏻

ถ้าถามชั้น ชั้นไม่แนะนำใครมาเรียนเอกอิ้ง(อีกต่อไป) ครือ คุยกับเพื่อนเป็น 10ๆคน ทุกคนอregret อะ ว่าทำไม่เรียนอันอื่น เอกอื่น ภาษาอื่น คณะอื่น ทั้งที่คะแนนตอนติดเข้ามา เราไปได้เยอะอะ เลือกอันอื่นก็ได้ แต่ก็นะ รุ้อะไรไม่สู้รุ้งี้ เข้าใจทุกคนที่ลาออก/ย้ายคณะจากเอกกรุ 🐒😭



ถ้าถามชั้น ชั้นไม่แนะนำใครมาเรียนเอกอิ้ง(อีกต่อไป) ครือ คุยกับเพื่อนเป็น 10ๆคน ทุกคนอregret อะ ว่าทำไม่เรียนอันอื่น เอกอื่น ภาษาอื่น คณะอื่น ทั้งที่คะแนนตอนติดเข้ามา เราไปได้เยอะอะ เลือกอันอื่นก็ได้ แต่ก็นะ รุ้อะไรไม่สู้รุ้งี้ เข้าใจทุกคนที่ลาออก/ย้ายคณะจากเอกกรุ 🐒😭

เสริมนะ ละฉันเกลียดมากกก พวกผช.ที่พูดจาแบบ เมีย=อีแก่ที่บ้าน ปล่อยตัวโทรม ไม่ดูแลตัวเอง ฯลฯ คือเขาโทรมเพราะเขาคบมึงรึเปล่า แล้วสภาพคนพูดนะ not all but 99% แค่เห็นรูปก็เหม็นกุยอะ







