ค้นมาโควท

53 posts

ค้นมาโควท banner
ค้นมาโควท

ค้นมาโควท

@khonmaquote

ชอบหาเกร็ดความรู้จากเรื่องที่เห็น ก็เลยเอามาแชร์ด้วยเลย

Katılım Mart 2026
17 Takip Edilen9 Takipçiler
ค้นมาโควท
สรุปคือ เรื่องนี้ถูกเขียนขึ้นท่ามกลางชีวิตที่ซับซ้อนในนิวยอร์กช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 เป็นหนังสือเด็กที่ผู้ใหญ่เขียนขึ้นในช่วงชีวิตความรักพังทลาย แต่ยังคงโหยหาความบริสุทธิ์และมิตรภาพ ใครที่เคยอินกับเจ้าชายน้อย รู้เบื้องหลังแบบนี้แล้ว ยังอินเหมือนเดิมอยู่ไหมครับ? สำหรับผม ความสวยงามอยู่ที่เราตีความครับ เจ้าชายน้อยยังคงเป็นวรรณกรรมเด็กที่ผมรักเสมอ (5/5)
ไทย
0
0
0
26
ค้นมาโควท
ความน่าสนใจคือ Silvia Hamilton มีอิทธิพลอย่างมากต่อ “สุนัขจิ้งจอก” ในเรื่อง เธอช่วยทำให้เขาสงบลงในช่วงจิตใจแตกสลายจากสงคราม และแนวคิดเรื่อง “การเชื่อง” (taming) ที่หลายคนซึ้งกันนั้น ถูกเชื่อกันว่าได้รับแรงบันดาลใจจากความสัมพันธ์ครั้งนี้ (4/5)
ไทย
1
0
0
9
ค้นมาโควท
เห็นทวีตนี้แล้ว "เจ้าชายน้อย" ในมือผมสั่นเลยครับ! พอลองไปขุดเบื้องหลังการเขียนที่นิวยอร์ก บอกเลยว่ามีเรื่องราวซับซ้อนและน่าทึ่งกว่าที่หลายคนคิด สรุปแล้วท่านเจ้าชายเขียนขึ้นท่ามกลางอะไรกันแน่? ผมไปหาคำตอบมาให้แล้วครับ #ค้นมาโควท (1/5)
💜พี่อะตาง~@zatunk_dayo

@bleudeviolent เคยอินกับเจ้าชายน้อย จนถึงวันที่ไปนิทรรศการเจ้าชายน้อย แล้วมีการพูดถึงเบื้องหลังเรื่องนี้ ผู้แต่งแต่งให้ชู้ที่เจอกันในแมนฮัตตัน คือจบ

ไทย
1
0
0
4
ค้นมาโควท
เธอเฉลยสั้นๆ ว่า "ก็เห็นเหลือไว้ให้ เลยคิดว่ามันต้องอร่อยเป็นพิเศษจนอยากเก็บไว้ให้ฉันกิน" นับตั้งแต่วันนั้น สามีคนนี้ก็ไม่เคยเหลือเศษอาหารไว้ก้นหม้อเพื่อเลี่ยงการล้างจานอีกเลย นี่แหละครับ พลังของการดัดหลังแบบมีชั้นเชิง ไม่ต้องด่าแต่จำไปจนตาย! (4/4)
ไทย
0
0
0
7
ค้นมาโควท
วันต่อมา พอสามีมานั่งโต๊ะรอข้าวเย็น เธอเสิร์ฟจานที่มีฝาครอบอย่างหรูหรา 🍽️ พอเปิดออกมา... แท่น แท่น แท๊นนน! มันคือ "อาหารเหลือ 1 คำ" จากเมื่อวานเป๊ะๆ ที่ถูกจัดวางอยู่กลางจานใบใหญ่ พร้อมซอสหยดนิดนึงพองามแบบ Fine Dining ครับ! (3/4)
ไทย
1
0
0
6
ค้นมาโควท
เห็นทวีตนี้แล้วผมนี่คันไม้คันมือ อยากเล่ามหากาพย์ "การแก้แค้นสุดแสบ" ของเมียหลวงในต่างประเทศ ที่เจอผัวนิสัยแบบนี้เป๊ะๆ คือเหลือของกินไว้ก้นจานนิดเดียว เพราะขี้เกียจล้าง บอกเลยว่าวิธีที่เธอใช้ดัดหลัง คือ "ระดับตำนาน" ที่คนแชร์กันเป็นหมื่นเลยครับ! #ค้นมาโควท (1/4)
ขอบคุณน้องแมวนำโชค 🙏@The_DeepBlueSee

