Pppppp
4.5K posts

Pppppp
@hoop018
โลกทวิตเตอร์มันเข้มข้น มันดาร์ก เหมือนเอสเปรสโซ่ ชอตเล็กๆ แต่ทำให้ #ตาสว่าง
Thailand Katılım Kasım 2018
219 Takip Edilen78 Takipçiler
Pppppp retweetledi
Pppppp retweetledi
Pppppp retweetledi
Pppppp retweetledi

อัพเดท อ.เจียง ล่าสุด ครับ
.
"เมื่อสงครามโลกครั้งใหม่กลายเป็นเพียง "ภาพยนตร์ฮอลลีวูด" ของรัฐบาลสหรัฐฯ"
.
1.ขณะนี้สงครามระหว่างสหรัฐอเมริกาและอิหร่านกำลังเดินทางมาถึงจุดที่ไม่อาจหันหลังกลับได้
.
2. การขู่โจมตีโครงสร้างพื้นฐานของพลเรือนอิหร่าน เช่น โรงไฟฟ้าและสะพาน อาจทำให้โลกต้องสูญเสียแหล่งพลังงานไปถึง 20%
ซึ่งผลกระทบที่น่ากลัวที่สุดที่จะตามมาไม่ใช่แค่ค่าตั๋วเครื่องบินหรือค่าน้ำมันที่แพงขึ้น
.
แต่คือ วิกฤตการขาดแคลนปุ๋ย ที่อาจลุกลามไปสู่ภาวะอดอยากครั้งใหญ่ของประชากรหลายพันล้านคนทั่วโลก โดยเฉพาะในแอฟริกาและเอเชียใต้
.
3.แต่สิ่งที่น่าสนใจและเป็นปัญหาหลักของสหรัฐฯ ในสงครามครั้งนี้ คือ การเสพติดภาพลักษณ์และการเล่าเรื่องแบบฮอลลีวูด (The Hollywood-Pentagon Complex)
.
4.กองทัพสหรัฐฯ และกระทรวงกลาโหม (Pentagon) มักทำงานร่วมกับฮอลลีวูดเพื่อสร้างโฆษณาชวนเชื่อผ่านภาพยนตร์ เช่น การสร้างภาพลักษณ์ว่าทหารอเมริกันคือฮีโร่และมีคติประจำใจว่าจะ "ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง"
.
5. ความหลงใหลในภาพลักษณ์นี้ทำให้สหรัฐฯ ละเลยหลักการทำสงครามที่สำคัญที่สุด 3 ประการ ได้แก่ เศรษฐศาสตร์ การจัดการ และโลจิสติกส์
.
ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือ เหตุการณ์ที่สหรัฐฯ อ้างว่าประสบความสำเร็จในการส่งกองกำลังเข้าไปช่วยเหลืออดีตนักบิน F-15 ที่ถูกยิงตกในอิหร่านอย่างยิ่งใหญ่ราวกับปาฏิหาริย์
.
6. แต่ในความเป็นจริง มีหลักฐานมากมายที่บ่งชี้ว่าปฏิบัติการนี้คือ ความล้มเหลวของการบุกรุกภาคพื้นดินเพื่อพยายามขโมยแร่ยูเรเนียมของอิหร่าน ที่ทำให้สหรัฐฯ ต้องสูญเสียเครื่องบินราคาแพงไปมหาศาล
.
แต่รัฐบาลกลับเลือกที่จะบิดเบือนความจริงและสร้างบทละครขึ้นมาใหม่เพื่อให้ตัวเองดูชนะ
.
7.นอกจากนี้ สหรัฐฯ ยังได้ปรับเปลี่ยนยุทธศาสตร์ระดับโลกของตนเอง จากอดีตที่เคยเป็นผู้ค้ำประกันการค้าเสรีของโลก ตอนนี้สหรัฐฯ กำลังทำตัวเหมือน "รัฐมาเฟีย" หรือโจรสลัด
.
8. โดยหันมาใช้วิธีปิดล้อมทางทะเล และมุ่งเป้าไปที่การควบคุมจุดยุทธศาสตร์สำคัญทางน้ำ (Choke points) เช่น คลองปานามา กรีนแลนด์ และช่องแคบมะละกา เพื่อบีบบังคับให้ประเทศอื่นๆ ต้องยอมทำตามหากต้องการใช้เส้นทางเดินเรือ
.
9.บทสรุปของสงครามครั้งนี้อาจเป็นตลกร้าย เพราะทั้งสองฝ่ายต่างคิดว่าตนเองกำลังจะชนะและมีเป้าหมายทางยุทธศาสตร์ที่ไม่ขัดแย้งกันโดยตรง
อิหร่านอาจบรรลุเป้าหมายในการผลักดันสหรัฐฯ ออกจากตะวันออกกลางและรีเซ็ตระบบเศรษฐกิจโลก ในขณะที่สหรัฐฯ ก็อาจบรรลุเป้าหมายในการทำลายล้างอิหร่านให้ย่อยยับ
.
ท้ายที่สุด โลกจะเปลี่ยนไปตลอดกาลและเต็มไปด้วยความสูญเสีย ในขณะที่ชาวอเมริกันจำนวนมากอาจจะยังคงหลงเชื่อใน "ภาพลวงตา" หรือตอนจบแบบแฮปปี้เอนดิ้งที่รัฐบาลสร้างขึ้นผ่านหน้าจอข่าวต่อไป
.
มีเพื่อนๆคนไหนอยากฟังผม LIVE เรื่องนี้ไหมครับ พิมมาบอกใน comment กันหน่อยครับ
.
#TAMEIG #อิกบรรพต #ลงทุนเพราะอยากมีเงินใช้ตลอดชีวิต

