Mayamay
6.2K posts

Mayamay
@maymayalady
ผู้หญิงplus size วัย40+ นนทบุรี hornyเป็นพักๆ รักเป็นคนๆ😏 สายวัด&มู ,สายกิน&คาเฟ่ หา #FWB ติด #skinship เร่าร้อนแต่อ่อนหวาน #vanilasex






Você foi pego pelo crime de ser fofo demais do permitido, nível infinito, sério 💕



(ต่อตอน2จ้า ตอน1ไปหาเอาเอง) รับผิดชอบคนอ่านตอนแรกละเสว เลยบ้าจี้แต่ง NC ตอนต่อให้จนจบ ยิ่งองค์ชายทรงเติบใหญ่เป็นชายฉกรรจ์เต็มตัวพระบารมีเพิ่มขึ้นเท่าไหร่ก็ทรงเสาะแสวงหาในรสกามารมณ์ไม่ซ้ำซากขึ้นเท่านั้น และพระองค์ไม่เคยมดเท็จต่อความใคร่ที่เต็มเปี่ยมในอารมณ์ของตนเอง จึงพาร่างเชลยหนุ่มขึ้นแท่นบรรทมอย่างไม่ต้องรีรอให้เสียการ ร่างทั้งสองแนบชิดลูบไล้ในม่านโปร่ง นัยน์ตาคมจับจ้องเรือนร่างขาวเปล่งปลั่งนวลตา แม้มันจะทำเรื่องวุ่นจนน่าจับลงโทษแต่ในใจพระองค์ก็รู้สึกยินดีเหลือเกินที่ได้เจ้านกขมิ้นน้อยแสนสวยกลับมาสู่อ้อมอกของพระองค์อีกครั้งครา ในห้วงเวลานั้นคล้ายกาลเวลาหยุดนิ่ง พระพายสงบไม่ไหวติงคล้ายรั้งรอ สดับฟังเสียงกระซิบเพลงสวาทของเทพบุตรพญามารผู้ลุ่มหลงเสน่ห์มนุษย์สามัญรูปงาม แม้ไม่มีคำบัญชาหลุดจากพระโอษฐ์ เจ้าเชลยหนุ่มก็ยินยอมทอดกายนอนราบ ปล่อยให้เจ้าของร่างกายแข็งแกร่งดั่งนักรบโลดแล่นบรรเลงบทรักบนกายตามใจปรารถนา เสื้อผ้าอาภรณ์ของเจ้าเชลยคนสวยก็ถูกเปลื้องทีละชิ้นอย่างไม่มีปิดบัง ยามพระองค์รู้สึกผ่อนคลายในห้องบรรทมก็ทรงอยากจะบรรเลงบทรักไปอย่างเชื่องช้าดุจเสวยน้ำจัณฑ์รสเลิศ เพียงดอมดมกลิ่นหอมหวนและแตะพระชิวหาลิ้มรสอันล้ำลึกอย่างไม่ต้องเร่งรีบ นัยน์ตาสีอำพันมองการกระทำของราชันย์นักรักด้วยแววตานิ่งประหนึ่งเหมือนตระเตรียมใจ “เจ้ารู้ตัวมั้ยว่าดวงตาของเจ้ามันทำให้ตัวเจ้าน่าหลงใหลไม่มีที่สิ้นสุด---” เนตรคมราวกับเหยี่ยวจ้องมองอย่างล้อเลียน ทำให้ใบหน้าหวานเบือนหนีพร้อมรอยแดงซ่านบนแก้มนวล “พระ...