Sabitlenmiş Tweet

𝑷𝒍𝒂𝒚 𝑾𝒊𝒕𝒉 𝑺𝒂𝒌𝒖𝒓𝒂 🌸
สวัสดีค่ะ ในที่สุดตอนนี้งานคาเฟ่ออลซากุก็ได้จบลงไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว 🎉 ก่อนอื่นขอขอบคุณทุกคนที่มาร่วมงานมาก ๆ เลยนะคะ เป็นงานที่พวกเราตั้งใจทำกันมาก ๆ เพราะฉะนั้นก็เลยดีใจที่ผู้เข้าร่วมงานรู้สึกนสนุกไปกับงานนี้ 🥰
และก่อนที่จะจากกันไปนั้น วันนี้พวกเราก็เลยจะมาเล่าไอเดียหลัก ๆ ของงานนี้ให้ทุกคนได้ฟังกันค่ะ
Theme & Concept
จุดเริ่มต้นมาจากที่พวกเราอยากทำคาเฟ่ออล ก็เลยได้การบ้านกลับไปคิดกันว่า Concept แบบไหนที่จะเหมาะสมกับการทำ Story หลาย ๆ คู่ สุดท้ายก็เลยมาจบที่เกมจีบหนุ่ม (Otome Game) เพราะสามารถเลือกไป Route ที่ชอบหรือจะเลือกทั้งหมดเลยก็ได้เช่นกัน จากนั้นก็นำเนื้อเรื่องเกมมาคิดต่อยอดในส่วนของ Theme เพิ่มเติมค่ะ งานนี้เลยจะมีคำจำกัดความหลายคำอยู่ เช่น 90’s / High School / American Diner / Retro และ Otome Game ค่ะ
ส่วนคู่หลักที่เลือกมานั้นก็มาจากเนื้อเรื่องเกมเช่นเดียวกันค่ะ เราอยากให้เป็นไวบ์ที่แตกต่างกันก็เลยมีเพื่อนสนิท, รุ่นพี่ และเพื่อนต่างโรงเรียน เพราะฉะนั้นตัวแทนของเพื่อนสนิทก็เลยเลือกสุโอ รุ่นพี่ก็เลยเลือกคาจิ และเพื่อนต่างโรงเรียนก็เลยเลือกโทกาเมะค่ะ
Artwork
เนื่องจาก Theme หลักของคาเฟ่เป็นร้าน Diner เราเลยไปศึกษาดูว่าพวกร้าน Diner จริง ๆ เขาตกแต่งกันยังไง เราก็ได้หยิบ Elements บางอย่างมาใส่ในงานของเราด้วย อย่างเช่นลายตาราง ลายจุด Pattern ต่าง ๆ เอามาใส่กรอบที่ดูเหมือนเมนูในร้าน Diner จริง ๆ สีที่ใช้เราเลือกเป็นฟ้ากับชมพู ซึ่งก็เป็นสีหลักของงานด้วย และโลโก้งานก็ได้ไอเดียมาจากป้ายทางเข้าร้าน Diner ที่ติดไฟไว้รอบ ๆ ป้ายให้ดูสว่าง สีสดใส ดึงดูดให้คนเข้าร้านนั่นเองค่ะ
โปสเตอร์ทั้ง 3 แบบที่เรานำไปตกแต่งข้าง ๆ ตู้ Photo Booth ที่ทุกคนเห็นอันนี้เราก็เป็นคนออกแบบกันเอง เราอ้างอิงจากเนื้อเรื่องเกมที่เป็นงานเทศกาลโรงเรียน มีงานแสดงดนตรีของสุโอ ร้านเมดคาเฟ่ของห้องซากุระ แล้วก็งานแข่งบาสของโทกาเมะ พอไปถ่ายรูปด้วยแล้วก็เหมือนกับว่าเราเองก็เป็นหนึ่งนักเรียนในโรงเรียนนี้และมาเดินเที่ยวงานเทศกาลเหมือนกัน