ไทย
Pppppp retweetledi
Pppppp retweetledi

อัพเดท อ.เจียง ล่าสุดครับ
.
The Great Reset
.
วัฏจักรเศรษฐกิจ: ธรรมชาติหรือการจัดฉากของกลุ่มทุนข้ามชาติ?
ในวิชาเศรษฐศาสตร์ทั่วไป เรามักถูกสอนว่าวัฏจักรเศรษฐกิจที่ประกอบด้วยช่วงรุ่งเรืองและตกต่ำ (Boom-Bust Cycle) เป็นกระบวนการตามธรรมชาติของระบบทุนนิยมที่เกิดจากความมั่นใจและพฤติกรรมการใช้จ่ายเกินตัวของมนุษย์
.
แต่แท้จริงแล้วมีอีกมุมมองหนึ่งที่ชี้ว่า การล่มสลายทางการเงินและเศรษฐกิจไม่ได้เกิดขึ้นโดยบังเอิญ แต่มันถูก "จัดฉาก" (Engineered) โดยกลุ่มคนเบื้องหลัง
.
ระบบเศรษฐกิจโลกที่เราเห็นถูกควบคุมโดยกลุ่มที่เรียกว่า "ผู้คุมเกม" (Game Masters) ซึ่งประกอบด้วยสถาบันการเงินระดับโลก เช่น ธนาคารเพื่อการชำระหนี้ระหว่างประเทศ (BIS), ธนาคารโลก, กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF), วอลล์สตรีท และศูนย์กลางการเงินในลอนดอน
สถาบันเหล่านี้ทำงานร่วมกันในฐานะกลุ่มทุนข้ามชาติเพื่อควบคุมการไหลเวียนของเงินตรา
.
โดยใช้กลไกอย่าง "อัตราดอกเบี้ย" เป็นตัวส่งสัญญาณให้ธนาคารต่างๆ ปล่อยหรือชะลอสภาพคล่องเข้าสู่ระบบ มากกว่าที่จะเป็นเพียงเครื่องมือจูงใจพฤติกรรมของผู้บริโภคตามที่ทฤษฎีทั่วไปกล่าวอ้าง
ในขณะเดียวกัน เงินก็ถูกทำให้เป็นเสมือนพระเจ้าหรือ "ภาพลวงตาหมู่" (Collective hallucination) ที่คอยกำหนดและควบคุมความเป็นจริงของสังคม
.
กฎเหล็กสำคัญของระบบนี้ที่เริ่มก่อตัวมาตั้งแต่ศตวรรษที่ 17 คือหลักการที่ว่า "ผลกำไรเป็นของเอกชน แต่ความสูญเสียเป็นของสังคม" (Profits are prioritized, losses are socialized)
.
ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดเจนที่สุดคือ วิกฤตการเงินโลกในปี 2008 วิกฤตครั้งนี้ไม่ได้พังทลายเพียงเพราะมีคนผิดนัดชำระหนี้มากเกินไปจนรับไม่ไหว แต่มันล่มสลายเพราะระบบถูกออกแบบมาให้ทำกำไรสูงสุดจากการพังทลายนั้น
.
นักลงทุนบางคนทำกำไรได้ถึง 2 หมื่นล้านดอลลาร์จากการเดิมพันว่าระบบจะพังทลาย
.
