เอ็มอีดับเบิ้ลยู 🪐💫

498.1K posts

เอ็มอีดับเบิ้ลยู 🪐💫 banner
เอ็มอีดับเบิ้ลยู 🪐💫

เอ็มอีดับเบิ้ลยู 🪐💫

@lovesooyaaa___

Katılım Kasım 2019
343 Takip Edilen626 Takipçiler
เอ็มอีดับเบิ้ลยู 🪐💫 retweetledi
Skylikeyou.☁️
Skylikeyou.☁️@skylikeyou228·
รวมหลักฐานทั้งคลิปทั้งภาพทั้ง link สามารถส่งกันมาได้ที่ DM @engfadom เลยนะคะ ขอบคุณค้าบบบ
Engfa Waraha (ตัวจริง)@EWaraha

@MySunshineEngfa ส่งลิงค์เเอคเคาท์มาให้หลังบ้านเลยคับ ถ้าไม่อนุญาตให้ใช้หรือลงสั้นๆเพื่อสร้างความเข้าใจผิดหรือเสียหาย เดี๋ยวมาใช้กฎหมายและมาคุยต่อหน้ากัน

ไทย
0
53
40
676
เอ็มอีดับเบิ้ลยู 🪐💫
ถ้าไม่ยอมจบ ก็ให้มันจบกันด้วยกฎหมายนี่แหละ
Engfa Waraha (ตัวจริง)@EWaraha

@MySunshineEngfa ส่งลิงค์เเอคเคาท์มาให้หลังบ้านเลยคับ ถ้าไม่อนุญาตให้ใช้หรือลงสั้นๆเพื่อสร้างความเข้าใจผิดหรือเสียหาย เดี๋ยวมาใช้กฎหมายและมาคุยต่อหน้ากัน

ไทย
0
0
0
1
เอ็มอีดับเบิ้ลยู 🪐💫 retweetledi
itchafa.m
itchafa.m@cfchafa·
ไหนๆ ก็ไม่เปิดใจละ ดูเหมือนไม่อยากให้จบ อยากให้เรื่องมันบายปลายก็เอาให้สุดเลยพี่ พิมพ์อธิบายดีๆ ก็แล้ว ใช้เสียงอธิบายก็ยังตัดไปสร้างความเข้าใจผิดต่อได้เป็นล้านวิว คนสมองอ่อนก็ไหลตามไม่เลิก รอบนี้สนับสนุนจริงคับ 🤍
Engfa Waraha (ตัวจริง)@EWaraha

@MySunshineEngfa ส่งลิงค์เเอคเคาท์มาให้หลังบ้านเลยคับ ถ้าไม่อนุญาตให้ใช้หรือลงสั้นๆเพื่อสร้างความเข้าใจผิดหรือเสียหาย เดี๋ยวมาใช้กฎหมายและมาคุยต่อหน้ากัน

ไทย
0
35
15
524
เอ็มอีดับเบิ้ลยู 🪐💫 retweetledi
Skylikeyou.☁️
Skylikeyou.☁️@skylikeyou228·
แคปไว้ให้หมดนะคะทุกคนเจออันไหนที่ดูเกินเบอร์แคปเก็บไว้นะคะช่วยกัน :)
ไทย
0
100
92
2K
เอ็มอีดับเบิ้ลยู 🪐💫
พวกเพี้ยนๆต้องเจองี้
Engfa Waraha (ตัวจริง)@EWaraha

@MySunshineEngfa ส่งลิงค์เเอคเคาท์มาให้หลังบ้านเลยคับ ถ้าไม่อนุญาตให้ใช้หรือลงสั้นๆเพื่อสร้างความเข้าใจผิดหรือเสียหาย เดี๋ยวมาใช้กฎหมายและมาคุยต่อหน้ากัน

ไทย
0
0
0
3
เอ็มอีดับเบิ้ลยู 🪐💫
นี่ย์แหละ
Engfa Waraha (ตัวจริง)@EWaraha

@MySunshineEngfa ส่งลิงค์เเอคเคาท์มาให้หลังบ้านเลยคับ ถ้าไม่อนุญาตให้ใช้หรือลงสั้นๆเพื่อสร้างความเข้าใจผิดหรือเสียหาย เดี๋ยวมาใช้กฎหมายและมาคุยต่อหน้ากัน