บัตร Lucky Draw เป็นบัตรเราได้ไอเดียมาจากการขูดบัตรเติมเงินโทรศัพท์ในสมัยก่อน แต่ทำให้อยู่ในรูปแบบของบัตรสะสมแต้มแทน เป็น Loyalty Card ใครที่รักซากุระไม่มีวันเปลี่ยนก็จะได้รับของรางวัลพิเศษจากทางคาเฟ่เราไปเล๊ยย
กิจกรรมน้องแมวที่เป็น Secret Mission เป็นความหาทำขึ้นมาเอง เพราะตอนแรกต้องทำป้ายไปแปะในที่ต่าง ๆ เลยอยากเอาแมวน้องสามาตกแต่งใน Artwork ด้วย อย่างแมวตำรวจมาจากป้ายห้ามจับ ให้ตำรวจเมี๊ยวคอยดูแล แมวแว่นดำสร้อยทองมาจากป้าย QR Promptpay เป็นแมวรวย ๆ โปรยเงิน แมวใส่หูฟังมาจากป้าย Staff Center เพราะไปล้อกับคำว่า Call Center แมวนักเรียนมาจากป้าย Staff เพราะ Staff มีแต่สาว ๆ เลยจับแมวน้องสามาใส่วิกสะบัดผมซะเลย และสุดท้ายแมวเมดมาจาก Artwork อธิบายวิธีรับเซตเมนู แมวเมดน้องสาจะนำทางนายท่านและคุณหนูไปเองนะคะ! โมเอะ โมเอะ บีมมมมม 🫶
ส่วนอีกงานที่เราชอบก็คงไม่พ้นปก Anthology ที่เราตั้งใจทำออกมาให้เหมือนกับหนังสือรุ่น มีรอยขีดเขียนเหมือนกับสมุดเรียนที่เราชอบเอาไปวาดรูประบายสีเล่น เป็นสิ่งที่บันทึกเรื่องราวและความทรงจำเอาไว้นั่นเองค่ะ
Fan Art
Standee ตัวใหญ่ทั้ง 3 คู่ที่ทุกคนได้เห็น ถ้าสังเกตดี ๆ ทั้ง 3 คู่จะถือเมนูอาหารที่ไม่เหมือนกัน นั่นก็คือ Vanilla Milkshake, Strawberry Donut และ Cheese Burger ซึ่งเป็นชื่อ Donation Set ของทางคาเฟ่เรานั่นเอง พอเลือกของให้แต่ละคู่แล้วก็จะเลือกท่าทางสกินชิปให้ทุกคนด้วย อย่างสุโอเราให้จับมือกัน คาจิให้โอบเอว และโทกาเมะให้ลูบหัวค่ะ
Postcard 3 คู่ที่ได้จาก Special Menu Set เราบรีฟนักวาดไปว่าอยากให้เป็นฉากใน Diner และอยากให้มีโลโก้หรือโปสเตอร์ของงานเราซ่อนอยู่ในนั้นด้วย ซึ่งนักวาดแต่ละคนก็สร้างสรรค์มาในแบบที่เข้ากับคู่ตัวเองมาก ๆ ถ้าสังเกตดี ๆ ทุกรูปจะมีความเกี่ยวข้องกับคาเฟ่เราทั้งหมด เช่น รูปคาจิซากุจะมีชื่อเมนูของ Donation Set วางอยู่ รูปโทกาซากุจะเป็นฉากกำลังป้อน Special Menu ของงานเรา และสุโอซากุอยู่ในร้าน Diner ที่มีกลิ่นอายความจีนปนอยู่ แล้วยังมีกีตาร์ที่เหมือนกับตัวที่โชว์ในคาเฟ่วางอยู่ด้วยค่ะ
