Petoo San

61.1K posts

Petoo San banner
Petoo San

Petoo San

@haoto02

I'm Petoo San nice to meet you TH/Eng writer full time Twitter @botnovelpetoo

Katılım Nisan 2018
961 Takip Edilen163 Takipçiler
Petoo San retweetledi
Tarot to youuuu
Tarot to youuuu@TarotYouuuu·
ทุกคนครับ ในเมื่อค่ายเขาออกมาพูดบอกว่าตัวเองไม่ผิดอะไรเลย งั้นสิ่งที่เราทำได้ตอนนี้ คือการสนับสนุนผลงาน คุณ Amulin ให้เต็มที่ ทั้งเรื่องอโยธยาเอยาวดี กับบุษบาเสี่ยงตรีน ส่งกำลังใจให้กับน้องนักวาดกันด้วยนะครับ !!!!! #แบนหงสาวดี
Tarot to youuuu tweet mediaTarot to youuuu tweet media
ไทย
11
5.7K
6K
118.5K
Petoo San retweetledi
ᱸᴥᱸ
ᱸᴥᱸ@sobtember·
#แบนหงสาวดี สวัสดีค่ะ ขออนุญาตออกมาเรียกร้องให้คุณลักษณ์ (ผู้เขียนบท) @SrisukonSirilux และช่องวัน @onehdthailand ชี้แจงข้อสงสัยในประเด็นดังต่อไปนี้อย่างเป็นทางการค่ะ 1. ช่วงเวลาและกระบวนการพัฒนาโปรเจค โปรเจคหงสาวดีเริ่มต้นพัฒนาตั้งแต่ช่วงเวลาใด และมีสารตั้งต้นหรือแนวคิดเริ่มต้นอย่างไร เนื่องจากจากคำแถลงของนักเขียนนิยาย นักวาด และข้อมูลจากทางช่อง พบว่ามีข้อขัดแย้งในรายละเอียดบางประการ กล่าวคือ ในช่วงแรกทางช่องได้ระบุว่าต้องการรอดูกระแสตอบรับจากละครเรื่อง "แม่หยัว" ก่อน และยังไม่มีแผนในการพัฒนาเนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับความสัมพันธ์ของพระนเรศวรและเจ้าพี่ อย่างไรก็ตาม ในช่วงเวลาเดียวกันที่โปรเจคไอศูรย์ราชันอยู่ระหว่างการดำเนินการ กลับมีโครงการหงสาวดีเกิดขึ้น อีกทั้งในช่วงเวลาดังกล่าว คุณลักษณ์ได้มีการติดต่อเพื่อขอซื้อลิขสิทธิ์ผลงาน อโยธยาเอยาวดี แต่ภายหลังจากที่ทางช่องและนักวาดได้เลือกยุติสัญญา จึงปรากฏข้อความจากคุณลักษณ์บนทวิตเตอร์ในภายหลังว่าได้เริ่มดำเนินโปรเจคครั้งใหม่ 2. เหตุผลในการลบตัวตนของนักวาดและชื่อผลงาน ขอเรียนสอบถามถึงเหตุผลในการลบตัวตนของนักวาด รวมถึงชื่อผลงานที่เกี่ยวข้อง เนื่องจากการติดต่อเพื่อขอซื้อลิขสิทธิ์ ถือเป็นการแสดงถึงความสนใจและการยอมรับในผลงานของผู้สร้างสรรค์ การดำเนินการดังกล่าวอาจถูกมองว่าเป็นการไม่ให้เกียรติต่อผู้ผลิตผลงานอย่างยิ่ง จึงใคร่ขอทราบเหตุผลว่าเหตุใดทางช่องจึงไม่สามารถให้เครดิตแก่เจ้าของผลงานต้นฉบับได้อย่างเหมาะสม 3. เหตุผลในการจ่ายเงินในลักษณะ "ค่าที่ปรึกษา" ขอเรียนสอบถามถึงเหตุผลในการมีการจ่ายเงินในลักษณะ "ค่าที่ปรึกษา" ทั้งที่ตามข้อตกลงเบื้องต้นที่ได้มีการพูดคุยกับนักวาด ทางช่องได้เสนอให้เป็นค่าเสียเวลาในการเดินทางเท่านั้น การเปลี่ยนแปลงลักษณะของการจ่ายเงินดังกล่าว มีวัตถุประสงค์หรือเหตุผลในเชิงกฎหมายหรือเชิงสัญญาใดหรือไม่ ในสถานการณ์ที่ผู้ผลิตผลงาน นักแสดง และผู้บริโภคต่างได้รับผลกระทบจากประเด็นดังกล่าว พวกเราหวังเป็นอย่างยิ่งว่าผู้เขียนบทและช่องวันจะออกมาชี้แจงข้อเท็จจริงอย่างตรงไปตรงมา ชัดเจน และจริงใจต่อสาธารณชน ด้วยความเคารพ
ไทย
0
3.9K
2.1K
92.4K
Petoo San retweetledi
SRY
SRY@cucumberma5ter·
ขอแชร์ปสก.การเรื่อง “ค่าที่ปรึกษา” ตอนนั้นเราไม่ได้เป็นที่ปรึกษาใครหรอก แต่สรรพากรพบว่ามีงานที่เรา “ไม่ได้ทำ” ถูกหักภาษี ณ ที่จ่ายในระบบ ย้อนไปราว 10 กว่าปีที่แล้ว แอพธนาคารยังไม่สะดวก ถ้าจะอัพเดตยอดเงินต้องอัพสมุดเอา เราเป็นฟรีแลนซ์ (1) #แบนหงสาวดี
AMULIN@amulin67_

