โลกแตกซะทีไอ่สัส
53.3K posts

โลกแตกซะทีไอ่สัส
@m_mango005
ก่อนโลกแตก 〇 ถูกหวยรางวัลที่ 1 〇 สกนนอียิปต์ทริป #skynani
Katılım Mart 2011
215 Takip Edilen79 Takipçiler
Sabitlenmiş Tweet
โลกแตกซะทีไอ่สัส retweetledi

แนะนำเพิ่มเติม คือ
- อย่าอินกับงานเกินเงินเดือน*
- อย่ารับปากทำนอกหน้าที่ทันที
- แกล้งโง่ / แกล้งหูตึง / แกล้งยิ้มไม่รู้เรื่องบ้าง
- เรื่องงานจบที่ทำงาน*
- ห้ามยืมหรือให้ยืมเงินกับเพื่อนร่วมงานเด็ดขาด
- อย่า add เพื่อนร่วมงานทุกคนในโซเชียลส่วนตัว
- เน้น performance ตัวเอง
- รู้สิทธิและกฎ HR ของบริษัท
♡ MuayLek♡@Muay__Lek
เทคนิคป้องกันตัวในที่ทำงาน • อย่าเล่าความลับ ให้ทุกคนฟัง • แยก ‘เพื่อนร่วมงาน’ กับ ‘เพื่อนสนิท’ • ฟังเยอะกว่าพูด จะอ่านคนได้ง่ายขึ้น • อย่าเชื่อใจใครมากเกินไป แล้วก็อะไรอีกนะ? มาแชร์กันนน…
ไทย
โลกแตกซะทีไอ่สัส retweetledi
โลกแตกซะทีไอ่สัส retweetledi

ธีร์ : รถซักคันเป็นไง
พีท : ขอ 2 คันได้มั้ย
ธีร์ : เธออยากได้เท่าไหร่ หมื่นนึงพอมั้ย
พีท : ล้านนึง
รวยแค่ไหนก็หมดตัว5566636636
𝘓𝘢𝘪𝘻𝘩𝘦𝘯𝘻𝘢𝟧𝟧+|| มีสติหน่อยลายเซนต์@XZH01EN
ธีร์ พีท
ไทย
โลกแตกซะทีไอ่สัส retweetledi

โลกแตกซะทีไอ่สัส retweetledi

เมองตอนแรกนึกว่าไมค์เป็นสายเสื้อกล้ามชี 🫣โคตรจะโซ๊ะ
SKYNANI FAMILY@SKYNANI_FAMILY
แค่เปิดมามองกันแค่นี้ก็จะสิ้นแล้วคุรน้า #WUTheSeriesEP3
ไทย
โลกแตกซะทีไอ่สัส retweetledi
โลกแตกซะทีไอ่สัส retweetledi

โดยมีการประชุม มาเป็นระยะ ในปี
2562
2563
2565
2566
“ตั้งแต่สมัย ที่พลเอกอนุพงษ์ เผ่าจินดา เป็นรมว.มหาดไทย ก็เคยมีการประชุม เช่น เมื่อ 2 พฤษภาคม 2566”
สรุปตั้งแต่สมัยประยุทธก็ทำมาเรื่อยๆ
คำถามในใจ😅
ไทยก็ยังมีภัยแล้งเหมือนเดิม เดี๋ยวแล้ง เดี๋ยวท่วม แล้วผลลัพท์ก็เหมือนเดิม แล้ว🫴

โจที่เพื่อนชอบเรียกผิดว่าโจ้@janthawoot
เงินเดือนประธานองคมนตรี 121,990 บาท เงินเดือนองคมนตรี 112,250 บาท
ไทย

ซีรี่ย์ทำถึงขนาดนี้ เอาจริง ๆ พี่วาสามารถสร้างจักรวาลอูได้เลย ภาคต่อไปเป็นเรื่องของสิระ หรือจะเป็นเด็กใหม่ของสำนักที่นิรันดร์ต้องไปเป็นพี่เลี้ยงก็ได้ หรือเรื่องของอูคนอื่นที่ออกไปใช้ชีวิตข้างนอกสำนัก แต่มีเหตุให้ต้องมารวมทีมอเวนเจอร์ บลาๆๆ แค่คิดก็สนุกละะ
#WUTheSeriesEP3
ไทย
โลกแตกซะทีไอ่สัส retweetledi
โลกแตกซะทีไอ่สัส retweetledi