นอกจากนี้งานของเรายังมี Character Sheet สำหรับบรีฟนักวาดเพื่อให้วาดชุดออกมาเป็นชุดเดียวกันทั้งหมดด้วย โดยจะเป็นชุดนักเรียนที่เราคิด Character ให้เข้ากับทุก ๆ คน อิงจากข้อมูล Official ด้วยบางส่วน อย่างซากุระเราเลือกเป็นชุดนักเรียนปล่อยชายเสื้อ สวมกับรองเท้า Sneaker ให้ดูขยับได้คล่องตัว สบาย ๆ ไม่ดูเจ้าระเบียบเกินไป ของสุโอเราให้ใส่ Sweater ทับ ใส่เสื้อเข้าในกางเกงแล้วสวมรองเท้าหนัง จะให้ความรู้สึกดูคุณชาย เนี๊ยบ ๆ หน่อย สุภาพเรียบร้อยสมเป็นสุโอ ส่วนคาจิด้วยความเป็นสภานักเรียนจึงต้องแต่งตัวให้เรียบร้อยขึ้นนิดนึง เราจึงให้ใส่เสื้อเข้าในกางเกง ติด Tie Pin แสดงตำแหน่งประธานนักเรียน แต่ให้ใส่รองเท้าผ้าใบกับคล้องหูฟังไว้ตลอดเวลาเพื่อให้เข้ากับ Character และคนสุดท้ายเป็นโทกาเมะนักกีฬาบาสที่มาจากต่างโรงเรียน เลยต้องมีชุดมากกว่าคนอื่นเป็นชุดวอร์มกับชุดแข่ง ใช้สีหลักเป็นขาว ดำ เหลือง และใช้โลโก้ชิชิโทเรนมาเพิ่มด้วย
Special Menu
เมนูพิเศษของงานมีการเปลี่ยนแปลงไปหลายรอบเหมือนกันค่ะ เพราะว่าต้องนำไอเดียที่เรามีไปคุยกับทางร้านว่าสามารถทำได้หรือเปล่า จนสุดท้ายก็มาจบที่นมชมพูและคัพเค้กครีมสีฟ้า เราตั้งใจจะทำให้เมนูดูใกล้เคียงกับพวกเมนูของร้าน Diner และต้องมีสีสันสดใส เวลาถ่ายรูปออกมาก็จะเป็นสีชมพูฟ้าสวยงามตาม Theme งานของเราค่ะ
Game & Anthology
ในเมื่อ Concept หลักเป็นเกม แน่นอนว่าพวกเราอยากทำเกมขึ้นมาให้เล่นได้จริง ๆ ค่ะ ในเมื่อมีเนื้อเรื่องเกมแล้วก็เป็นไปไม่ได้เลยที่จะไม่มีเกม โดยนักเขียนเริ่มเขียน Storyboard ช่วงเดือนธันวาคมปีที่แล้วจนเสร็จช่วงสิ้นปี และปีใหม่ก็ส่งต่อให้นักวาดวาด ใช้เวลาวาดช่วงเดือนมกราคม - เมษายน ส่วนคนที่นำเกมไปประกอบให้เป็นรูปเป็นร่างก็เริ่มทำตั้งแต่เดือนมีนาคม - พฤษภาคม จำได้ว่าเสร็จช่วงกลางเดือนพฤษภาคม แล้วก็ส่งต่อให้คนตัดต่อวิดีโอทีเซอร์ในช่วงท้ายเดือนพฤษภาคม เพื่อลงต้นเดือนมิถุนายน และตัดวิดีโอโปรโมทตัวเต็มในช่วงเดือนมิถุนายน เพื่อลงปลายเดือนมิถุนายนค่ะ สรุปรวม ๆ คือพวกเราใช้เวลาทำเกมนี้กับเกือบครึ่งปีเลยทีเดียว (ซึ่งระหว่างนั้นก็ยังทำอย่างอื่นไปด้วยอีกเพียบ) แม้จะเป็นเกมสั้น ๆ เนื้อเรื่องไม่ยาวมาก แต่ทีมงานทุกคนหวังว่าทุกคนจะรู้สึกสนุกสนานไปกับมันนะคะ