ไทย
0
0
0
3
เอ็มอีดับเบิ้ลยู 🪐💫 retweetledi
Engfa Waraha (ตัวจริง)
@MySunshineEngfa ส่งลิงค์เเอคเคาท์มาให้หลังบ้านเลยคับ ถ้าไม่อนุญาตให้ใช้หรือลงสั้นๆเพื่อสร้างความเข้าใจผิดหรือเสียหาย เดี๋ยวมาใช้กฎหมายและมาคุยต่อหน้ากัน
ไทย
126
889
1.3K
37.4K
เอ็มอีดับเบิ้ลยู 🪐💫 retweetledi
🌱G.R.I.N.C.H 🍃
ตอนโดนเล่นแก้มนี่ว่าเขินจริง🫪
ไทย
2
86
187
3.4K
เอ็มอีดับเบิ้ลยู 🪐💫
อีคลิปไหนที่ตัดมาสั้นๆ พร้อมโพสต์ข้อความที่ทำให้คนเข้าใจผิด ฟ้องได้เลยค่ะพี่
ไทย
0
0
0
6
เอ็มอีดับเบิ้ลยู 🪐💫 retweetledi
MySunshine🌹(มัมหมี)
กรณีคลิปเสียงที่ตัดออกมาบางส่วนเพื่อเผยแพร่ สร้างความเข้าใจผิด สร้างความเสียหาย ส่งเสริมให้ฟ้องค่ะ
ไทย
2
95
178
12.3K
เอ็มอีดับเบิ้ลยู 🪐💫 retweetledi
itchafa.m
itchafa.m@cfchafa·
จงใจตัดคลิปเค้าพูดไม่กี่วิแล้วใช้แคปชั่นชวนให้คนเข้าใจผิด เอ่ยชื่อชัดเจน คนเห็นไปเป็นล้าน เสียหายขนาดนั้นยังไงก็ได้ 100% ลองหน่อย มันไปไกลมากแล้ว อธิบายอย่างใจเย็นอาจจะไม่ได้ผลกับคนสิ้นคิด
ไทย
0
160
124
4.4K
เอ็มอีดับเบิ้ลยู 🪐💫 retweetledi
🌙 Moon_ss
🌙 Moon_ss@THEMOON9_SS·
จากดราม่าของอิงฟ้า แปลกใจที่สมัยนี้แล้วคนยังขาดความรู้เรื่องมารยาทพื้นฐานอยู่แยอะมาก การชมคนอื่นบนดราม่าของอีกคน มันไร้มารยาท โปรดเข้าใจและเปลี่ยนความคิดเถอะ ศิลปินที่คุณพาดพิงมาถึง มาอ่านก็คงไม่ดีใจหรอก
ไทย
1
147
165
5.9K
เอ็มอีดับเบิ้ลยู 🪐💫 retweetledi
kjs*
kjs*@blueyuocean_·
ใบแป๋วแม่ตกใจ ใครบอกนางหายไปจากโลกโซเชี่ยว เห็นเงียบ ๆ อ้วมมานแอบส่องนะ 👁️👁️
kjs* tweet media
kjs*@blueyuocean_

โคตรชอบรีแอคช่าใบปอคริสกอหญ้าช่องนี้ ไม่ไหว เหมือนเห็นตัวเอง 58558585859595959 ใครบอกแม่ลูก 🗣️🗣️ ต้นไม้ใกล้ฉัน หวนคืนสู่วานรเต็มระบบ

