ธัญวัจน์ กมลวงศ์วัฒน์ - Tunyawaj Kamolwongwat

4.4K posts

ธัญวัจน์ กมลวงศ์วัฒน์ - Tunyawaj Kamolwongwat banner
ธัญวัจน์ กมลวงศ์วัฒน์ - Tunyawaj Kamolwongwat

ธัญวัจน์ กมลวงศ์วัฒน์ - Tunyawaj Kamolwongwat

@kru_tun

Public Policy • Human Rights • Strategic Communications / Former Member of Parliament, Thailand

กรุงเทพมหานคร, ประเทศไทย Katılım Temmuz 2014
934 Takip Edilen25.9K Takipçiler
Sabitlenmiş Tweet
ธัญวัจน์ กมลวงศ์วัฒน์ - Tunyawaj Kamolwongwat
เราเป็นกะเทย กรี๊ดกร๊าดสนุกสนานในโรงเรียนได้ แต่เวลาจะไปเล่นบ้านเพื่อน ก็จะถูกเพื่อนปฎิเสธ เพราะเขากลัวพ่อแม่รู้ว่าเขาเป็นตุ๊ด เพราะเราออกสาว ตอนเด็กก็เป็นเรื่องขำๆ แต่พอโตรู้สึกเศร้าที่เด็กคนหนึ่งต้องปฎิเสธความเป็นตัวตน #Pride2022 bangkokbiznews.com/lifestyle/1010…
ธัญวัจน์ กมลวงศ์วัฒน์ - Tunyawaj Kamolwongwat tweet media
ไทย
15
1.2K
1.5K
0
ธัญวัจน์ กมลวงศ์วัฒน์ - Tunyawaj Kamolwongwat retweetledi
Tisana Choonhavan - ธิษะณา ชุณหะวัณ
“คำนำหน้า 🏳️‍⚧️” พูดคุยกับอดีตส.ส. ธัญวัจน์ กมลวงศ์วัฒน์ ผู้ผลักดันร่างพ.ร.บ.สมรสเท่าเทียม 🏳️‍🌈 #คำนำหน้า #สมรสเท่าเทียม #ความเท่าเทียมทางเพศ
ไทย
1
3
21
1.4K
ธัญวัจน์ กมลวงศ์วัฒน์ - Tunyawaj Kamolwongwat
คืนนี้ 20:30 น. มาเจอกันใน IG Live ค่ะ 🌈 “คำนำหน้า = สิทธิ หรือ การควบคุม?” เราจะชวนกันคุยเรื่องที่สังคมกำลังถกเถียง ตั้งแต่ตัวตน ศักดิ์ศรี ไปจนถึงกฎหมายและโครงสร้างที่เกี่ยวข้องกับชีวิตของ LGBTQ+ 🎙️ ดำเนินรายการโดย ธิษะณา ชุณหะวัณ 💬 ร่วมพูดคุยกับ ธัญวัจน์ กมลวงศ์วัฒน์ นักนโยบายสาธารณะ และสิทธิมนุษยชน เพราะเรื่องนี้ไม่ใช่แค่คำเรียก แต่คือ “สิทธิในการเป็นตัวของตัวเอง” มาร่วมตั้งคำถาม คิด และมองให้ลึกไปด้วยกันค่ะ 📍 Live ทาง Instagram ⏰ 20:30 น. เป็นต้นไป #HonoringLGBTQ #Pride #GenderEquality #สิทธิไม่ใช่ทางเลือก #คำนำหน้า #เปลี่ยนคำนำหน้า
ธัญวัจน์ กมลวงศ์วัฒน์ - Tunyawaj Kamolwongwat tweet media
ไทย
0
0
5
164
ธัญวัจน์ กมลวงศ์วัฒน์ - Tunyawaj Kamolwongwat
