imshh
72.1K posts

imshh
@imshh_
But pain is beautiful it's the same as you

#ไร้ดีแลน #ไร้ลีโอ #ไร้โลแกน

คุณสามารถสร้างการมีส่วนร่วมผลักดันสังคมได้ครับ ร่วมลงชื่อ "หยุด Landbridge" stop-sec.com รายละเอียด : คนไทย แลกอะไรกับ “แลนด์บริดจ์” โครงการแลนด์บริดจ์ (Land Bridge) ชุมพร-ระนอง เป็นโครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเชื่อมโยงอ่าวไทยและอันดามัน เชื่อม 2 ท่าเรือด้วยโครงข่ายทางหลวงพิเศษ (Motorway) และรถไฟรางคู่ เพื่อลดเวลา/ต้นทุนขนส่งจากช่องแคบมะละกา ภายใต้กรอบระเบียงเศรษฐกิจภาคใต้ (SEC) โดยใช้งบประมาณเฟสแรกเกือบ 1 ล้านล้านบาท คาดการณ์ว่าเป็นยุทธศาสตร์สำคัญในการขนส่งทางน้ำและการลงทุนของไทย โครงการแลนด์บริดจ์ชุมพร-ระนอง มีพื้นที่ตั้งท่าเรือน้ำลึกทั้งสองฝั่งทับซ้อนและใกล้เคียงกับ แหล่งเพาะพันธุ์ปูม้า-สัตว์น้ำ แหล่งหญ้าทะเล และป่าชายเลนที่อุดมสมบูรณ์ แลนด์บริดจ์ สร้างเสร็จ จะเกิดอะไรตามมา ? - พื้นที่มรดกโลกทางธรรมชาติ ตั้งแต่อ่าวระนอง จนไปถึง หาดท้ายเหมือง พังงา แล้วก็หาดศรีน่าน เป็นมรดกโลกทางธรรมชาติ ฉะนั้นเมื่อเป็นมรดกโลกทางธรรมชาติ สิ่งที่เขากำหนดไว้ในมรดกโลกทางธรรมชาติก็คือ ห้ามมีการก่อสร้างใดๆ โดยน้ำมือมนุษย์โดยเด็ดขาด ก็จะถูกยกเลิกเพิกถอนการเป็นแหล่งมรดกโลกทางธรรมชาติ - การใช้ชีวิตในเรื่องการทำประมงของชุมชนน่าจะได้รับผลกระทบอย่างแน่นอน และคาดว่าไม่ได้เกิดแค่ในระยะ 5 กิโลเมตรตามที่โครงการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อม แต่มีมากกว่านั้น เพราะประชาชนจะทำการประมงในพื้นที่ดังกล่าวไม่ได้ และต้องโยกย้ายไปทำประมงที่อื่นเท่ากับการไปแย่งชิงทรัพยากรในพื้นที่อื่นๆ ต่อไป - ‘น้ำมันรั่ว’ พื้นที่ชายเลน คือสิ่งที่น่ากังวลที่สุด น้ำมันรั่วไหล บนหาดทรายยังเก็บได้ แต่ถ้าไปรั่วไหลบนพื้นที่ที่มีสารอินทรีย์เยอะ ๆ ชายเลนหรือปากแม่น้ำระนอง น้ำมันกับสารอินทรีย์จะจับตัวกัน แล้วหายไปเลย เรามองไม่เห็น เก็บไม่ได้ อยู่ในระบบนิเวศ ถ้ารัฐสร้าง "แลนด์บริดจ์" ผลกระทบทางธรรมชาติ และทรัพยากรของประเทศจะตามมา พื้นที่กินวงกว้างครอบคลุมหลายจุดในจังหวัดระนอง และชุมพร อุทยานและป่าสงวนแห่งชาติ ที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบ : 1) ป่าพรุใหญ่ ป่าเลนคลองริ่ว อ.หลังสวน ชุมพร 2) ป่าพะโต๊ะ ป่าปังหวาน และป่าปากทรง อ.หลังสวน ชุมพร 3) ป่าเลนคลองม่วงกลวง บ้านบางเบน-บ้านอ่วเคย ต.ม่วงกลวง 4) เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าควนแม่ยายหม่อน บ้านห้วยปลิง และบ้านช้างแหก ต.ราชกรูด ระนอง 5) ป่าคลองหินกอง และป่าม่วงกลวง บ้านคลองของ ต.ราชกรูด บ้านอ่าวเคย บ้านบางเบน ต.ม่วงกลวง ระนอง 6) อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะระนอง และอุทยานแห่งชาติแหลมสน 7) แรมซาไซต์ อุทยานแห่งชาติ แหลมสน-ปากน้ำกระบุรี-ปากคลอง กะเปอร์ ต.ราชกรูด ต.ม่วงกลวง ระนอง 8 ) ป่าชายเลน พื้นที่เตรียมการมรดกโลก จ.ระนอง พื้นที่ทะเลและชายฝั่ง ที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบ : 1) ถมทะเล ชุมพร-ระนอง รวม 12,783 ไร่ 2) ขุดลอกร่องน้ำ รวมกว่า 270 ล้าน ลบ.ม. 3) แนวปะการังเกาะพิทักษ์ เกาะคราม ชุมพรและเกาะพยาม ระนอง 4) แหล่งหญ้าทะเล เกาะพยาม ระนอง 5) ป่าชายเลนตาม มติ ครม. 2543 ต.บางน้ำจืด ชุมพร และ ต.ราชกรูด ต.ม่วงกลวง ระนอง สำหรับผลกระทบที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในพื้นที่ก่อสร้างโครงการ แบ่งเป็น 1)ท่าเรือน้ำลึกระนอง บริเวณแหลมอ่าวอ่าง - อยู่ในพื้นที่ ต.ราชกรูด ต.เกาะพยาม อ.เมือง ต.ม่วงกลวง อ.กะเปอร์ - มีชุมชนรอบพื้นที่ตั้งโครงการรัศมี 5 กม. 6 ชุมชน - มีพื้นที่อนุรักษ์ ได้แก่ อุทยานแห่งชาติฯ 2 แห่ง - พื้นที่คุ้มครองทางทะเลและชายฝั่ง 2 แห่ง - พื้นที่แรมซาร์ไซต์ พื้นที่ป่าชายเลนตามมติคณะรัฐมนตรีป่าสงวนแห่งชาติ แหล่งปะการัง แหล่งปะการังเทียม แหล่งหญ้าทะเล 2) ท่าเรือแหลมริ่ว ใกล้เกาะพิทักษ์ - เป็นพื้นที่ท่องเที่ยวของจังหวัด - บริเวณ แหลมริ่ว มีปะการัง เป็นแหล่งขยายพันธุ์ปลา - พะโต๊ะ เป็นแหล่งต้นน้ำ กระทบต่อพื้นที่เกษตร แหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติ และสัตว์ป่า #ตุ๊ดส์review