[ รัฐบาลกำลังกระทำการมิบังควร เสี่ยงละเมิดหลักการประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข ]
.
ในการประชุมกองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ (บกปภ.ช.) เพื่อเตรียมรับมือภัยแล้งปี 2569 เมื่อวันที่ 19 พฤษภาคมที่ผ่านมา ถือเป็นกลไกปกติของรัฐบาลในฐานะฝ่ายบริหารที่มีหน้าที่กำหนดนโยบายและมาตรการรับมือวิกฤตตามฤดูกาล
.
แต่สิ่งที่ไม่ปกติและแทบไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน คือการปรากฏตัวของคณะองคมนตรีหลายท่าน ได้แก่ พลากร สุวรรณรัฐ, พลอากาศเอก ชลิต พุกผาสุข, พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา, พลเอก ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ, พลเอก ไพบูลย์ คุ้มฉายา, พลเรือเอก พงษ์เทพ หนูเทพ, พลเอก เฉลิมชัย สิทธิสาท, พลอากาศเอก จอม รุ่งสว่าง และเศรษฐพุฒิ สุทธิวาทนฤพุฒิ ได้เข้าร่วมประชุมเพื่อ “ให้กำลังใจและคำแนะนำ” ในการรับมือภัยแล้งครั้งนี้
.
มองเผินๆ นี่อาจดูเหมือนความห่วงใยต่อประชาชนในยามวิกฤต แต่ในอีกด้านหนึ่ง การที่องคมนตรีเข้า "คลุกวงใน" กับการทำงานของฝ่ายบริหารอย่างใกล้ชิดเช่นนี้ ชวนให้ตั้งคำถามสำคัญถึงความเหมาะสมในทางหลักการ
.
ตามหลักการพื้นฐานของระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข พระมหากษัตริย์ทรงดำรงสถานะอยู่เหนือการเมือง เพื่อรักษาความเป็นกลางและเสถียรภาพของสถาบันโดยไม่ทรงเข้ามาข้องเกี่ยวโดยตรงกับอำนาจบริหาร
.
ขณะที่องคมนตรี ซึ่งมีขอบเขตหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญชัดเจนว่าเป็นผู้ถวายคำปรึกษาต่อพระมหากษัตริย์ ย่อมต้องวางตัวเป็นกลางเพื่อรักษาดุลยภาพนั้น และต้องไม่มีบทบาททางการเมืองเด่นชัดต่อสาธารณะอันอาจถูกตีความได้ว่าเป็นการแทรกแซงฝ่ายบริหาร
.
ในความเป็นจริง เส้นแบ่งระหว่างการ “ให้คำแนะนำ” กับ “การมีอิทธิพลต่อการบริหารราชการแผ่นดิน” นั้นบางเบาอย่างยิ่ง โดยเฉพาะในบริบทสังคมไทย “คำแนะนำ” จากผู้สวมหัวโขนที่ปรึกษาของพระมหากษัตริย์ ย่อมถูกปฏิเสธได้ยาก และมักได้รับน้ำหนักเหนือกว่าข้อสั่งการหรือแนวนโยบายของผู้ปฏิบัติงานจริงที่หน้างาน
.
คำถามสำคัญคือ รัฐบาลและข้าราชการในที่ประชุม บกปภ.ช. จะสามารถปฏิเสธหรือตั้งคำถามต่อ “คำแนะนำ” เหล่านั้นได้จริงหรือ? ในทางปฏิบัติคงเป็นไปได้ยากยิ่ง และนี่คือเหตุผลว่าทำไมองคมนตรีจึงไม่ควรเข้าร่วมประชุมสำคัญของฝ่ายบริหาร เพราะหน่วยงานรัฐจำเป็นต้องรับคำแนะนำเหล่านั้นแทบทั้งหมดไปปฏิบัติโดยอัตโนมัติ
.
และที่สำคัญที่สุดคือหลักความรับผิดรับชอบ (Accountability) ในระบอบประชาธิปไตย รัฐบาลคือฝ่ายที่ประชาชนเลือกเข้ามา มีหน้าที่ใช้อำนาจบริหารและต้องรับผิดชอบต่อความสำเร็จหรือล้มเหลวผ่านกลไกตรวจสอบของรัฐสภา ต่างจากองคมนตรีที่มีที่มาจากการแต่งตั้งตามพระราชอัธยาศัย และไม่มีกลไกที่จะต้องรับผิดชอบทางการเมืองหรือกฎหมายต่อสาธารณะ
.
หาก “คำแนะนำ” เหล่านั้นถูกนำไปปฏิบัติแล้วเกิดความล้มเหลว สังคมจะสามารถเรียกหาความรับผิดชอบจากผู้ให้คำแนะนำได้หรือไม่? หรือสุดท้ายรัฐบาลต้องเป็นผู้แบกรับแทน?
.
พรรคประชาชนเห็นว่ารัฐบาลกำลังกระทำการมิบังควร เสี่ยงละเมิดหลักการประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข การปล่อยให้เกิดสภาวะเช่นนี้รังแต่จะสร้างความสับสนว่า ใครคือผู้บริหารประเทศตัวจริง ระหว่างผู้ที่ประชาชนเลือกเข้ามา หรือผู้ที่ไม่มีสถานะทางการเมืองโดยตรงแต่มีบทบาทในกระบวนการบริหารอย่างต่อเนื่อง
.
ไม่มีใครปฏิเสธความปรารถนาดีต่อประชาชน แต่ในระบอบประชาธิปไตย “ความหวังดี” ต้องอยู่บนฐานของความถูกต้องตามหลักการ
.
องคมนตรีจึงต้องวางตัวอย่างระมัดระวังที่สุด ไม่ให้ “คำแนะนำ” กลายสภาพเป็น “ข้อสั่งการ” โดยเฉพาะในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับประชาชนนับล้าน ซึ่งสมควรเป็นหน้าที่และการตัดสินใจของฝ่ายบริหารที่จะต้องรับผิดชอบต่อประชาชนผู้เป็นเจ้าของอำนาจอธิปไตย