พระราชอาญาไม่พ้นเกล้าพ้นกระหม่อม” ร่างโปร่งที่นอนเหยียดภายใต้พระวรกายของเจ้าฟ้าชายหนุ่ม เปล่งเสียงสั่นอันแสนประหม่าขอขมาพระองค์ทันทีด้วยความเกรงกลัว “ข้าจะว่ากระไรเจ้า--ฮึ ข้ากลับยิ่งชอบเสียอีก--เจ้านกขมิ้นของข้า” เจ้าฟ้าสองแควจ้องใบหน้าหวานที่กำลังสบตามองพระองค์ กะพริบดวงตาใสราวแก้วมณีปริบๆ น่าเอ็นดูสมกับที่พระองค์ทรงประทานนามว่านกขมิ้นน้อย... ...เพราะเหตุนี้ไงเล่าข้าถึงต้องพลิกแผ่นดินหา... ิ ดวงหน้าสวยดุจจันทรากำลังนอนหงาย ตวัดจ้องมองใบหน้าคมที่อยู่เหนือตนด้วยนัยน์ตาลึกล้ำเหลือคะเน...อีกประการหนึ่งที่พระองค์ต้องมนต์เสน่ห์คือความลึกลับของเจ้าเชลย ไม่มีใครรู้ที่มาที่ไปและยากที่จะเดาใจว่ามันคิดเห็นประการใดอยู่ ทว่าในยามนี้เจ้านกน้อยกลับเชื่องสิ้นพยศ ก็ช่างน่ารักน่าใคร่เอ็นดู จนไม่อาจหักห้ามใจที่จะกอดสัมผัสมัน พระหัตถ์ของพระองค์ลูบไล้ไปทั่วทั้งใบหน้าที่กำลังหลับตาพริ้ม สัมผัสผ่านไหล่ผอมบอบบางและลูบไล้เรือนผมนุ่มที่ปรุงแต่งด้วยบุปผาสวยงามอย่างเบามือ ทรงโน้มพระพักตร์ซุกไซ้สูดกลิ่นกายอันหอมจรุงจิต ก่อนจะมอบรสจุมพิตอันหวานซึ้งราวน้ำผึ้งป่าบรรจงจูบบนเรียวปากแสนงามอย่างทะนุถนอมและเคลื่อนมาถึงคางมนจวบจนลำคอระหง “ อื่อ--พระ--องค์” รอยจูบอันหนักหน่วงและรอยจูบเบาเชิงหยอกเย้าแต่ละรอยฝากบนเรือนร่างสร้างความรัญจวนไม่น้อย จนเชลยคนสวยไม่อาจรั้งเสียงนุ่ม ครวญแผ่วเบาข้างใบหูของพระองค์ ยิ่งก่ออารมณ์ใคร่ที่ร่างสูงมีอยู่แล้วให้พลุ่งพล่านสูงขึ้นไปอีก “อา...ไหนเรียกข้าอีกทีสิ” มือเรียวขาวยกดันแผงอกอันกำยำอย่างอ่อนระทวยยามถูกเม้มจูบย้ำหลังใบหู พระองค์คอยลอบมองใบหน้านวลที่หรี่ตาปรืออย่างพึงใจ เมื่อพระพักตร์เลื่อนลงรุกล้ำบนแผ่นอก พาริมฝีปากอันร้อนรุ่มที่เคลื่อนไหวบนผิวกายขาวดั่งน้ำนม ไม่ทันไรร่างอรชรก็เผลอกัดริมฝีปากพร้อมกับแอ่นอกรับรสสัมผัสที่ปลุกเร้า ภาพตรงหน้ายิ่งปลุกให้ไฟในกายของพระองค์ลุกฮือโหม ยิ่งอยากจะกลืนกินร่างที่อยู่ในอ้อมกอดทั้งกายไม่เหลือให้ผู้ใดมีสิทธิ์ได้เชยชมแม้เพียงปลายผม หลังจากเจ้าเชลยสั่นสะท้านยามพระองค์พรมจูบหนักทั่วแผ่นอกขาวดั่งน้ำนม ราวกับประกาศจับจองเป็นเจ้าของ ก็บิดกายพลิกหนีความรู้สึกกระสันซ่านที่ก่อตัวใต้ท้องน้อย