สวัสดีค่ะ เรามาชี้แจงไทม์ไลน์การติดต่อทั้งหมดของทางฝั่งเราเองค่ะ 22 ม.ค. 2568 : นักเขียนบทติดต่อเข้ามาทางข้อความส่วนตัวว่ามีความสนใจในเรื่อง อโยธยาเอยาวดี และต่อมาได้พูดคุยทางโทรศัพท์พร้อมแจ้งว่า สนใจนำอโยธยาเอยาวดีไปทำเป็นฉบับซีรีส์โดยจะปรับเนื้อหาและโทนเรื่องให้เป็นลักษณะมิตรภาพ ซึ่งทางเรายินดีให้มีการปรับดังกล่าว เนื่องจากเชื่อมั่นในแนวทางการพัฒนาเนื้อหาของนักเขียน อย่างไรก็ตาม นักเขียนบทได้ให้ข้อมูลว่า มีแพลนทำละครพีเรียดอยู่แล้ว แต่ยังไม่สามารถยืนยันว่าข้อเสนอโครงการจะผ่านการพิจารณาของช่องหรือไม่ เนื่องจากข้อจำกัดบางประการ เช่น รูปแบบของละครเย็นโดยทั่วไปที่มักให้ตัวละครนำเป็นผู้หญิง (หากไม่ใช่แนววาย) รวมถึงยังมีประเด็นเนื้อหาที่ต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ 5 ก.พ. 68 : คนเขียนบทได้ติดต่อกลับมาว่าเสนอช่องผ่านแล้ว 18 ก.พ. 68 : เดินทางไปเจรจาที่ตึกของช่องเรื่องการซื้อขาย โดยมีข้อกำหนดคือ ขอสงวนสิทธิ์ไม่ให้มีการคอลแลบใด ๆ ในช่วงเวลาหนึ่ง (ซึ่งตอนนั้นเรายอมยุติ) และต้องการสิทธิ์ในภาพเคลื่อนไหวทั้งหมด รวมทั้งภาพยนต์และแอนิเมชันด้วย โดยทางนั้นแจ้งว่าจะให้นักกฎหมายส่งสัญญาให้ภายหลัง ในตอนนั้นเราได้พูดคุยกับทางโคลเวอร์บุ๊กบ้างแล้วเรื่องทำแอนิเมชัน หลังกลับมาจากการคุยรอบนั้น เราเลยพยายามต่อรองไปหลายรอบเรื่องสัญญาว่าช่วยหาตรงกลางให้ได้ไหม ขอสิทธิ์แค่แอนิเมชัน2D หรือเลี่ยงไม่ออนช่วงที่ซีรีส์ฉายได้หรือไม่ 19 มี.ค. 68 : ทางช่องขอยกเลิกการทำสัญญาเนื่องจากแท็กเรื่องมีผลงานแฟนอาร์ตและแฟนฟิคที่ล่อแหลม โดยมีข้อเสนอสองข้อดังนี้ 1.เซ็นสัญญาด้วยข้อตกลงเดิมโดยได้รับค่าตอบแทนตามที่มีการเสนอให้ แต่จะไม่มีการกล่าวเชื่อมโยงใด ๆ ถึงชื่อเรื่องและชื่อนักวาด 2.ยุติการเจรจาทั้งหมด โดยทางนั้นได้กล่าวว่า มีความประสงค์ที่จะทำเรื่องนี้แต่แรกอยู่แล้ว และจะทำต่อโดยไม่หยิบเอาเอเลเมนต์ที่เราสร้างขึ้นมาในเรื่องไปใช้ ตอนนั้นเราได้เสนอแล้วว่า ถ้าไม่อยากให้ปนกับแท็กเดิม ก็เปลี่ยนชื่อเรื่องก็ได้ แต่นักเขียนบทยืนยันว่าทางช่องไม่ต้องการให้มีสิ่งใดที่สามารถดึงโยงมาถึงชื่อเรื่องและชื่อเราได้ เราจึงเลือกยุติการซื้อขายค่ะ 20 มี.ค. 68 ตัวแทนของนักเขียนบทแจ้งว่าจะชดเชยค่าเดินทางและให้กรอกเอกสารเพื่อการโอนเงิน ก่อนจะพบในภายหลังว่า มีเอกสารหัก ณ ที่จ่ายระบุว่าเป็นค่าจ้าง โดยมีเอกสารแนบว่าเป็น “ค่าที่ปรึกษาข้อมูล อโยธยาเอยาวดี” แนบมาด้วย ในตอนแรกเรายอมยุติการคอลแลบและปรับบททั้งหมดก็เพราะอยากเห็นเรื่องราวมุมมองนี้ในสื่อกระแสหลักจริง ๆ หลังยุติการเจรจา เรายังคงทำงานของเราต่อไปอย่างตั้งใจ เมื่อซีรีส์ออน เราพยายามคิดว่าอย่างน้อยที่สุดมันดีต่อมุมมองที่มีต่อประเทศเพื่อนบ้าน แต่สุดท้ายเราและทีมงานก็ตัดสินใจออกมาบอกเล่าเรื่องราวทั้งหมดจากทางฝั่งเรา เพราะอยากปกป้องนักอ่านที่คอยอยู่เคียงข้าง และอยากให้เรื่องราวของเราเป็นอีกแง่มุมหนึ่งในวงการผลิต หวังว่าประสบการณ์นี้จะมีประโยชน์ต่อสายผลิตในประเทศไทยนะคะ ขอบคุณทุกคนที่อยู่ด้วยกันเสมอและทำให้เรามีโอกาสได้เล่าเรื่องนี้ค่ะ