และในส่วนของแอนโธฯ เป็นความชอบส่วนตัวของเราค่ะ ด้วยความที่ไหน ๆ ก็เป็นออลแล้วก็เลยอยากอ่านการตีความเรื่องราวแต่ละคู่ที่อยู่ในภายใต้ธีมเดียวกัน พอได้อ่านของนักเขียนทุกท่านก็ชอบมาก ๆ และเข่นเคยค่ะ เราหวังว่าผู้เข้าร่วมงานและทุก ๆ คนที่ได้มาอ่านจะรู้สึกสนุกสนานไปเรื่องราวของแต่ละคู่เช่นกันค่ะ
Activity
นอกเหนือจากกิจกรรมการเล่นเกมและอ่านนิยายในเล่มแอนโธฯ แล้วนั้น กิจกรรมอีกอย่างที่ได้รับความสนใจเลยก็คือการแปะสติ๊กเกอร์ลงบนโปสเตอร์ ซึ่งเราได้ไอเดียนี้มาจากวันวาเลนไทน์ในสมัยก่อนที่จะมีการแปะสติ๊กเกอร์รูปหัวใจตามชุดนักเรียน ยิ่งใครได้เยอะก็จะยิ่งดูได้รับความนิยมในสายตาเพื่อน ๆ โดยตั้งแต่เริ่มแรกเราก็ได้ให้นักวาดวาดภาพเซ็ตนี้ขึ้นมาทั้งหมด 2 แบบเลย ก็คือแบบที่ใบหน้าไม่มีการตกแต่งใด ๆ กับใบหน้าที่มีการติดสติ๊กเกอร์ตกแต่งแล้วเรียบร้อย สิ่งนั้นก็คือ Photocard ที่แถมไปกับ Donation Set นั่นเองค่ะ
Decorate
ต้องบอกก่อนว่าสถานที่เดิมตอนเราจองร้านไปนั้นค่อนข้างมีขนาดเล็กกว่านี้ แต่เมื่อทางร้านย้ายสถานที่ใหม่ทำให้ขนาดของร้านมีความกว้างมากกว่าเดิม จากตอนแรกที่พวกเราวางแผนการตกแต่งเอาไว้จนหมดแล้วก็เลยต้องยกแบบร่างใหม่เกือบหมด และต้องตกแต่งมากกว่าเดิมอีกค่อนข้างเยอะเลย อย่างที่เห็นว่าการตกแต่งภายในคาเฟ่ส่วนมากเราจะใช้งาน Craft แทบจะทั้งหมด ทำให้ค่อนข้างใช้เวลาทำกันนานมาก จำได้ว่าช่วงสองเดือนสุดท้ายที่ต้องทำของตกแต่งนั้นเหนื่อยสายตัวแทบขาด แต่พอเห็นหลาย ๆ คนชมว่าสวยและน่ารักก็หายเหนื่อยเป็นปลิดทิ้งเลยค่ะ
ขออนุญาตเล่าถึงการทำของตกแต่งในแต่ละชิ้นและแต่ละโซนเพิ่มเติม เพราะว่าแต่ละส่วนค่อนข้างมีรายละเอียดมากค่ะ
- เคาท์เตอร์ & ตู้เพลง
วัสดุหลักที่เราใช้ทำคือฟิวเจอร์บอร์ดกับกระดาษสี เริ่มจากหา Reference ของเคาท์เตอร์ที่เราอยากได้แล้วนำมาคำนวนขนาดที่เราจะใช้ทำจริง ซึ่งขนาดที่เราทำมามันประมาณเมตรนึง เราอยากให้คนเข้าไปถ่ายรูป ไปมี Interact กับมันได้ เลยต้องทำให้ใหญ่หน่อย แต่ด้วยข้อจำกัดด้านการขนส่งจึงทำให้เราไม่สามารถประกอบเคาท์เตอร์ขนาดเมตรกว่า ๆ ไปจากบ้านได้ เราเลยตัดฟิวเจอร์บอร์ดให้เล็กลง แล้วติดเทปด้านเดียวเพื่อให้มันพับเก็บได้ เราจะได้พับใส่รถแล้วค่อยขนมาประกอบที่คาเฟ่อีกที ส่วนของตกแต่งบนเคาเตอร์ก็เป็นงานที่พวกเราทำกันเองทั้งหมดเช่นกันค่ะ เค้กและไอติมเป็นงานกระดาษที่เราพับเอง ส่วนเมนูครีมโซดาก็ใช้กระดาษแก้วและทิชชู่ค่ะ