แม้มันไม่มีใจร่วมรักอย่างดูดดื่มหวานซึ้งเต็มใจ แต่ก็เผลออดไม่ได้ที่จะสนองรสวาบหวามอันช่ำชองของนักรักแดนสองแคว ไม่ทันจะได้เตรียมใจ พระชิวหาอันเปียกชุ่มก็ถือสิทธิ์สำรวจส่วนลาดส่วนเว้าของแผ่นหลังเปลือยขาวละเอียดอย่างหยอกล้อ พระหัตถ์ลูบคลำสะโพกกลมกลึงและเลื่อนคล้อยรุกล้ำดินแดนหวงห้ามของเชลยหนุ่ม มือกว้างขยับนิ้วรัวกระชั้นถี่คล้ายเปิดช่องธารน้ำเตรียมรับคลื่นมหาสมุทรใหญ่ที่กำลังจะทะลักเข้ามา ริมฝีปากแดงระเรื่อจึงไม่อาจปิดกลั้นเสียงครางกระเส่าเอื้อนเอ่ยเผยความกระสันรัญจวน “...อื่อ..อาาา” เมื่อฝ่ามือของพระองค์คว้าบีบคั้น บั้นเอวนุ่มให้นั่งบนตักและบังคับหันหน้าเข้าหาพระองค์ ก็แทรกเปลวไฟอันร้อนระอุเข้าไปในกายของมัน ร่างโปร่งคว้าท้ายทอยของขัตติยะบุรุษตะกองกอดจนแน่น ไหล่ผอมบางเคลื่อนยุบขึ้นลงเป็นจังหวะพร้อมกับความเจ็บปวดที่ได้รับจากการสอดเสียด จนมันจำต้องกรีดร้องดังลั่นในคราวแรก ระหว่างนั้นพระองค์ก็เม้มจูบหนักบนแผ่นอกอันเย้ายวน ฝากรอยรักไว้ทั่วผิวขาวละเอียดจนเป็นรอยแดงจ้ำ “อา เจ้านกขมิ้นของข้า เจ้าช่างงามเหลือเกิน...” ถึงกระนั้นพระองค์ก็ไม่ทรงรามือและผ่อนปรน จับร่างโปร่งนอนหงายลงกับเตียง และยกเรียวขาขาวพาดบนไหล่กว้างของพระองค์ ถ้าจะต้องโทษ ก็โทษที่เสน่ห์อันยากจะต้านของมันซึ่งเชิญชวนให้พระองค์ใคร่อยากจะถลำเข้ามาในส่วนที่ลึกเร้าที่สุดในกายมันซ้ำแล้วซ้ำเล่า จนร่างที่ถูกใช้รองรับอารมณ์แทบบอบช้ำและและสูญสลายคาพระหัตถ์ของพระองค์ ใบหน้านวลได้แต่เม้มริมฝีปากจนแดงช้ำเบือนหน้าหนี รังเกียจที่ตนเองนั้นเปล่งเสียงน่ารังเกียจออกมา ครางกระเส่าคล้ายตกอยู่ในห้วงเกษมสันต์ ดวงตาที่ข่มแน่นมิอาจจะหลีกหนีความเป็นจริงที่เผชิญอยู่ได้ มันช่างเจ็บปวดนักที่ต้องแสร้งสมยอมให้เทวบุตรมารเริงสวาทบนตัวมันเสมือนแมลงภู่ปีกหนาจับจองเชยชิมรสเกสรหอมหวานจนชอกช้ำ ...มันอยากจะร้องว่า..พอแล้ว...พอแล้ว..ได้โปรดเถอะ...ข้าเจ็บเหลือเกิน …..แต่ข้าก็ควรจะอดทนให้ได้....