ไทย
1
156
326
10.5K
เอ็มอีดับเบิ้ลยู 🪐💫 retweetledi
°¯`•Ⓜ️•´¯°🐶🐰 (𝕊𝕞𝕚𝕝𝕖𝕪)
ตามหลักกฎหมาย ในกรณีที่มีการเอ่ยชื่อ และเจาะจงได้ว่าเป็นใคร ในโพสต์นั้น ที่ก่อนโพสต์ยังไม่มีการรู้ว่าเรื่องราวความจริงเป็นอย่างไร >> 1. โพสต์นั้น มีโอกาส เข้าข่ายผิดกฎหมาย เพราะถ้าอ่านแล้วทำให้สังคมรู้ว่าเป็นใคร โพสต์ในลักษณะทำให้คนเข้าใจผิด ถูกสังคมโจมตี ทำให้เกิดความเสียหายต่อชื่อเสียง ถึงแม้จะลบโพสต์ไปแล้ว หรือมีการกล่าวอ้างว่า พูดตามความจริง หรือ แค่ระบาย ก็ไม่ได้หมายความว่าจะพ้นความผิด เพราะได้ทำความผิดไปแล้วทั้งพ.ร.บ. คอมฯ เผยแพร่ข้อมูลอันเป็นเท็จ และหมิ่นประมาท ที่ถือว่าเป็นการโฆษณา >> 2. การออกมาชี้แจงในโพสต์ที่มีการถูกเอ่ยถึงเป็นสิ่งที่ควรทำและทำได้เพราะมีการเอ่ยชื่อชัดเจน เพื่อป้องกันการเข้าใจผิดเป็นวงกว้างและปกป้องชื่อเสียงตัวเอง
ไทย
0
101
121
5.3K
เอ็มอีดับเบิ้ลยู 🪐💫 retweetledi
🍀𝐌𝐚𝐜𝐤𝐞𝐫𝐞𝐥 🏳️‍🌈
ส่วนกรณีที่แฟนคลับศิลปินอีกคนบอกว่า “ทำไมต้องทักไปคุยกับศิลปินของฉัน” ในมุมศาล อันนี้แทบไม่ใช่ความผิดเลย เพราะถ้าชื่อของศิลปินอีกคนถูกดึงเข้ามาอยู่ในดราม่าแล้ว ไม่ว่าจะโดยตั้งใจหรือไม่..การที่อิงฟ้าติดต่อไปเคลียร์โดยตรง กลับเป็นพฤติกรรมที่ดู “พยายามลดความขัดแย้ง” มากกว่า.. ศาลมักให้ค่าน้ำหนักกับการ - ติดต่อพูดคุย - ปรับความเข้าใจ - หยุดการบานปลาย มากกว่าการปล่อยให้แฟนคลับตีกันต่อ.. ดังนั้นถ้าแฟนคลับบอกว่า “น้องไม่เกี่ยว อย่าทักไปหา”..ในเชิงอารมณ์แฟนคลับอาจรู้สึกปกป้องศิลปินตัวเอง แต่ในเชิงเหตุผลและกฎหมาย มันไม่ใช่สิ่งผิดปกติเลย..เพราะเมื่อชื่อถูกพาดพิงแล้ว การเคลียร์กันหลังบ้านถือเป็นเรื่องปกติและค่อนข้างเป็นผู้ใหญ่ด้วยซ้ำ.. สิ่งนี้จะเป็นน้ำหนักสำคัญมากในการทำให้เรื่อง “ยุติ” ..เพราะศาลจะมองว่า เจ้าของสิทธิหรือผู้เสียหายตัวจริงยังเลือกจะจบเรื่อง แล้ว >บุคคลภายนอก< ที่ยังคงด่า ต่อว่า ปั่นต่อ อาจกลายเป็นฝ่ายสร้างความเสียหายใหม่เอง สรุป : ที่ปัญหายังไม่จบทั้งที่ศิลปินออกมาเคลียร์..และมีการติดต่อสื่อสารระหว่างกันเพื่อกันความเข้าใจผิด.. ..ทั้งหมดทั้งมวลเกิดจากการตีความและการขยายความของคนในโซเชียลเอง ศิลปินไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องตรงนั้นแล้ว.. แต่ถ้าหากมีข้อความหรือประเด็นที่อาจทำให้เกิดการตีความในด้านลบต่อเนื่องและส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของศิลปิน ศิลปินสามารถฟ้องได้โดยชอบธรรม ..โดยเฉพาะกรณีที่ - เตือนแล้วไม่หยุด - ศิลปินเคลียร์กันแล้ว แต่แฟนคลับยังลากต่อ - มีการคุกคามต่อเนื่อง ทำให้เกิดความเสียหายต่อชื่อเสียง งาน หรือสภาพจิตใจ ศาลจะเริ่มมองว่าไม่ใช่ “การปกป้องศิลปิน” แล้ว แต่เป็น “การละเมิดสิทธิของคนอื่น” และอีกเรื่องที่สำคัญมากคือ ต่อให้ใช้คำว่า “กูคิดว่า” “น่าจะ” “แค่ความเห็นส่วนตัว”..ก็ไม่ได้ทำให้พ้นความรับผิดอัตโนมัติ ถ้าเนื้อหาทั้งหมดทำให้คนอ่านเข้าใจในทางเสียหาย ยิ่งถ้ามีลักษณะ - แท็กชื่อ - เรียกด้อมไปถล่ม - ทำคอนเทนต์ซ้ำ - ตัดแค่ที่ตัวเองเข้าใจบางส่วนมาโจมตี - ปั่นแฮชแท็ก อันนี้ยิ่งมีน้ำหนักว่าเป็นการขยายความเสียหาย ..ในทางปฏิบัติ ศิลปินหลายคนจะยังไม่ฟ้องทันที แต่จะเริ่มจาก - เก็บหลักฐาน - แคปโพสต์ - รวบรวมลิงก์ ให้ทนายส่งหนังสือเตือน หรือประกาศดำเนินคดี เพราะคดีออนไลน์ สิ่งสำคัญคือ “พฤติกรรมต่อเนื่อง” ไม่ใช่แค่โพสต์เดียว ..ถ้าคนหนึ่งโพสต์แรงครั้งเดียวแล้วหยุด ศาลอาจมองต่างจากคนที่ตามด่าเป็นอาทิตย์ ทั้งที่รู้ข้อเท็จจริงแล้วและเจ้าตัวเคลียร์กันแล้วแต่ยังไม่ยอมจบ.. [ ((ซึ่งดิฉันเห็นหลายโพสต์ของแฟนคลับที่เข้าข่าย)) ด้วยความปรารถนาดี จึงอยากให้ท่านยุติการกระทำเสียทันที อย่าแกว่งเท้าหาเสี้ยนอีกเลย เรื่องมันควรจบได้แล้ว ]
ไทย
4
342
266
9.3K
เอ็มอีดับเบิ้ลยู 🪐💫
เนี่ย ถูก ✅ ขอเอนเกจให้เยอะกว่าโพสต์อีพวกบิดสารหน่อย
🍀𝐌𝐚𝐜𝐤𝐞𝐫𝐞𝐥 🏳️‍🌈@_WhereverBlue

กรณีนี้..ถ้ามองในมุมมองของศาล ..จริงๆ ศาลจะไม่ตัดสินจากอารมณ์โซเชียลว่าใครน่าสงสารกว่า แต่จะดูว่า “ใครกระทำอะไร” และ “การกระทำนั้นทำให้เกิดความเสียหายหรือไม่” โดยแยกเป็นช่วงๆ แบบนี้.. 1. โพสต์แรกของเจ้าของเรื่อง.. ประเด็นสำคัญคือ เขาพิมพ์ชื่อ อิงฟ้า วราหะ พร้อมข้อความที่ทำให้คนทั่วไปอาจเข้าใจได้ ว่าอิงฟ้าใช้อภิสิทธิ์ ใช้การ์ดกันห้องน้ำเพื่อให้ตัวเองสะดวก ทั้งที่ข้อเท็จจริงคืออิงฟ้าไม่ได้เข้าห้องน้ำ และการ์ดก็เป็นของงาน.. ตรงนี้ในเชิงกฎหมาย ศาลจะดูว่า ข้อความนั้นสื่อถึงตัวบุคคลชัดไหม..ซึ่งชัดเพราะมีชื่อ คนอ่านเข้าใจไปในทางเสียหายไหม..ถ้าคอมเมนต์ด่าเยอะ มีคนเชื่อว่าอิงฟ้าเป็นคนใช้อำนาจนั้นจริงก็เข้าข่าย ผู้โพสต์รู้ข้อเท็จจริงหรือไม่..อันนี้สำคัญมาก ถ้าเขาเข้าใจผิดจริง และไม่ได้มีเจตนาใส่ร้าย ศาลอาจมองว่าเป็นการโพสต์โดยประมาทหรือเข้าใจคลาดเคลื่อน ไม่ใช่เจตนาหมิ่นเต็มรูปแบบ แต่ไม่ได้แปลว่าไม่มีความรับผิด เพราะการโพสต์ชื่อคนโดยยังไม่รู้ข้อเท็จจริงครบ ก็อาจถือว่าทำให้ชื่อเสียงเสียหายได้อยู่ดี.. พูดง่ายๆ คือ ไม่รู้จริง แต่พูดจนคนอื่นเสียหาย ก็ยังถือว่ามีปัญหาได้ 2. การตอบกลับของอิงฟ้า อิงฟ้ามีสิทธิ์ออกมาชี้แจงและปกป้องชื่อเสียงตัวเอง เพราะตัวเองถูกพาดพิงก่อน ศาลจะดูว่า สิ่งที่อิงฟ้าตอบกลับนั้นเป็นการอธิบายข้อเท็จจริงหรือเป็นการด่าทอ ดูหมิ่น เหยียด ประจานเกินจำเป็น ถ้าเป็นแค่การชี้แจงว่า ไม่ได้เข้าห้องน้ำ การ์ดไม่ใช่การ์ดส่วนตัว และการโพสต์แบบนี้ทำให้คนเข้าใจผิด อันนี้โดยหลักถือว่าเป็นการป้องกันชื่อเสียงตัวเอง มีน้ำหนักปกติ.. 3. คนที่โควทชมศิลปินอีกคน อันนี้เป็นจุดที่บริบทสำคัญมาก แม้เขาจะไม่ได้พูดตรงๆ ว่า อีกคนดีกว่าอิงฟ้า แต่ถ้าเข้ามาชมอีกคน “ในจังหวะดราม่า” คนจำนวนมากก็สามารถตีความได้ว่าเป็นการแขวะเปรียบเทียบ ศาลจะมองที่ “เจตนาโดยบริบท” และ “ความเข้าใจของคนทั่วไป” ดังนั้นตอนอิงฟ้าตอบว่า “เราสามารถชมคนอื่นได้โดยไม่กดอีกคน” จริงๆ มันเป็นประโยคกลางๆ ที่ตีความได้ว่า กำลัง >> เตือนเรื่องมารยาททางสังคม<< ไม่ใช่การด่าศิลปินอีกคน ตรงนี้ถ้าขึ้นศาล โอกาสที่อิงฟ้าจะผิดจากประโยคนี้อย่างเดียวค่อนข้างยาก เพราะไม่ได้กล่าวหาอีกฝ่ายเสียหายโดยตรง 4. ประเด็นที่อิงฟ้าทำให้ศิลปินอีกคนโดนด่า..อันนี้ในทางกฎหมายค่อนข้างพิสูจน์ยากมาก เพราะต้องพิสูจน์ว่า อิงฟ้ามีเจตนาให้แฟนคลับไปโจมตี หรือใช้ข้อความปลุกปั่นโดยตรง แต่ถ้าแค่พูดเชิงเตือน แล้วคนในโซเชียลเอาไปตีความต่อเอง ศาลมักมองว่าเป็น “พฤติกรรมของบุคคลที่สาม” ไม่ใช่ความรับผิดตรงของผู้พูด เว้นแต่ข้อความจะชี้นำชัดมาก 5. สรุปแบบภาพรวม ถ้าศาลมองตามเหตุการณ์นี้ คนที่เสี่ยงที่สุด คือ ต้นโพสต์ เพราะเป็นคนเริ่มโยงชื่อบุคคลกับพฤติกรรมเสียหาย ทั้งที่ยังไม่รู้ข้อเท็จจริงครบ อิงฟ้ามีน้ำหนักของ ผู้เสียหายที่ออกมาชี้แจง ส่วนประเด็นโควทชมศิลปินอีกคน เป็นเรื่องมารยาทและบริบททางสังคมมากกว่าความผิดกฎหมายชัดๆ และการที่แฟนคลับหรือชาวเน็ตไปตีกันต่อ มันเป็น “ผลต่อเนื่องในโซเชียล” ซึ่งกฎหมายแยกออกจากต้นเหตุโดยตรง เว้นแต่มีการปลุกปั่นชัดเจน.. . .