ไทย
3
1.5K
652
97.9K
Petoo San retweetledi
กลุ่มดาวยอดนักวาร์ปบอกให้มีสมาธิหน่อย
คือมันไม่ใช่แค่เรื่องของอโยธยาเอยาวดีแล้วอะ นักเขียนไทยโดนกระทำแบบนี้มากี่คนแล้ว ถ้าทุกคนยอม ทุกคนปล่อยผ่าน มันจะกลายเป็น ‘นักเขียนไทยจะโดนเอาเปรียบกดหัวแบบนี้อีกกี่คน’ วงการศิลปะบ้านเราจะอยู่แบบนี้ไม่ได้
ไทย
1
4.3K
2K
42.2K
Petoo San retweetledi
กลุ่มดาวยอดนักวาร์ปบอกให้มีสมาธิหน่อย
พอไทม์ไลน์มันตรงหมด แฟนคอมิค คนที่มองอยู่ห่างๆ รวมถึงแฟนซีรีส์คนที่น่ารัก เขาถึงทนกันไม่ได้ ยิ่งมีนักเขียนออกมาเล่าทีละคนว่าเคยโดนกันมายังไง(ไม่ใช่เคสนี้) ใครจะทนไหว นักเขียนบ้านเราควรเจอเรื่องพวกนี้เหรอ ละทำซะคล่อง มีแบบแผน
ไทย
1
188
102
4.7K
Petoo San retweetledi
กลุ่มดาวยอดนักวาร์ปบอกให้มีสมาธิหน่อย
ช่องโกรธฝั่งคอมิคไหมนะ 555 เรื่องมาก อะไรเยอะแยะ 🫶🏻 ถ้าโกรธก็อยากให้ย้อนกลับไปดูว่าที่เรื่องมันมาถึงขั้นนี้คุณทำตัวเองทั้งนั้น ห้ามปรามชี้นำได้ทุกเรื่อง แต่พอแฟนคอมิคตั้งข้อสงสัย คุณปล่อยให้แฟนคลับซีรีส์มารุมด่า รุมแซะ ถึงขั้นขู่ฟ้อง ส่วนคุณยืนดูเฉยๆ สนพกับคุณแม่ถึงออกมาพูด
ไทย
3
664
343
13K
Petoo San retweetledi
AMULIN
AMULIN@amulin67_·
สวัสดีค่ะ เรามาชี้แจงไทม์ไลน์การติดต่อทั้งหมดของทางฝั่งเราเองค่ะ 22 ม.ค. 2568 : นักเขียนบทติดต่อเข้ามาทางข้อความส่วนตัวว่ามีความสนใจในเรื่อง อโยธยาเอยาวดี และต่อมาได้พูดคุยทางโทรศัพท์พร้อมแจ้งว่า สนใจนำอโยธยาเอยาวดีไปทำเป็นฉบับซีรีส์โดยจะปรับเนื้อหาและโทนเรื่องให้เป็นลักษณะมิตรภาพ ซึ่งทางเรายินดีให้มีการปรับดังกล่าว เนื่องจากเชื่อมั่นในแนวทางการพัฒนาเนื้อหาของนักเขียน อย่างไรก็ตาม นักเขียนบทได้ให้ข้อมูลว่า มีแพลนทำละครพีเรียดอยู่แล้ว แต่ยังไม่สามารถยืนยันว่าข้อเสนอโครงการจะผ่านการพิจารณาของช่องหรือไม่ เนื่องจากข้อจำกัดบางประการ เช่น รูปแบบของละครเย็นโดยทั่วไปที่มักให้ตัวละครนำเป็นผู้หญิง (หากไม่ใช่แนววาย) รวมถึงยังมีประเด็นเนื้อหาที่ต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ 5 ก.พ. 68 : คนเขียนบทได้ติดต่อกลับมาว่าเสนอช่องผ่านแล้ว 18 ก.พ. 68 : เดินทางไปเจรจาที่ตึกของช่องเรื่องการซื้อขาย โดยมีข้อกำหนดคือ ขอสงวนสิทธิ์ไม่ให้มีการคอลแลบใด ๆ ในช่วงเวลาหนึ่ง (ซึ่งตอนนั้นเรายอมยุติ) และต้องการสิทธิ์ในภาพเคลื่อนไหวทั้งหมด รวมทั้งภาพยนต์และแอนิเมชันด้วย โดยทางนั้นแจ้งว่าจะให้นักกฎหมายส่งสัญญาให้ภายหลัง ในตอนนั้นเราได้พูดคุยกับทางโคลเวอร์บุ๊กบ้างแล้วเรื่องทำแอนิเมชัน หลังกลับมาจากการคุยรอบนั้น เราเลยพยายามต่อรองไปหลายรอบเรื่องสัญญาว่าช่วยหาตรงกลางให้ได้ไหม ขอสิทธิ์แค่แอนิเมชัน2D หรือเลี่ยงไม่ออนช่วงที่ซีรีส์ฉายได้หรือไม่ 19 มี.ค. 68 : ทางช่องขอยกเลิกการทำสัญญาเนื่องจากแท็กเรื่องมีผลงานแฟนอาร์ตและแฟนฟิคที่ล่อแหลม โดยมีข้อเสนอสองข้อดังนี้ 1.เซ็นสัญญาด้วยข้อตกลงเดิมโดยได้รับค่าตอบแทนตามที่มีการเสนอให้ แต่จะไม่มีการกล่าวเชื่อมโยงใด ๆ ถึงชื่อเรื่องและชื่อนักวาด 2.