มือเรียวเล็กกำผืนผ้าปูแท่นพระบรรทมแน่นจนแทบฉีกออกมาได้... “ยามเจ้าอยู่กับข้า ก็จงมองแต่ดวงตาข้าเท่านั้น” ดวงตาคู่หวานตวัดกลับมาจ้องพระองค์หลังจากมองไปทางอื่นด้วยอาการใจลอย เจ้าของใบหน้าคมที่เหล่าอิสตรีทั่วสารทิศต่างใฝ่ฝันถึง กำลังมีเหงื่อผุดพรายทั่วพระนลาฏ พระองค์สบตานัยน์ตาคู่สวยราวอัญมณีซึ่งกำลังรื้นไปด้วยน้ำตา ถึงมันจะดูไม่ประสีประสาในตอนแรก แต่ในเวลาต่อมามันรู้จักส่งเสียงครางเย้ายวนแผ่วเบาข้างใบหูของพระองค์และบิดเร่าขยับกายตอบรับอารมณ์พิศวาสของพระองค์เป็นครั้งคราว ทำให้ทรงแทบคลั่งอยากจะขย้อนขย้ำเจ้าของผิวกายนุ่มนิ่มนี้ไม่ว่างเว้นทั้งราตรี “...พระพุทธเจ้าค่ะ” เจ้าเชลยตอบอย่างสั้น พร้อมกับโอบท้ายทอยของพระองค์สนองรับ ก่อนที่ทรงจะมอบจุมพิตร้อนเร่าดั่งไฟผลาญให้เป็นรางวัล เมื่อคราวถูกจับสรงน้ำขัดสีฉวีวรรณก็พอจะได้ยินเรื่องคาวโลกีย์ของพระองค์จากนางกำนัลที่เล่าอย่างสนุกปาก ทั้งเรื่องที่พระองค์ทรงโปรดและไม่ทรงโปรด เป็นที่แน่ชัดคือพระองค์ไม่ทรงโปรดท่อนไม้แข็งทื่อไร้อารมณ์อย่างนางหรือนายเชลยคนก่อนๆที่ผ่านศึกกับพระองค์มา ยามชิมจนสิ้นรสชาติพระองค์เบื่อหน่ายก็โยนให้ฝูงทหารอย่างไร้ปราณี เมื่อถึงคราวต้องถวายตัวมันจึงจำใจต้องแสร้งแสดงอารมณ์ร่วมตามเพื่อความอยู่รอด “ดีมาก สมเป็นเมียข้า” เจ้าชายสองแควยังคงคลอเคลีย และหยอกเย้าร่างโปร่งบางในอ้อมกอด ไม่ยอมปล่อยให้อยู่ไกลห่าง ตั้งแต่ร่วมอภิรมย์กับนางเชลยคนไหนก็ไม่เร้ารึงใจเท่าเจ้าเชลยคนนี้ รูปพรรณบริสุทธิ์เหมือนน้ำค้างบนยอดหญ้า แต่รสกายละมุนร้อนลึกดั่งน้ำจัณท์ ทั้งกลิ่นหอมจากเรือนกายและดวงตาสีทองอำพันชวนให้น่าลุ่มหลง น่ากลืนกินทั้งกลางวันจรดราตรี เจ้าฟ้าหนุ่มยังไม่ทรงปรารถนาจะจบเพลงบรรเลงรัก ลูบไล้มือกว้างทั่วสะโพกกลมที่กำลังคุกเข่าหันแผ่นหลังให้ตามคำบัญชาของพระองค์ เจ้าเชลยเหมือนจะรู้ชะตากรรมของมันดีจึงกลั้นหายใจลึก พอจับยึดหัวเตียงได้มือก็สั่นระริกเมื่อพระองค์ทรงแทรกพระวรกายเข้ามาอีกครา มือกว้างชุ่มเหงื่อลูบไล้สะโพกขาวที่ไม่เคยผ่านมือใครอย่างพึงพอใจก่อนจะทรงจับประคอง