ไทย
0
0
0
2
เอ็มอีดับเบิ้ลยู 🪐💫 retweetledi
🍀𝐌𝐚𝐜𝐤𝐞𝐫𝐞𝐥 🏳️‍🌈
กรณีนี้..ถ้ามองในมุมมองของศาล ..จริงๆ ศาลจะไม่ตัดสินจากอารมณ์โซเชียลว่าใครน่าสงสารกว่า แต่จะดูว่า “ใครกระทำอะไร” และ “การกระทำนั้นทำให้เกิดความเสียหายหรือไม่” โดยแยกเป็นช่วงๆ แบบนี้.. 1. โพสต์แรกของเจ้าของเรื่อง.. ประเด็นสำคัญคือ เขาพิมพ์ชื่อ อิงฟ้า วราหะ พร้อมข้อความที่ทำให้คนทั่วไปอาจเข้าใจได้ ว่าอิงฟ้าใช้อภิสิทธิ์ ใช้การ์ดกันห้องน้ำเพื่อให้ตัวเองสะดวก ทั้งที่ข้อเท็จจริงคืออิงฟ้าไม่ได้เข้าห้องน้ำ และการ์ดก็เป็นของงาน.. ตรงนี้ในเชิงกฎหมาย ศาลจะดูว่า ข้อความนั้นสื่อถึงตัวบุคคลชัดไหม..ซึ่งชัดเพราะมีชื่อ คนอ่านเข้าใจไปในทางเสียหายไหม..ถ้าคอมเมนต์ด่าเยอะ มีคนเชื่อว่าอิงฟ้าเป็นคนใช้อำนาจนั้นจริงก็เข้าข่าย ผู้โพสต์รู้ข้อเท็จจริงหรือไม่..อันนี้สำคัญมาก ถ้าเขาเข้าใจผิดจริง และไม่ได้มีเจตนาใส่ร้าย ศาลอาจมองว่าเป็นการโพสต์โดยประมาทหรือเข้าใจคลาดเคลื่อน ไม่ใช่เจตนาหมิ่นเต็มรูปแบบ แต่ไม่ได้แปลว่าไม่มีความรับผิด เพราะการโพสต์ชื่อคนโดยยังไม่รู้ข้อเท็จจริงครบ ก็อาจถือว่าทำให้ชื่อเสียงเสียหายได้อยู่ดี.. พูดง่ายๆ คือ ไม่รู้จริง แต่พูดจนคนอื่นเสียหาย ก็ยังถือว่ามีปัญหาได้ 2. การตอบกลับของอิงฟ้า อิงฟ้ามีสิทธิ์ออกมาชี้แจงและปกป้องชื่อเสียงตัวเอง เพราะตัวเองถูกพาดพิงก่อน ศาลจะดูว่า สิ่งที่อิงฟ้าตอบกลับนั้นเป็นการอธิบายข้อเท็จจริงหรือเป็นการด่าทอ ดูหมิ่น เหยียด ประจานเกินจำเป็น ถ้าเป็นแค่การชี้แจงว่า ไม่ได้เข้าห้องน้ำ การ์ดไม่ใช่การ์ดส่วนตัว และการโพสต์แบบนี้ทำให้คนเข้าใจผิด อันนี้โดยหลักถือว่าเป็นการป้องกันชื่อเสียงตัวเอง มีน้ำหนักปกติ.. 