[Beyond Marriage Equality: เมื่อกฎหมายไม่ใช่จุดจบ แต่เป็นจุดเริ่มของสังคมใหม่] งานเสวนา Beyond Marriage Equality จัดขึ้น ณ อาคารมหาจักรีสิรินธร (MCS) คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เป็นพื้นที่แลกเปลี่ยนมุมมองจากผู้มีบทบาทหลากหลาย ทั้งจากภาคบันเทิง สื่อ และสังคม ในประเด็นความเท่าเทียมทางเพศ ไม่ว่าจะเป็นกฎหมายรับรองอัตลักษณ์ทางเพศ คำนำหน้านาม ภาพแทนของ LGBTQIAN+ ในสื่อ ไปจนถึงบทบาทของงานอีเวนต์และโครงการเพื่อสังคมในการขับเคลื่อนความเข้าใจและการยอมรับในสังคมไทย หนึ่งในประเด็นสำคัญที่ถูกหยิบยกขึ้นมาคือ “ต้นกำเนิดของกฎหมายรับรองเพศ” ซึ่งมีรากฐานจากประเทศสวีเดน ในช่วงเวลาที่คนข้ามเพศยังถูกมองว่าเป็นความเจ็บป่วย รัฐจึงเข้ามามีบทบาทผ่านระบบสวัสดิการด้านสุขภาพ การผ่าตัดยืนยันเพศสภาพจึงถูกจัดวางอยู่ในฐานะ “การรักษา” และเมื่อการรักษานั้นสำเร็จ คำถามสำคัญจึงเกิดขึ้นต่อว่า บุคคลเหล่านี้จะสามารถดำเนินชีวิตในสังคมอย่างสอดคล้องกับตัวตนใหม่ได้อย่างไร นำไปสู่การพัฒนากฎหมายให้สามารถเปลี่ยนคำนำหน้านามและสถานะทางกฎหมาย เพื่อให้สอดคล้องกับเพศสภาพที่ได้รับการยืนยันแล้ว ซึ่งสะท้อนบทบาทของรัฐในการรองรับศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์อย่างเป็นระบบ พัฒนาการสำคัญในระดับโลกเกิดขึ้นในปี 2019 เมื่อองค์การอนามัยโลก (WHO) ได้ปรับการจัดหมวดหมู่ โดยยืนยันว่า “คนข้ามเพศไม่ใช่ความป่วยไข้” เพราะอัตลักษณ์ทางเพศไม่ใช่เชื้อโรค และไม่ได้ทำให้ร่างกายอ่อนแอลง การเปลี่ยนแปลงนี้สะท้อนการเคลื่อนจากกรอบคิดแบบการแพทย์ไปสู่กรอบสิทธิมนุษยชนอย่างชัดเจน และตอกย้ำว่า บุคคลข้ามเพศไม่ใช่ผู้ป่วย แต่คือพลเมืองที่ควรได้รับการยอมรับในตัวตนและได้รับสิทธิอย่างเท่าเทียม การออกแบบกฎหมายและนโยบายจึงไม่ใช่เรื่องของ “การรักษา” อีกต่อไป แต่เป็นเรื่องของการรับรองศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ในสังคมร่วมสมัย #BeyondMarriageEquality #GenderRecognition #LGBTQIANPlus #ความเท่าเทียมทางเพศ #คำนำหน้านาม #สิทธิมนุษยชน #PolicyAndSociety #SocialChange
ธัญวัจน์ กมลวงศ์วัฒน์ - Tunyawaj Kamolwongwat tweet mediaธัญวัจน์ กมลวงศ์วัฒน์ - Tunyawaj Kamolwongwat tweet mediaธัญวัจน์ กมลวงศ์วัฒน์ - Tunyawaj Kamolwongwat tweet media
ไทย
2
3
6
310
ธัญวัจน์ กมลวงศ์วัฒน์ - Tunyawaj Kamolwongwat