แม้จะรู้สึกถึงความคับแคบภายในบั้นเอวที่รัดรึงความเป็นบุรุษของพระองค์แน่นขนัด ถึงกระนั้นพระองค์ก็ยิ่งสำแดงสันดานดิบของบุรุษผู้โชกโชนในศึกรัก เพิ่มแรงกระแทกล่วงล้ำเข้ามาจนสุดทาง และถอนออกไปและแทรกเข้าอย่างรวดเร็ว จนเจ้าเชลยแทบตั้งตัวไม่ติด มันก็ยิ่งส่งเสียงครางดังลั่น กายสั่นสะท้านอย่างรุนแรงราวกับต้องคลื่นพายุโหมสาดกระทบฝั่งไร้ความปราณี “อ้ะ...อ้า...ฮ้า!!” เสียงครางระงมจากร่างเหงื่อโชกจนเกิดไอร้อน ท่ามกลางความสงัด “ร้องดังอีกสิ..ดังอีก” ร่างบอบบางหอบหายใจแรงถี่กระชั้น นัยน์คมเฝ้ามองหน้าอกเย้ายวนกระเพื่อมขึ้นลง จนอดไม่ไหวต้องช้อนมือกว้างประคองคลึงยอดอกแดงที่ชูชันจนแข็งเป็นตุ่มไต กอปรเสียงร้องคร่ำครวญแหบเครือราวลำคอแห้งผาก ยิ่งทำให้พระองค์เกิดอารมณ์คุโชน เร่งโหมถี่กระชั้น เข้ามาหุบห้วงลึกสุดทางของหลืบเนื้ออย่างไร้ทางขวางกั้น เจ้าเชลยใบหน้าสวยเม้มริมฝีปาก...จนแล้วจนรอดก็ไม่สามารถควบคุมกายให้พึงพอใจในรสสัมผัสของบุรุษผู้ช่ำชองในบทรักได้...จึงได้กรีดร้องลั่น “อ๊ะ..อร๊าาาาาาาาาาาาาาาาาาาา” ความใคร่ในกายทั้งสองไต่ขึ้นถึงจุดสุดยอดจนร่างโปร่งสั่นสะท้าน ราวตกอยู่ในภวังค์ที่มีหมอกสีขาวปกคลุมจนม่านตาแทบพร่ามัว เจ้าของแผ่นหลังขาวชื้นเหงื่อเกร็งไปทั้งกาย มือเรียวหมดเรี่ยวแรงเกาะหัวเตียง เจ้าฟ้าหนุ่มรีบรั้งคว้าร่างอ่อนกำลัง กอดไว้แนบแน่นไม่ให้หนี ยัดเยียดหยาดรักร้อนระอุทุกหยดเข้าสู่ในร่างโปร่งด้วยความใคร่สวาทคล้ายประกาศสิทธิ์ความเป็นสามี เจ้าเชลยผิวขาวปล่อยกายแน่นิ่งฟุบนอนซบกับหมอนโดยไม่สนใจรอยรักเปรอะเปื้อนเป็นแนวยาวบนสะโพกขาวที่ช้ำไปด้วยรอยมือใหญ่บีบฟอนเฟ้นจนเป็นสีแดงจ้ำชัดเจน เจ้าฟ้าหนุ่มพลิกกายของมันตะแคงนอนหงายบนอ้อมแขนล่ำ เห็นดวงตาหวานรื้นด้วยน้ำตาจ้องมองพระองค์อย่างริบหรี่...แววตาที่บอกไม่ถูกว่ากำลังยินดีหรือขมขื่นใจ “หากข้ายังอยากร่วมอภิรมย์กับเจ้าตลอดทั้งราตรี เจ้าจะยินดีหรือไม่ หึ--เจ้านกเสียงหวาน” กษัตริย์นักรักแห่งแดนสองแควเขี่ยริมฝีปากแดงอันแสนยั่วเย้า เคลื่อนร่างกายกำยำสมชายชาตรีคร่อมร่างโปร่งที่อ่อนปวกเปียกราวกับขี้ผึ้งถูกลนไฟ พระองค์ไม่ทรงใคร่จะสนใจนักว่ามันจะเหน็ดเหนื่อยเพียงใด ตราบใดที่มันยังสนองความต้องการอันไม่มีที่สิ้นสุดของพระองค์ได้เท่านั้นเองที่ทรงปรารถนา “...