Khun.

870 posts

Khun.

Khun.

@khun_misa

Katılım Kasım 2018
96 Takip Edilen175 Takipçiler
Khun. retweetledi
my definition.
my definition.@itmydefinition·
I'm not the best, but I'm trying my best. “ฉันไม่ได้เก่งที่สุด แต่ฉันก็กำลังพยายามอย่างดีที่สุด”
my definition. tweet media
ไทย
15
5.8K
5.2K
178.1K
Khun. retweetledi
🥣
🥣@8treeh0use·
สิ่งที่เราทำตอนรู้สึก burnout มาก ๆ คือ 1. คุยกับนักจิต เหมือนยกอะไรหนัก ๆ ออกจากหัว นักจิตช่วยทำให้เรารู้ว่า เราทำอะไรได้แค่ไหน ไม่ต้องแบกโลกหรือแบกทุกอย่างเอาไว้คนเดียว 2. ออกไปใช้ชีวิต พยายามทำอะไรที่ไม่เคยทำ ตอนนั้นทำสีผมแฟชั่นไปเลย 3. ฟัง podcast “เมื่อคุณออกเดิน คุณจะไม่ใช่คนเดิมอีกต่อไป” ทุกครั้งที่เหนื่อยก็จะกลับมาฟังตลอด 4. อ่านหนังสือ “ฉันไม่ได้อ่อนไหว เธอนั่นแหละที่ทำเกินไป” เล่มนี้เป็นเล่มที่อ่านแล้วปลดล็อกทุกอย่างเลย
🥣 tweet media🥣 tweet media
&@nchdaq

ช่วงนี้กำลังประสบกับอาการเหนื่อย+burnout มากๆ ผลที่ตามมาคือง่วงทั้งวัน นอนเท่าไหร่ก็ไม่อิ่ม เบื่ออาหารหรืออยากกินเยอะกว่าปกติ ใครเคยเป็นขอวิธีกู้หรือฮิลตัวเองหน่อยได้ไหมคะ🥺🤏🏽

ไทย
5
4.4K
4.5K
290.6K
Khun. retweetledi
แกน่ะเก่ง
แกน่ะเก่ง@kaenakeng·
อันนี้น่ารักมาก ไอเดียท่าโพสลงสตอรี่แบบน่ารัก ๆ ใครถ่ายรูปไม่เก่ง เขิน ไม่รู้จะทำท่ายังไงลองดูโพสนี้ เซฟไว้เยย
แกน่ะเก่ง tweet media
ไทย
7
1.2K
2.3K
67.2K
Khun. retweetledi
ก้อน 🎃
ก้อน 🎃@planpeaceplease·
ฟัง 5M ตอนที่พูดเรื่อง ทำไมการเขียนทุกวัน วันละ 15 นาทีถึงดีกับชีวิต แม้เราไม่ได้อยากจะเป็นนักเขียนอาชีพ รู้สึกชอบหลายประโยค เลยมาสรุปไว้หน่อย - การเขียน ช่วยเปลี่ยนวิธีการที่สมองทำงาน - การเขียนทุกวัน ไม่ใช่เรื่องของการเป็น “นักเขียน” แต่เป็นเรื่องของการเป็น “นักคิด” - การเขียน ช่วยสร้างระยะห่างกับสิ่งที่เราคิด เพราะถ้าเราปล่อยให้ความคิดอยู่แค่ในสมอง เราจะอยู่ใกล้กับมันมากเกิน จนเราเข้าใจว่า เราเป็นแบบความคิดนั้นจริง ๆ - การเขียน ทำให้เราดึงความคิดออกมาตรวจสอบ หาข้อเท็จจริง ช่วยให้เราหาเหตุผลในสิ่งที่เราเชื่อ หรือเข้าใจว่าเป็นแบบนั้นแบบนี้ - เมื่อเราเขียนพวกความกลัว ความกังวลที่เคยอยู่ในรูปแบบความคิด ก็จะกลายเป็นสิ่งที่มีรูปร่าง และเราจะหาทางจัดการกับมันได้ ส่วนตัวเห็นด้วยว่า "การเขียน" ให้ผลลัพธ์แบบนี้จริง จากที่ลองเขียนทุกวันมา 1 ปีเต็ม ๆ แม้เราจะไม่ใช่นักเขียนอาชีพที่เขียนเก่งเขียนดีอะไร แต่ในมุมการจัดการความคิด การเขียนช่วยอย่างมาก
ก้อน 🎃 tweet media
ไทย
4
1.4K
1.7K
53.9K
Khun. retweetledi
Sale Here - อะไรลดเรารู้
👩🏻‍💻📚 จุฬาเปิดคอร์สเรียนฟรี! ในหัวข้อ “มหากาพย์ อังกฤษ อัปเกรด : Conversation มั่นใจ รุ่นที่ 13” ✨ 📍 ลงเรียนได้ที่นี่ : salehere.co.th/r/vMgqjk #SaleHere #เซลเฮียร์ #คอร์สฟรี #เรียนออนไลน์
Sale Here - อะไรลดเรารู้ tweet media
ไทย
0
356
790
36.1K
Khun. retweetledi
𝔼𝕝𝕝𝔸
𝔼𝕝𝕝𝔸@ella_biyou·
巻き髪が苦手な人必見!まじで見て
日本語
2
232
2.9K
687.9K
Khun. retweetledi
sad boy .