- TV
เราใช้กระดาษชานอ้อยทำเป็นส่วนใหญ่ เลือกแบบมาจากทีวีสมัยโบราณที่เป็นตู้ ๆ อันใหญ่ ๆ เราระบายสีพื้นหลังให้ดูเหมือนทีวีที่ไม่มีสัญญาณ น่าจะเป็นภาพจำที่คนเห็นกันบ่อย ๆ แต่พอทำเสร็จเอาไปถามคนอื่นก็มีบอกว่าดูคล้ายไมโครเวฟไปหน่อย เราเลยปิ๊งไอเดียเอาหลอดมาทำเป็นเสาสัญญาณด้านบนซะเลย ทีนี้ก็เหมือนทีวีจริง ๆ แล้ว
- ตู้วางของยุค 90’s
เป็นของที่มาจากบ้าน Staff ทุกคนจริง ๆ มีซื้อมาเพิ่มบ้างพวกขนมยุคเก่า แต่ของอื่น ๆ อย่างโทรศัพท์ นิตยสาร ทามาก็อตจิ แผ่นซีดี เทปทั้งหลายก็เป็นของที่สะสมไว้เองทั้งนั้น เป็นตู้ที่จัดค่อนข้างยาก เนื่องจากของหลายอย่างก็ไม่ได้มีสีที่สวยถูกใจเรา แต่เราก็พยายามหยิบอันที่มีสีสวย ๆ มาโชว์ อีกทั้งยังพยายาม Balance สีในแต่ละชั้นให้ดูไปด้วยกันได้ มีวางตั้งบ้างนอนบ้าง ให้ดูไม่โล่งจนเกินไป อยากให้ทุกคนได้มีรูปสวย ๆ ถ่ายอวดกับ Goods ของตัวเองได้
- ตู้ล็อกเกอร์
ตอนเห็นว่าที่ร้านมีตู้ล็อคเกอร์ในหัวก็เลยคิดถึงพวกตู้ล็อกเกอร์ตามโรงเรียนไฮสคูล ก็เลยนำแฟนอาร์ตที่มีคนส่งเข้าสำรับตกแต่งคาเฟ่มาติดหน้าตู้เพื่อตกแต่ง ส่วนในตู้เปิดไปก็จะเจอกับจดหมายรักกองพะเนินนั่นเองค่ะ
- โซนตู้โทรศัพท์
ไม่รู้ว่าหลาย ๆ คนจะทันใช้ตู้โทรศัพท์หยอดเหรียญไหม แต่นี่เป็นหนึ่งในไอเทมที่เรานึกถึงสุด ๆ เราเลือกดีไซน์เป็นตู้โทรศัพท์แบบไทยที่คุ้นหน้าคุ้นตา เอามาเลือกสีใหม่เป็นฟ้ากับชมพูที่เข้ากับคาเฟ่ วัสดุที่ใช้เป็นกระดาษชานอ้อยเหมือนเดิม ในตอนแรกคิดจะทำตัวโทรศัพท์ให้ติดไปกับตู้เลย แต่ก็นึกเสียดาย อยากเห็นทุกคนทำท่ายกหูโทรศัพท์มาฮัลโหล ๆ เราก็เลยทำให้มันยกวางได้ด้วยละกัน ตอนเห็นรูปที่ทุกคนถ่ายมาแล้วรู้สึกประสบความสำเร็จสุด ๆ
- โซนที่วางหูฟัง
เนื่องจากคาจิเป็นคนติดหูฟัง ทำให้เรานึกถึงร้านขายแผ่นซีดี แผ่นเพลงที่เขาจะมีหูฟังวางไว้ให้ลูกค้าได้ลองฟังเพลง เราเลยอยากให้โซนของคาจิเป็นร้านขายเทปเพลง มีชั้นวางที่แขวนหูฟังไว้กับตัวอย่างแผ่นเพลงหลาย ๆ อัน ตัวชั้นใช้กระดาษลังหุ้มด้วยกระดาษสีชมพูฟ้า ดูน่ารักสนใจเข้ากับตัวคาเฟ่
