feefa
980 posts

Sabitlenmiş Tweet


พวกฉีดวัคซีนเป็นเหยื่อให้รัฐบาลทดลองเล่น
คือผมต้องทราบไหม 🐈⬛@pizad_sura
มันเกิดอีหยัง แอนตี้แวค เบ่งบานในบ้านเราแล้วหรือ
ไทย

@SleeplessBKKNew เพื่อที่จะให้กลุ่มตัวเองได้ขึ้นไปมีอำนาจในฐานะผู้ควบคุมกติกาสังคม ใช้รัฐเป็นเครื่องมือกดทับเสรีชน แล้วอ้างความยุติธรรมและความเท่าเทียมเพื่อชอบธรรมให้กับการยึดอำนาจจากคนที่สร้างมูลค่าจริง
ไทย

@SleeplessBKKNew ทุนนิยมไม่สนใจว่าคุณจะจบปริญญาอะไรมา สนใจว่าคุณทำอะไรและตักตวงในระบบตลาดได้มากกว่า พวกจบปริญญาหลายคนมีความคิดว่าตัวเองฉลาดกว่าแต่ทำไมการที่ตัวเองจบปริญญาถึงได้มีรายได้ต่ำกว่าคนไม่ได้จบปริญญา จึงพยายามทำลายความฝันและโอกาสที่เสรีในระบบทุนนิยมที่ทุกคนมีโอกาสเท่ากัน
ไทย
feefa retweetledi

