
คลิปนี้เป็นประเด็นดราม่าที่ชาวเน็ทเกาหลีตามว่า"น้องวอนยอง" ว่าดูไม่มีมารยาท เพราะน้องวอนยองรับพาสปอร์ตมือเดียวและยืนกอดอกรอพาสปอร์ต ตอนส่งพาสปอร์ตน้องส่งทั้ง 2 มือให้เจ้าหน้าที่(รูปในเมนชั่น)และเปิดแมสกับหมวกให้เจ้าหน้าที่ตรวจ
kk
523 posts


คลิปนี้เป็นประเด็นดราม่าที่ชาวเน็ทเกาหลีตามว่า"น้องวอนยอง" ว่าดูไม่มีมารยาท เพราะน้องวอนยองรับพาสปอร์ตมือเดียวและยืนกอดอกรอพาสปอร์ต ตอนส่งพาสปอร์ตน้องส่งทั้ง 2 มือให้เจ้าหน้าที่(รูปในเมนชั่น)และเปิดแมสกับหมวกให้เจ้าหน้าที่ตรวจ

คลิปนี้เป็นประเด็นดราม่าที่ชาวเน็ทเกาหลีตามว่า"น้องวอนยอง" ว่าดูไม่มีมารยาท เพราะน้องวอนยองรับพาสปอร์ตมือเดียวและยืนกอดอกรอพาสปอร์ต ตอนส่งพาสปอร์ตน้องส่งทั้ง 2 มือให้เจ้าหน้าที่(รูปในเมนชั่น)และเปิดแมสกับหมวกให้เจ้าหน้าที่ตรวจ

คลิปนี้เป็นประเด็นดราม่าที่ชาวเน็ทเกาหลีตามว่า"น้องวอนยอง" ว่าดูไม่มีมารยาท เพราะน้องวอนยองรับพาสปอร์ตมือเดียวและยืนกอดอกรอพาสปอร์ต ตอนส่งพาสปอร์ตน้องส่งทั้ง 2 มือให้เจ้าหน้าที่(รูปในเมนชั่น)และเปิดแมสกับหมวกให้เจ้าหน้าที่ตรวจ

เคยมีแฟนคนนึง ไม่มีอะไรดีเลยไม่ใช่สเปกเลย แถมมีลูกติด หน้าตาแย่ สักเลอะเทอะเวลามองหน้าคือมีเสียงในหัวตลอดว่ากูทำไรอยู่วะ ฟันหน้าหาย2ซี่ สูบบุหรี่ ใจร้อนมาก มีดีแค่ไม่นอกใจเลย สุดท้ายทนไม่ไหว หนีดีกว่า ทุกวันนี้ยังเสียใจที่ไปคบกับนาง เป็นหลุมดำในชีวิตมาก