ยุติการเจรจาทั้งหมด โดยทางนั้นได้กล่าวว่า มีความประสงค์ที่จะทำเรื่องนี้แต่แรกอยู่แล้ว และจะทำต่อโดยไม่หยิบเอาเอเลเมนต์ที่เราสร้างขึ้นมาในเรื่องไปใช้ ตอนนั้นเราได้เสนอแล้วว่า ถ้าไม่อยากให้ปนกับแท็กเดิม ก็เปลี่ยนชื่อเรื่องก็ได้ แต่นักเขียนบทยืนยันว่าทางช่องไม่ต้องการให้มีสิ่งใดที่สามารถดึงโยงมาถึงชื่อเรื่องและชื่อเราได้ เราจึงเลือกยุติการซื้อขายค่ะ 20 มี.ค. 68 ตัวแทนของนักเขียนบทแจ้งว่าจะชดเชยค่าเดินทางและให้กรอกเอกสารเพื่อการโอนเงิน ก่อนจะพบในภายหลังว่า มีเอกสารหัก ณ ที่จ่ายระบุว่าเป็นค่าจ้าง โดยมีเอกสารแนบว่าเป็น “ค่าที่ปรึกษาข้อมูล อโยธยาเอยาวดี” แนบมาด้วย ในตอนแรกเรายอมยุติการคอลแลบและปรับบททั้งหมดก็เพราะอยากเห็นเรื่องราวมุมมองนี้ในสื่อกระแสหลักจริง ๆ หลังยุติการเจรจา เรายังคงทำงานของเราต่อไปอย่างตั้งใจ เมื่อซีรีส์ออน เราพยายามคิดว่าอย่างน้อยที่สุดมันดีต่อมุมมองที่มีต่อประเทศเพื่อนบ้าน แต่สุดท้ายเราและทีมงานก็ตัดสินใจออกมาบอกเล่าเรื่องราวทั้งหมดจากทางฝั่งเรา เพราะอยากปกป้องนักอ่านที่คอยอยู่เคียงข้าง และอยากให้เรื่องราวของเราเป็นอีกแง่มุมหนึ่งในวงการผลิต หวังว่าประสบการณ์นี้จะมีประโยชน์ต่อสายผลิตในประเทศไทยนะคะ ขอบคุณทุกคนที่อยู่ด้วยกันเสมอและทำให้เรามีโอกาสได้เล่าเรื่องนี้ค่ะ
ไทย
378
42.6K
24.4K
3.7M
Petoo San retweetledi
Pasrasaa
Pasrasaa@pasrasaa·
การคิดราคาขายเล่มคร่าวๆ นะคะ ออกตัวก่อนว่าส่วนตัวไม่ได้คิดจากจำนวนหน้าหรือจำนวนคำ แต่คิดจากต้นทุนที่จ่ายจริงค่ะ ค่าผลิตต่อเล่ม (อาร์ตเวิร์กใดๆ + ค่าลิขสิทธิ์ตัวเอง + บ.ก. + จัดหน้า + พรูฟ + ค่าพิมพ์ + ค่าแปล และอื่นๆ ที่จะรวมเป็นต้นทุนการผลิต หาร จำนวนพิมพ์) ไม่ควรเกิน 30% ของราคาขายค่ะ จริงๆ อยากให้อยู่แถว 20%-25% แต่ด้วยจำนวนพิมพ์ในยุคปัจจุบัน อาจจะทำให้ราคาหนังสือดีดเกินไปค่ะ ถ้าไม่ส่งร้านหนังสือหรือสายส่ง คิดว่าขยับ % ต้นทุนกับราคาขายขึ้นได้ สัก 10-20% ค่ะ แต่ไม่ควรขยับขึ้นมากเกินไป เพราะอย่าลืมว่าเรายังมีต้นทุนนอกจากค่าผลิต พวกค่าน้ำ ค่าไฟ ค่ากล่อง เทป อุปกรณ์สิ้นเปลืองต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับหนังสือเล่มนี้ ถ้าส่งหนังสือเข้าสายส่ง / ร้าน / ฝากวางช่วงงานหนังสือ / ขายเองผ่านแอพซึ่งถูกหัก GP ก็อย่าขยับขึ้นเลยค่ะ จะเข้าเนื้อได้ 30% นี่คือตึงแล้ว ถ้าเข้าระบบที่ถูกหัก GP อย่าเผลอคิดว่าถ้าต้นทุนเพิ่มขึ้นเล่มละ x บาท เท่ากับต้องเพิ่มราคาขาย x บาท เช่น สมมติสเปรย์เอดจ์เล่มละ 10 บาท ก็บวกราคาขายเพิ่มแค่ 10 บาท แบบนั้นไม่ได้ค่ะ เข้าเนื้อแน่ๆ สรุป โครงสร้างราคาขายจะเป็น ต้นทุน 30% + GP 30-45% + กำไร 40-25% ค่ะ ทั้งนี้ อยากแนะนำให้นักเขียนทำจุดคุ้มทุนของหนังสือแต่ละเล่มด้วยค่ะ ว่าแต่ละเล่มต้องขายเท่าไรถึงจะคืนทุน เส้นกำไรขาดทุนเราจะชัดมากขึ้นค่ะ ไม่ต้องงงๆ ว่าคืนทุนหรือยังนะ กำไรหรือยังนะ (แอบเกร็งมาก ถ้ามีตรงไหนบวกลบผิดสะกิดได้ค่ะ นี่โง่เลขจริงๆ ไม่มุกไม่อำ) **ความรู้ทั้งหมดได้มาจากรุ่นพี่ที่เคารพในวงการอีกที อาจมีสูตรอื่นนอกเหนือจากนี้ เอาตามที่นักเขียนแต่ละคนสะดวกได้เลย ขอให้ทุกคนทำเล่มแล้วไม่เข้าเนื้อก็พอค่ะ**
ครู่ยามหนึ่ง(Oggi)​ #นิรันดร์กาลจารใจ@Klaoklao21