[“อัตลักษณ์ทางเพศ” จากข้อบังคับสภาทนายความ สู่หมุดหมายความหลากหลายในสังคมไทย] การแก้ไขข้อบังคับสภาทนายความครั้งนี้ หลายคนอาจมองว่าเป็นเรื่องเล็ก แค่เรื่อง “การแต่งกาย” แต่ในอีกมุมหนึ่ง นี่คือการที่กฎหมายเริ่มปรับตัว ให้สอดคล้องกับ “ชีวิตจริงของคน” ที่ผ่านมา ทนายความที่เป็นบุคคลข้ามเพศ ต้องทำงานภายใต้ความไม่แน่นอน แต่งกายแบบไหนถึงจะเหมาะสม จะถูกโต้แย้งในศาลหรือไม่ ลูกความจะมั่นใจหรือเปล่า ความไม่ชัดเจนเหล่านี้ ไม่ได้กระทบแค่ความรู้สึก แต่กระทบถึงโอกาสในการทำงานจริง ทั้งที่ในความเป็นจริง ความสามารถของคน ไม่ได้ขึ้นอยู่กับเพศ การที่คำว่า “อัตลักษณ์ทางเพศ” ถูกเขียนไว้ในข้อบังคับอย่างเป็นทางการ จึงไม่ใช่แค่การเพิ่มถ้อยคำในกฎหมาย แต่คือการทำให้กติกาวิชาชีพ ชัดเจนและเป็นธรรมกับทุกคนมากขึ้น ในช่วงที่ผ่านมา เราจะเห็นว่ามีบางคำในสังคม เช่น “ผิดเพศ” หรือ “วิปริต” ที่ถูกใช้กับคนข้ามเพศ คำเหล่านี้อาจสะท้อนความไม่เข้าใจ หรือความคุ้นเคยในอดีต แต่ในความเป็นจริง “อัตลักษณ์ทางเพศ” ไม่ใช่เชื้อโรค ไม่ใช่ความผิดปกติ และไม่ใช่ความป่วยไข้ สิ่งที่สร้างความทุกข์ให้คน ไม่ใช่การเป็นตัวเอง แต่คือการที่สังคมไม่เปิดพื้นที่ให้เขาเป็นตัวเองได้ และนี่อาจเป็นอีกหนึ่งก้าวเล็ก ๆ ของสังคมไทย ที่กำลังเรียนรู้จะอยู่ร่วมกัน บนความแตกต่างอย่างเคารพกันมากขึ้น #ความเท่าเทียมทางเพศ #อัตลักษณ์ทางเพศ #LGBTQ #สิทธิมนุษยชน #กฎหมายไทย #ความยุติธรรม #ครูธัญ
ธัญวัจน์ กมลวงศ์วัฒน์ - Tunyawaj Kamolwongwat tweet media
ไทย
2
45
35
1.4K
ธัญวัจน์ กมลวงศ์วัฒน์ - Tunyawaj Kamolwongwat
วันนี้มันไม่ใช่แค่เรื่อง “ชุด” แต่มันคือเรื่อง “ศักดิ์ศรี” จริง ๆ ข้อบังคับสภาทนายความฉบับใหม่ บอกชัดเลยว่า ทนายความสามารถแต่งกายตามอัตลักษณ์ทางเพศได้แล้ว ไม่ว่าคุณจะเป็นใคร คุณก็มีสิทธิเป็นตัวเอง โดยไม่ต้องถูกกรอบของเพศกำเนิดมาจำกัด มันไม่ใช่เรื่องพิเศษอะไรเลย แต่มันคือ “สิทธิพื้นฐาน” ที่ควรจะมีมาตั้งนานแล้ว ข้อบังคับสภาทนายความ ว่าด้วยมรรยาททนายความ (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2568 Download ได้ที่ ratchakitcha.soc.go.th/documents/1071… #ความเท่าเทียมทางเพศ #LGBTQ #สิทธิมนุษยชน #กฎหมายไทย #transgender
ธัญวัจน์ กมลวงศ์วัฒน์ - Tunyawaj Kamolwongwat tweet media
ไทย
0
35
21
