พลเมืองอิสระ

126 posts

พลเมืองอิสระ banner
พลเมืองอิสระ

พลเมืองอิสระ

@freecitizenth

สันติ วิธีการ ข้อมูล

Katılım Şubat 2026
10 Takip Edilen131 Takipçiler
พลเมืองอิสระ retweetledi
iLawClub #เขียนรัฐธรรมนูญใหม่
นับเป็นครั้งแรกหลังรัฐบาล "ประยุทธ์ 2" ที่คำแถลงนโยบาย "ไม่มี" ประเด็นเกี่ยวกับการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ หากเปรียบเทียบกับคำแถลงนโยบายของ 3 รัฐบาลล่าสุด ล้วนมีประเด็นการจัดทำ “รัฐธรรมนูญใหม่” แต่ด้วยความผันผวนทางการเมือง ทำให้นโยบายรัฐธรรมนูญใหม่ยังไปไม่ถึง "ปลายทาง"
iLawClub #เขียนรัฐธรรมนูญใหม่ tweet media
ไทย
10
212
171
8.6K
พลเมืองอิสระ retweetledi
THE STANDARD
THE STANDARD@thestandardth·
จากการตรวจสอบเนื้อหาในเอกสารร่างคำแถลงนโยบาย ฉบับเดียวกับที่สมาชิกรัฐสภาจะได้รับไปศึกษา ในคำแถลงนโยบายทั้งหมด 19 หน้า ไม่รวมภาคผนวก ปรากฏคำว่า ‘รัฐธรรมนูญ’ ทั้งหมด 3 คำ ที่เป็นการอ้างอิง และการกล่าวถึงสิ่งที่รัฐบาลได้ทำในอดีต และคำว่า ‘ประชามติ’ 1 คำถ้วน ในบริบทเดียวกัน แต่ไม่มีเนื้อหาส่วนไหนอีกเลยในคำแถลงนโยบายที่กล่าวถึงการจัดทำ แก้ไข หรือดำเนินการเรื่องใดๆ ที่นำไปสู่รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ตั้งแต่รัฐบาลเศรษฐา แพทองธาร เรื่อยมาถึงรัฐบาลอนุทิน 1 เรื่องการจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่ ล้วนบรรจุอยู่ในคำแถลงนโยบายของรัฐบาลทั้งสิ้น ถึงกระนั้นเอง เมื่อมองย้อนเส้นทางของการแก้ไขรัฐธรรมนูญตั้งแต่รัฐบาลเศรษฐาเป็นต้นมา แม้จะไม่ได้มีความคืบหน้ามากนักในช่วงเวลาราว 2 ปี ภายใต้รัฐบาลเพื่อไทย จนกระทั่งพรรคประชาชนได้มีมติขานชื่อให้ อนุทิน ชาญวีรกูล จากพรรคภูมิใจไทย ก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งนายกรัฐมนตรี โดยแลกกับข้อตกลงใน MOA ว่า ครม. ต้องจัดให้มีการออกเสียงประชามติในประเด็นการแก้ไขรัฐธรรมนูญปี 2560 โดยเร็ว ประเด็นนี้จึงน่าจะเป็นคำถามสำคัญที่ตัวแทนรัฐบาลนำโดยพรรคภูมิใจไทย จะต้องตอบที่ประชุมร่วมกันของรัฐสภา ว่าความชัดเจนของกระบวนการจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่ หรือการทำประชามติครั้งที่ 2 และ 3 จะเป็นอย่างไร ในเมื่อไม่มีระบุไว้ในคำแถลงนโยบายแล้ว อ่านต่อ: thestandard.co/new-constituti… ภาพ: ศวิตา พูลเสถียร #อนุทินชาญวีรกูล
THE STANDARD tweet media
ไทย
34
304
262
13.2K
พลเมืองอิสระ retweetledi
iLawClub #เขียนรัฐธรรมนูญใหม่