อีกอย่างที่อยากให้คุณนักเขียนที่มีประสบการณ์แล้วออกมาแนะนำคือการตั้งราคาขายหนังสือเป็นเล่มสำหรับนักเขียนมือใหม่ แบบ หนังสือขนาด A5 จำนวน...หน้า ควรตั้งราคากี่บาทอะไรงี้อะค่ะ อย่างเรื่องแรกนุก็เริ่มเลย A 5 จำนวน 432 หน้า ราคาปก 249 เปิดพรี 220 รวมส่ง เจ็บหนักมาก555555

ไทย
1
380
387
30.3K
Petoo San retweetledi
Norasate Prachyakorn
Norasate Prachyakorn@SenateNorasate·
ประเทศไทยกำลังจะเป็น SLAPP STATE หรือเราแค่เริ่มชินกับการที่รัฐฟ้องคนเห็นต่าง? เมื่อช่วงต้นปีนี้ ผมเคยเชิญกกต.มาชี้แจงในกรรมาธิการในกรณีกกต.ฟ้องประชาชนในเหตุเลือกตั้งชลบุรีเขต1 ถ้ายังพอจำกันได้ ด้วยความคิดที่ว่า ”การที่หน่วยงานรัฐฟ้องประชาชนที่ทำหน้าที่ตรวจสอบการทำงานของตนนั้น เป็นเรื่องที่ไม่ควรเกิดขึ้นอย่างยิ่ง“ และวันนี้ มีอีกข่าวที่ผมเพิ่งเห็นคือข่าวอธิบดีกรมการปกครอง แจ้งความดำเนินคดีอาจารย์สมชัยและผู้เชี่ยวชาญด้าน IT อีก2ท่าน ข้อหาหมิ่นประมาท และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ต้นเรื่องไม่ซับซ้อน มีการตั้งคำถามว่า “ข้อมูลผู้มีสิทธิเลือกตั้ง 53 ล้านรายชื่อรั่วไหลหรือไม่” คำถามนี้…ถ้าเป็นประเทศประชาธิปไตยแบบอารยะ มันควรจะถูกตอบด้วย “ข้อเท็จจริง” แต่ในประเทศสารขันธ์ มันถูกตอบด้วย “คดี” ผมนึกถึงคำคำหนึ่ง ที่ช่วงหลังสังคมไทยได้ยินบ่อยจนชิน SLAPP มันย่อมาจาก Strategic Lawsuit Against Public Participation แปลแบบบ้านๆ คือ “การฟ้องเพื่อให้คนหยุดพูด” ไม่ใช่ฟ้องเพื่อชนะ แต่ฟ้องเพื่อให้เหนื่อย ให้เสียเวลา ให้เสียเงิน และที่สำคัญ…ให้ “กลัว” คำถามคือ กรณีนี้เข้าข่ายไหม? ผมคิดว่า อย่างน้อยที่สุดมัน “หน้าตาเหมือน” เพราะสิ่งที่เกิดขึ้นคือ คนตั้งคำถามในประเด็นสาธารณะ กลับกลายเป็น “จำเลย” ในขณะที่คำถามสำคัญจริงๆ ยังไม่มีคำตอบ ข้อมูลรั่วจริงหรือไม่? ถ้ารั่ว รั่วอย่างไร? ใครต้องรับผิดชอบ? คำถามพวกนี้ หายไปจากวงสนทนา แล้วอาจถูกแทนที่ด้วยอีกคำถามหนึ่ง “ใครจะโดนฟ้องต่อ” เรื่องนี้น่ากลัวตรงไหนครับ น่ากลัวตรงที่ไม่ได้อยู่ที่คดีเดียว แต่อยู่ที่ “บรรยากาศ” เมื่อคนเริ่มเห็นว่า การพูดเรื่องสาธารณะมีต้นทุนสูง มีโอกาสโดนคดี มีโอกาสต้องขึ้นศาล คนจะเริ่ม “คิดก่อนพูด” แล้วจากคิดก่อนพูด จะกลายเป็น “ไม่พูดดีกว่า” สังคมแบบนี้ ไม่ได้เงียบเพราะไม่มีปัญหา แต่เงียบเพราะ “ไม่มีใครกล้าพูดถึงปัญหา” ในประเทศที่เป็นประชาธิปไตยเข้มแข็งเวลามีข้อสงสัยเรื่องข้อมูลขนาดใหญ่แบบนี้ รัฐจะรีบทำ 3 อย่าง หนึ่ง ตรวจสอบ สอง เปิดเผย สาม อธิบาย แต่ถ้ารัฐเลือก “ฟ้อง” มันกำลังส่งสัญญาณอีกแบบหนึ่ง “ไม่ใช่สัญญาณเรื่องข้อเท็จจริง แต่เป็นสัญญาณเรื่อง “อำนาจ” ผมไม่ได้บอกว่า ใครถูก ใครผิด เพราะเรื่องข้อมูลรั่ว สุดท้ายต้องพิสูจน์กันด้วยหลักฐาน แต่สิ่งที่เราควรถามคือ ทำไมคำถามถึงต้องจบที่ศาล แทนที่จะจบที่ความจริง? ประเทศไทยอาจจะยังไม่ใช่ SLAPP STATE เต็มตัว แต่ถ้าเรายังเห็นภาพแบบนี้ซ้ำๆ หน่วยงานรัฐฟ้องคนที่ตั้งคำถาม ใช้กฎหมายที่มีโทษรุนแรงกับเรื่องที่ควรเป็นการตรวจสอบสาธารณะ วันหนึ่ง เราจะไม่ต้องถามแล้วว่า “ใช่หรือไม่” เพราะมันจะกลายเป็นเรื่องปกติไปเอง และวันที่การฟ้องกลายเป็นเรื่องปกติ ความจริง จะกลายเป็นเรื่องที่หายากที่สุดในสังคมนี้ครับ #ขอบคุณรูปจากเพจข่าวไทยรัฐครับ
Norasate Prachyakorn tweet media
ไทย
33
3K
1.4K
57.2K
Petoo San retweetledi
Melty • HARiBO
Melty • HARiBO@meltyharibo·
นี่ว่าอ่านทุกบรรทัด แต่ไม่มีบรรทัดไหนเคลียร์ความข้องใจได้เลย -สรุปซื้อเพราะไม่ได้อยากได้เนื้อหาจากเขา แต่จะซื้อกั๊กไว้ เพราะอยากตัดปัญหาคู่แข่งและกระแสวิพากษ์วิจารณ์ กับปัญหาทางกฎหมาย(เหรอ) -นักวาดตัดสินใจไม่ขาย แต่ทำไมยังเห็นเอเลเมนต์ที่รีเลทไปคอมิกซ์ได้หลายจุด คือบังเอิญ(เหรอ) -ค่าเดินทางสู่ค่าที่ปรึกษา อันนี้ก็ไม่เคลียร์ -พูดคุยตกลงกันด้วยดี นี่คือดีจริง ๆ ใช่ไม๊ คืองงไปหมด จะว่าเพราะตื่นมาอ่านตอนตีสี่ก็ได้ แต่ไม่เคลียร์อะไรเลย ทำไมมันเดจาวูจังวะ อิแถลงที่เหมือนไม่ได้แถลงเนี่ย 🫠
ไทย
2
1.6K
774
29.3K
Petoo San retweetledi
กิ๊ฟจังนั่งเล่า
ที่ญี่ปุ่นเซ็นสัญญาทำหนัง-ละคร กับนักวาดการ์ตูนอยู่ที่ประมาณ 2-4 ล้านเยนค่ะ (400,000 - 800,000 บาท) ทุกคนอาจจะคิดว่ามันไม่เยอะ ไม่เห็นต่างจากไทยเท่าไหร่ แต่จุดสำคัญของเค้าไม่ใช่ตรงนั้น เพราะละครที่ญี่ปุ่นก็บิดเนื้อหาบ่อยค่ะ บิดจนมีเหตุเศร้ากับนักวาดเลยทีเดียว เรียกได้ว่า ขายแล้วต้องปิดตาไม่มอง แต่จุดสำคัญของเค้าคือ การขายหนังสือได้เพิ่มค่ะ เพราะชื่อของเค้าได้ขาย และการที่ได้ทำเป็นหนัง-ละคร คือ ตีพิมพ์เพิ่มค่อนข้างแน่นอน ดีไม่ดีออกปกใหม่ด้วย หนังสือ ราคา 500 เยน นักวาดมักจะได้ 8-12% = ตีกลางๆ ที่ 10% = 50 เยน /เล่ม ส่วนใหญ่ถ้าทำเป็นหนังอย่างน้อย ๆ ก็ 10,000 เล่ม = 500,000 เยน 100,000 เล่ม = 5 ล้านเยน และยังมี media mix ทำเป็น นิยาย, อนิเม, เกม, เพลง, ละครเวที ฯลฯ ไม่รวมกู๊ดส์อึก และ ถ้าละครขายดี หนังสืออาจจะมีตอนพิเศษอีกขายต่ออีก หมุนไปยาว ๆ ค่ะ ——- กลับมาดูที่ของไทย สัญญาของคุณ Amulin ค่ะ สำหรับขัอแรกที่ว่า ห้ามบอกชื่อ ห้ามอ้างถึง ห้ามแสดงความเกี่ยวข้อง…. ห้ามสื่อภาพเคลื่อนไหวอื่น ๆ ถามว่า คุณ Amulin จะได้อะไรนอกจากเลขที่เค้าเสนอมา ไม่ได้ค่ะ นี่แหละค่ะ คือ ความแตกต่าง #กิ๊ฟจังนั่งเล่า
ไทย
5
5.8K
3.3K
160.1K
Petoo San retweetledi
SRY
SRY@cucumberma5ter·
คนนี้คือนักเขียนนิยายเรื่องไอศูรย์ราชันย์ ตัวเอกคือมังสามเกียด ซึ่งให้เกียรติคุณอามุลินมาตลอด เป็นนิยายที่รีเสิร์ชระดับพระกาฬและแปะเรฟทุกครั้ง ในทุกๆ ดีเทล เน้นปวศ.ฝั่งหงสา ที่หงสายิ่งกว่าซีรี่อีก เรียกว่าถ้าอ่านของเค้าคือได้ฐานข้อมูลฟรีไปเยอะเลย และช่องก็ขอพิชค่ะ #แบนหงสาวดี
BennieRule ^w^ | #ไอศูรย์ราชัน #วรรณคดีติดเกาะ🌈@Bennie_Rule

