farnta
22.8K posts


ช็อกโลก ไกด์เอเวอร์เรสต์ วางยานักปีนเขา เหยื่อ 4,800 คน หลอกเคลมเงินประกัน 20 ล้านดอลลาร์ #มติชนออนไลน์

ในฐานะที่จบเอกอิ้งมา มีอะไรจะพูดเยอะเลยเรื่องนี้ โดยส่วนตัวก็เป็นคนนึงที่ถ้าย้อนเวลากลับไปได้จะไม่เลือกเอกนี้เหมือนกัน ไม่เรียนคณะนี้ด้วย ทั้งที่เป็นคนชอบภาษามาก ๆ มากถึงขนาดคอยอ่านหนังสือและฝึกทักษะตัวเองอยู่ตลอดเวลา เหตุผลคือ สิ่งที่เห็นหลังจากจบมาแล้ว เราเจอแต่คนนอกเอกที่เก่งอิ้งกว่าเรา แถมยังมีทักษะเฉพาะทางอย่างอื่นอยู่แล้วอีก มันทำให้เราคิดว่าน่าจะเลือกคณะที่เฉพาะทางมากกว่านี้ ภาษาเรียนเสริมเอาเองดีกว่า ซึ่งไม่ได้มีแค่เราที่คิดแบบนี้ เพื่อนเอกอิ้งไม่ว่าจะมหาลัยไหนก็พูดแนวนี้กันหลายคน ด้วยความที่ภาษาอังกฤษมันแทบจะเป็นเรื่องพื้นฐานไปแล้ว เพราะใคร ๆ ก็พูดได้ ต่อให้ไม่เก่งเท่าเอกอิ้ง ขอแค่สื่อสารรู้เรื่อง ก็เอาไปใช้ต่อยอดเส้นทางอาชีพได้ พอพูดอย่างนี้ก็จะมีเด็กเอกอิ้งบางคนเข้ามาดีเฟนว่าเอกอิ้งไม่ได้มีแค่ฟังพูดอ่านเขียน แต่ยังมีภาษาศาสตร์ วรรณคดี ประวัติศาสตร์ ฯลฯ ซึ่งทำให้เราลึกซึ้งมากกว่าคนอื่น ถามว่าจริงมั้ย จริง เรียนแล้วทำให้เราเข้าใจแก่นของภาษาจริง ๆ แต่ถามหน่อยว่ามีสักกี่คนที่ได้เอาความรู้พวกนั้นมาใช้จนประสบความสำเร็จในหน้าที่การงาน ปฏิเสธไม่ได้ว่าสุดท้ายแล้วคนเราเรียนหนังสือเพื่อจบไปหาเงิน ซึ่งความรู้พวกนั้นมันไม่ได้เป็นที่ต้องการของตลาดเหมือนความรู้ของคณะสายวิชาชีพเฉพาะ ส่วนตัวเห็นด้วยนะว่าความรู้ของอักษรก็มีคุณค่าในตัวเองและควรรักษาเอาไว้ แต่ก็ต้องยอมรับว่าเราอยู่ในโลกทุนนิยมซึ่งความรู้เฉพาะของเอกอิ้ง (หรือคณะอักษร) ไม่ได้ใช้หาเงินได้ขนาดนั้น คนที่อยู่รอดคือคนที่เก่งจริง ต่างจากคณะวิชาชีพเฉพาะที่ต่อให้เก่งกลาง ๆ ก็ยังพอหาเงินได้มากกว่า ซึ่งเรื่องนี้โทษใครไม่ได้นอกจากระบบทุนนิยมที่เป็นอยู่ทุกวันนี้ ถ้าจะเรียนเอกอิ้ง หรือสาขา/คณะอะไรก็ตาม ก็ต้องเอาให้แน่ใจว่าเราจะเป็นหัวกะทิในแวดวงนั้นจริง ๆ แล้วก็ถ้าเรามารู้ตัวทีหลังว่าไม่ได้เก่งขนาดนั้นจะเอาตัวรอดยังไงต่อไป ถ้าบ้านมีเงินอยู่แล้วก็โอเค เรียนไปไม่ต้องคิดมาก แต่ถ้าฐานะทางบ้านไม่ดี ก็ต้องคิดให้ถี่ถ้วน เพราะเพื่อนในเอกที่เก่งกลาง ๆ ไม่ได้โดดเด่นอะไร ส่วนมากจะไปทำงานที่จบคณะอะไรมาก็ทำได้ เติบโตยาก ภาษาอังกฤษก็ไม่ได้ใช้ (เรารู้ดีว่าคณะเฉพาะด้านก็มีแบบนี้ แต่มั่นใจว่าเอกอิ้งมีเยอะกว่าแน่นอน) การจบสายอักษร/สังคมเปิดโอกาสให้เราได้กำหนดเส้นทางอาชีพตัวเอง ได้ทำอะไรที่เป็นสไตล์ของตัวเองเต็มที่ ไม่เหมือนคณะเฉพาะทางที่มีสภาวิชาชีพคอยกำหนดให้ เพราะงั้นถ้าจะเรียนสายนี้ เราต้องวางแผนให้ชัดเจนจริง ๆ ต้องมีใจรักและหาแนวทางของตัวเองให้เจอ ไม่งั้นก็จะเคว้งคว้างเหมือนหลายคนที่จบมาแบบไม่วางแผนอะไรเลย สุดท้ายก็ไปทำงานทั่ว ๆ ไป ไม่รู้จะเติบโตในหน้าที่การงานยังไง ถ้ายังค้นหาตัวเองไม่เจอก็กัดฟันเรียนอะไรที่มันเฉพาะทางไปก่อนดีกว่า อย่างน้อยเรายังมีสิทธิเลือกว่าจะทำวิชาชีพเฉพาะที่เราเรียนมาหรือจะทำงานอย่างอื่นที่เราชอบจริง ๆ เห็นบ่นขนาดนี้ถามว่าส่วนตัวเสียใจขนาดนั้นมั้ยที่เรียนเอกอิ้ง ก็ต้องบอกว่าไม่ขนาดนั้น อย่างน้อยมันยังเป็นอะไรที่เราชอบจริง ๆ เราเองก็เป็นคนที่รู้ตัวตั้งแต่จำความได้แล้วว่าชอบภาษา แล้วสมัยเรียนก็มีความสุขมากที่ได้เข้าเอกอิ้ง ทุกวันนี้ก็ทำงานแปล บวกกับทำแอคสอนภาษาด้วย เพียงแต่ว่าเราแอบคิดบ่อย ๆ ว่าจริง ๆ เราไม่ต้องเรียนลึกขนาดนั้นก็เก่งได้เหมือนกัน บวกกับเราเริ่มมองว่าความรู้ภาษาอังกฤษมันมีความพิเศษน้อยลงเรื่อย ๆ ถ้าเราจบอะไรที่มันเฉพาะทางกว่านี้ก็คงดี อะไรทำนองนี้ . . . พอจะรู้ตัวนะว่าความคิดอาจจะ problematic ไปบ้าง 5555 แต่เอาเป็นว่าเห็นต่างได้ ไม่ว่ากัน รับฟังทุกความคิดเห็น

ทุกวันนี้ผมก็ยังเรียก mbk ว่า มาบุญครอง คับ…




