sad boy .@bbigkachu·
ประโยคนี้โคตรจริง
sad boy . tweet media
ไทย
21
19.8K
19.2K
566.9K
Khun. retweetledi
Sopon Supamangmee
Sopon Supamangmee@sopons·
สิ่งที่ยากที่สุดในยุคสมัยปัจจุบันคือการหุบปากเงียบ . เพิ่งคุยกับลูกสาวเรื่องนี้ระหว่างคุยกันช่วงบ่ายวันหยุด เพราะเธอเริ่มโตมากขึ้นและมีความคิดเห็นของตัวเองกับหลายๆ เรื่อง (ซึ่งเป็นเรื่องดี) เพียงแต่บางจังหวะเขาจะโพล่งออกมาโดยไม่ทันยั้งคิดว่าความเห็นนั้นมันจะไปทำร้ายจิตใจใครไหม บางทีมันเต็มไปด้วยอารมณ์มากกว่าเหตุผล หรือบางครั้งเราอาจจะยังไม่เข้าใจครบทุกมุมก็ได้ . ยิ่งเฉพาะปัจจุบันเมื่อทุกคนมีพื้นที่ให้แสดงความคิดเห็นอย่างเสรี แม้นั่นเป็นเรื่องที่ดี แต่คนมักลืมว่าเราไม่จำเป็นต้องมีความเห็นกับทุกเรื่อง . Ryan Holiday นักเขียนและนักปรัชญาสโตอิกชื่อดัง เคยเขียนไว้ว่า . “ไม่มีคนกี่คนหรอกที่เข้าใจสิ่งนี้... แต่จริงๆ แล้วคุณไม่จำเป็นต้องมีความเห็นกับทุกเรื่อง คุณไม่จำเป็นต้องตัดสินว่าสิ่งไหนดีหรือไม่ดี Marcus Aurelius บอกว่าการจำกัดจำนวนความเห็นที่เรามีคือหนึ่งในสิ่งที่ทรงพลังที่สุดที่เราทำได้ในชีวิต" . แต่ถ้าการมีความเห็นน้อยลงคือทางเลือก ทางเลือกนั้นต้องการอะไรจากเรากันแน่? . ลองนึกถึงครั้งสุดท้ายที่คุณมีความเห็นต่อบางเรื่องแบบสุดๆ ไม่ว่าจะเป็นการเมือง เศรษฐกิจ ข่าวที่กำลังร้อน หรือแม้แต่พฤติกรรมของคนรู้จัก แล้วถามตัวเองจริงๆ ว่า "ฉันรู้เรื่องนี้ดีพอที่จะตัดสินไหม?" . คำตอบที่ซื่อสัตย์มักจะเป็น ‘ไม่’ แต่เราก็ยังตัดสินอยู่ดี เพราะการตัดสินให้ความรู้สึกว่าเราเข้าใจโลก และการเข้าใจโลกให้ความรู้สึกว่าเราปลอดภัย . มันไม่ใช่ความรู้ มันคือ ‘ความรู้สึกว่ารู้’ และนั่นคือสิ่งที่อันตรายที่สุด . Charlie Munger นักลงทุนคู่หูของ Warren Buffett เคยพูดในสุนทรพจน์ที่ USC Law School เมื่อปี 2007 ว่า . “ฉันไม่รู้สึกว่าตัวเองมีสิทธิ์มีความเห็นในเรื่องใดก็ตาม ถ้าฉันยังไม่สามารถอธิบายข้อโต้แย้งของฝั่งตรงข้ามได้ดีกว่าคนที่สนับสนุนมันเสียอีก