ถึงว่าหายไปเลย #มิวลักษณ์นารา เผยคลิปที่อัดไว้ตั้งแต่สิ้นปี 2025 แต่ไม่กล้าลง จนล่าสุดเจ้าตัวตัดสินใจโพสต์คลิปดังกล่าวที่พูดความในใจทั้งหมดถึงเส้นทางชีวิต ณ ปัจจุบัน หลังออกจากวงการบันเทิง “มันหมดแรงจริงๆ” - มิว ยอมรับทั้งน้ำตาว่า มันหมดแรงกับเส้นทางในวงการบันเทิง แต่ชีวิตคนเราต้องเติบโต...ถึงจะไม่เต็มใจ... แต่ก็ต้องเติบโต... - มิวแจ้งว่าไม่ได้เป็นนักแสดงแล้ว - ตอนนี้มิวก็มาทำงานเป็น cabin crew แล้วอยู่ที่ดูไบ - มิวก็ต้องยอมรับกับตัวเองก่อนว่ามิวก็... อายุเยอะแล้ว - อายุเข้าเลขสามแล้ว+กับการที่มิวไม่ค่อยเล่นโซเชียลมันก็เลยทำให้มีงานละคร หรือว่างานรายการ หรือว่างานที่เกี่ยวกับวงการบันเทิงมันเข้ามาน้อยลง - บวกกับอะไรหลายๆอย่าง ก็เลยทำให้มิวตัดสินใจที่จะมาเป็นแอร์อยู่ดูไบ - มิวยังบอกอีกว่าอาชีพนักแสดง มันเป็นอาชีพที่มิวทำมาตั้งแต่เด็ก - ถ้านับแค่วงการละครก็คือตั้งแต่ 15 - แต่ถ้านับเข้าวงการบันเทิงเลยจริงๆ ก็คือตั้งแต่ 4 ขวบ มันแบบทั้งชีวิตของมิวจริงๆ - วันนึงที่มันต้องก้าวออกมาจากจุดที่เราารู้สึกว่า มันเป็นเซฟโซน (Safe zone) ของเรา มันเป็นความรู้สึกที่แย่มาก - มันก็เป็นความรู้สึกที่ยากที่จะยอมรับว่าสิ่งที่เรารัก สิ่งที่เราทำมาตลอด ตั้งแต่เด็กๆ มันทำต่อไม่ได้แล้ว (ร้องไห้) - ก็ต้องยอมรับมันนะว่ามันเป็นทางเดินอีกทางเดินนึงที่เลือกเดิน - หลายคนอาจจะบอกว่า เฮ้ย มันก็ยังเป็นได้อยู่นะ อาจจะแบบ อยู่ในสถานะอื่น - ซึ่งมิวก็คิดว่าเราอาจจะทำได้ แต่ว่าก่อนหน้านี้ตัวมิวเองรู้สึกว่า "เราหมดแรง เราหมดแรงจริงๆ นะ" - ถามว่าใจจริงยังอยากกลับไปไหม อยากกลับไปทุกขณะจิต - แต่ก็คือไม่เป็นไรชีวิตมันก็ต้องมีการเติบโต - คนเราก็ต้องเติบโต ไปเป็นอะไรก็ไม่รู้ แต่คือต้องเติบโต คือโลกผลักให้เรามาเติบโตแล้วก็เติบโต ก็ได้... ถึงจะไม่เต็มใจ... แต่ก็ต้องเติบโต... - ไม่ได้รู้สึกเสียใจตัดสินใจมาอยู่ที่นี่ - แต่ก่อนหน้านี้รู้สึกว่า เออ ก็โอเค มันก็ดูเป็นแบบทางเลือกใหม่ๆ เป็นอะไรใหม่ๆ ในชีวิตที่ไม่เคยประสบพบเจออะไร ตลกดี

คนนั้นก็กดผิด คนนี้ไม่รอบคอบ อีกคนก็อยากสนับสนุนเพื่อน แต่ทุกคนเหมือนกันคือไม่ขอโทษเหยื่อที่ได้รับผลกระทบจากโพสต์ที่กดไลค์ อยากเห็นมูฟเม้นที่ดีกว่านี้อ่ะ พูดจากคนที่มีแพลนไปดูคอนสองในสามคนที่กล่าวมานะ

คนนั้นก็กดผิด คนนี้ไม่รอบคอบ อีกคนก็อยากสนับสนุนเพื่อน แต่ทุกคนเหมือนกันคือไม่ขอโทษเหยื่อที่ได้รับผลกระทบจากโพสต์ที่กดไลค์ อยากเห็นมูฟเม้นที่ดีกว่านี้อ่ะ พูดจากคนที่มีแพลนไปดูคอนสองในสามคนที่กล่าวมานะ


