🔮 kanomtarot ดูส่วนตัวแอดไลน์ retweetledi

จะมาเล่าเหตุการณ์ที่ตัวเองตรวจเจอโรคมะเร็งตั้งแต่ช่วงที่รู้สึกว่ามีอาการ ไปจนถึงปัจจุบัน(ที่รักษาอยู่) ฟีลเม้ามอยหอยกาบ อย่าอ่านไปเครียดไป ถ้าเครียดแนะนำให้หยุดอ่านเพราะชั้นยังไม่เครียดเลอ
- บอกไว้ก่อนว่าพื้นฐานไม่ใช่คนกินเหล้ากินเบียร์ สูบบุหรี่ ตอนเรียนพักผ่อนน้อย ชอบนอนดึกมากๆ (นอนเกือบเช้าตื่นตอนบ่าย) แต่มีพ่อที่สูบบุหรี่ตั้งแต่เรายังเล็ก และครอบครัวฝั่งแม่มีประวัติเคยเป็นชนิดอื่นกันมาก่อน (มะเร็งตับ, มะเร็งปาก อื่นๆ)
- ช่วงที่รู้สึกว่าร่างกายเริ่มผิดปกติคือตอนอาบน้ำแล้วรู้สึกวูบวาบ หนาวๆ คล้ายจะเป็นไข้ ถูตัวแล้วไปโดนต้นขาก็รู้สึกเจ็บๆ ช้ำๆ ด้านใน คิดว่าคงไปกระแทกโดนอะไรสักอย่างไม่นานก็หาย แต่พอนานวันเข้าก็ไม่หายกลับเป็นรอยช้ำม่วงและเริ่มเป็นก้อนไตเล็กๆ แข็งๆ ใต้ผิวหนัง สองก้อนใกล้กัน
- ช่วงนั้นรู้สึกหิวมาก หิวตลอดเวลา กินเยอะ กินเก่งขึ้น(ปกติกินข้าวสั่งไซส์ S ไม่ก็ M ตลอด เพราะเป็นคนทานน้อย แต่ในช่วงนั้นกินดุ สั่งข้าวไซส์ L ทานคนเดียว + เซตอาหาร + ขนม) เป็นการกินที่รู้สึกว่าผิดปกติมากจริงๆ จนบ่นกับเพื่อนและเพื่อนก็บอกว่าเห็นด้วย 🥲 แต่ตอนนั้นคิดว่าปจดจะมาเลยทานเยอะเฉยๆ
- แต่ต่อมาก็เบื่ออาหาร เบื่อแบบเบื่อเลยทานข้าวไม่ลง จากที่ปกติทานน้แยอยู่แล้วก็ยิ่งน้อยลงไปอีก อาหารตามสั่ง 1 กล่องเราสามารถแบ่งทานได้ 3 มื้อเลยช่วงนั้น
- ตามมาด้วยน้ำหนักลดฮวบ มันเป็นการลดดิ่งจนรู้สึกผิดปกติ ภายใน 2 เดือนน้ำหนักจาก 49-50 กกลดเหลือประมาณ 43 กก ตอนนั้นชั่งน้ำหนักที่ทำงานทุกวัน เห็นตัวเลขค่อยๆ ลดลงๆ ทุกวันแล้วค่อนข้างเครียดเลย
- มีอาการไข้ขึ้นในช่วงบ่ายๆ ตัวร้อน หนาวใน หนาวสั่นเหมือนเป็นไข้ ตัวร้อนจี๋ ตอนเช้าปกติดีทุกอย่าง แข็งแรง กายพร้อมใจพร้อมเราทำได้ ทำงานด้วยความแจ่มใสแต่พอบ่ายคล้อยกลับหนาวสั่น เราไปนั่งออฟฟิศส่วนที่เปิดแอร์ไม่ได้เลยเพราะหนาว ตัวร้อน อาการแบบคนเป็นไข้ทุกอย่าง เพียงแต่ว่ากินยาเท่าไหร่ก็ไม่หาย กลับมาตัวร้อนในช่วงเวลาเดิมๆ ของทุกวัน ตอนช่วงเย็นราวๆ 5 โมงถึงทุ่มจะหนักหน่อย แม้แต่ลมยังโดนไม่ได้ หนาวมาก นอนห่มผ้าทั้งที่หน้าร้อน อาการมันหนาวอยู่ข้างในตลอด แต่เช้ามาปกติเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
- ไอเรื้อรัง บ่ายๆ เริ่มไอ หนักสุดคือตอนดึกดื่นเที่ยงคืน ตี 2-3 ตื่นมาไอแบบจะตายให้ได้ทุกสัน ไอจนเจ็บคอไปหมด ไอเหมือนปอดจะหลุด ไอไม่เผื่อเก็บไว้วันพรุ่งนี้ ไอแบบไอ๊๊๊๊