ฉันคิดว่าตัวเองพร้อมจะพูดก็ต่อเมื่อถึงจุดนั้นแล้วเท่านั้น” . ลองอ่านช้าๆ อีกครั้งครับ . ชายที่ถูกยกให้เป็นหนึ่งในคนที่ชาญฉลาดและสร้างความมั่งคั่งมหาศาลจากการตัดสินใจอันแน่วแน่ บอกว่าเขาจะไม่ยอมให้ตัวเองมีความเห็น ถ้ายังไม่เข้าใจฝั่งตรงข้ามดีกว่าคนที่เชื่อในฝั่งนั้น . นั่นคือมาตรฐานที่น่ายกย่อง ไม่ใช่ความอ่อนแอ ไม่ใช่ความลังเล แต่คือวินัยทางสติปัญญาที่เราต้องหมั่นฝึกฝน . แล้วทำไมเราถึงรีบมีความเห็นกันละ? . สมองของมนุษย์ไม่ได้ถูกสร้างมาเพื่อความจริง มันถูกสร้างมาเพื่อ ‘ความเร็ว’ . ในสมัยที่เรายังเป็นมนุษย์หิน การตัดสินใจเร็วคือทางรอด สมองจึงพัฒนาระบบที่นักจิตวิทยาเรียกว่า Cognitive Closure หรือความต้องการปิดคำถามให้เร็วที่สุด . กล่าวคือ เราไม่ได้อยากรู้ความจริง เราแค่อยากหยุดความไม่สบายใจจากความไม่รู้ และความเห็นก็คือฝาปิดที่รวดเร็วที่สุดสำหรับคำถามที่ยังคาใจ . Munger เรียกสิ่งที่เขาทำว่า ‘Iron Prescription’ หรือ "ยาขม" มันไม่ใช่การสำรวมตัวเองว่าห้ามคิด หรือห้ามมีความเห็น แต่คือการยกมาตรฐานความเห็นของตัวเองให้สูงขึ้น ก่อนที่คุณจะตัดสินว่าใครถูกหรือผิด ให้ถามก่อนว่า "ฉันเข้าใจเหตุผลของเขาดีพอไหม ที่จะอธิบายแทนเขาได้อย่างยุติธรรม?" . ถ้าตอบว่าไม่ นั่นอาจจะหมายถึงว่าคุณควรหุบปากเงียบเอาไว้ดีกว่า . และนั่นคือความกล้าหาญแบบหนึ่ง ที่หายากกว่าการกล้าพูดเสียอีก เพราะสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อคุณหยุดรีบมีความเห็นคือคุณจะเริ่มฟังมากขึ้น ไม่ใช่ฟังเพื่อโต้แย้ง แต่ฟังเพื่อเข้าใจ คุณจะเริ่มถามมากขึ้น ไม่ใช่ถามเพื่อโจมตี แต่ถามเพื่อเติมเต็มภาพที่ยังขาด และสิ่งที่น่าแปลกใจที่สุดคือ เมื่อคุณเลือกที่จะบอกว่า “ยังไม่รู้” อย่างมีสติ คุณกลับรู้จริงมากกว่าคนที่รีบรู้ทุกเรื่อง . ในยุคที่ทุกคนแข่งกันมีความเห็น การหยุดแล้วถามว่า "ฉันรู้พอที่จะตัดสินไหม?" ไม่ใช่ความอ่อนแอ มันคือสัญลักษณ์ของจิตใจที่แก่กล้า ที่รู้ว่าบางคำถามคู่ควรกับความเงียบมากกว่าคำตอบที่รีบพูดออกมาโดยไม่ทันคิด . ความเห็นที่ดีที่สุดในชีวิต บางทีคือความเห็นที่คุณเลือกจะยังไม่มี . - โสภณ ศุภมั่งมี
