g. 🧸🥣🎀
26.7K posts

g. 🧸🥣🎀
@immarkbam
feminine energy please come to me.🌟👸💅

'คลัง' เบรกใบลาออก 'กุลยา ตันติเตมิท' อธิบดีสรรพากร หลังยื่นขอออกราชการ รายงานข่าวจากกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า นางสาวกุลยา ตันติเตมิท อธิบดีกรมสรรพากร ได้ตัดสินใจยื่นหนังสือลาออกจากราชการเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยคาดว่าจะมีผลวันที่ 1 พ.ค.2569 อย่างไรก็ดี ทางปลัดกระทรวงการคลังยังไม่ได้เซ็นอนุมัติชั่วคราว พร้อมทั้งได้มอบหมายให้นางสาวกุลยากลับไปทบทวนการตัดสินใจใหม่อีกครั้งอย่างถี่ถ้วน ทั้งนี้ การตัดสินใจกะทันหันในครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางมรสุมการโยกย้ายข้าราชการระดับสูงในช่วงที่ผ่านมา โดยเส้นทางการรับราชการของนางสาวกุลยาในช่วงปีที่แล้วเต็มไปด้วยความเปลี่ยนแปลง เริ่มจากเมื่อวันที่ 22 ก.ค. 2568 คณะรัฐมนตรีได้มีมติโยกย้ายจากอธิบดีกรมสรรพสามิต ไปดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมศุลกากร โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค. 2568 ทว่าหลังจากนั้นไม่นาน คณะรัฐมนตรีชุดใหม่ภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล ได้มีมติโยกย้ายข้าราชการระดับสูงอีกระลอก ส่งผลให้มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ เมื่อวันที่ 24 ต.ค. 2568 ให้นางสาวกุลยาพ้นจากตำแหน่งอธิบดีกรมศุลกากร และหวนกลับมาคุมหางเสือที่กรมสรรพากรอีกครั้ง ซึ่งหากนางสาวกุลยายังคงยืนยันเจตนารมณ์เดิม จะถือเป็นการปิดตำนานผู้หญิงคนแรกที่สามารถสร้างประวัติศาสตร์ นั่งเก้าอี้อธิบดีครบทั้ง 3 กรมจัดเก็บภาษีหลักของประเทศ ได้แก่ กรมสรรพากร กรมสรรพสามิต และกรมศุลกากร ซึ่งก่อนหน้านี้ วงการเศรษฐกิจต่างประเมินตรงกันว่า การโยกย้ายให้สลับไปคุมกรมเศรษฐกิจที่สำคัญ ถือเป็นการวางตัวเพื่อให้เรียนรู้งานภาพรวมเตรียมพร้อมก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งปลัดกระทรวงการคลัง ซึ่งเธอถูกจับตาว่าจะเป็นปลัดกระทรวงการคลังหญิงคนแรกของไทย อ่าน: bangkokbiznews.com/economics/1228… #กรุงเทพธุรกิจ #กรุงเทพธุรกิจUpdate








นักวิเคราะห์ข้อมูลจาก iLaw ได้นำเสนอรายงานสรุปการวิเคราะห์ข้อมูลระบบรายงานผลการเลือกตั้ง ECT Report 69 จากการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ โดยได้วิเคราะห์ข้อมูล 47 Snapshot ในช่วง 24 ชั่วโมงหลังปิดคูหา ซึ่งพบความผิดปกติหลายประการ ตั้งแต่ความคลาดเคลื่อนของผลคะแนน และการหยุดชะงักเป็นห้วงๆ ของระบบรายงานผลที่ควรจะเป็น ‘เรียลไทม์’ ข้อมูลดังกล่าวชี้ให้เห็นว่า ระบบมีการรายงานคะแนนที่ไม่ต่อเนื่อง และมีช่วงที่การรายงานผลคะแนนหยุดชะงักไป 2 ครั้ง หรือที่เรียกว่า GAP 1 เป็นเวลา 55 นาที และ GAP 2 เป็นเวลา 106 นาที นอกจากนั้น ตามหลักความเป็นจริง ผู้ใช้สิทธิเลือกตั้ง 1 คน จะได้รับบัตรเลือกตั้ง 2 ใบพร้อมกัน คือบัตรสีเขียว (สส. แบบแบ่งเขต) และบัตรสีชมพู (สส. แบบบัญชีรายชื่อ) ในการรายงานผลเรียลไทม์ จำนวนบัตรทั้ง 2 ประเภทจึงควรเท่ากัน ทว่าข้อมูลกลับแสดงผลผิดไปจากหลักความจริงนั้น โดยเวลา 20:49 น. เป็นจุดที่จำนวนบัตรทั้งสองประเภทต่างกันสูงสุด คือมากถึง 906,825 ใบ และเมื่อเวลา 22.35 น. ได้พบว่า มีการ ‘ปรับลดคะแนน’ ของผู้สมัคร สส. เป็นรายบุคคล จำนวน 2,157 กรณีด้วยกัน จากผู้สมัคร 1,384 ราย ใน 179 เขต 62 จังหวัด คิดเป็นยอดคะแนนที่ถูกลดทอนรวม 118,635 คะแนน แม้การลดคะแนนส่วนนี้จะไม่ทำให้ผลแพ้-ชนะเปลี่ยนไปก็ตาม อ่านบทความฉบับเต็มได้ที่ thestandard.co/ilaw-thailand-… ภาพ: ฐานิส สุดโต #เลือกตั้ง69 #เลือกตั้ง2569 #TheStandardNews #TheStandardPhoto #ฐานิสสุดโต