"ไม่มี" ประเด็นรัฐธรรมนูญใหม่ ในคำแถลงนโยบายรัฐบาลอนุทิน 2 . เมื่อเปรียบเทียบกับรัฐบาลอนุทิน 1 ที่เคยระบุว่าจะสนับสนุนให้มีประชามติ-แก้รัฐธรรมนูญ รัฐบาลอนุทิน 2 เขียนเรื่องการทำประชามติเป็นเพียงผลงานในรัฐบาลที่ผ่านมาเท่านั้น . อ่านต่อ: ilaw.or.th/articles/57522
iLawClub #เขียนรัฐธรรมนูญใหม่ tweet media
ไทย
63
1.8K
745
123.9K
พลเมืองอิสระ retweetledi
We Watch
We Watch@weareonwatch·
📌 กกต. เปิดตัวเลขผู้ใช้สิทธิแล้ว ส่วนเว็บ ECT Report ยังเข้าไม่ได้–ประชามติยังไม่ประกาศผล . เมื่อเวลาประมาณ 22.00 น. วันที่ 26 ก.พ. 2569 สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เผยแพร่จดหมายข่าวเลขที่ 191/2569 เรื่อง ข้อมูลการใช้สิทธิเลือกตั้ง สส. เป็นการเลือกตั้งทั่วไป เมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ซึ่งเป็นการเปิดเผยตัวเลขสรุปการใช้สิทธิอย่างเป็นทางการภายหลังวันเลือกตั้งครบ 17 วัน โดยมีเนื้อหาดังนี้ 1. แบบบัญชีรายชื่อ - ผู้มีสิทธิเลือกตั้ง 52,933,610 คน - ผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้ง 37,807,781 คน (ร้อยละ 71.42) - บัตรดี 35,030,601 ใบ (ร้อยละ 92.65) - บัตรเสีย 1,669,006 ใบ (ร้อยละ 4.41) - บัตรไม่เลือกบัญชีรายชื่อของพรรคการเมืองใด 1,108,051 ใบ (ร้อยละ 2.93) 2. แบบแบ่งเขตเลือกตั้ง - ผู้มีสิทธิเลือกตั้ง 52,933,610 คน - ผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้ง 37,807,778 คน (ร้อยละ 71.42) - บัตรดี 34,862,178 ใบ (ร้อยละ 92.21) - บัตรเสีย 1,337,396 ใบ (ร้อยละ 3.54) - บัตรไม่เลือกผู้สมัครผู้ใด 1,608,174 ใบ (ร้อยละ 4.25) . สำหรับการเปิดเผยตัวเลขใช้สิทธิเลือกตั้งเมื่อวันที่ 8 ก.พ. 69 นี้ เกิดขึ้นหลังจากมีการประกาศรับรองผลการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตไปแล้ว 396 ราย รวมเวลา 17 วัน ท่ามกลางตัวเลขผู้มาใช้สิทธิที่ กกต. สรุปในวันนี้ว่ามีจำนวน 37.8 ล้านคน ขณะที่เว็บไวต์ ECT Report ของ กกต. ซึ่งใช้ติดตามผลการเลือกตั้งมาตลอด จากการตรวจสอบปัจจุบันยังเข้าถึงไม่ได้ โดยก่อนหน้านี้ระบบรายงานผลแบบเรียลไทม์ผ่านเว็บไซต์ ECT Report 69 (ectreport69.ect.go.th) ซึ่งเคยแสดงจำนวนผู้มาใช้สิทธิและผลคะแนนรายหน่วยอย่างต่อเนื่อง ยังไม่สามารถเข้าใช้งานได้เพิ่มเติม ข้อมูลล่าสุดก่อนระบบไม่สามารถเข้าถึงได้ แสดงผลอยู่ที่ประมาณร้อยละ 94 ของหน่วยเลือกตั้งทั้งหมด เช่นเดียวกัน จนถึงขณะนี้ยังไม่มีการประกาศผลการออกเสียงประชามติ ทั้งในรูปแบบไม่เป็นทางการหรืออย่างเป็นทางการ แม้จะผ่านวันลงคะแนนมาแล้ว 17 วันเช่นเดียวกัน สถานการณ์ดังกล่าวทำให้การเผยแพร่ข้อมูลผลการเลือกตั้งและประชามติครั้งนี้เป็นไปอย่างค่อยเป็นค่อยไป ท่ามกลางข้อเรียกร้องจากภาคประชาชนและนักวิชาการให้ กกต. เปิดเผยข้อมูลอย่างครบถ้วนและโปร่งใส อย่างไรก็ตามจากการติดตามสถานการณ์จนถึงวันที่ 26 ก.พ. 69 ประชาไทรายงานว่า กกต. ได้มอบหมายให้รองเลขาธิการ กกต. เข้าแจ้งความดำเนินคดีกับประชาชน 6 ราย ในหลายข้อหา ได้แก่ ความผิดฐานอั้งยี่ (ม.209), ยุยงปลุกปั่น (ม.116), ขัดขวางการปฏิบัติหน้าที่ของ กกต. (พ.ร.ป. กกต. ม.66), ความผิดตาม พ.ร.บ. คอมพิวเตอร์ฯ และข้อหาเปิดผนึกเอกสารของผู้อื่น (ม.322) โดยอ้างพฤติการณ์ว่ามีการร่วมกันถ่ายภาพบัตรเลือกตั้งและต้นขั้ว รวมถึงพยายามถอดรหัส QR Code และบาร์โค้ดบนบัตรเพื่อเชื่อมโยงข้อมูลไปถึงตัวผู้ลงคะแนน ซึ่งถือเป็นการยกระดับการใช้กฎหมายความมั่นคงจัดการกับกลุ่มผู้ตรวจสอบความโปร่งใสของการเลือกตั้งอย่างรุนแรง . ที่มา สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง. (2569, 26 กุมภาพันธ์). จดหมายข่าวเลขที่ 191/2569 เรื่อง ข้อมูลการใช้สิทธิเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเป็นการเลือกตั้งทั่วไป. กรุงเทพฯ: สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง. ประชาไท. (2569). กกต. แจ้งข้อหาหนัก 'อั้งยี่-ยุยงปลุกปั่น' ปชช.-นักการเมือง-ช่างภาพข่าว ปมถ่ายบัตรเลือกตั้ง. สืบค้นเมื่อ 26 กุมภาพันธ์ 2569 จาก prachatai.com/journal/2026/0… #WeWatch #เลือกตั้ง69 #เลือกตั้งประชามติ69 #ทุกคนสังเกตการณ์ได้
We Watch tweet media
ไทย
0
8
6
754
พลเมืองอิสระ retweetledi
We Watch
We Watch@weareonwatch·
📌 8 ปี วงจรเดิม: จาก “คนอยากเลือกตั้ง” ถึง “นับใหม่” เมื่อคำถามถึงความโปร่งใสกลายเป็นคดีความ . เมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2569 รายการ “คนนอกคอก” ของประชาไท สนทนากับ “ทนายรอน” นรเศรษฐ นาหนองตูม ทนายความอาสาจากศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน ผู้เข้าไปเกี่ยวข้องกับคดีการเมืองเรื่องการเลือกตั้ง มาตั้งแต่ยุครัฐบาลคณะรัฐประหาร คสช. (คณะรักษาความสงบแห่งชาติ) สืบเนื่องมาจนถึงกรณีที่ประชาชนถูกดำเนินคดีจากการเรียกร้องให้คณะกรรมการการเลือกตั้งนับคะแนนเลือกตั้งใหม่ที่ชลบุรี เขต 1 และล่าสุดในการนับคะแนนใหม่ที่หน่วยเลือกตั้งในเขตคันนายาว มีรายงานว่า กกต. ได้มอบหมายให้รองเลขาธิการ กกต. เข้าแจ้งความดำเนินคดีกับประชาชน 6 ราย ในหลายข้อหาร้ายแรง ได้แก่ ความผิดฐานอั้งยี่, ยุยงปลุกปั่น, ขัดขวางการปฏิบัติหน้าที่ของ กกต., ความผิดตาม พ.