Sopon Supamangmee tweet media
ไทย
7
4.5K
3.6K
223.6K
Khun. retweetledi
analog
analog@untitled_90·
dear all,
analog tweet media
English
0
4.4K
4.6K
137.8K
Khun. retweetledi
Todd Advisor
Todd Advisor@ToddAdvisor·
"การเปลี่ยนงาน" คือ "มหกรรมการเปลี่ยนชีวิตครั้งใหญ่" เสมอ การเปลี่ยนงาน มองผิวเผินอาจคิดว่าเป็นเพียงการเปลี่ยนสถานที่ทำงาน เปลี่ยนโต๊ะ เปลี่ยน Email แต่ในความเป็นจริงแล้ว การเปลี่ยนงานคือ “การเปลี่ยนมหกรรมของชีวิต” เพราะแทบทุกอย่างในชีวิตประจำวันจะเปลี่ยนไปพร้อมกันโดยไม่รู้ตัว เราไม่ได้เปลี่ยนแค่งาน แต่เราเปลี่ยนเนื้อหางาน เปลี่ยนความรับผิดชอบ เปลี่ยนหัวหน้า เปลี่ยนเพื่อนร่วมงาน เปลี่ยนลูกน้อง เปลี่ยนเส้นทางการเดินทาง เปลี่ยนร้านข้าวกลางวัน และบางครั้งแม้แต่ร้านกาแฟประจำก็ต้องเปลี่ยน ทุกอย่างคือสภาพแวดล้อมใหม่ทั้งหมด ช่วง 3–6 เดือนแรกจึงไม่ใช่แค่ช่วงทดลองงานของบริษัท แต่เป็นช่วงทดลองใจของตัวเราเองด้วย ดังนั้น หากมองการเปลี่ยนงานให้ดี มันไม่ใช่เรื่องน่ากลัว แต่มันคือ “ความตื่นเต้น” เรากำลังจะได้เรียนรู้สิ่งใหม่ ได้รู้จักคนใหม่ ได้แก้ปัญหาใหม่ และได้เห็นศักยภาพของตัวเองในเวอร์ชันใหม่ แต่ความตื่นเต้นอย่างเดียวไม่พอ การเปลี่ยนงานที่ดีต้องมาพร้อม “การเตรียมตัว” เตรียมความรู้ เตรียมทัศนคติ เตรียมพลังงาน และเตรียมใจว่าจะมีวันที่เราไม่เก่ง ไม่เข้าใจ และไม่มั่นใจ ซึ่งเป็นเรื่องปกติของคนที่กำลังเริ่มต้นใหม่ และสุดท้ายคือ “เรื่องที่ต้องทำใจ” ต้องทำใจว่าเราจะไม่เก่งเท่าที่เก่าในวันแรก ต้องทำใจว่าทุกอย่างจะช้าลง ต้องทำใจว่าต้องเริ่มสร้างความน่าเชื่อถือใหม่ทั้งหมด การเปลี่ยนงานจึงไม่ใช่แค่การย้ายที่ทำงาน แต่คือการย้าย “ชีวิตประจำวัน” ทั้งระบบ ถ้ามองมันเป็นมหกรรม มันจะเหนื่อยหน่อย วุ่นวายหน่อย แต่ก็เต็มไปด้วยความตื่นเต้น การเรียนรู้ และการเติบโตเสมอ.