- โซนแป้นบาส
อ้างอิงมาจากเนื้อเรื่องเกมที่เป็น Story หลักของงานนี้ค่ะ ด้วยความที่โทกาเมะเป็นนักบาส โซนของเขาก็เลยอยากทำมุมที่เป็นแป้นบาสขึ้นมาจริง ๆ เพราะไฮสคูลกับโรงยิมนั้นก็เป็นสิ่งที่ขาดกันไม่ได้นั่นเอง ซึ่งวัสดุที่ใช้ทำแป้นบาสก็เป็นกระดาษลังกับกระดาษสี ตัวห่วงจะใช้ลวดกับกระดาษขาวที่ตัดให้เป็นตาข่ายเหมือนกับห่วงบาสจริง ๆ ตัวห่วงสามารถพับเก็บได้เช่นกัน เพื่อที่ตอนขนของมาจัดจะได้ไม่หักไปก่อนค่ะ
- กระจกบาร์บี้
ตรงนี้เป็นสิ่งที่เราภูมิใจนำเสนอไอเดียสุด ๆ เนื่องจากเราอยากให้ทุกคนที่ส่องกระจกเหมือนได้อยู่ในกล่องบาร์บี้ โรงเรียนบริหารเสน่ห์เจ้าหญิงกัน ก็เลยตัดสินใจทำกรอบกระจกให้เป็นกล่องบาร์บี้ค่ะ โดยใช้กระดาษลังติดกับกระดาษสีชมพู แยกส่วนมาเป็นชิ้นเล็ก ๆ เพื่อการขนย้าย แล้วค่อยนำมาต่อกันตอนจัดร้าน ตกแต่งด้วยสติ๊กเกอร์น่ารัก ๆ ปิดท้ายค่ะ
- โต๊ะวาง Merch จากทาง Project
เนื่องจากทางงานของเรามี Merch ที่ค่อนข้างหลากหลายและเยอะมาก ๆ ไม่ว่าจะเป็น Donation Set, Giveaways Set จาก Special Menu, Lucky Draw และ Walk-In Set เป็นต้น ก็เลยอยากจัดโต๊ะเพื่อโชว์ Merch ขึ้นมา โดยใช้ Theme ให้ดูน่ารักสดใสเหมือนงานเลี้ยงน้ำชาเล็ก ๆ ค่ะ
สรุปรวม ๆ ก็คือความยากของการทำของตกแต่งนั้น นอกจากการหาไอเดีย การคิดวัสดุที่ต้องใช้ทำแล้ว ยังต้องวางแผนสำหรับการเดินทางและขนส่งเพื่อนำมาตกแต่งด้วยนั่นเองค่ะ
สุดท้ายนี้ที่พวกเราได้เล่ามาทั้งหมดนั้นเป็นแค่ในส่วนของไอของงานนี้เท่านั้น แน่นอนว่าการที่จะทำให้งานนี้เกิดขึ้นมานั้นยังมีรายละเอียดและกระบวนการปลีกย่อยอีกมากมายจนยากที่หลาย ๆ คนจะจินตนาการออก และพวกเราคงไม่สามารถเล่าออกมาได้ครบถ้วนทั้งหมดในที่นี้ ถ้าหากมีโอกาสอาจจะนำไปเล่าที่อื่นแทน แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น พวกเราคิดว่าผลงานที่พวกเราได้สร้างสรรค์กันขึ้นมานั้น สามารถแสดงออกถึงความตั้งใจ ความใส่ใจ และความทุ่มเทกับงานให้ทุกคนรับรู้ได้แล้วจริง ๆ ยังไงก็ขอขอบคุณทุกคนที่มองเห็นความพยายามทั้งหมดของพวกเราด้วยนะคะ
ㅡ 🐱🎧🎸🏀
#PlayWithSakura
ไทย


