ร.บ. คอมพิวเตอร์ฯ และข้อหาเปิดผนึกเอกสารของผู้อื่น โดยอ้างว่ามีการร่วมกันถ่ายภาพบัตรเลือกตั้งและต้นขั้ว รวมถึงพยายามถอดรหัส QR Code และบาร์โค้ดบนบัตรเพื่อเชื่อมโยงข้อมูลไปถึงตัวผู้ลงคะแนน We Watch ชวนกลับมาทบทวนเครื่องมือในการจัดการประชาชนที่เรียกร้องสิทธิเลือกตั้งที่ควรจะดำเนินไปด้วยความโปร่งใสและเป็นธรรมตามหลักการประชาธิปไตยขั้นพื้นฐาน แต่พลเมืองกลับต้องเผชิญประดาคดีความจากผู้จัดการเลือกตั้งเสียเอง เรื่องราวถัดจากนี้จึงไม่ใช่เพียงประวัติการว่าความ แต่สะท้อนให้เห็นวงจรซ้ำซากของคำถามเรื่องความโปร่งใสในการเลือกตั้งในสังคมไทยตลอดเกือบทศวรรษที่ผ่านมา . จากเสียงตะโกนบนสกายวอล์ก สู่การพิสูจน์ศรัทธาในชั้นศาล ทนายรอนเริ่มต้นด้วยการย้อนรอยไปถึงจุดเปลี่ยนสำคัญเมื่อคณะรัฐประหารเริ่มที่จะถ่ายโอนอำนาจไปสู่การเลือกตั้ง ในปี 2561 ช่วงเวลานั้นประเทศไทยอยู่ภายใต้อำนาจ คสช. นานกว่า 4 ปีแล้ว จนกระทั่งเกิดกลุ่มประชาชนจำนวนหนึ่งเรียกตัวเองว่า “คนอยากเลือกตั้ง” ปรากฏตัวขึ้นมา พวกเขาออกมาทวงถามสัญญาการคืนอำนาจจากรัฐบาลพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา แต่สิ่งที่ผู้คนเผชิญคือการแจ้งความดำเนินคดีต่อประชาชนที่ออกมาเรียกร้อง ทนายรอนเล่าถึงบรรยากาศในคดีที่ถูกเรียกว่า “MBK 39” อันเป็นการระบุชื่อจากสถานที่ที่ถูกดำเนินคดี บริเวณสกายวอล์ก เขตปทุมวัน หน้าห้องสรรพสินค้า MBK จำนวน 39 คน (นอกจากนั้นยังออกเสียงคล้ายกับ BNK48 กลุ่มไอดอลหญิงที่ได้รับความนิยมสูงในเวลานั้น-We Watch) การเรียกร้องการเลือกตั้งครั้งนั้นกลายเป็นครั้งแรก ๆ ที่ประชาชนถูกตั้งข้อหาร้ายแรงอย่าง “ยุยงปลุกปั่น” ตามมาตรา 116 เพียงเพราะออกมาเรียกร้องสิทธิขั้นพื้นฐาน แม้ในวันนั้นอัยการสูงสุดจะเคยมีความเห็นสั่งไม่ฟ้องประชาชนโดยมองว่าไม่เป็นประโยชน์ต่อสาธารณะ แต่กระบวนการทางกฎหมายก็ลากยาวจนไปถึงคำพิพากษาของศาลที่ยืนยันว่า การชุมนุมครั้งนั้นเป็นการใช้สิทธิตามรัฐธรรมนูญ ไม่ได้มีความมุ่งหมายเพื่อล้มล้างอำนาจรัฐหรือก่อความวุ่นวายตามที่ถูกกล่าวหาแต่อย่างใด เช่นเดียวกับคดี RDN ที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ซึ่งมาจากชื่อของถนนราชดำเนิน และคดี Army ที่ประชาชนเดินขบวนไปยังกองบัญชาการกองทัพบกเพื่อเรียกร้องการเลือกตั้ง