ไทย
4
6.4K
3.7K
177.4K
Khun. retweetledi
Sale Here - อะไรลดเรารู้
📣 มาเพิ่มทักษะ! เว็บฝึกพูดอังกฤษคนเดียว เหมาะกับคนเขินแต่อยากเก่ง 🧑🏻‍💻 เว็บฝึกพูดภาษาอังกฤษ >> salehere.co.th/r/UVhOD2 📌ดูเพิ่มเติม > facebook.com/salehere/posts… #SaleHere #เซลเฮียร์ #เว็บฟรี #ฝึกภาษา
Sale Here - อะไรลดเรารู้ tweet media
ไทย
0
1.4K
2.5K
95.4K
Khun. retweetledi
เอเวอร์เรส
หน้าม้าที่จริงใจ ชอบแบบนี้อ่า🥺🥺
ไทย
1
185
390
65.7K
Khun. retweetledi
เว็บ Dek-D.com
เว็บ Dek-D.com@webdekd·
#เรื่องนี้โรงเรียนไม่ได้สอน มาทำความรู้จัก 'ตัวเอง' ให้มากขึ้น ด้วย 8 แบบทดสอบ รวมมาให้ในโพสต์นี้แล้ว ลองเลย! . 1️⃣ MBTI – บุคลิกภาพ 16 แบบ ค้นหาว่าเราเป็น “นักคิด นักวางแผน หรือผู้นำ” พร้อมแนะแนวทางพัฒนาตัวเอง แบบทดสอบ MBTI จะให้ผลลัพธ์เป็นประเภทของบุคลิกภาพทั้งหมด 16 ประเภท การใช้แบบทดสอบนี้สามารถช่วยในการเข้าใจตัวเองและผู้อื่นได้ดีขึ้น ซึ่งจะมีผลต่อการปรับปรุงความสามารถในการสื่อสารและการทำงานร่วมกันภายในทีมหรือองค์กร . 2️⃣ Enneagram – 9 ลักษณะแห่งนิสัย แบบทดสอบที่ใช้สำรวจบุคลิกภาพด้วยแนวคิดที่มีรากฐานมาจากปรัชญา จิตวิทยา และศาสนาแต่ละประเภท โดยมีการแบ่งกลุ่มออกเป็น 3 กลุ่มใหญ่ คือ กลุ่ม Heart, กลุ่ม Head และกลุ่ม Body แล้วยังแบ่งประเภทบุคคลออกมาเป็นอีก 9 ประเภท ซึ่งลักษณะบุคลิกภาพเหล่านี้จะสะท้อนไปถึงวิธีการที่เราตอบสนองต่อสิ่งที่เราประสบในชีวิต ช่วยให้เราเข้าใจตัวเองและผู้อื่นได้มากขึ้น . 3️⃣ Chronotype – บุคลิกตามนาฬิกาชีวิต รู้ว่าเราควรตื่น-นอน-ทำงานเมื่อไหร่ เพื่อใช้ชีวิตได้เต็มประสิทธิภาพ โดยจำลองผ่านธรรมชาติการนอนของสัตว์ 4 ชนิด คือ หมี, สิงโต, หมาป่า และโลมา พอเราได้รู้ว่าตัวเองเป็นสัตว์ประเภทไหนใน Chronotype จะทำให้เรารู้จัก ‘นาฬิกาชีวิต’ ที่เหมาะสมกับตนเอง ช่วยให้วางแผนจัดการทำสิ่งต่าง ๆ ในแต่ละวันได้อย่างมีประสิทธิภาพ เลือกอาชีพงานที่เหมาะสมกับตัวเองได้ดี . 4️⃣ DISC – 4 อักษรสะท้อนตัวตน ช่วยทำงานร่วมกับคนอื่นได้ดีขึ้น ด้วยการรู้จักตัวเองและเข้าใจคนรอบข้าง โดยแบ่งออกเป็น 4 ประเภท คือ Dominance (ควบคุม), Influence (อิทธิพล), Steadiness (ความมั่นคง) และ Conscientiousness (ความรอบคอบ) ซึ่งในแต่ละบุคคลจะมีองค์ประกอบเหล่านี้อยู่ในตัวเอง มีทั้งตัวที่เป็นด้านที่โดดเด่นพิเศษมาก และด้านที่โดดเด่นรองลงมา . 