และเมื่อเกิดการล่มสลาย ธนาคารขนาดใหญ่ก็สามารถเข้ากว้านซื้อธนาคารที่ล้มละลาย รวมถึงบ้านของประชาชนที่ถูกยึดในราคาถูก ทำให้เกิดการผูกขาดและความมั่งคั่งที่กระจุกตัวมากยิ่งขึ้น
.
หลังวิกฤตปี 2008 สถาบันระดับโลกอย่าง BIS ได้มีส่วนสำคัญในการเปลี่ยนแปลงทิศทางเศรษฐกิจ โดยย้ายศูนย์กลางอำนาจไปยังประเทศจีน ผ่านการส่งสัญญาณด้วยอัตราแลกเปลี่ยนเงินตรา ทำให้จีนเกิดการกู้ยืมและลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานอย่างมหาศาล รวมถึงการก้าวขึ้นเป็นมหาอำนาจด้านการส่งออก
.
ทว่าจีนกลับไม่ได้ต้องการสวมบทบาทเป็นมหาอำนาจทางการทหารหรือเป็นศูนย์กลางสกุลเงินสำรองของโลกอย่างเต็มรูปแบบ
.
นั่นนำมาสู่การคาดการณ์ว่า กลุ่มทุนข้ามชาติกำลังเตรียมทิ้งสหรัฐอเมริกา และย้ายศูนย์กลางการลงทุนแห่งใหม่ไปที่ "อิสราเอล"
.
เพื่อที่จะทำเช่นนั้นได้ พวกเขาอาจเตรียมจัดฉากให้เกิดวิกฤตเศรษฐกิจในอเมริกาอีกครั้ง ผ่านการปล่อยให้ ฟองสบู่สินเชื่อภาคเอกชน (Private credit bubble) หรือฟองสบู่ AI แตกลง
.
สาเหตุที่กลุ่มทุนสนใจอิสราเอลเป็นเพราะโครงการขยายดินแดน (Greater Israel) จะทำให้เกิดการทำสงคราม ซึ่งสงครามคือกิจกรรมที่สร้างผลกำไรสูงสุด ตามมาด้วยการลงทุนเพื่อฟื้นฟูหลังสงคราม และการควบคุมเส้นทางการค้าโลกในภูมิภาคนั้น
.
ท้ายที่สุดแล้ว กลุ่มทุนเหล่านี้ไม่ได้แสวงหาความสงบสุข แต่พวกเขาแสวงหากำไรสูงสุดจาก "ความโกลาหล" เพราะยิ่งมีสงครามหรือวิกฤตเศรษฐกิจที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวด พวกเขาก็ยิ่งสามารถกว้านซื้อสินทรัพย์ทรัพยากรในราคาถูก และสร้างเม็ดเงินมหาศาลจากเลือดที่เปื้อนอยู่บนท้องถนนได้นั่นเอง
.
ใครอยากฟังผม live เรื่องนี้บ้าง พิมมาบอกหน่อยนะครับ :)

ไทย
Pppppp retweetledi
Pppppp retweetledi
Pppppp retweetledi
Pppppp retweetledi
Pppppp retweetledi
Pppppp retweetledi
Pppppp retweetledi
Pppppp retweetledi
Pppppp retweetledi
Pppppp retweetledi
Pppppp retweetledi
Pppppp retweetledi