1.2K
ธัญวัจน์ กมลวงศ์วัฒน์ - Tunyawaj Kamolwongwat
[ค่ายทักษะชีวิตพิชิตเอดส์ รุ่นที่ 59 @ โรงแรม เลอ ศรีวารี สุวรรณภูมิ แอร์พอร์ต] การเรียนรู้เรื่องเพศศึกษาและวิธีป้องกันในกลุ่มเด็กและเยาวชนเป็นเรื่องยาก เพราะเด็กและเยาวชนเมื่อมีปัญหาเรื่องดังกล่าวมักจะหลีกหนีหรือไม่กล้าเข้าถึงผู้ใหญ่หรือผู้เชี่ยวชาญ การพัฒนาผู้นำเด็กและเยาวชนเพื่อให้เขาคืนกลับสู่ชุมชนและมีข้อมูลสุขภาพทางเพศเพื่อให้เด็กและเยาวชนปลอดภัย จัดโดย • สมาคมฟ้ารุ้งแห่งประเทศไทย และ • ศูนย์วิจัยโรคเอดส์และโรคติดเชื้อ สภากาชาดไทย 
ธัญวัจน์ กมลวงศ์วัฒน์ - Tunyawaj Kamolwongwat tweet media
ไทย
1
2
8
338
ธัญวัจน์ กมลวงศ์วัฒน์ - Tunyawaj Kamolwongwat
[เมื่อมีตัวตนในความจริง แต่ไร้ตัวตนในกฎหมาย] ในสังคมไทย อาชีพ Sex Worker มีอยู่จริงมาอย่างยาวนาน ทั้งในเชิงเศรษฐกิจ สังคม และความสัมพันธ์เชิงอำนาจ แต่ความย้อนแย้งสำคัญคือ แม้รัฐและสังคมจะรู้ว่าคนทำงานกลุ่มนี้มีอยู่จริง กลับยังคงวางสถานะของพวกเขาไว้ในพื้นที่กึ่งมองเห็นกึ่งมองไม่เห็น คือมองเห็นเมื่อมีการใช้ประโยชน์จากแรงงาน บริการ และรายได้ที่หมุนเวียนอยู่รอบอุตสาหกรรมนี้ แต่มองไม่เห็นเมื่อถึงเวลาต้องรับรองสิทธิ ความปลอดภัย และศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ในทางกฎหมาย ผลคือคนทำงานจำนวนมากต้องมีชีวิตอยู่ในสภาพที่ “มีตัวตนในความจริง แต่ไร้ตัวตนในระบบคุ้มครอง” และเมื่อกฎหมายไม่ยอมรับการมีอยู่ของพวกเขาอย่างตรงไปตรงมา ความเปราะบางก็ไม่ได้เกิดขึ้นโดยบังเอิญ หากเกิดจากโครงสร้างที่ผลักให้พวกเขาอยู่ในสภาพไร้อำนาจตั้งแต่ต้น ภายใต้เงื่อนไขเช่นนี้ คำว่า “อำนาจต่อรอง” จึงกลายเป็นสิ่งที่มีอยู่อย่างจำกัด และหลายครั้งถูกแทนที่ด้วย “อำนาจจำยอม” มากกว่า คนทำงานไม่ได้ต่อรองอยู่กับลูกค้าเพียงอย่างเดียว แต่ยังต้องเผชิญกับบุคคลที่สามอีกมากมายที่เข้ามาเกี่ยวข้องกับผลประโยชน์บนเนื้อตัวร่างกายของพวกเขา ไม่ว่าจะเป็นผู้จัดการ นายหน้า เจ้าของสถานประกอบการ เจ้าหน้าที่รัฐ หรือกลไกอื่นใดที่ได้ประโยชน์จากความคลุมเครือทางกฎหมาย ยิ่งสถานะของอาชีพนี้ไม่ถูกคุ้มครองอย่างชัดเจนมากเท่าไร คนทำงานก็ยิ่งมีโอกาสถูกเอาเปรียบมากขึ้นเท่านั้น ทั้งในเรื่องรายได้ ความปลอดภัย สุขภาพ การถูกคุกคาม