มุมฝั่งเรา พอจะเล่าในมุมที่ไม่กระทบใคร จากข้อความในแถลงการณ์ 'ก่อนช่องวันได้มีการพูดคุยกับ...' ของเราเล่าเรื่อง โดยเริ่มจาก ก.พ.ปี2022 ถึง ก.พ.ปี 2024 ที่เสนอโปรเจคกับช่องครับ ถ้าเริ่มก็ประมาณนี้ครับ - ต้น ก.พ.2022 คุณโบวาดภาพ3ช่อง (1)

ไทย
4
8.3K
4.4K
439.4K
Petoo San retweetledi
𝕃𝕀𝕋𝕋𝕃𝔼 𝕄𝔸ℕ𝔾𝕆🥭(CMS : OPEN)
อ่านแล้วรู้สึกเหมือนเค้าพยายามหาข้ออ้างเพื่อล้มดีลตลอดเวลา เหมือนเค้ารู้อยู่แล้วว่าการตีความทางปวศ.ใครจะทำก็ได้ เขาเลยพยายามบีบคุณโบให้ได้มากที่สุด ข้ออ้างที่จุกอกฉันมากที่สุดคือ“แท็กแฟนอาร์ต/แฟนฟิคล่อแหลม” ทำไมฉันรู้สึกได้ถึง“ความรังเกียจ”ของเค้าที่มีต่อสาววาย 😂 #แบนหงสาวดี
AMULIN@amulin67_

สวัสดีค่ะ เรามาชี้แจงไทม์ไลน์การติดต่อทั้งหมดของทางฝั่งเราเองค่ะ 22 ม.ค. 2568 : นักเขียนบทติดต่อเข้ามาทางข้อความส่วนตัวว่ามีความสนใจในเรื่อง อโยธยาเอยาวดี และต่อมาได้พูดคุยทางโทรศัพท์พร้อมแจ้งว่า สนใจนำอโยธยาเอยาวดีไปทำเป็นฉบับซีรีส์โดยจะปรับเนื้อหาและโทนเรื่องให้เป็นลักษณะมิตรภาพ ซึ่งทางเรายินดีให้มีการปรับดังกล่าว เนื่องจากเชื่อมั่นในแนวทางการพัฒนาเนื้อหาของนักเขียน อย่างไรก็ตาม นักเขียนบทได้ให้ข้อมูลว่า มีแพลนทำละครพีเรียดอยู่แล้ว แต่ยังไม่สามารถยืนยันว่าข้อเสนอโครงการจะผ่านการพิจารณาของช่องหรือไม่ เนื่องจากข้อจำกัดบางประการ เช่น รูปแบบของละครเย็นโดยทั่วไปที่มักให้ตัวละครนำเป็นผู้หญิง (หากไม่ใช่แนววาย) รวมถึงยังมีประเด็นเนื้อหาที่ต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ 5 ก.พ. 68 : คนเขียนบทได้ติดต่อกลับมาว่าเสนอช่องผ่านแล้ว 18 ก.พ. 68 : เดินทางไปเจรจาที่ตึกของช่องเรื่องการซื้อขาย โดยมีข้อกำหนดคือ ขอสงวนสิทธิ์ไม่ให้มีการคอลแลบใด ๆ ในช่วงเวลาหนึ่ง (ซึ่งตอนนั้นเรายอมยุติ) และต้องการสิทธิ์ในภาพเคลื่อนไหวทั้งหมด รวมทั้งภาพยนต์และแอนิเมชันด้วย โดยทางนั้นแจ้งว่าจะให้นักกฎหมายส่งสัญญาให้ภายหลัง ในตอนนั้นเราได้พูดคุยกับทางโคลเวอร์บุ๊กบ้างแล้วเรื่องทำแอนิเมชัน หลังกลับมาจากการคุยรอบนั้น เราเลยพยายามต่อรองไปหลายรอบเรื่องสัญญาว่าช่วยหาตรงกลางให้ได้ไหม ขอสิทธิ์แค่แอนิเมชัน2D หรือเลี่ยงไม่ออนช่วงที่ซีรีส์ฉายได้หรือไม่ 19 มี.ค. 68 : ทางช่องขอยกเลิกการทำสัญญาเนื่องจากแท็กเรื่องมีผลงานแฟนอาร์ตและแฟนฟิคที่ล่อแหลม โดยมีข้อเสนอสองข้อดังนี้ 1.เซ็นสัญญาด้วยข้อตกลงเดิมโดยได้รับค่าตอบแทนตามที่มีการเสนอให้ แต่จะไม่มีการกล่าวเชื่อมโยงใด ๆ ถึงชื่อเรื่องและชื่อนักวาด 2.ยุติการเจรจาทั้งหมด โดยทางนั้นได้กล่าวว่า มีความประสงค์ที่จะทำเรื่องนี้แต่แรกอยู่แล้ว และจะทำต่อโดยไม่หยิบเอาเอเลเมนต์ที่เราสร้างขึ้นมาในเรื่องไปใช้ ตอนนั้นเราได้เสนอแล้วว่า ถ้าไม่อยากให้ปนกับแท็กเดิม ก็เปลี่ยนชื่อเรื่องก็ได้ แต่นักเขียนบทยืนยันว่าทางช่องไม่ต้องการให้มีสิ่งใดที่สามารถดึงโยงมาถึงชื่อเรื่องและชื่อเราได้ เราจึงเลือกยุติการซื้อขายค่ะ 20 มี.ค. 68 ตัวแทนของนักเขียนบทแจ้งว่าจะชดเชยค่าเดินทางและให้กรอกเอกสารเพื่อการโอนเงิน ก่อนจะพบในภายหลังว่า มีเอกสารหัก ณ ที่จ่ายระบุว่าเป็นค่าจ้าง โดยมีเอกสารแนบว่าเป็น “ค่าที่ปรึกษาข้อมูล อโยธยาเอยาวดี” แนบมาด้วย ในตอนแรกเรายอมยุติการคอลแลบและปรับบททั้งหมดก็เพราะอยากเห็นเรื่องราวมุมมองนี้ในสื่อกระแสหลักจริง ๆ หลังยุติการเจรจา เรายังคงทำงานของเราต่อไปอย่างตั้งใจ เมื่อซีรีส์ออน เราพยายามคิดว่าอย่างน้อยที่สุดมันดีต่อมุมมองที่มีต่อประเทศเพื่อนบ้าน แต่สุดท้ายเราและทีมงานก็ตัดสินใจออกมาบอกเล่าเรื่องราวทั้งหมดจากทางฝั่งเรา เพราะอยากปกป้องนักอ่านที่คอยอยู่เคียงข้าง และอยากให้เรื่องราวของเราเป็นอีกแง่มุมหนึ่งในวงการผลิต หวังว่าประสบการณ์นี้จะมีประโยชน์ต่อสายผลิตในประเทศไทยนะคะ ขอบคุณทุกคนที่อยู่ด้วยกันเสมอและทำให้เรามีโอกาสได้เล่าเรื่องนี้ค่ะ