ทั้งสองเหตุการณ์มีประชาชนถูกดำเนินคดีเป็นจำนวนเพิ่มขึ้นตามลำดับ โดยต่อมาศาลมีคำวินิจฉัยยกฟ้องในทิศทางเดียวกันทั้งหมด เป็นการพิสูจน์ว่าพลังบริสุทธิ์ของประชาชนที่อยากเห็นการเลือกตั้งไม่ใช่ความผิดอาญา . นิติสงคราม และดาบสองคมของการวิจารณ์ กกต. เมื่อการเลือกตั้งปี 2562 มาถึง ความขัดแย้งไม่ได้จบลงที่หีบบัตรเลือกตั้ง แต่ขยายตัวไปสู่การตั้งคำถามต่อการทำงานของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) โดยเฉพาะประเด็นบัตรเลือกตั้งใบเดียวและสูตรคำนวณปาร์ตี้ลิสต์ที่ชวนสับสน การเลือกตั้งครั้งแรกภายใต้รัฐธรรมนูญ 2560 เกิดขึ้นภายใต้ระบบเลือกตั้งแบบจัดสรรปันส่วนแบบผสม (Mixed-Member Apportionment: MMA) ทนายรอนให้รายละเอียดถึงคดีหนึ่งที่เป็นตัวอย่างของการใช้กฎหมายเล่นงานประชาชน ในกรณีของ “จ่านิว” ศิริวิทย์ เสรีธิวัฒน์ ที่ถูก กกต. แจ้งความดำเนินคดีในข้อหาดูหมิ่นหรือหมิ่นประมาทเจ้าพนักงาน เพียงเพราะออกมาวิพากษ์วิจารณ์ว่าการจัดการเลือกตั้งขาดความโปร่งใสและไม่มีประสิทธิภาพ ทนายรอนสะท้อนมุมมองที่น่าสนใจว่า ในขณะที่ประชาชนคาดหวังคำชี้แจงที่กระจ่างชัดจากหน่วยงานรัฐ แต่สิ่งที่ได้รับกลับเป็น “นิติสงคราม” (Lawfare) ที่ใช้กฎหมายเป็นเครื่องมือในการปิดกั้นเสียงวิจารณ์ ซึ่งคดีนี้ยังคงดำเนินต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน สะท้อนให้เห็นว่าแม้ไอดอลวงดังที่เคยถูกนำชื่อมาตั้งเป็นกลุ่มคดีจะประกาศจบการศึกษากันไปยกชุดแล้ว แต่คดีความของประชาชนที่ตรวจสอบ กกต. กลับยังไม่จบสิ้นลงง่าย ๆ (หมายเหตุ- 24 ก.พ. 69 ศาลอาญาพิพากษายกฟ้อง "จ่านิว" สิรวิชญ์ หลังถูกอัยการฟ้องหมิ่นประมาทกรณีจัดกิจกรรมต้านโกงและอ่านแถลงการณ์สับการทำงาน กกต. ปี 62 ว่าไร้ประสิทธิภาพ-เอื้อประโยชน์ คสช. ที่มา UDD News) . วิกฤตการณ์ชลบุรี และปริศนา “รหัสลับ” บนบัตรเลือกตั้ง สถานการณ์ดูเหมือนจะวนลูปซ้ำรอยเดิมในการเลือกตั้งปี 2562 2566 และลามมาถึงกรณีล่าสุดในปี 2569 ที่จังหวัดชลบุรี เขต 1 และเขตคันนายาว ประชาชนซึ่งเฝ้าสังเกตการณ์หีบบัตรต้องเผชิญกับภาพความผิดปกติ ทั้ง “บัตรเขย่ง” ที่จำนวนคนมาใช้สิทธิไม่ตรงกับบัตร หรือการเก็บรักษาหีบบัตรเลือกตั้งที่ไม่รัดกุมจนบัตรเลือกตั้งหล่นกระจาย ทนายรอนระบุว่าแทนที่ กกต. จะเร่งตรวจสอบความผิดพลาดของเจ้าหน้าที่ตนเอง กลับมีการมอบหมายให้รองเลขาธิการ กกต. แจ้งความดำเนินคดีกับประชาชนด้วยข้อหารุนแรงระดับ “ยุยงปลุกปั่น” และข้อหาเปิดผนึกเอกสารของผู้อื่น สำหรับทนายความสิทธิมนุษยชนแล้ว เขามองว่าประเด็นที่แหลมคมที่สุดในมุมมองทางกฎหมายคือเรื่อง “บาร์โค้ดและ QR Code” บนบัตรเลือกตั้ง ซึ่งมีการค้นพบว่าสามารถสืบย้อนกลับไปยังเลขต้นขั้วที่มีชื่อและลายเซ็นของผู้ลงคะแนนได้ นี่คือการสั่นคลอนหัวใจสำคัญของระบอบประชาธิปไตยที่ว่า “การเลือกตั้งต้องเป็นความลับ” แม้ กกต. จะอ้างว่าใช้เพื่อป้องกันการปลอมแปลง แต่ในทางเทคนิคหากข้อมูลทั้งสองส่วนถูกนำมาบรรจบกัน ความลับของผู้ลงคะแนนจะหายไปทันที . การต่อสู้บนพื้นที่ศาลปกครอง: เพื่อกติกาที่เป็นธรรมในอนาคต ด้วยเหตุนี้ ทนายรอนและกลุ่มนักศึกษาจึงได้ตัดสินใจยื่นฟ้องต่อศาลปกครองกลาง เพื่อขอให้ศาลสั่งห้าม กกต. นำบัตรเลือกตั้งที่มีลักษณะสืบค้นตัวตนได้มาใช้ในการเลือกตั้งครั้งต่อ ๆ ไป โดยชี้ว่าเป็นการกระทำทางปกครองที่ขัดต่อรัฐธรรมนูญมาตรา 85 อย่างชัดเจน เขาอธิบายเพิ่มเติมว่า เหตุที่เลือกใช้ช่องทางศาลปกครองแทนที่จะผ่านผู้ตรวจการแผ่นดินไปศาลรัฐธรรมนูญ เพราะต้องการความรวดเร็วและตรงจุดในการวินิจฉัยอำนาจหน้าที่ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ เป้าหมายสูงสุดของการเดินหน้าครั้งนี้ไม่ใช่เพียงเพื่อเอาชนะในคดีความ แต่เพื่อเป็นการวางบรรทัดฐานใหม่ว่า กกต. ในฐานะผู้คุมกฎต้องมีความสง่างามและโปร่งใสเหนือข้อสงสัยใด ๆ ทนายรอนทิ้งท้ายนว่า การที่ กกต. ตั้ง “ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม” ขึ้นมาตอบโต้ประชาชนนั้นไม่อาจสร้างศรัทธาได้เท่ากับการเปิดเผยข้อมูลการนับคะแนนอย่างตรงไปตรงมา เพราะหน้าที่ของประชาชนคือการติดตามตรวจสอบ และหน้าที่ของ กกต. คือการทำให้ความตั้งใจของประชาชนในทุก ๆ บัตรเลือกตั้งนั้นมีความหมายและปลอดภัยจากการถูกคุกคามในภายหลัง . ที่มา: youtube.com/watch?v=_2yl1G… #WeWatch #เลือกตั้งประชามติ69 #ทุกคนสังเกตการณ์ได้ #บัตรเสีย #บาร์โค้ดบัตรเลือกตั้ง #คนอยากเลือกตั้ง #นับใหม่
YouTube video
YouTube
We Watch tweet mediaWe Watch tweet mediaWe Watch tweet mediaWe Watch tweet media
ไทย
0
132
103
2.6K
พลเมืองอิสระ
ถ้าเรื่องบาร์โค้ด เรื่องคะแนนแปลกๆ ไม่มีใครจัดการอะไร สังคมมูฟออนไปเฉยๆ การเลือกตั้งก็กลายเป็นพิธีกรรมที่จิ้มผู้ชนะได้ตั้งแต่ก่อนเลือกตั้งแล้ว #เลือกตั้งโมฆะ
ไทย
0
13
2
229
พลเมืองอิสระ
หันคูหาออกหน่วยเดียว ➡️ เลือกตั้งโมฆะ มีบาร์โค้ด ➡️ ไปกันต่อ ประเทศรอไม่ได้ #เลือกตั้งโมฆะ
ไทย
0
5
0
88
พลเมืองอิสระ