หรือแม้แต่การถูกบังคับให้เงียบเมื่อเผชิญความไม่เป็นธรรม เพราะการออกมาพูดอาจหมายถึงการเสี่ยงต่อการถูกตีตรา ถูกจับกุม หรือถูกผลักให้หลุดจากระบบรายได้ที่ตนเองจำเป็นต้องพึ่งพา นี่คือความท้าทายที่สำคัญของสังคมไทย ไม่ใช่เพียงว่าจะมองอาชีพนี้อย่างไร แต่คือเราจะยอมปล่อยให้คนกลุ่มหนึ่งดำรงชีวิตอยู่ภายใต้โครงสร้างที่เปิดช่องให้ผู้อื่นแสวงประโยชน์จากพวกเขาได้ต่อไปอีกนานแค่ไหน ในมุมนี้เอง High Heels High Risk จึงน่าสนใจไม่ใช่เพียงเพราะเป็นภาพยนตร์เรื่องแรกของมูลนิธิเอ็มพาวเวอร์ แต่เพราะมันพาผู้ชมกลับไปมองความจริงที่สังคมไทยรู้จักดี ทว่ามักเลือกจะไม่มองอย่างตรงไปตรงมา ภาพยนตร์เรื่องนี้ไม่ได้ทำหน้าที่แค่เล่าเรื่องชีวิตของพนักงานบริการ แต่ทำหน้าที่สะท้อนโลกที่เต็มไปด้วยความเสี่ยง อำนาจ เงินตรา มิตรภาพ และความไม่เป็นธรรมที่ซ้อนทับอยู่ในชีวิตจริงของผู้คน เมื่อหนังเปิดพื้นที่ให้เราเห็นชีวิตของคนทำงานเหล่านี้อย่างไม่ตัด ไม่คัท และไม่เซ็นเซอร์ มันจึงไม่ได้ชวนให้เรา “สงสาร” ใคร แต่ชวนให้เราตั้งคำถามกับสังคมและกฎหมายที่ยังยอมให้คนจำนวนหนึ่งถูกใช้ประโยชน์จากแรงงานและร่างกาย ขณะที่กลับไม่ยอมมอบสถานะ สิทธิ และความคุ้มครองที่พวกเขาควรได้รับอย่างเท่าเทียมในฐานะมนุษย์คนหนึ่ง #HighHeelsHighRisk #EmpowerFoundation #มูลนิธิเอ็มพาวเวอร์ #พนักงานบริการ #SexWorkersRights #สิทธิแรงงาน #ความเป็นธรรมทางสังคม #ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ #ยุติการตีตรา #กฎหมายและสังคม #ครูธัญ
ธัญวัจน์ กมลวงศ์วัฒน์ - Tunyawaj Kamolwongwat tweet mediaธัญวัจน์ กมลวงศ์วัฒน์ - Tunyawaj Kamolwongwat tweet mediaธัญวัจน์ กมลวงศ์วัฒน์ - Tunyawaj Kamolwongwat tweet media
ไทย
1
18
23
1K
ธัญวัจน์ กมลวงศ์วัฒน์ - Tunyawaj Kamolwongwat
[คำพูดบนโลกออนไลน์กำลังทำอะไรกับเด็กและเยาวชนของเรา] ทุกวันนี้เด็กและเยาวชนเติบโตมากับโลกออนไลน์ คำพูด คอมเมนต์ คลิป หรือกระแสต่าง ๆ ที่เราเห็นกันทุกวัน อาจดูเหมือนเป็นเรื่องธรรมดา แต่จริง ๆ แล้วมันกำลังค่อย ๆ สร้างแรงกดดันและค่านิยมบางอย่างให้กับคนรุ่นใหม่โดยที่เราอาจไม่ทันรู้ตัว งานวิจัยชิ้นแรกในโครงการ We Were Children Once เกี่ยวกับ Toxic Communication จึงเริ่มต้นจากความสงสัยง่าย ๆ ว่า