chatawit

2.7K posts

chatawit banner
chatawit

chatawit

@isanlive

President:TCDA

THAILAND Katılım Ağustos 2009
538 Takip Edilen112 Takipçiler
chatawit
chatawit@isanlive·
ใช่เลย
ลุงเกียรติ@KwangtawanT

@Thanathorn_FWP มันไม่ใช่เอื้อ แต่มันคือการประเคนถวายใส่พานให้ เงินทุกบาทมันคือหยาดเหงื่อของประชาชน ไม่เข้าใจว่าประชาชนทนกันได้อย่างไร ให้พวกมันกดขี่ขนาดนี้ เป็นสมัยก่อนบุกไปถามถึงหน้าบริษัทแล้ว จู่ๆปีเดียวรวยขึ้นอันดับหนึ่งของประเทศ รัฐธรรมนูญถูกฉีกทุก 5 ปี แต่สัญญาไฟฟ้ากลับไม่มีใครกล้าฉีก

ไทย
0
0
0
11
chatawit
chatawit@isanlive·
จะรอฟังคำตอบจากทำเนียบ โดยเฉพาะนายกอี๊งค์
Thanathorn Juangroongruangkit@Thanathorn_FWP

[ จดหมายเปิดผนึกถึงคุณแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ] เรื่อง ขอให้ทบทวนการการออกสัมปทานรับซื้อพลังงานหมุนเวียน 3,600 เมกะวัตต์ ซึ่งอาจเอื้อประโยชน์กลุ่มทุนพลังงาน ผมเขียนจดหมายฉบับนี้ขึ้นเพราะไม่เห็นด้วยกับการประกาศรับซื้อพลังงานหมุนเวียน 3,600 เมกะวัตต์โดยคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน ซึ่งได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ หรือ กพช. ที่ท่านนายกรัฐมนตรีดำรงตำแหน่งเป็นประธาน ผมเห็นว่าการรับซื้อพลังงานครั้งนี้ รับซื้อด้วยราคาที่แพงเกินไป ไม่มีการเปิดประมูลเพื่อให้มีการแข่งขัน ซึ่งหากดำเนินการต่อไป อาจจะเป็นการเอื้อประโยชน์ให้กับกลุ่มทุนผู้ผลิตพลังงานไฟฟ้า ส่งผลให้รัฐและประชาชนต้องจ่ายค่าไฟแพงเกินไปโดยไม่จำเป็น   การจัดซื้อพลังงานหมุนเวียน 3,600 เมกะวัตต์ครั้งนี้ ใช้ราคาและหลักการเดียวกับการจัดซื้อพลังงานหมุนเวียน 5,200 เมกกะวัตต์ในปี 2565 สมัยที่คุณประยุทธ์ จันทร์โอชา ยังเป็นนายกรัฐมนตรี การจัดซื้อครั้งนั้น มีเอกชนเสนอขายมากกว่าจำนวนที่รัฐบาลต้องการซื้อถึง 3.3 เท่าตัว (ต้องการซื้อ 5,200 เมกะวัตต์ เอกชนเสนอขาย 17,400 เมกะวัตต์) ซึ่งแสดงให้เห็นว่าราคารับซื้อสูงเกินกว่าราคาตลาด จึงมีเอกชนสนใจเสนอขายจำนวนมาก ในฐานะที่คุณแพทองธารเป็นประธานคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ ผมขอให้ท่านทบทวนนโยบายการจัดซื้อพลังงาน 3,600 เมกะวัตต์นี้เสียใหม่ การประกาศผู้ได้รับการคัดเลือกจะเกิดขึ้นปลายปีนี้ และลงนามในสัญญาปีหน้า ยังไม่สายเกินไปที่จะทำให้การเปลี่ยนผ่านประเทศไปสู่การใช้พลังงานสะอาดเป็นไปด้วยความเป็นธรรม ในการตอบกระทู้สดของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานเมื่อสัปดาห์ที่แล้วในสภาผู้แทนราษฎร คุณพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค ตอบคุณณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน ผู้ตั้งกระทู้ ว่าท่านเห็นด้วยว่าเงื่อนไขมีข้อบกพร่อง และรับปากกับสภาว่าจะทบทวนการซื้อพลังงานครั้งนี้เช่นกัน  อย่างไรก็ตาม ผมจำเป็นต้องเรียนท่านนายกรัฐมนตรีว่า อำนาจในการหยุดยั้งแก้ไข ไม่ได้อยู่ที่ท่านรัฐมนตรี แต่อยู่ที่ตัวท่านนายกฯ เอง ในฐานะประธานคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ อย่าให้การเปลี่ยนผ่านไปสู่พลังงานสะอาดเป็นโอกาสให้กลุ่มทุนร่ำรวยขึ้นโดยไม่ต้องอาศัยนวัตกรรมใดๆ ที่ทำประโยชน์ให้กับประเทศ อย่าให้ประชาชนต้องรับภาระการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดด้วยการจ่ายค่าไฟที่แพงขึ้นอย่างไม่เป็นธรรม จากการประเมินเบื้องต้น หากการรับซื้อพลังงานหมุนเวียน 3,600 เมกะวัตต์ ดำเนินต่อไปด้วยเงื่อนไขปัจจุบัน รัฐจะจ่ายค่าไฟแพงกว่าที่ควรจะเป็นหากเกิดการแข่งขันอย่างเป็นธรรมถึง 66,000 ล้านบาท (พิจารณาจากมูลค่าปัจจุบัน) ท่านนายกรัฐมนตรีมีทางเลือกคือ หากต้องการดำเนินนโยบายนี้ต่อ ผมขอให้มีการประมูล ให้เอกชนแข่งขันกัน ไม่ใช่กำหนดราคาตายตัว เช่นเงื่อนไขปัจจุบันหรือเงื่อนไขแบบ 5,200 เมกะวัตต์ของปี 2565 หรือใช้กลไก Direct PPA ที่มีอยู่ ที่เปิดให้ผู้ผลิตซื้อขายกับผู้ใช้ได้โดยตรง . ไปไกลกว่านั้น หากท่านต้องการปฏิรูปอุตสาหกรรมพลังงานอย่างจริงจัง ท่านมีทางเลือกคือการยุติการจัดซื้อครั้งนี้ ปฏิรูปอุตสาหกรรมการผลิตและการขายพลังงาน ให้เกิดการแข่งขันอย่างโปร่งใสและเป็นธรรม สอดคล้องต่อการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคพลังงานสะอาด   ท่านนายกรัฐมนตรีย่อมทราบดีว่าพรรคเพื่อไทยก็มีนโยบายที่ต้องการจะลดราคาพลังงาน และปรับเปลี่ยนโครงสร้างและการบริหารจัดการพลังงานเช่นกัน การรับซื้อพลังงาน 3,600 เมกะวัตต์ ที่คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงานกำลังทำอยู่นี้ ขัดแย้งโดยสิ้นเชิงต่อแนวนโยบายของพรรคเพื่อไทย ค่าไฟแพงไม่ใช่ความบังเอิญ และไม่ใช่ผลจากการแข่งขัน แต่มาจากนโยบายรัฐ 20 ปีที่ผ่านมา เราปล่อยให้นโยบายพลังงานสร้างกลุ่มทุนพลังงานที่รวยเป็นแสนล้านขึ้นในประเทศไทย ช่องว่างระหว่างคนรวยกับคนจนห่างขึ้นมหาศาล รัฐออกนโยบายเอื้อกลุ่มทุนผูกขาด ส่วนประชาชนต้องแบกรับผลกระทบในฐานะเป็นคนจ่ายค่าไฟ วันนี้ ท่านมีอำนาจที่จะพิจารณาชะลอ หยุดยั้ง หรือเปลี่ยนแปลงแนวทางปฏิบัตินี้ ผมหวังว่าท่านจะใช้อำนาจนั้นเพื่อรับใช้ประชาชน ขอแสดงความนับถือ ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ 28 ตุลาคม 2567