เดี๋ยวจะมีคนบอกต้องรีบตั้งรัฐบาล เพราะมีสงคราม ประเทศรอไม่ได้ เชื่อกุ #เลือกตั้งโมฆะ #Iran
ไทย
0
0
0
49
พลเมืองอิสระ
ละข่าวเลือกตั้งจะโดนกลบหมดปะ เหมือนทุกครั้งที่ผ่านมา ละสังคมก็มูฟออนฉ่ำๆ #เลือกตั้งโมฆะ
ไทย
0
45
11
815
พลเมืองอิสระ retweetledi
ยิ่งชีพ (เป๋า)
2 สัปดาห์ที่ผ่านมามีคดีไปฟ้องศาลปกครองหลายคดีที่ขอให้ศาลเรียกไต่สวนฉุกเฉิน และคุ้มครองชั่วคราวให้ระงับการประกาศผลเลือกตั้ง ก็ติดตามลุ้นกันว่าศาลจะสั่งยังไง สรุปผลคือ ศาลไม่ทำอะไรเลย ไม่เรียกไต่สวน และไม่ยกคำร้อง ไม่ยกฟ้อง ส่วนกกต. ก็ประกาศรับรองผลไปก่อนทราบคะแนน
ไทย
36
1.8K
1K
58K
พลเมืองอิสระ
ขอบคุณทุกคนที่มาร่วมล้อมวงพูดคุยกันใน "สภาพลเมือง" วันนี้นะครับ 😊 เป็นช่วงเวลาที่อบอุ่นและได้เปิดมุมมองใหม่ๆ มากมาย ขอบคุณที่มาเป็นพื้นที่ปลอดภัยในการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกัน รอติดตามกิจกรรมสนุกๆ แบบนี้ได้อีกเรื่อยๆ เลย! 🙌✨
พลเมืองอิสระ tweet media
ไทย
0
0
4
69
พลเมืองอิสระ
สภาพลเมืองเริ่มแล้ว ตอนนี้ ใครลงทะเบียนแล้วเดินเข้าร้านประชาธิปไตยกินได้ ชั้น 2 ได้เลย
พลเมืองอิสระ tweet media
ไทย
0
0
1
60
พลเมืองอิสระ
เหมือนบอกว่า คนแอบขี่จักรยานยังไงก็ชนะแข่งวิ่ง ทั้งๆที่เขาให้วิ่งทุกคน
ไทย
0
0
0
26
พลเมืองอิสระ
รำคานกูรูตามทีวีที่บอกว่า แม้เลือกตั้งไม่โปร่งใส แต่ยังไงน้ำเงินก็ชนะขาดอยู่ดี คือไง ไม่สัมผัสถึงความย้อนแย้งของประโยคตัวเองหรอ #เลือกตั้งโมฆะ
ไทย
1
0
0
54
พลเมืองอิสระ
หน่วยเล็กๆ นับใหม่ยังพลิก ถ้าเป็นงี้ทุกหน่วยอ่ะ ละจะรู้ได้ยังไงว่าน้ำเงินชนะจิง #เลือกตั้งโมฆะ
ไทย
0
0
1
53
พลเมืองอิสระ
ผู้ลงทะเบียนกิจกรรมสภาพลเมือง เสาร์นี้เจอกัน ที่ ร้านประชาธิปไตยกินได้ ชั้น 2 13.00
ไทย
0
0
0
60
พลเมืองอิสระ retweetledi
prajak kong
prajak kong@bkksnow·
เครื่องมือ 3 ยุค จากรปห.(coup) - ดีไซน์รธน (constitutional design) - ควบคุมการเลือกตั้ง (electoral manipulation) 1. ยุค 49, 57 เครื่องมือหลักคือ การรัฐประหาร 2. ยุค 57-66 คือ การออกแบบรธน. (ให้สว เลือกนายก เพิ่มอำนาจองค์กรอิสระ) 3. 2569–> คือ ควบคุมบงการกระบวนการเลือกตั้ง
ไทย
1
467
469
23.2K
พลเมืองอิสระ retweetledi
พลเมืองอิสระ retweetledi
Otter Comrade E31-32@CA11 #NoWarThaiCambodia 🕊
No War Zine [150 THB] พบกันที่งาน #CQ9 7-8 มี.ค. 2026 #CQ9_SAT #CQ9_SUN บูธ N42 สร้างสรรค์โดยศิลปินและนักเขียนอิสระมากกว่า 15 คน ด้วยความปรารถนาร่วมกันถึงสันติภาพในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ #NoWarThaiCambodia #สันติสู่ชายแดน