คุณเคยสงสัยมั๊ยว่าทำไมนักวิชาการหรือปัญญาชนส่วนใหญ่ถึงเอียงซ้ายและต่อต้านทุนนิยม?
มันเป็นเรื่องตลกร้ายที่ระบบทุนนิยม ซึ่งสร้างความมั่งคั่งและเสถียรภาพจนทำให้เกิด "ชนชั้นปัญญาชน" ที่มีเวลาว่างพอจะมานั่งถกเถียงทฤษฎีได้ กลับกลายเป็นระบบที่ปัญญาชนเหล่านั้นเกลียดชังที่สุด
คำถามคือ ทำไมกลุ่มคนที่มีการศึกษาสูง นักคิด และนักวิชาการทั่วโลก จึงมักถูกดึงดูดเข้าหาแนวคิดฝ่ายซ้ายหรือสังคมนิยมจนแทบจะเป็นสูตรสำเร็จรูปเลย? ผมจะอธิบายให้ฟัง (ยาวหน่อย)
เหตุผลไม่ใช่เพราะระบบทุนนิยมมันล้มเหลวหรือมีประสิทธิภาพต่ำกว่าระบบคอมมิวนิสต์ที่คนเหล่านี้แสวงหาหรอก เพราะมันผ่านการพิสูจน์มาแล้วว่าระบบเศรษฐกิจแบบทุนนิยมมันมีประสิทธิภาพเหนือกว่าคอมมี่ชัดเจน
และคำตอบของเรื่องนี้ไม่ได้มาจากความเชื่อเรื่องอุดมการณ์ความเท่าเทียมอย่างที่เขาอ้างอะไรนั่นด้วย
แต่รากเหง้าที่แท้จริงซ่อนอยู่ในโครงสร้างของสถานะทางสังคม อีโก้ และวิธีคิดที่หลุดลอยจากความเป็นจริงของคนพวกนี้ต่างหาก
สาเหตุสำคัญก็เพราะ ทุนนิยมไม่สนความฉลาดหรือความรู้ทางวิชาการในตำรา แต่ให้คุณค่ากับ "ผลลัพธ์"
ทุนนิยมเป็นระบบที่ขับเคลื่อนด้วยความเป็นจริงและกลไกตลาด โดยระบบนี้จะจ่ายผลตอบแทนให้กับ "ผู้ที่ลงมือทำ" เช่น ผู้ประกอบการ เกษตรกร หรือนักประดิษฐ์ที่สร้างสินค้าและบริการที่แก้ปัญหาให้ผู้คนได้จริง คนเหล่านี้ต้องเอาตัวเองไปคลุกฝุ่น แบกรับความเสี่ยง และถ้าพลาดก็ต้องเจ็บตัวจริง
ในทางตรงกันข้าม ปัญญาชนคือนักคิดเชิงนามธรรมที่อยู่แต่ในโลกของการวิเคราะห์และทฤษฎีในตำรา (ที่พวกเขาเขียนกันขึ้นมาเอง)
ปัญหาคือ ตลาดไม่ได้ให้รางวัลกับความฉลาด\ความรู้ในตำราที่จับต้องไม่ได้เสมอไป เมื่อนักวิชาการที่คิดว่าตนเองฉลาดที่สุดในห้อง กลับได้รับผลตอบแทนและสถานะทางสังคมน้อยกว่านักธุรกิจที่พวกเขาอาจมองว่า "ไร้การศึกษากว่าเขา" สิ่งนี้จึงก่อให้เกิดความไม่พอใจอย่างรุนแรง พวกเขารู้สึกว่าโลกนี้ไม่ยุติธรรม เพราะระบบไม่ได้ให้ค่ากับสติปัญญาหรือความรู้ในตำราในแบบที่พวกเขาคิดว่าควรจะเป็น (พูดภาษาชาวบ้านก็คือ ”อิจฉา“ นั่นแหล่ะ)
เมื่อทุนนิยมทำให้คนเหล่านี้รู้สึกด้อยค่า แนวคิดสังคมนิยมแบบคอมมี่จึงกลายเป็นแรงดึงดูดที่ทรงพลัง เพราะมันเสนอโครงสร้างสังคมแบบใหม่ที่ "สลับขั้วอำนาจ"
ระบบสังคมนิยมต้องการการควบคุม วางแผน และออกกฎระเบียบจากส่วนกลาง ซึ่งเป็นการอัพเกรดสถานะของปัญญาชนจากแค่ "นักวิจารณ์ข้างสนาม" ให้กลายมาเป็น "สถาปนิกผู้กำหนดทิศทางของประเทศ"
ทำให้เขายกระดับตัวเองเป็นผู้ควบคุมคนที่ประสบความสำเร็จมากกว่าเขา (เช่นการ tax the riches ที่นักการเมืองคอมมี่ในหลายประเทศกำลังทำ)
แต่ที่แย่กว่านั้นก็คือ มันเป็นระบบที่มอบอำนาจโดยไม่ต้องมีความรับผิดชอบใดๆ หากนโยบายที่คิดค้นขึ้นมาล้มเหลว หรือเศรษฐกิจพังทลาย ผลกระทบจะไปตกอยู่กับประชาชนตาดำๆ ในขณะที่ปัญญาชนเหล่านี้สามารถเอาตัวรอดได้สบายๆ บนหอคอยงาช้าง พร้อมกับข้ออ้างสุดคลาสสิกว่า "ทฤษฎีของกูสมบูรณ์แบบแล้ว แต่พวกมึงเอาไปปฏิบัติผิดวิธีเอง"
เมื่อโครงสร้างผลประโยชน์ดึงดูดปัญญาชนไปทางซ้ายแล้ว วิธีคิดแบบปัญญาชนที่นักคิดอย่าง Friedrich Hayek เคยอธิบายไว้ ก็ยิ่งทำให้พวกเขาติดกับดักนี้ลึกขึ้นไปอีก
Hayek เคยชี้ให้เห็นว่า ปัญญาชนไม่ได้ประเมินไอเดียใหม่ๆ จากข้อดีหรือผลสัมฤทธิ์ในทางปฏิบัติเลยแม้แต่น้อย แต่พวกเขาใช้เกณฑ์ที่ว่า ไอเดียนั้นมันเข้ากับ "ภาพโลกทัศน์" ที่ดูทันสมัยและก้าวหน้าในหัวของพวกเขาหรือไม่ ถ้าทฤษฎีไหนฟังดูดีและตรงจริต พวกเขาก็พร้อมจะซื้อทันที
พูดง่ายๆ ก็คือ อะไรที่เป็นแฟชั่น ฟังดูดี ทันสมัย คนเหล่านี้จะแห่ตามกันทันทีเพื่อให้มีภาพว่าตัวเองหัวก้าวหน้า
และเนื่องจากปัญญาชนมักไม่มีความรู้หรือประสบการณ์ตรงในการลงมือปฏิบัติจริงในโลกที่มีความซับซ้อน คนเหล่านี้จึงมีแนวโน้มจะหลงใหลในไอเดียที่เป็นนามธรรมกว้างๆและคลุมเครือ ขอเพียงแค่มันฟังดูดี สอดคล้องกับทฤษฎีอื่นๆ ในหัวของเขาเพื่อประกอบเป็นโลกในอุดมคติ (utopia) ก็พอ ไม่ต้องคิดถึงหลักความเป็นจริง
Hayek บอกว่า การเลือกเสพติดวาทกรรมเช่นนี้ ทำให้เกิดสภาพแวดล้อมที่ปัญญาชนพร้อมจะอ้าแขนรับแนวคิดที่เป็นนามธรรมที่ฟังดูดี โดยที่พวกเขาไม่ได้เข้าใจกลไกของปัญหาที่แท้จริงบนโลกใบนี้เลย
สรุปให้ฟังอีกทีว่า
ทุนนิยมคือโลกสัจธรรมที่โหดร้าย มันต้องการผลลัพธ์เชิงประจักษ์และให้รางวัลกับคนที่แก้ปัญหาได้จริง ซึ่งมักทำให้นักทฤษฎีรู้สึกไร้ค่า
ในขณะที่สังคมนิยมคือ "สวรรค์ของวาทกรรม" ที่มอบพื้นที่และอำนาจให้ปัญญาชนได้ถูกยกระดับขึ้นมาควบคุมคนที่ประสบความสำเร็จมากกว่าพวกเขา ผ่านโมเดลสวยหรู โดยไม่ต้องลงมารับความเสี่ยงและไม่ต้องรับผิดชอบอะไรเลย และนั่นเป็นรางวัลที่หอมหวานและดึงดูดนักวิชาการและปัญญาชนในหอคอยงาช้าง