ไทย
0
0
0
60
chatawit
chatawit@isanlive·
พวกอำมาตย์ศักดินาคือตัวอย่างนำพาชาติล่มสลาย
Piangdin Rakthai@piangdin

คดีทุจริตในประเทศไทยที่รุนแรงพอ ๆ กับคดี The Icon หรือมากกว่าที่สังคมควรให้ความสนใจและยังคงตกค้างอยู่ มีดังนี้: 1. คดีบ้านเอื้ออาทร – คดีเกี่ยวกับการทุจริตโครงการบ้านเอื้ออาทร ซึ่งเป็นโครงการเพื่อประชาชนที่มีการเรียกรับสินบนและฮั้วประมูล ก่อให้เกิดความเสียหายมหาศาลต่อรัฐ 2. คดีการบินไทย (TG) – คดีการทุจริตเกี่ยวกับการจัดซื้อเครื่องบิน การจัดสรรเงินลงทุน และการบริหารจัดการที่ผิดพลาด จนทำให้บริษัทมีหนี้สะสมมหาศาล และต้องเข้าสู่กระบวนการฟื้นฟูกิจการ 3. คดีคลองด่าน – คดีทุจริตโครงการก่อสร้างระบบบำบัดน้ำเสียคลองด่าน ซึ่งมีการทุจริตในการประมูล การซื้อขายที่ดิน และปัญหาด้านสิ่งแวดล้อม โครงการนี้ต้องใช้เงินหลายหมื่นล้านบาทแต่ไม่ได้ผลลัพธ์ตามที่ควร 4. คดี GT200 – การทุจริตในการจัดซื้อเครื่องตรวจจับวัตถุระเบิด GT200 ซึ่งมีข้อสงสัยว่าผลิตภัณฑ์ดังกล่าวไม่มีประสิทธิภาพในการตรวจจับวัตถุระเบิดจริง ๆ และเป็นการฉ้อโกงหน่วยงานรัฐ 5. คดีทุจริตในกระทรวงสาธารณสุข – คดีการทุจริตการจัดซื้อเวชภัณฑ์และอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่กระทรวงสาธารณสุข ซึ่งมีการรับสินบนและจัดซื้อสินค้าเกินราคา 6. คดีทุจริตกองทุนเสมา – คดีการทุจริตในกองทุนเสมา ซึ่งเป็นกองทุนเพื่อการศึกษา มีการปลอมแปลงเอกสารและโอนเงินออกจากกองทุนไปยังบัญชีส่วนตัว 7. คดีการขายที่ดินมูลนิธิมหาวิทยาลัยแม่โจ้ – การขายที่ดินของมหาวิทยาลัยแม่โจ้ ซึ่งมีการทุจริตโดยผู้มีอำนาจ และขายในราคาต่ำกว่าราคาตลาด สร้างความเสียหายให้กับมหาวิทยาลัยอย่างมาก 8. คดีทุจริตการประมูลอุปกรณ์การศึกษา (กรณีแท็บเล็ต) – การจัดซื้อแท็บเล็ตในโครงการ One Tablet Per Child มีการทุจริตในการจัดซื้อและส่งมอบสินค้าไม่ได้คุณภาพตามสัญญา 9. คดีทุจริตในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (กรณีการเลื่อนยศ) – การเลื่อนยศในสำนักงานตำรวจแห่งชาติที่มีการรับสินบนเพื่อเลื่อนตำแหน่ง ส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นในวงการตำรวจไทย 10. คดีทุจริตปาล์มน้ำมันในภาคใต้ – การทุจริตการจัดการปาล์มน้ำมันในภาคใต้ ที่มีการทุจริตในการจัดซื้อและการจัดสรรเงินอุดหนุนให้เกษตรกร นอกจากนี้ ยังมีคดีที่เกี่ยวกับความรุนแรงถึงขั้นเสียชีวิตหรือความไม่เป็นธรรมที่เหยื่อยังไม่ได้รับความยุติธรรมนั้นมีอยู่หลายคดีในประเทศไทย ซึ่งบางคดียังคงเป็นที่ถกเถียงหรืออยู่ในกระบวนการยุติธรรมที่ยังไม่สิ้นสุด รายละเอียดของคดีที่สำคัญบางคดีมีดังนี้: 1. คดีตากใบ (2547) – เหตุการณ์ที่เจ้าหน้าที่รัฐจับกุมและควบคุมตัวผู้ชุมนุมที่อำเภอตากใบ จังหวัดนราธิวาส ซึ่งส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตจากการถูกกักขังในรถบรรทุกถึง 85 ราย ขณะนี้ยังไม่มีการลงโทษที่ชัดเจนต่อผู้กระทำผิดและเหยื่อยังไม่ได้รับความยุติธรรม 2. คดีกรือเซะ (2547) – เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นที่มัสยิดกรือเซะ จังหวัดปัตตานี เมื่อเจ้าหน้าที่ทหารได้ปฏิบัติการปิดล้อมและสลายผู้ก่อความไม่สงบ ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 32 ราย ยังมีคำถามเกี่ยวกับการใช้กำลังเกินกว่าเหตุและความเป็นธรรมที่ยังไม่ได้รับจากรัฐ 3. คดีการรัฐประหาร 2557 – การรัฐประหารโดยคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่นำโดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา มีผลกระทบต่อประชาชนในเรื่องสิทธิเสรีภาพ และยังมีหลายกรณีที่ผู้วิพากษ์วิจารณ์ถูกคุมขังโดยไม่มีการพิจารณาคดีที่เป็นธรรม 4. คดีการล้อมปราบคนเสื้อแดง (2553) – การสลายการชุมนุมของคนเสื้อแดงในปี 2553 ที่กรุงเทพฯ ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตมากกว่า 90 ราย คดีนี้ยังคงเป็นที่ถกเถียงถึงบทบาทของผู้มีอำนาจและไม่มีการลงโทษที่ชัดเจนต่อเจ้าหน้าที่รัฐที่เกี่ยวข้อง 5. คดีการทุจริตการเลือกตั้ง (หลายกรณี) – คดีทุจริตการเลือกตั้งในหลายช่วงเวลา โดยเฉพาะในปี 2557 และ 2562 มีข้อกล่าวหาเรื่องการโกงการเลือกตั้งและการบังคับใช้กฎหมายเลือกปฏิบัติ ซึ่งส่งผลกระทบต่อกระบวนการประชาธิปไตยของประเทศ 6. คดีนาฬิกาหรู พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ – คดีที่มีการตั้งคำถามถึงการครอบครองนาฬิกาหรูของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ซึ่งไม่มีการเปิดเผยที่มาของทรัพย์สินเหล่านี้อย่างชัดเจน และมีการสรุปผลการสอบสวนว่าไม่ผิด ทำให้ประชาชนตั้งข้อสงสัยถึงความโปร่งใสของกระบวนการยุติธรรม 7. คดีอุทยานราชภัฏ (กรณีป่าเขาใหญ่) – คดีการบุกรุกและพัฒนาอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่เพื่อผลประโยชน์ส่วนตัวโดยการสร้างรีสอร์ทและโครงการบ้านพักตากอากาศ แม้จะมีการดำเนินคดีบางส่วน แต่ยังคงมีกรณีอื่น ๆ ที่ไม่ได้รับการพิจารณาหรือการดำเนินคดีที่เป็นธรรม 8. คดีการหายตัวไปของนักกิจกรรมและนักสิทธิมนุษยชน – คดีการหายตัวไปของผู้ที่วิพากษ์วิจารณ์รัฐบาล เช่น สมชาย นีละไพจิตร (นักกฎหมายสิทธิมนุษยชน) และสุรชัย แซ่ด่าน (นักเคลื่อนไหวทางการเมือง) การหายตัวไปเหล่านี้ยังไม่มีการแก้ไขหรือสืบสวนที่ชัดเจน และเหยื่อหรือครอบครัวไม่ได้รับความยุติธรรม 9. คดีการประท้วงของนักศึกษาและเยาวชน (การเคลื่อนไหวปี 2563-2564) – การประท้วงของนักศึกษาและเยาวชนที่ออกมาเรียกร้องการปฏิรูปสถาบันและสิทธิประชาธิปไตย ในปี 2563-2564 มีผู้ถูกจับกุมและถูกตั้งข้อหาในคดีมาตรา 112 หลายคนยังคงไม่ได้รับการปล่อยตัวชั่วคราวและอยู่ในเรือนจำโดยไม่ได้รับการพิจารณาคดีที่เป็นธรรม 10. คดีเกี่ยวกับการทุจริตในหน่วยงานราชการ (เช่น คดีกรมอุทยานฯ) – มีหลายกรณีของการทุจริตภายในหน่วยงานราชการ โดยเฉพาะคดีเกี่ยวกับกรมอุทยานฯ ที่มีการเรียกรับสินบนจากผู้รับเหมาและโครงการต่าง ๆ แม้ว่าบางคดีจะมีการดำเนินคดี แต่ยังมีบางกรณีที่ยังไม่มีการสอบสวนหรือการลงโทษที่เป็นธรรม คดีเหล่านี้สะท้อนถึงปัญหาทางการเมือง สังคม และการทุจริตในประเทศไทยที่ยังคงต้องได้รับความสนใจจากสังคมเพื่อความยุติธรรมและความโปร่งใส