การสื่อสารในโลกออนไลน์กำลังส่งผลต่อเด็กและเยาวชนอย่างไรบ้าง ต้องขอขอบคุณ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. จเร สิงหโกวินท์ คณบดีคณะพัฒนาสังคมและยุทธศาสตร์การบริหาร สำหรับคำแนะนำดี ๆ ที่ช่วยให้โครงการนี้เริ่มต้นได้ชัดเจนขึ้น และนี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของการชวนกันมองเรื่องนี้ให้ลึกขึ้นกว่าเดิม. #ToxicCommunication #WeWereChildrenOnce #ครูธัญ
ธัญวัจน์ กมลวงศ์วัฒน์ - Tunyawaj Kamolwongwat tweet media
ไทย
0
4
4
303
ธัญวัจน์ กมลวงศ์วัฒน์ - Tunyawaj Kamolwongwat
[งบประมาณของรัฐเป็นกลางจริงหรือ? เมื่อความเท่าเทียมต้องถูกมองผ่านเลนส์เศรษฐศาสตร์] บรรยายเรื่อง Gender Responsive Budgeting (GRB) ให้กับนักศึกษาที่คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในชั้นเรียนภาษาอังกฤษ โดยเริ่มต้นด้วยคำถามสำคัญว่า “งบประมาณของรัฐเป็นกลางจริงหรือไม่” เพราะในความเป็นจริง การจัดสรรงบประมาณไม่ใช่เพียงเรื่องตัวเลขหรือการบริหารการเงินของรัฐเท่านั้น แต่เป็นเครื่องมือที่กำหนดโครงสร้างของสังคม ว่าใครได้รับโอกาส ใครต้องแบกรับภาระ และนโยบายของรัฐมีบทบาทอย่างไรในการลดหรือซ้ำเติมความเหลื่อมล้ำในชีวิตประจำวันของผู้คน ในการอธิบายแนวคิด Gender Responsive Budgeting ฉันเลือกใช้กรอบคิดทางเศรษฐศาสตร์เพื่อช่วยให้เห็นภาพชัดขึ้น โดยชวนให้นักศึกษามองนโยบายงบประมาณผ่านแนวคิดสำคัญ เช่น inequality, incentives, opportunity cost และ externalities ตัวอย่างเช่น การลงทุนโครงสร้างพื้นฐานอย่างถนนหรือระบบขนส่งสามารถช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจและเพิ่มการเชื่อมต่อของตลาดได้ แต่ไม่ได้ช่วยลดภาระงานดูแลในครัวเรือน ซึ่งในหลายสังคมยังตกอยู่กับผู้หญิงเป็นส่วนใหญ่ หากรัฐไม่ได้ลงทุนในบริการดูแลเด็กหรือผู้สูงอายุ ผู้หญิงจำนวนมากก็อาจไม่สามารถเข้าสู่ตลาดแรงงานได้เต็มที่ สิ่งนี้สะท้อนให้เห็นว่า การเติบโตทางเศรษฐกิจเพียงอย่างเดียวไม่ได้แปลว่าความเหลื่อมล้ำจะลดลง ในอีกมุมหนึ่ง เศรษฐศาสตร์ยังช่วยให้เราเข้าใจว่า งานดูแล (care economy) เป็นตัวอย่างของ market failure เพราะเป็นกิจกรรมที่สร้างประโยชน์ต่อสังคมสูงมาก เช่น การพัฒนาเด็กปฐมวัยหรือการดูแลผู้สูงอายุ แต่ตลาดมักไม่ให้คุณค่าทางเศรษฐกิจกับงานประเภทนี้เพียงพอ ดังนั้น การออกแบบงบประมาณของรัฐจึงต้องมองให้ไกลกว่าการเติบโตทางเศรษฐกิจ เช่น การลงทุนในบริการดูแลเด็กหรือศูนย์พัฒนาเด็กปฐมวัย ซึ่งไม่เพียงช่วยลดภาระงานดูแลของครอบครัว แต่ยังเพิ่มการมีส่วนร่วมของผู้หญิงในตลาดแรงงาน และสร้างผลตอบแทนทางเศรษฐกิจระยะยาวให้กับสังคม #GenderResponsiveBudgeting #PublicPolicy #PublicFinance #EconomicPolicy #GenderEquality #CareEconomy #ChulalongkornUniversity #ครูธัญ
ธัญวัจน์ กมลวงศ์วัฒน์ - Tunyawaj Kamolwongwat tweet mediaธัญวัจน์ กมลวงศ์วัฒน์ - Tunyawaj Kamolwongwat tweet mediaธัญวัจน์ กมลวงศ์วัฒน์ - Tunyawaj Kamolwongwat tweet media
ไทย
0
1
10
532
ธัญวัจน์ กมลวงศ์วัฒน์ - Tunyawaj Kamolwongwat
[เมื่อภาพถูกใช้แทนข้อเท็จจริง] ภาพที่ใช้ AI ตัดต่อใบหน้าของธัญ ถูกทำให้มีบรรยากาศเหมือนหนังสยองขวัญ มีเลือด มีโทนมืด และเชื่อมโยงกับคำว่า “แก้สูติบัตร” ภาพแบบนี้ไม่ใช่การถกเถียงเรื่องกฎหมาย แต่มันคือเทคนิคการสื่อสารทางการเมืองที่เรียกว่า “framing” คือการสร้างภาพให้ผู้คนรู้สึก กลัว โกรธ หรือรังเกียจ ก่อนที่สังคมจะได้รู้ข้อเท็จจริงของเรื่องนั้นจริง ๆ เมื่อผู้คนถูกกระตุ้นด้วยอารมณ์ การสนทนาที่ควรเกิดขึ้นด้วยข้อมูลและเหตุผลก็จะหายไป เหลือเพียงความเข้าใจผิดที่ถูกแชร์ต่อกันในโซเชียลมีเดีย ในสังคมประชาธิปไตย การเห็นต่างเรื่องกฎหมายเป็นเรื่องปกติ แต่การสร้างภาพปลุกอารมณ์เพื่อปิดกั้นการสนทนาด้วยข้อเท็จจริง ไม่ใช่การถกเถียงที่ช่วยให้สังคมเข้าใจปัญหามากขึ้น ธัญจึงอยากชวนทุกคนตั้งคำถามกับเนื้อหาที่กำลังถูกแชร์อยู่ในโลกออนไลน์ ว่าเรากำลังรับข้อมูลจาก ข้อเท็จจริง หรือจาก ภาพที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อชี้นำความรู้สึก และขอชี้แจงอีกครั้งให้ชัดเจนว่า การแก้สูติบัตรในร่างกฎหมาย ไม่ใช่การลบอดีตของใคร แต่เป็นการปรับข้อมูลในเอกสารราชการ ให้สะท้อน สถานะทางกฎหมายของบุคคลในปัจจุบัน ข้อมูลเดิมไม่ได้หายไป ไม่ได้ถูกลบออกจากระบบ ยังคงมีร่องรอยและสามารถตรวจสอบย้อนหลังได้ตามกระบวนการของรัฐ เป้าหมายของกฎหมายนี้จึงไม่ใช่การเปลี่ยนความจริงของชีวิต แต่คือการทำให้ระบบเอกสารของรัฐ ไม่กลายเป็นอุปสรรคต่อการใช้ชีวิตของประชาชน ทั้งนี้ หลักการดังกล่าวยังสอดคล้องกับ พ.