5️⃣ Big 5 – บุคลิก 5 มิติ วัดความเปิดกว้าง เข้าสังคม วินัย ความมั่นคง และความเป็นมิตร โดยแบ่งออกเป็น ความเป็นมิตร (Agreeableness), การมีจิตสำนึก (Conscientiousness), การเปิดรับประสบการณ์ (Openness to Experience), ความไม่มั่นคงทางอารมณ์ (Neuroticism) และการแสดงตัว (Extraversion) ซึ่งแบบทดสอบนี้ช่วยให้เราสามารถเข้าใจว่าบุคคลนั้นๆ มีลักษณะเป็นอย่างไร ทักษะและจุดแข็งคืออะไร ด้านสุขภาพจิตมีปัจจัยเสี่ยงอะไรบ้าง และสามารถปรับตัวเองให้เข้ากับสถานการณ์ต่างๆ ในชีวิตให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นได้อย่างไรบ้าง . 6️⃣ DISC Peronality – สัตว์ 4 ทิศ เปรียบคนเป็น “กระทิง อินทรี หนู หมี” บอกนิสัย จุดแข็ง จุดอ่อน เป็นทั้งแบบทดสอบค้นหาตัวเองและแบบทดสอบบุคลิกภาพเกี่ยวกับลักษณะนิสัยและลักษณะการทำงานของคน 4 แบบ คือ D (Dominance), I (Influence), S (Steadiness) และ C (Compliance) ช่วยให้เข้าใจตนเองและรู้จักตัวตนมากขึ้น รวมถึงมองเห็นจุดแข็งและจุดอ่อนของตนเอง ประกอบการตัดสินใจในการเลือกอาชีพและเป็นการปรับตัว . 7️⃣ Six Thinking Hats – ทฤษฎีหมวก 6 ใบ ฝึกมองปัญหาหลายมุม ลดดราม่า เพิ่มความเข้าใจในทีม มีการสมมุติและให้เราได้ใช้จินตนาการเพื่อให้ทุกคนได้ลองสวมหมวก 6 ใบ ที่แตกต่างกัน หมวก 6 ใบ เปรียบเสมือนสี 6 สี ได้แก่ หมวกสีขาว, หมวกสีแดง, หมวกสีดำ, หมวกสีเหลือง, หมวกสีเขียว และหมวกสีน้ำเงิน ที่จะทำให้เราได้มองปัญหาได้อย่างรอบด้าน และเป็นไปในทิศทางเดียวกัน ช่วยลดความขัดแย้ง และจัดระเบียบความคิดเห็นให้ไปทางเดียวกันได้ ทำให้เราเห็นอกเห็นใจ และเข้าใจผู้อื่นได้มากขึ้น . 8️⃣ My Blooming Key – ดอกไม้บอกตัวตน แบบทดสอบสายอาร์ตสุดครีเอทีฟ สะท้อนนิสัยผ่านดอกไม้แสนสวย ให้เราใช้ทักษะคิดวิเคราะห์และจินตนาการตลอดการทำแบบทดสอบที่จะเต็มไปด้วยเรื่องราวมากมาย และประมวลผลออกมาเป็นตัวตนของเรา ลักษณะนิสัย จุดแข็งและจุดด้อย รวมถึงดอกไม้ที่เป็นเสมือนตัวแทนลักษณะนิสัยของคนอื่นๆ เพื่อส่งเสริมการใช้ชีวิตและพัฒนาการอยู่ร่วมกับผู้อื่นได้ดียิ่งขึ้น . ***แบบทดสอบเหล่านี้ เป็นเพียงแนวทางค้นหาตัวตน เพื่อให้เรารู้จักตนเองมากขึ้น ไม่ใช่คำแนะนำในการดำเนินชีวิต*** . ทดลองทำแบบทดสอบ ⤵️ dek-d.com/teentrends/662… #เรื่องนี้โรงเรียนไม่ได้สอน #แบบทดสอบตัวตน #แบบทดสอบจิตวิทยา #แบบทดสอบจิตใจ #ค้นหาตัวตน #ทดสอบบุคลิกภาพ #dekdTeenCoach
เว็บ Dek-D.com tweet media
ไทย
0
700
1.1K
47.5K
Khun. retweetledi
เอเวอร์เรส
แปะไว้ค่ะ ทรงผมทำง่าย ไม่ซ้ำใคร ภายใน30วินาทีเท่านั้น🥹🥹🥹
ไทย
0
1.3K
3.1K
293.7K
Khun. retweetledi
อรัยส์อรัยส์
ตั้งแต่เจอทวิตที่บอกว่า “เราไม่ได้มีหน้าที่ทำให้ใครฉลาดขึ้น“ ก็ปล่อยวางได้เยอะมากกกกกก
ไทย
4
12K
6.4K
322.5K