พิพากษาคดี ม.112 สองแม่ค้าบะหมี่ “เจ๊จวง – เจ๊เทียม” จำคุก 1 ปี 6 เดือน รอลงอาญา 3 ปี กรณีติดป้ายหน้าร้านเรียกร้องยกเลิก 112 – ปล่อยเพื่อนเรา วันที่ 28 เม.ย. 2569 ศาลอาญาพระโขนงนัดสอบคำให้การ และตรวจพยานหลักฐานในคดีของ “เจ๊จวง” (สงวนชื่อสกุล) อายุ 55 ปี และ “เจ๊เทียม” (สงวนชื่อสกุล) อายุ 60 ปี สองแม่ค้าขายบะหมี่-ก๋วยเตี๋ยว ที่ถูกฟ้องในข้อหา “หมิ่นประมาทกษัตริย์ฯ” ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 เหตุจากการติดป้ายไว้บริเวณหน้าร้านจำนวน 2 ป้าย ซึ่งป้ายหนึ่งมีเนื้อหาเรียกร้องยกเลิกมาตรา 112 และกล่าวถึงการผลาญงบประมาณแผ่นดิน, และอีกป้ายมีข้อความว่า “ปล่อยเพื่อนเรา ไปไหนก็เป็นภาระ” เมื่อวันที่ 18 ม.ค. 2566 วันนี้จำเลยทั้งสองตัดสินใจให้การรับสารภาพ ศาลจึงมีคำพิพากษาทันที โดยพิพากษาว่าทั้งสองมีความผิดตามมาตรา 112 ลงโทษจำคุกคนละ 3 ปี ให้การรับสารภาพ ลดโทษกึ่งหนึ่ง เหลือจำคุก 1 ปี 6 เดือน โทษจำคุกให้รอลงอาญาไว้ 3 ปี ให้คุมประพฤติ 1 ปี โดยต้องไปรายงานตัวต่อพนักงานคุมประพฤติ 4 ครั้งต่อปี 📌อ่านบนเว็บไซต์ : tlhr2014.com/archives/83097