ไทย
0
0
0
4
บิ๊ก เกียรติชัย ตั้งภรณ์พรรณ
ธนาธรหุ้นสื่อที่ปิดไปแล้ว ไม่ได้เข้าสภา หมอเกศ โดนแฉรอบด้าน วุฒิปลอม ตำแหน่งวิชาการปลอม ได้เข้าสภาไปยืนยิ้มประกาศชัยชนะ ยุติธรรมดีแท้ ไอสัส
ไทย
43
19.4K
6.2K
424.3K
IamTHAI
IamTHAI@GDwsH9XQkmtXOYJ·
มาฟังคำอธิบายเงินค่าธรรมเนียมรับปริญญา ผู้พันเบิร์ด จะเล่าให้ฟัง ในหลวงไม่รับ ท่านพระราชทานคืนทุกครั้ง EP.2
ไทย
106
378
1.2K
175.6K
chatawit
chatawit@isanlive·
ไม่แยแสเสียงสะท้อนทำให้วุฒิสภาเสื่อม..
ไทย
0
0
0
38
chatawit retweetledi
Sunai
Sunai@sunaibkk·
กรณีวุฒิการศึกษาของ #หมอเกศ ไม่ใช่การเหยียด หรือบูลลี่ แต่เป็นการตั้งคำถามถึงความซื่อสัตย์ Integrity ในการนำเสนอคุณสมบัติของตัวเองเพื่อเป็นวุฒิสมาชิก
ไทย
31
6.2K
2.7K
223.8K
chatawit
chatawit@isanlive·
รัฐบาล ไงเงียบจัง
ไทย
0
0
0
2