Khitichai
36.6K posts

Khitichai
@khitichai
Co-founder Brand Inside

คนบ่นไม่ซื้อ คนซื้อไม่บ่น หรือแค่ตามกระแส รอดู3-6เดือนครับ

เริ่ดมากกกก นครพนม หยิบ เอกลักษณ์มาทำ Brand Identity

คอปเปอร์ บุฟเฟต์พรีเมียม รับปีนี้เหนื่อยสุด กำลังซื้อผู้บริโภคแผ่ว-ต้นทุนพุ่ง 80% ต้องปรับเกมหั่นราคาเหลือ 999 บาท . ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา ภาวะเศรษฐกิจและกำลังซื้อของผู้บริโภคยังชะลอตัว ส่งผลให้ตลาดบุฟเฟต์พรีเมียมเจอการแข่งขันรุนแรงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ผู้ประกอบการต่างเร่งดึงดูดลูกค้าเข้าร้าน หนำซ้ำยังมีผู้เล่นรายใหม่รุกเข้าสู่ตลาดระดับพรีเมียมมากขึ้น รวมถึงกลุ่มโรงแรมที่อัดโปรโมชันอย่างหนัก เช่น มา 4 จ่าย 3 หรือส่วนลดสูงถึง 50% ยิ่งทำให้เกิดการแบ่งกลุ่มลูกค้าอย่างชัดเจน และเพิ่มความท้าทายให้กับตลาดโดยรวม . เปิดใจซีอีโอ Copper ปีที่ ‘หนักและเหนื่อย’ ท่ามกลางสมรภูมิบุฟเฟต์ . พจนีย์ พินิจศักดิ์กุล ประธานกรรมการบริหาร คอปเปอร์ บียอนด์ บุฟเฟต์ ยอมรับว่า ปีนี้ถือเป็นปีที่ ‘หนักและเหนื่อยมาก’ แม้ที่ผ่านมา บริษัทจะสามารถทำกำไรได้ต่อเนื่องทุกปี แต่ก็หลีกเลี่ยงผลกระทบจากทั้งภาวะเศรษฐกิจและการแข่งขันที่รุนแรงไม่ได้ หลังจากพบว่ามีลูกค้าบางส่วนออกไปทดลองใช้บริการแบรนด์อื่น . อย่างไรก็ตาม ข้อมูลจากระบบการจองยังสะท้อนว่าลูกค้าเดิมบางส่วนยังคงกลับมาใช้บริการ ปัจจุบัน คอปเปอร์ บียอนด์ บุฟเฟต์ มีทั้งหมด 2 สาขา ได้แก่ เกสร อัมรินทร์ และเดอะเซ้นส์ ปิ่นเกล้า โดยทั้งสองสาขามีการแบ่งเซกเมนต์ลูกค้าอย่างชัดเจน สาขาเกสร อัมรินทร์ เน้นกลุ่มนักท่องเที่ยวต่างชาติที่หมุนเวียนเข้ามา โดยเฉพาะลูกค้าจากจีน ฮ่องกง และมาเลเซีย ขณะที่สาขาเดอะเซ้นส์ ปิ่นเกล้า มีฐานลูกค้าหลักเป็นคนไทยและกลุ่มครอบครัว . กลยุทธ์แยกเซกเมนต์ ปิ่นเกล้าหั่นราคา-เกสรตรึงความพรีเมียม . ในโอกาสครบรอบ 10 ปีของแบรนด์ โจทย์สำคัญในปีนี้คือการขยายฐานลูกค้าใหม่ เนื่องจากพฤติกรรมผู้บริโภคระมัดระวังการใช้จ่ายมากขึ้น ประกอบกับตัวเลือกบุฟเฟต์ที่มีหลากหลายระดับราคา ส่งผลให้ความถี่ในการบริโภคบุฟเฟต์พรีเมียมลดลงชัดเจน . ด้วยเหตุนี้ บริษัทจึงต้องเดินหน้ากลยุทธ์การตลาดเชิงรุกควบคู่ไปกับการบริหารต้นทุน แม้ที่ผ่านมาได้จัดโปรโมชันเพื่อกระตุ้นยอดขายเป็นระยะ แต่ด้วยข้อจำกัดด้านต้นทุนวัตถุดิบ ทำให้ไม่สามารถดำเนินโปรโมชันระยะยาวได้ ปีนี้จึงเลือกปรับโครงสร้างราคาในระยะยาว เพื่อรักษาสมดุลระหว่างรายได้และต้นทุน พร้อมทั้งกระตุ้นการกลับมาของลูกค้าเดิม . โดยเริ่มจากสาขาเดอะเซ้นส์ ปิ่นเกล้า ปรับลดราคาจาก 1,359 บาท เหลือ 999 