ร.บ.การทะเบียนราษฎร มาตรา 12 ระบุว่า การปรับปรุงข้อมูลทะเบียนประวัติราษฎรให้ตรงต่อความเป็นจริงอยู่เสมอ เป็นหน้าที่ของรัฐ และมาตรา 14 ระบุว่า การแก้ไข เพิ่มเติม ลบ หรือปรับปรุงข้อมูลทะเบียนประวัติราษฎร เพื่อให้เกิดความถูกต้องตามความเป็นจริง เจ้าของประวัติสามารถขอให้นายทะเบียนดำเนินการได้ สังคมที่แข็งแรงไม่ใช่สังคมที่ไม่มีความเห็นต่าง แต่คือสังคมที่สามารถพูดคุยกันด้วย ข้อมูล เหตุผล และความเคารพต่อกัน #ครูธัญ #เปลี่ยนคำนำหน้า #คำนำหน้าตามสมัครใจ #politicalframing
ธัญวัจน์ กมลวงศ์วัฒน์ - Tunyawaj Kamolwongwat tweet media
ไทย
63
574
432
79.5K
ธัญวัจน์ กมลวงศ์วัฒน์ - Tunyawaj Kamolwongwat
[Modern Masculinity: สุภาพบุรุษในศตวรรษที่ 21 ควรเป็นแบบไหน] ในฐานะหนึ่งในกรรมการของ Mister Universe Thailand 2025 สิ่งที่น่าสนใจของเวทีนี้ไม่ใช่เพียงการแข่งขันด้านรูปลักษณ์ แต่คือการตั้งคำถามที่สำคัญต่อสังคมว่า “สุภาพบุรุษในโลกยุคใหม่ควรเป็นคนแบบไหน” ในช่วงเวลาที่บทบาททางเพศกำลังถูกทบทวน แนวคิดเรื่อง Modern Masculinity กำลังเสนอภาพของผู้ชายแบบใหม่ ผู้ชายที่ไม่ได้วัดคุณค่าจากความแข็งกร้าวหรืออำนาจเพียงอย่างเดียว แต่รวมถึงความรับผิดชอบต่อสังคม การเคารพศักดิ์ศรีของผู้อื่น และความสามารถในการอยู่ร่วมกับความหลากหลายของผู้คน เวทีอย่าง Mister Universe Thailand จึงสามารถเป็นพื้นที่ที่สะท้อนภาพของ ผู้ชายรุ่นใหม่ที่มีภาวะผู้นำทางสังคม ความเป็นสุภาพบุรุษในวันนี้ไม่ได้หมายถึงเพียงบุคลิกภาพหรือความสำเร็จส่วนตัว แต่หมายถึงการใช้ศักยภาพของตนเพื่อสร้างพลังบวกให้กับสังคม หากเวทีลักษณะนี้สามารถผลักดันแนวคิด Modern Masculinity ให้เกิดขึ้นจริงได้ ก็อาจช่วยให้สังคมไทยมองเห็นรูปแบบของ “ความเป็นผู้ชาย” ที่สมดุล มีวุฒิภาวะ และเคารพความเป็นมนุษย์ของทุกคนมากขึ้น #ModernMasculinity #MisterUniverseThailand #สุภาพบุรุษจักรวาล #LeadershipForSociety #NewMasculinity #PositiveMasculinity #ครูธัญ
ธัญวัจน์ กมลวงศ์วัฒน์ - Tunyawaj Kamolwongwat tweet mediaธัญวัจน์ กมลวงศ์วัฒน์ - Tunyawaj Kamolwongwat tweet mediaธัญวัจน์ กมลวงศ์วัฒน์ - Tunyawaj Kamolwongwat tweet media
ไทย
1
0
1
798