Otter Comrade E31-32@CA11 #NoWarThaiCambodia 🕊 tweet media
ไทย
3
292
218
46.5K
พลเมืองอิสระ
👀
THE STANDARD@thestandardth

กกต. ส่งหนังสือชี้แจงปมเลือกตั้งลับ-ไม่ลับ ถึงผู้ตรวจการแผ่นดินแล้ว จับตามติส่งศาล รธน. หรือไม่ใน 60 วัน ​รายงานจากสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดินรายงานว่า วันนี้ (27 กุมภาพันธ์) คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้ส่งหนังสือชี้แจงพร้อมเอกสารหลักฐานประกอบกรณีมีผู้ยื่นคำร้องต่อผู้ตรวจการแผ่นดิน ขอให้ส่งเรื่องไปยังศาลรัฐธรรมนูญเพื่อวินิจฉัยว่า การที่ กกต. พิมพ์บาร์โค้ดและคิวอาร์โค้ดลงบนบัตรเลือกตั้ง ซึ่งอาจทำให้สามารถตรวจสอบย้อนกลับไปยังผู้มีสิทธิเลือกตั้งนั้นเป็นไปโดย 'ลับหรือไม่ลับ' เข้าข่ายเป็นการกระทำขัดรัฐธรรมนูญ มาตรา 85 และพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยการเลือกตั้ง สส. มาตรา 96 หรือไม่ ตามขั้นตอนของผู้ตรวจการแผ่นดิน หลังจากได้รับหนังสือชี้แจงจากสำนักงาน กกต. แล้ว ทางสำนักงานฯ จะประมวลเรื่องและเสนอที่ประชุมผู้ตรวจการแผ่นดินพิจารณาภายใน 60 วันนับจากวันที่ผู้ตรวจการแผ่นดินรับเรื่องไว้พิจารณา โดยผู้ตรวจการแผ่นดินได้รับเรื่องตั้งแต่วันที่ 13 กุมภาพันธ์ กรอบเวลา 60 วันก็จะตรงกับวันที่ 13 เมษายนที่จะถึงนี้ อย่างไรก็ตาม คาดว่าผู้ตรวจการแผ่นดินจะมีการนัดประชุมเพื่อลงมติว่า จะส่งศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาหรือไม่ในเร็วๆ นี้ หากที่ประชุมเห็นว่า คำร้องมีมูลเข้าข่ายขัดรัฐธรรมนูญก็จะส่งเรื่องไปยังศาลรัฐธรรมนูญ แต่หากเห็นว่าไม่มีมูลก็จะสั่งยุติเรื่อง ซึ่งจะเปิดช่องให้ผู้ร้องสามารถยื่นศาลรัฐธรรมนูญเองโดยตรงได้อีกครั้งหนึ่ง ก่อนหน้านี้เมื่อ 20 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดินได้มีหนังสือขอให้สำนักงาน กกต. ชี้แจงข้อเท็จจริงและส่งเอกสารหลักฐานเพื่อประกอบการพิจารณาเรื่องร้องเรียนมายังสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดินภายในวันนี้ (27 กุมภาพันธ์) โดยหากพ้นกำหนดระยะเวลาดังกล่าวแล้ว ผู้ตรวจการแผ่นดินมีความจำเป็นต้องดำเนินกระบวนการแสวงหาข้อเท็จจริง และพิจารณาวินิจฉัยตามพยานหลักฐานที่ปรากฏตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป ภาพ: ฐานิส สุดโต #เลือกตั้ง69 #เลือกตั้ง2569 #TheStandardNews

ART
0
0
0
75