3. คนที่โควทชมศิลปินอีกคน อันนี้เป็นจุดที่บริบทสำคัญมาก แม้เขาจะไม่ได้พูดตรงๆ ว่า อีกคนดีกว่าอิงฟ้า แต่ถ้าเข้ามาชมอีกคน “ในจังหวะดราม่า” คนจำนวนมากก็สามารถตีความได้ว่าเป็นการแขวะเปรียบเทียบ ศาลจะมองที่ “เจตนาโดยบริบท” และ “ความเข้าใจของคนทั่วไป” ดังนั้นตอนอิงฟ้าตอบว่า “เราสามารถชมคนอื่นได้โดยไม่กดอีกคน” จริงๆ มันเป็นประโยคกลางๆ ที่ตีความได้ว่า กำลัง >> เตือนเรื่องมารยาททางสังคม<< ไม่ใช่การด่าศิลปินอีกคน ตรงนี้ถ้าขึ้นศาล โอกาสที่อิงฟ้าจะผิดจากประโยคนี้อย่างเดียวค่อนข้างยาก เพราะไม่ได้กล่าวหาอีกฝ่ายเสียหายโดยตรง 4. ประเด็นที่อิงฟ้าทำให้ศิลปินอีกคนโดนด่า..อันนี้ในทางกฎหมายค่อนข้างพิสูจน์ยากมาก เพราะต้องพิสูจน์ว่า อิงฟ้ามีเจตนาให้แฟนคลับไปโจมตี หรือใช้ข้อความปลุกปั่นโดยตรง แต่ถ้าแค่พูดเชิงเตือน แล้วคนในโซเชียลเอาไปตีความต่อเอง ศาลมักมองว่าเป็น “พฤติกรรมของบุคคลที่สาม” ไม่ใช่ความรับผิดตรงของผู้พูด เว้นแต่ข้อความจะชี้นำชัดมาก 5. สรุปแบบภาพรวม ถ้าศาลมองตามเหตุการณ์นี้ คนที่เสี่ยงที่สุด คือ ต้นโพสต์ เพราะเป็นคนเริ่มโยงชื่อบุคคลกับพฤติกรรมเสียหาย ทั้งที่ยังไม่รู้ข้อเท็จจริงครบ อิงฟ้ามีน้ำหนักของ ผู้เสียหายที่ออกมาชี้แจง ส่วนประเด็นโควทชมศิลปินอีกคน เป็นเรื่องมารยาทและบริบททางสังคมมากกว่าความผิดกฎหมายชัดๆ และการที่แฟนคลับหรือชาวเน็ตไปตีกันต่อ มันเป็น “ผลต่อเนื่องในโซเชียล” ซึ่งกฎหมายแยกออกจากต้นเหตุโดยตรง เว้นแต่มีการปลุกปั่นชัดเจน.. . .
ไทย
4
1.1K
872
61.3K
เอ็มอีดับเบิ้ลยู 🪐💫
มันเข้าใจยากตรงไหนว้ะ กูก็ไม่ได้ฉลาด แต่เหตุการณ์นี้ทำให้รู้ว่ามีคนโง่เยอะมาก
ไทย
0
0
0
14
เอ็มอีดับเบิ้ลยู 🪐💫 retweetledi
૮₍ ˃ ⤙ ˂ ₎ა
ฝั่งนั้นเขาโฟกัสแค่ว่าคนต้นเรื่องไม่ใช่คนในด้อม ส่วนอฟ.เขาก็ไม่ได้คิดว่าคนนั้นเป็นคนในด้อมนั้นเหมือนกัน เจตนาของอฟ.มันมีแค่ช้อยส์เดียวคือเขาแค่สอนมารยาทมักเกิ้ลว่าไม่ควรเอาชื่อศิลปินท่านอื่นมาใส่ในพื้นที่ดราม่าของตน จริงๆไม่ได้มีอะไรซับซ้อนเลยมันเข้าใจยากตรงไหนกันนะ
🍀𝐌𝐚𝐜𝐤𝐞𝐫𝐞𝐥 🏳️‍🌈@_WhereverBlue