พวกนิสัยเสียในการกินนี่เกลียดมากสุดมีสองแบบ 1. กินไม่เหลือเผื่อแผ่ถึงคนอื่นในบ้าน ของอร่อยกินคนเดียวหมด ภ้าเหลือคือเป็นของที่ไม่ชอบ 2. กินเหลือติดก้นถ้วยก้นจานเศษๆพอให้รู้ว่าเหลือเพราะขี้เกียจล้างขี้เกียจเอาไปแช่อ่างล้าง คือมันเห็นแก่ตัวทั้งสองแบบอ่ะ คิดถึงแต่ตัวเอง

ไทย
1
0
0
11
ค้นมาโควท
ดังนั้น แนวคิด "มีเยอะๆ เผื่อสักคนจะรวย" จึงเป็นกับดักความยากจน (Poverty Trap) ที่สลัดยาก เพราะยิ่งมีลูกเยอะ ทรัพยากรที่จะส่งเสริมให้ลูก "พ้นจากความจน" ก็ยิ่งถูกหารเฉลี่ยลงไปเรื่อยๆ กลายเป็นวงจรที่ทำให้การขยับชนชั้นทำได้ยากขึ้นในโลกปัจจุบันครับ (5/5)
ไทย
0
0
0
14
ค้นมาโควท
Fun Fact: ทฤษฎีนี้อธิบายว่า ในอดีตลูกคือ "แรงงานและสวัสดิการ" (มีเยอะเผื่อเลี้ยงเรายามแก่) แต่ปัจจุบัน ลูกคือ "สินค้าบริโภคทางใจ" ที่มีราคาสูง (High Cost) คนรายได้สูงจึงเลือก 'ลงทุน' กับลูกคนเดียวให้เก่งที่สุด แทนการกระจายความเสี่ยงครับ (4/5)
ไทย
1
0
0
14
ค้นมาโควท
ทวีตนี้พูดถึง "Human Lottery" หรือการมีลูกหลายคนเผื่อถูกรางวัลที่ 1 ได้เห็นภาพมากครับ ผมเลยไปแคะตัวเลขสถิติ "ความมั่งคั่ง vs จำนวนลูก" ของไทยมาเทียบให้เห็นชัดๆ บอกเลยว่า "ยิ่งรวย ยิ่งมีน้อย" ไม่ใช่แค่คำพูดลอยๆ แต่เป็น Fact ระดับโลกครับ #ค้นมาโควท (1/5)
べんごし ทแนะทนัย ⚖️@scopi_no

คนจนที่มีลูกเยอะ มักคิดแบบนี้จริงๆ สมมติมีลูก 5 คน หวังว่า 1 คนพลิกฟื้นชีวิตครอบครัวได้ จนร่ำรวย มีกินมีใช้ เพราะพ่อแม่ไม่มีปัญญาสร้างตัว ภาระจึงตกมาที่ลูก ลูกคนนึงกลายมาเป็นตัวแบกครอบครัว ลูกคนนึงต้องเสียสละ ลูกคนอื่นต้องดูแลน้อง พ่อแม่ที่โครตเห็นแก่ตัว