ไทย
9
5.1K
2.3K
148.1K
Petoo San retweetledi
กลุ่มดาวยอดนักวาร์ปบอกให้มีสมาธิหน่อย
แอบกังวลนิดนึง ครั้งนี้โป๊ะเยอะเพราะมีหลักฐานในโซเชียลชัดเจน แต่ 1. คุณอมลไม่ใช่คนแรกและคนสุดท้ายที่โดนแน่ ๆ 2. คราวนี้ช่องน่าจะออกระเบียบในองค์กรเรื่องการใช้โซเชียล 3. ต่อไปนักเขียนตัวเล็ก ๆ คนไหนโดนอีก ก็จะไม่มีหลักฐานแล้ว
NUMSAENG13 || CMS CLOSE@numsaeng13

แต่ที่แถลงมานี่ไม่ได้แปลกใจเท่าไหร่ว่าจะออกมาทรงนี้ เพราะเจตนาเกริ่นมาว่ามีแผนทำเรื่องแนว ๆ นี้มาก่อนนะต่าง ๆ แย่อะ เห็นแล้วหดหู่กับสิ่งที่ฝั่งที่ตัวเล็กกว่าต้องเจอ สุดท้ายแล้วก็จะลอยตัว

ไทย
1
10.4K
4.4K
261.8K
Petoo San retweetledi
꒰ᐢ. .ᐢ꒱₊˚⊹ ᰔ โยมุงกันต์เป็นงู้ววววว ₊˚ෆ
เอางี้นะ สำหรับคนไม่เก็ตว่ามันขนาดนั้นเลยเหรอ ก็เหมือนเวลาคุณพี่ตั้งใจทำงานสักอย่างของคุณพี่ขึ้นมากับมือ ละอยู่ดีๆหัวหน้างานก็อุ๊ย ทำอยู่เหรอน่าสนใจอ่ะ เรียกไปคุยๆๆ คุยเสร็จไม่เอาละ ละไม่นานต่อมาก็ปึ้งงง มีงานคล้ายของคุณพี่โพล่มาบนโลก หัวหน้างานถูกชม คุณพี่เอะใจโดนด่า #แบนหงสาวดี
ไทย
8
9.5K
5K
214.6K
Petoo San retweetledi
Petoo San retweetledi
นาฬิกาปลุก ⏰
ซึ่งกล้าพูดว่าอามุลินคือสายผลิตประเภทบุคคลที่ใหญ่ที่สุดคนหนึ่งแล้วในเมืองไทย ลองคิดสภาพว่าเป็นนักเขียนโนเนม นิยายเรื่องแรก ไม่มีเส้นสายเข้าถึงคนในวงการที่อยู่มานาน ไม่มีเงินเข้าถึงทนายดิ ตายหร่า
ไทย
3
7.9K
5.3K
163.6K
Petoo San retweetledi
crypt
crypt@aosenid·
ไอเหี้ย
crypt tweet media
AMULIN@amulin67_