นับเป็นพระกรุณาธิคุณอันล้นพ้นพระพุทธเจ้าค่ะ ที่ได้มีโอกาสรับใช้...พระองค์” เจ้าเชลยคนงามส่งเสียงเลือนลางคลายกับเสียงคราง ก่อนดวงตาอันแสนซื่อบริสุทธิ์จะหลับลงทั้งมือที่ยกขึ้นพนมไหว้พระองค์อย่างอ่อนแรง “หึ เหนื่อยเจียนตายก็ยังคิดจะรับใช้ข้า น่ารักน่าเอ็นดูเยี่ยงนี้จะให้ปล่อยเจ้าบินหนีไปได้กระไร” ใบหน้าคมโน้มจูบแก้มนวลพร้อมกับตระกองกอดร่างนุ่มที่กำลังร้อนผ่าวราวพิษไข้รุม ดวงหน้าหวานนอนซบอยู่แผ่นอกอันกำยำสมชายชาตินักรบ “อา--เรือนร่างแสนสวยของเจ้า กินเท่าไหร่ข้าก็ไม่รู้จักอิ่ม” พระองค์ฝากรอยจุมพิตบนเรียวปากแดงเจ่อ และกระซิบเสียงทุ้มข้างใบหูขาวอย่างหลงใหล เจ้าของใบหน้าหวานไม่รู้ตัวว่าฟุบหลับไปตอนไหน รู้เพียงแต่ว่ามันเหนื่อยเจียนจะขาดใจ มองเห็นภาพเลือนรางที่เห็นคล้ายตกอยู่ในความฝัน รู้สึกถึงเรือนผมสีดำสนิทเปียกเหงื่อของพระองค์กำลังลากสัมผัสผ่านผิวหน้าท้องขาวสะอาด และริมฝีปากได้รูปเคลื่อนจูบทั่วเรือนร่างของมันด้วยใจปฏิพัทธ์ ใบหน้าหวานหลับทั้งน้ำตาปริ่มเมื่อถูกเงาร่างเทวบุตรพญามารขึ้นคร่อมร่างตัวเองอีกหลายครั้งหลายครา ปล่อยให้มือกว้างลูบไล้เรือนร่างเปลือยเปล่า ร่างโปร่งกระตุกอย่างแผ่วเบาเมื่อถูกความปวดร้าวแทรกเข้ามาไม่รู้จักจบจักสิ้น ปรนเปรอความใคร่สนองกามตัณหาของพระองค์ ราวกับลุ่มหลงมัวเมาในเสน่ห์หาอันมากล้นของเจ้าเชลยแสนสวยอย่างไม่อาจถอนตัวได้ …..หากเจ้าเชลยสามารถเลือกที่จะหลับได้ตลอดกาลมันก็คงที่จะเลือกไม่ขอตื่นลืมตามองโลกในวันรุ่ง....หากแต่ว่ามันไม่อาจหลีกหนีความจริงบางประการพ้น… (จบแล้วว่อยยเหน่ยชิบหาย T o T )

บรีฟไรเต้อ : บทถวายตัวแบบไม่เต็มใจให้ศัตรูยอมทำเพื่อบ้านเมือง อีกฝ่ายก็อารมณ์ร้อนเห็นเขาทำหน้าเหมือนจะร้องไห้ก็เหวี่ยงวีนอารมคนแก่นิดๆแต่ในใจพอใจมากที่ได้คนนี้มา ตามนี้ๆ ขอคนละบท
