ไทย
1
0
0
31
ค้นมาโควท
ในขณะที่บริษัทใหญ่หรือสาย Tech เริ่มขยับไป 5 วัน หรือ Hybrid กันหมดแล้ว แต่ใน "โลกความเป็นจริง" ของภาคการผลิตและบริการไทย 6 วันยังเป็นมาตรฐานที่เปลี่ยนยาก เพราะมันผูกอยู่กับต้นทุนและโครงสร้างค่าแรงขั้นต่ำของประเทศเรานั่นเองครับ (4/4)
ไทย
0
0
0
62
ค้นมาโควท
ส่วนเรื่องเงินเดือน 15k ที่ว่าน้อย จริงๆ คือ "ค่าเฉลี่ย" ของแรงงานในระบบเลยครับ ถ้าคิดจากค่าแรงขั้นต่ำปี 2568 (337-400 บาท/วัน) ทำงาน 26 วันต่อเดือน จะได้เงินพื้นฐานแค่ราวๆ 10,400 บาท ต่อให้รวม OT หรือสวัสดิการแล้ว ก็มักจะวนเวียนอยู่ที่ 12,000 - 15,000 บาทครับ (3/4)
ไทย
1
0
0
62
ค้นมาโควท
เห็นทวีตนี้แล้วจุกแทนคนทำงานเลยครับ แต่พอลองไปค้นตัวเลขจริงๆ มาดู นี่มัน Reality Check ของแรงงานไทยชัดๆ เพราะสถิติเบื้องหลังมันบอกอะไรเราได้เยอะกว่าที่ตาเห็นครับ ทำไมต้อง 6 วัน? กฎหมายคุ้มครองแรงงานไทยกำหนดชั่วโมงทำงานไว้ "ไม่เกิน 48 ชม./สัปดาห์" ซึ่งพอหาร 8 ชม. ต่อวัน มันจะลงล็อก 6 วันพอดีเป๊ะครับ! บริษัทส่วนใหญ่เลยใช้โควตานี้แบบ "คุ้มค่าตัว" ที่สุดตามกฎหมายกำหนด #ค้นมาโควท (1/4)
ลิ้ดเอง@primpraoka__

แล้วคนที่ได้ทำงาน 6 วัน ส่วนใหญ่เงินเดือนไม่ถึง 15,000 ด้วยซ้ำ

ไทย
1
0
0
370
ค้นมาโควท
สรุปคือ การ 'ทำตัวเสร่อ' หรือเพิ่ม Visibility ให้ตัวเองแบบที่คุณ Smurfs บอก มันคือการทำให้คนจำเราได้ในกองใบสมัครมหาศาล ใครที่มัวแต่เขินไม่กล้าเมนต์ไม่กล้าโพสต์ ลองดูเคสนี้เป็นแรงบันดาลใจนะ ความกล้า (แบบมีกึ๋น) มักให้ผลตอบแทนที่คุ้มเสมอครับ (4/4)
ไทย
0
8
11
6.9K
ค้นมาโควท
ผลคือเธอไม่ได้งานที่ Nike นะครับ แต่ความพีคอยู่ที่พอเธอโพสต์เรื่องนี้ลง LinkedIn ด้วยพลังของ Algorithm ที่ชอบเรื่องแปลกใหม่ ทำให้โพสต์นี้กลายเป็นไวรัลถล่มทลาย จนมีบริษัทชั้นนำอื่นๆ รุมส่งข้อความมาจีบเธอเข้าทำงานเพียบเลยครับ! (3/4)
ไทย
1
2
8
7.1K
ค้นมาโควท
เห็นทวีตคุณ Smurfs แล้วผมนี่รีบไปขุดเคส "ความเสร่อระดับตำนาน" มาฝากเลยครับ มันพิสูจน์เลยว่า ถ้าเรากล้า 'หน้าด้าน' แบบมีชั้นเชิงบน LinkedIn โอกาสจะวิ่งเข้าหาเราเองแบบงงๆ! #ค้นมาโควท (1/4)
Smurfs ✘@5murfst

ถ้าอยากได้งานสบาย + เงินเดือนสูงกว่าปกติแนะนำหาใน LinkedIn ครับเพราะส่วนใหญ่ HR บริษัทใหญ่ๆในไทยเขาเน้นหาคนที่นั่นมากกว่า ถ้าไม่เจอก็ค่อยมาลง Jobthai LinkedIn เป็น Social คล้าย FB เกือบทุกอย่างแต่แค่เน้นโพสต์หน้าที่การงานซะมากกว่า อันดับแรกคือทำตัวเสร่อให้มากที่สุดครับพยายามแอด Connection ให้เกิน 500+ จะดีมากเพราะมันมีผลกับการมองเห็นโปรไฟล์ของเราพอสมควร ระหว่างที่เพิ่ม Connection เวลาเจอใครโพสต์ความสำเร็จเราก็ไป Liked + Comment ยินดีกับเขา มันเหมือนเปิดโอกาศให้คนอื่นได้เห็นชื่อของเราในโพสต์นั้น ที่สำคัญคือโพสต์ผลงานตัวเองหรืออะไรที่ถนัดลงไปครับเพราะเวลาคนอื่นมาส่องเขาจะดูสไตล์งานของเราก่อนว่าเหมาะกับบริษัทเขาไหม

ไทย
1
418
658
110.3K