สวัสดีค่ะ เรามาชี้แจงไทม์ไลน์การติดต่อทั้งหมดของทางฝั่งเราเองค่ะ 22 ม.ค. 2568 : นักเขียนบทติดต่อเข้ามาทางข้อความส่วนตัวว่ามีความสนใจในเรื่อง อโยธยาเอยาวดี และต่อมาได้พูดคุยทางโทรศัพท์พร้อมแจ้งว่า สนใจนำอโยธยาเอยาวดีไปทำเป็นฉบับซีรีส์โดยจะปรับเนื้อหาและโทนเรื่องให้เป็นลักษณะมิตรภาพ ซึ่งทางเรายินดีให้มีการปรับดังกล่าว เนื่องจากเชื่อมั่นในแนวทางการพัฒนาเนื้อหาของนักเขียน อย่างไรก็ตาม นักเขียนบทได้ให้ข้อมูลว่า มีแพลนทำละครพีเรียดอยู่แล้ว แต่ยังไม่สามารถยืนยันว่าข้อเสนอโครงการจะผ่านการพิจารณาของช่องหรือไม่ เนื่องจากข้อจำกัดบางประการ เช่น รูปแบบของละครเย็นโดยทั่วไปที่มักให้ตัวละครนำเป็นผู้หญิง (หากไม่ใช่แนววาย) รวมถึงยังมีประเด็นเนื้อหาที่ต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ 5 ก.พ. 68 : คนเขียนบทได้ติดต่อกลับมาว่าเสนอช่องผ่านแล้ว 18 ก.พ. 68 : เดินทางไปเจรจาที่ตึกของช่องเรื่องการซื้อขาย โดยมีข้อกำหนดคือ ขอสงวนสิทธิ์ไม่ให้มีการคอลแลบใด ๆ ในช่วงเวลาหนึ่ง (ซึ่งตอนนั้นเรายอมยุติ) และต้องการสิทธิ์ในภาพเคลื่อนไหวทั้งหมด รวมทั้งภาพยนต์และแอนิเมชันด้วย โดยทางนั้นแจ้งว่าจะให้นักกฎหมายส่งสัญญาให้ภายหลัง ในตอนนั้นเราได้พูดคุยกับทางโคลเวอร์บุ๊กบ้างแล้วเรื่องทำแอนิเมชัน หลังกลับมาจากการคุยรอบนั้น เราเลยพยายามต่อรองไปหลายรอบเรื่องสัญญาว่าช่วยหาตรงกลางให้ได้ไหม ขอสิทธิ์แค่แอนิเมชัน2D หรือเลี่ยงไม่ออนช่วงที่ซีรีส์ฉายได้หรือไม่ 19 มี.ค. 68 : ทางช่องขอยกเลิกการทำสัญญาเนื่องจากแท็กเรื่องมีผลงานแฟนอาร์ตและแฟนฟิคที่ล่อแหลม โดยมีข้อเสนอสองข้อดังนี้ 1.เซ็นสัญญาด้วยข้อตกลงเดิมโดยได้รับค่าตอบแทนตามที่มีการเสนอให้ แต่จะไม่มีการกล่าวเชื่อมโยงใด ๆ ถึงชื่อเรื่องและชื่อนักวาด 2.ยุติการเจรจาทั้งหมด โดยทางนั้นได้กล่าวว่า มีความประสงค์ที่จะทำเรื่องนี้แต่แรกอยู่แล้ว และจะทำต่อโดยไม่หยิบเอาเอเลเมนต์ที่เราสร้างขึ้นมาในเรื่องไปใช้ ตอนนั้นเราได้เสนอแล้วว่า ถ้าไม่อยากให้ปนกับแท็กเดิม ก็เปลี่ยนชื่อเรื่องก็ได้ แต่นักเขียนบทยืนยันว่าทางช่องไม่ต้องการให้มีสิ่งใดที่สามารถดึงโยงมาถึงชื่อเรื่องและชื่อเราได้ เราจึงเลือกยุติการซื้อขายค่ะ 20 มี.ค. 68 ตัวแทนของนักเขียนบทแจ้งว่าจะชดเชยค่าเดินทางและให้กรอกเอกสารเพื่อการโอนเงิน ก่อนจะพบในภายหลังว่า มีเอกสารหัก ณ ที่จ่ายระบุว่าเป็นค่าจ้าง โดยมีเอกสารแนบว่าเป็น “ค่าที่ปรึกษาข้อมูล อโยธยาเอยาวดี” แนบมาด้วย ในตอนแรกเรายอมยุติการคอลแลบและปรับบททั้งหมดก็เพราะอยากเห็นเรื่องราวมุมมองนี้ในสื่อกระแสหลักจริง ๆ หลังยุติการเจรจา เรายังคงทำงานของเราต่อไปอย่างตั้งใจ เมื่อซีรีส์ออน เราพยายามคิดว่าอย่างน้อยที่สุดมันดีต่อมุมมองที่มีต่อประเทศเพื่อนบ้าน แต่สุดท้ายเราและทีมงานก็ตัดสินใจออกมาบอกเล่าเรื่องราวทั้งหมดจากทางฝั่งเรา เพราะอยากปกป้องนักอ่านที่คอยอยู่เคียงข้าง และอยากให้เรื่องราวของเราเป็นอีกแง่มุมหนึ่งในวงการผลิต หวังว่าประสบการณ์นี้จะมีประโยชน์ต่อสายผลิตในประเทศไทยนะคะ ขอบคุณทุกคนที่อยู่ด้วยกันเสมอและทำให้เรามีโอกาสได้เล่าเรื่องนี้ค่ะ

ไทย
20
17K
8K
811.4K
Petoo San retweetledi
ยืนกินปากกา
ที่จริงถ้ารวบรวมเหล่าคนที่โดนผู้จัดเครือนั้นทำแย่ใส่มารวมตัวร่วมงานกันได้ นี่อาจเป็นจุดเริ่มต้นของ mad unicorn เวอร์ชั่นผู้จัดซีรี่ส์
ไทย
23
19K
11.9K
812.9K
Petoo San retweetledi
สนู้ป
สนู้ป@thinkiie·
ในขณะที่ร้าน bxxx สาขาเมืองเก่า ฉันแจ้งว่าแพ้โรสแมรี่ สุดท้ายเสิร์ฟขนมปังที่ทาน้ำมันโรสแม่รี่มาให้ พอฉันทานไปเลยรู้สึกหน้าบวม ถามปุ้บตอบหน้าตาเฉยว่า มีโรสแมรี่ ฉันวิ่งไปล้วงคอในห้องน้ำชั้นบน ไม่มียาแก้แพ้ ไม่ได้ขอโทษตอนนั้นเลยด้วย จ่ายเต็ม วันเกิดแฟนฉันไม่อยากวีนมาก ..
🎀🐰🌹🐻🐸🐶🐈‍⬛🐬@TifFaNy_9member

"แฟนแพ้กุ้ง แต่ร้านยังเสิร์ฟเมนูกุ้งให้ สุดท้ายกินเข้าไปแล้วเกิดอาการแพ้ " - เริ่มเรื่องเลยคือเจ้รของช่องช่อง @.ttinybabe ได้ไปฉลองวันเกิดกันที่ร้าน coda bangkok - ซึงเป็นอาหารแบบ Fine Dining - ปกติถ้าทานพวก Fine Dining ก็ต้องบอกทางร้านว่าเราแพ้อะไร - ซึ่งทาง จขช. ได้บอกทางร้านแล้วว่าแฟนแพ่อะไร ตัวเองแพ้อะไร - จขช. บอกว่าตอนเสิร์ฟตอนแรกเค้าดูงงแปลกๆว่าจานไหนของคนแพ้ถั่ว จานไหนของคนแพ้กุ้ง - ซึ่งทางสามีแพ้กุ้ง - สุดท้ายเค้าเสิร์ฟจานที่มีกุ้งกะปิเป็นส่วนผสม - พนักงานก็มาขอโทษ ทาง จขช.บอกว่าคนเสิร์ฟทำประมาณว่า “โอ๊ยนั่นไง ผิดจนได้” - สุดท้ายกินเข้าไปแล้วเกิดอาการแพ้ คันปาก คันคอ เลยขอยาแก้แพ้จากทางร้าน - ซึ่งวันเกิดที่เกิดทางร้านร้านรับผิดชอบแค่เอายาแก้แพ้มาให้ตามที่ขอเท่านั้น - มีคอมเม้นท์ถามว่าทำไมถึงเสี่ยงกินต่อ - จขช.บอกว่าที่กินต่อเพราะเป็นวันเกิด ไม่อยากทำลายบรรยากาศวันเกิดของสามี - อัพเดทล่าสุดวันที่ 13/4/2026 ทางเชฟแท็ปเจ้าของร้านติดต่อมาทางโทรศัพท์เพื่อขอโทษด้วยตัวเองและขอคืนเงินค่าอาหารเต็มจำนวนแล้ว - เชฟแจ้งว่าได้พักงานพนักงานคนดังกล่าวและเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมากๆ

ไทย
1
2.6K
1.5K
274.8K