บาท หรือลดลงราว 14% พร้อมเพิ่มสเตชันใหม่ D.I.Y. Salad Bar ที่มีตัวเลือกกว่า 20 รายการ และเมนูญี่ปุ่นรวม 10 รายการ เพื่อเพิ่มความเข้าถึงและกระตุ้นความถี่ในการใช้บริการ และยังคงรักษาคอนเซปต์ความหลากหลายของประเภทอาหาร . ส่วนสาขาเกสร อัมรินทร์ ยังคงรักษาภาพลักษณ์พรีเมียมและตรึงราคาเดิมไว้ที่เริ่มต้น 1,400 บาท โดยเน้นวัตถุดิบนำเข้าคุณภาพสูง เจาะกลุ่มลูกค้าต่างชาติและลูกค้าองค์กรในย่าน CBD ที่ยังมีกำลังซื้อสูง และมีการจองล่วงหน้านานถึง 3-4 เดือน โดยเฉพาะในช่วงเทศกาลอย่างสงกรานต์ที่คาดว่าจะเห็นดีมานด์เพิ่มขึ้น . “เชื่อว่ากลยุทธ์นี้จะช่วยขยายฐานลูกค้าใหม่ให้ออกจากกรอบเดิมของธุรกิจบุฟเฟต์ ไม่จำเป็นต้องยึดติดกับการจ่ายค่าบุฟเฟต์ระดับพันบาทเสมอไป และคอปเปอร์ บียอนด์ บุฟเฟต์ เลือกที่จะไม่ลดมาตรฐานความพรีเมียม แต่ใช้วิธีแตกไลน์ราคาให้ยืดหยุ่นมากขึ้น” . ในมิติของต้นทุน บริษัทได้รับแรงกดดันจากเศรษฐกิจโลกและราคาวัตถุดิบที่ปรับตัวสูงขึ้น รวมถึงค่าขนส่งที่เพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัว โดยวัตถุดิบในร้านมากกว่า 60% เป็นสินค้านำเข้า เฉพาะอาหารทะเลก็ปรับขึ้นราคาไปแล้วถึง 70-80% และยังมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอีก 10-15% ในปีนี้ ขณะที่ปลาแซลมอนปรับขึ้นแล้ว 20% ส่งผลให้บริษัทต้องปรับโครงสร้างเมนูและคัดเลือกวัตถุดิบอย่างเข้มงวด เพื่อให้สอดคล้องกับระดับราคาใหม่ . รุกธุรกิจ Catering & Event สร้างรายได้ใหม่นอกเหนือจากหน้าร้าน . นอกเหนือจากรายได้หลัก บริษัทเตรียมขยายบริการใหม่ในปีนี้ ได้แก่ การรับจัดเลี้ยงภายในร้าน รองรับทั้งงานสัมมนา งานเลี้ยงส่วนตัว และงานแต่งงาน โดยเฉพาะสาขาเดอะเซ้นส์ ปิ่นเกล้า ที่สามารถรองรับลูกค้าได้สูงสุดถึง 400 ที่นั่ง รวมถึงบริการ Copper Finest Catering ซึ่งเป็นการจัดเลี้ยงนอกสถานที่ โดยยกเมนูเด่นของแบรนด์ เช่น ซุปเห็ดทรัฟเฟิล, ครัวซองต์ฝรั่งเศส และก๋วยเตี๋ยวเรือสูตรต้นตำรับ ไปให้บริการในรูปแบบแพ็กเกจ ราคาเริ่มต้น 1.6 หมื่นบาทขึ้นไป . สำหรับโครงสร้างรายได้ในอนาคต ธุรกิจบุฟเฟต์ยังคงเป็นรายได้หลักในสัดส่วน 80% ขณะที่บริการจัดเลี้ยงและอีเวนต์จะอยู่ที่ 20% โดยในปีนี้บริษัทไม่ได้มุ่งเน้นตัวเลขรายได้เป็นหลัก แต่ให้ความสำคัญกับจำนวนลูกค้า ตั้งเป้าให้ทั้ง 2 สาขามีลูกค้ารวม 35,000 คนต่อเดือน เพิ่มขึ้น 25% จากปีก่อน ซึ่งถือเป็นความท้าทายสูงสุดในรอบ 10 ปี และต้องอาศัยทั้งการพัฒนาเมนูใหม่ การทำโปรโมชัน และการร่วมมือกับพันธมิตร เพื่อเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้มากขึ้น . #TheStandardWealth






