โพสนี้ขอมาชี้แจงจุดยืนของเรื่องที่เกิดขึ้นตอนนี้ครับ การกดไลค์เมื่อคืนคือเรื่องก่อนที่ผมจะทราบข่าววันนี้และเป็นการให้กำลังใจเพื่อนในเรื่องที่ถูกต่อว่าอย่างไม่เหมาะสม ด้วยถ้อยคำหยาบคาย เกินกว่าเหตุ และไม่เป็นข้อเท็จจริงเท่านั้น ซึ่งเป็นประเด็นที่ผมพูดถึงมาตลอดกับการแสดงความเห็นในโลกโซเชียลครับ ส่วนเรื่องที่เกิดขึ้นวันนี้ เนื่องจากเป็นคนนอกและทราบเรื่องราวพร้อมๆและเท่ากับทุกคน คงออกความเห็นไม่ได้ในเรื่องความสัมพันธ์ของครอบครัว แต่ขอยืนยันว่าผมไม่สนับสนุนความรุนแรงในครอบครัวทุกรูปแบบ สถาบันครอบครัวควรจะเป็นพื้นที่ปลอดภัยที่จะทำให้เด็กคนหนึ่งโตมาอย่างสมบูรณ์ ดังนั้นหากเรื่องที่เกิดขึ้นได้สร้างบาดแผลทางใจให้กับใคร ก็ไม่ควรถูกละเลย ถึงจะผ่านมานานแล้วก็ยังต้องได้รับการเยียวยาและแก้ไข และในฐานะเพื่อนของมายด์ก็ขอเป็นกำลังใจให้เพื่อนรับมือกับเรื่องนี้อย่างมีสติและผ่านช่วงเวลานี้ไปได้นะ สุดท้ายนี้ ผมต้องขออภัยหากการกดไลค์ของผมสร้างความเข้าใจผิดว่าผมสนับสนุนความรุนแรงในครอบครัว แม้โพสดังกล่าวจะไม่ได้พูดถึงเรื่องนี้ แต่อาจทำให้หลายคนนำไปเชื่อมโยงได้ จึงมาชี้แจงและยืนยันอีกครั้งว่าผมสนับสนุนความถูกต้องและให้ความสำคัญกับสิ่งนี้เป็นอย่างแรกครับ

โพสนี้ขอมาชี้แจงจุดยืนของเรื่องที่เกิดขึ้นตอนนี้ครับ การกดไลค์เมื่อคืนคือเรื่องก่อนที่ผมจะทราบข่าววันนี้และเป็นการให้กำลังใจเพื่อนในเรื่องที่ถูกต่อว่าอย่างไม่เหมาะสม ด้วยถ้อยคำหยาบคาย เกินกว่าเหตุ และไม่เป็นข้อเท็จจริงเท่านั้น ซึ่งเป็นประเด็นที่ผมพูดถึงมาตลอดกับการแสดงความเห็นในโลกโซเชียลครับ ส่วนเรื่องที่เกิดขึ้นวันนี้ เนื่องจากเป็นคนนอกและทราบเรื่องราวพร้อมๆและเท่ากับทุกคน คงออกความเห็นไม่ได้ในเรื่องความสัมพันธ์ของครอบครัว แต่ขอยืนยันว่าผมไม่สนับสนุนความรุนแรงในครอบครัวทุกรูปแบบ สถาบันครอบครัวควรจะเป็นพื้นที่ปลอดภัยที่จะทำให้เด็กคนหนึ่งโตมาอย่างสมบูรณ์ ดังนั้นหากเรื่องที่เกิดขึ้นได้สร้างบาดแผลทางใจให้กับใคร ก็ไม่ควรถูกละเลย ถึงจะผ่านมานานแล้วก็ยังต้องได้รับการเยียวยาและแก้ไข และในฐานะเพื่อนของมายด์ก็ขอเป็นกำลังใจให้เพื่อนรับมือกับเรื่องนี้อย่างมีสติและผ่านช่วงเวลานี้ไปได้นะ สุดท้ายนี้ ผมต้องขออภัยหากการกดไลค์ของผมสร้างความเข้าใจผิดว่าผมสนับสนุนความรุนแรงในครอบครัว แม้โพสดังกล่าวจะไม่ได้พูดถึงเรื่องนี้ แต่อาจทำให้หลายคนนำไปเชื่อมโยงได้ จึงมาชี้แจงและยืนยันอีกครั้งว่าผมสนับสนุนความถูกต้องและให้ความสำคัญกับสิ่งนี้เป็นอย่างแรกครับ

กุว่าเพื่อนในจินตนาการ 100 ใครเห็นด้วยกด1

นี่มองว่าเค้าให้กำลังใจเพื่อน ในฐานะเพื่อนในวงการ แต่ไม่ได้แสดงความเห็นใดใดเลยด้วยซ้ำ อยากให้ชาวเนทเองก็เข้าใจดาราทุกคนเพราะขนาดเพื่อนเรา ผิดถูกเราอาจจะไม่รู้แต่เราก็แค่อยากให้กำลังใจในการแก้ไข หรือผ่านเรื่องไปได้ดีที่สุดหรือปล่าว มุมมองส่วนตัวนะคะ