ไทย
โลกแตกซะทีไอ่สัส retweetledi
โลกแตกซะทีไอ่สัส retweetledi
โลกแตกซะทีไอ่สัส retweetledi
โลกแตกซะทีไอ่สัส retweetledi

: สนุกปะ
นานิ: สนุก เหมือนกังฟูแพนด้าเรื่องนี้(อู)อะ
สกาย: กูเป็นแพนด้า
นานิ: มึงเป็นอาจารย์ชิฟู
กุตราย 5555555555555555555555555555 แล้วประเด็นคือมันได้ 🤣🤣
#WUTheSeriesEP3
ไทย
โลกแตกซะทีไอ่สัส retweetledi
โลกแตกซะทีไอ่สัส retweetledi
โลกแตกซะทีไอ่สัส retweetledi
โลกแตกซะทีไอ่สัส retweetledi
โลกแตกซะทีไอ่สัส retweetledi

แล้วไปหามาว่าองคมนตรีปัจจุบันมีใครบ้าง สรุปคือเป็นทหารไปครึ่งนึง คือคนพวกนี้มีความสามารถอะไรที่มันตรงกับการบริหารภัยแล้งเหรอวะ อีตู่นั่งอยู่แล้ว 1

อีกหนึ่ง ทัศนคติ@paichewee65779
การที่องค์มนตรีทั้ง 9 มาร่วมประชุม ซึ่งไม่เคยเจอมาก่อน คำถาม/ข้อใดถูกต้องที่สุด 1. อนุทินและรมต. ไม่มีความสามารถ ไม่ได้รับการไว้วางใจ 2. องค์มนตรี มาแทรกแซงการทำงานของรัฐบาล 3. ผู้บริหารประเทศตัวจริงคือองค์มนตรี 4. ถูกทุกข้อ
ไทย