ไทย

@SleeplessBKKNew พวกจบ ป.ตรี เฉพาะสายสังคม มักคิดว่าตัวเองเข้าใจระบบทั้งหมด รู้ดีกว่าคนอื่น และควรมีสถานะสูงกว่าในสังคม แต่เมื่อรายได้ต่ำกว่าคนทั่วไป กลับไม่มองว่าความรู้ที่ตนมีอาจไม่ตอบโจทย์ตลาดจริง แต่เลือกโทษระบบ ด่านายทุน และสร้างความเกลียดชังต่อระบบ
ไทย

@mordoolinda ให้ทำเรื่องยากๆ เรื่องง่ายๆคนทำกันเยอะ พยายามทำให้แตกต่างจากคนอื่นเพราะมีเพียงคนกลุ่มน้อยเท่านั้นที่รวย
ไทย

@KillerNay อยากให้ทำจริงๆนะครับ ในเมื่ออีกฝ่ายฮั้วกันในที่ลับ เราควรทำได้บ้าง อำนาจ สว มีเยอะมากๆที่จะแต่งตั้งองค์กรอิสระ ถ้าเรา Crack อันนี้ได้เผลอๆทั้งสภาจะเป็น สว ที่มาจากประชาชนเยอะ ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงได้เลยครับ
ไทย

@KillerNay สวัสดีครับอยากให้ศึกษาและทำระบบหั้ว สว โดยประชาชนกันเอง เหมือนระบบที่ สว ปัจจุบัน หั้วกันเอง ในขณะที่ฝ่ายประชาชนถ้าฮั้วกันก็จะถูก กกต เล่นงานทันที อยากให้คิดระบบ และปิดบังตัวตนให้ได้มากที่สุด รวบรวม สว จากประชาชน และมีให้โหวตออนไลนโดยประชาชนโดยคนที่ ลง สว ต้องทำตาม
ไทย

ช่วงนี้เห็นมีตำรวจในกรุงเทพหลายคน เริ่มเอากล้องมาถ่ายการกวดขันวินัยจราจร จับปรับรถทุกประเภท ทั้งรถบ้าน แท็กซี่ ตุ๊กๆ มอเตอร์ไซค์ ที่ทำผิดกฎจราจร ฝ่าไฟแดง จอดในที่ห้ามจอด ไม่รับผู้โดยสาร ฯลฯ แล้วเอามาลงในเพจเฟสบุ๊ค
ผมสนับสนุนให้ตำรวจจราจรหันมาทำแบบนี้กันเยอะๆ นะ
ขยันออกไปทำงาน กวดขันวินัยจราจรอย่างจริงจัง แล้วอัดคลิปมาลงในเพจของตัวเองให้คนดู แทนที่จะไปตั้งด่านรีดไถรับเงินร้อยสองร้อยแลกใบสั่ง ก็ปฏิบัติงานอย่างโปร่งใสตรงไปตรงมา แล้วเอามาทำคอนเทนท์หาเงินจากยอดวิวในโซเชียล จะได้เงินเป็นกอบเป็นกำกว่า
และที่จะได้ประโยชน์ต่อสังคมมากที่สุดคือจะสร้าง awareness ให้คนเห็นว่าตำรวจกำลังเอาจริงเพราะการทำผิดกฎจราจรของคุณกำลังจะกลายเป็นคอนเทนท์ที่สร้างแรงจูงใจในการปฏิบัติหน้าที่ของตำรวจ
ไม่แน่ว่ากระแสการสร้างคอนเทนท์ในโซเชียลของตำรวจแบบนี้ อาจเป็นจุดเปลี่ยนให้ประเทศไทยกลายเป็นประเทศที่เคารพกฎจราจรมากขึ้นก็ได้ ใครจะไปรู้
ไทย

@KillerNay codex ก็ดีมากๆเลยครับ เข้าใจงานสุดๆ แต่ออกแบบแย่มาก ถ้าออกแบบแนะนำ kimi น่าจะพอๆกับ claude
ไทย