- ผู้จัดการและพี่ๆ ที่ทำงานก็ทักว่าเราดูไม่ค่อยปกติ เราดูไม่ 100% เลย (แอบคิดว่าพี่เขาว่าเราอ๊องป่ะวะ) คือเราบอกว่าเราไหว แต่พี่เขาบอกเราดูเปลี่ยนไปจริงๆ ความคล่องตัวมันไม่เหมือนก่อน
- ในช่วงนั้นก้อนไตแข็งๆ ในร่างกายก็ลามขึ้นตามตัวเราเรื่อยๆ จาก 2 เป็น 3 จาก 3 เป็น 4 5 6 เรื่อยๆ มันไม่หายไปเองอย่างที่เราคาด ลามจากต้นขาไปขาอีกข้าง มาต้นแขน หลัง สะโพก ตอนแรกเราปล่อยมันไปเพราะคิดว่ามันไม่ส่งผลกระทบต่อชีวิตมากนัก แต่สุดท้ายมันเริ่มเจ็บ
- เราค่อนข้างงก ไม่ได้กลัวหมอ กลัวเข็มนะ(ตอนนั้น) เราแค่รู้สึกว่า เรายังไหว เราทำงานได้ + เราไม่ค่อยเจ็บป่วยออดๆ แอดๆ จะเป็นทีคือเป็นใหญ่โตเลยอย่างไข้เลือดออก หรือลำไส้ติดเชื้อที่หนักจนขยับตัวไม่ได้ถึงคอลลิ่งเดอะด๊อกเตอร์ แต่ จริงๆ แล้วการมองข้ามอาการสำคัญไปหลายอย่างขนาดนี้ไม่ดีนะคะ 🥲 ยิ่งรู้เร็วยิ่งหายเร็ว รักษาเร็ว
- ตอนที่เริ่มไปหาหมอ ตอนนั้นมือเราบวมข้างนึง บวมมากกกก คือเราเป็นคนผอม มือเล็กแขนเล็กอยู่แล้วพอมือสองข้างมันไม่เท่ากันมันเลยยิ่งสังเกตง่าย พี่ๆ ที่ทำงานเขาสังเกตเห็นแล้วเป็นห่วงเลยบังคับให้ไปหาหมอ ตอนแรกนีาบอกว่าเลิกงานแล้วจะไปแล้วกันแต่ตอนที่พี่ๆ เขาคุยเขามาจับข้อมือของเรา(จะยกเทียบให้พี่อีกคนดูว่ามันไม่เท่ากัน) ละปรากฎว่าตัวเราร้อนจี๋ พี่เขาเลยพาเราขับรถออกจากออฟฟิศไปหาหมอเดี๋ยวนั้นเลย
- ตอนนั้นมือบวมข้างเดียว และข้อเท้าอีกข้างก็รู้สึกชาๆ เหมือนไม่ค่อยรู้สึกด้วย
- ทีนี้พอไปหาหมอได้วัดไข้ ไข้สูงถึง 38° เลยได้นั่งรอหน้าคลินิกค่อนข้างนาน(ตอนนั้นช่วงโควิดระบาด) คือเรารู้สึกว่าร่างกายเราโอเคมากๆ ไม่รู้สึกมึนหัวหรืออะไร แต่วัดซ้ำก็อุณหภูมิสูงอยู่ดี
- ทีนี้หมอที่คลินิกก็ตรวจให้แหละ แต่ตรวจมือ ละเขาก็ไปเจอผื่นแดงๆ จางๆ ตรงมือ บอกว่าเนี้ย น่าจะติดเชื้อนะ นี่ก็ถามหมอว่า แต่เรามีอาการมีก้อนไตแข็งๆ ทั่วตัวแบบนี้ด้วย อันนี้คืออะไรคะ เขาก็บอกว่าไมรู้เหมือนกัน ไม่แน่ใจ แต่แนะนำให้ปรึกษาหมอผิวหนังนะ น่าจะให้คำตอบได้ วันนั้นก็โดนหมอฉีดตูดไป 1 เข็มและได้ยาทาแผลมา เป็นยาฆ่าเชื้อและให้ความชุ่มช้น ละก็ยากินอะไรไม่รู้จำไม่ได้
- ทีนี้ผจกเขาก็ห่วงใย ถามไถ่นี่ก็เล่าๆๆๆ ไป เขาก็บอกว่า งั้นเราก็ไปหาหมอนะ งานที่นี่ไม่ต้องห่วงรีบไปเลย ให้ลาไปรักษาตัวก่อน
ไทย





