กรณีนี้..ถ้ามองในมุมมองของศาล ..จริงๆ ศาลจะไม่ตัดสินจากอารมณ์โซเชียลว่าใครน่าสงสารกว่า แต่จะดูว่า “ใครกระทำอะไร” และ “การกระทำนั้นทำให้เกิดความเสียหายหรือไม่” โดยแยกเป็นช่วงๆ แบบนี้.. 1. โพสต์แรกของเจ้าของเรื่อง.. ประเด็นสำคัญคือ เขาพิมพ์ชื่อ อิงฟ้า วราหะ พร้อมข้อความที่ทำให้คนทั่วไปอาจเข้าใจได้ ว่าอิงฟ้าใช้อภิสิทธิ์ ใช้การ์ดกันห้องน้ำเพื่อให้ตัวเองสะดวก ทั้งที่ข้อเท็จจริงคืออิงฟ้าไม่ได้เข้าห้องน้ำ และการ์ดก็เป็นของงาน.. ตรงนี้ในเชิงกฎหมาย ศาลจะดูว่า ข้อความนั้นสื่อถึงตัวบุคคลชัดไหม..ซึ่งชัดเพราะมีชื่อ คนอ่านเข้าใจไปในทางเสียหายไหม..ถ้าคอมเมนต์ด่าเยอะ มีคนเชื่อว่าอิงฟ้าเป็นคนใช้อำนาจนั้นจริงก็เข้าข่าย ผู้โพสต์รู้ข้อเท็จจริงหรือไม่..อันนี้สำคัญมาก ถ้าเขาเข้าใจผิดจริง และไม่ได้มีเจตนาใส่ร้าย ศาลอาจมองว่าเป็นการโพสต์โดยประมาทหรือเข้าใจคลาดเคลื่อน ไม่ใช่เจตนาหมิ่นเต็มรูปแบบ แต่ไม่ได้แปลว่าไม่มีความรับผิด เพราะการโพสต์ชื่อคนโดยยังไม่รู้ข้อเท็จจริงครบ ก็อาจถือว่าทำให้ชื่อเสียงเสียหายได้อยู่ดี.. พูดง่ายๆ คือ ไม่รู้จริง แต่พูดจนคนอื่นเสียหาย ก็ยังถือว่ามีปัญหาได้ 2. การตอบกลับของอิงฟ้า อิงฟ้ามีสิทธิ์ออกมาชี้แจงและปกป้องชื่อเสียงตัวเอง เพราะตัวเองถูกพาดพิงก่อน ศาลจะดูว่า สิ่งที่อิงฟ้าตอบกลับนั้นเป็นการอธิบายข้อเท็จจริงหรือเป็นการด่าทอ ดูหมิ่น เหยียด ประจานเกินจำเป็น ถ้าเป็นแค่การชี้แจงว่า ไม่ได้เข้าห้องน้ำ การ์ดไม่ใช่การ์ดส่วนตัว และการโพสต์แบบนี้ทำให้คนเข้าใจผิด อันนี้โดยหลักถือว่าเป็นการป้องกันชื่อเสียงตัวเอง มีน้ำหนักปกติ.. 3. คนที่โควทชมศิลปินอีกคน อันนี้เป็นจุดที่บริบทสำคัญมาก แม้เขาจะไม่ได้พูดตรงๆ ว่า อีกคนดีกว่าอิงฟ้า แต่ถ้าเข้ามาชมอีกคน “ในจังหวะดราม่า” คนจำนวนมากก็สามารถตีความได้ว่าเป็นการแขวะเปรียบเทียบ ศาลจะมองที่ “เจตนาโดยบริบท” และ “ความเข้าใจของคนทั่วไป” ดังนั้นตอนอิงฟ้าตอบว่า “เราสามารถชมคนอื่นได้โดยไม่กดอีกคน” จริงๆ มันเป็นประโยคกลางๆ ที่ตีความได้ว่า กำลัง >> เตือนเรื่องมารยาททางสังคม<< ไม่ใช่การด่าศิลปินอีกคน ตรงนี้ถ้าขึ้นศาล โอกาสที่อิงฟ้าจะผิดจากประโยคนี้อย่างเดียวค่อนข้างยาก เพราะไม่ได้กล่าวหาอีกฝ่ายเสียหายโดยตรง 4. ประเด็นที่อิงฟ้าทำให้ศิลปินอีกคนโดนด่า..อันนี้ในทางกฎหมายค่อนข้างพิสูจน์ยากมาก เพราะต้องพิสูจน์ว่า อิงฟ้ามีเจตนาให้แฟนคลับไปโจมตี หรือใช้ข้อความปลุกปั่นโดยตรง แต่ถ้าแค่พูดเชิงเตือน แล้วคนในโซเชียลเอาไปตีความต่อเอง ศาลมักมองว่าเป็น “พฤติกรรมของบุคคลที่สาม” ไม่ใช่ความรับผิดตรงของผู้พูด เว้นแต่ข้อความจะชี้นำชัดมาก 5. สรุปแบบภาพรวม ถ้าศาลมองตามเหตุการณ์นี้ คนที่เสี่ยงที่สุด คือ ต้นโพสต์ เพราะเป็นคนเริ่มโยงชื่อบุคคลกับพฤติกรรมเสียหาย ทั้งที่ยังไม่รู้ข้อเท็จจริงครบ อิงฟ้ามีน้ำหนักของ ผู้เสียหายที่ออกมาชี้แจง ส่วนประเด็นโควทชมศิลปินอีกคน เป็นเรื่องมารยาทและบริบททางสังคมมากกว่าความผิดกฎหมายชัดๆ และการที่แฟนคลับหรือชาวเน็ตไปตีกันต่อ มันเป็น “ผลต่อเนื่องในโซเชียล” ซึ่งกฎหมายแยกออกจากต้นเหตุโดยตรง เว้นแต่มีการปลุกปั่นชัดเจน.. . .

ไทย
1
225
164
11K