Like jadelyn ruby
15.4K posts

Like jadelyn ruby retweetledi
Like jadelyn ruby retweetledi

สงครามใหม่เกิดขึ้นอีกแล้ว USA+Israel vs Iran
สรุปแบบกระชับๆนะครับ
.
1
จริงๆที่มาที่ไปซับซ้อนมาก
แต่ถ้าเอาหลักๆสั้นๆคือ อิสราเอลกับอิหร่านไม่ถูกกันตั้งแต่อิหร่านมีการปฏิวัติอิสลามปี 1979
ตึงกันที่สุดคือเรื่องอิหร่านแอบพัฒนาโครงการนิวเคลียร์
ซึ่งจริงๆอิสราเอลก็มีแต่หลบซ่อน
อิสราเอลเลยทำทุกวิถีทาง ทั้งเคยแฮคใส่ไวรัสบอมบ์โรงงานนิวเคลียร์อิหร่านมาแล้ว ทั้งลอบสังหารนักวิทยาศาสตร์
ทั้งการทูตเจรจาสารพัด แต่อิหร่านยังเดินหน้าต่อ
คุยกันไม่ลงตัว ซึ่งเป็นปัญหาสืบเนื่องยาวนานมานับ 10 ปีได้
.
2
แต่รอบนี้ที่พิเศษคือมีประธานาธิบดีอเมริกา
โดนัลด์ ทรัมป์ ที่เปรี้ยวสุดแห่งยุคสมัย
แทรกแซงกิจการผ่านในประเทศอื่นๆแบบไม่สนสี่สนแปด
ล่าสุดที่เพิ่งปฏิบัติการทางทหารไปจับกุมมาดูโร ประธานาธิบดีเวเนซูเอลามา
.
3
และอเมริกาเป็นพันธมิตรแนบแน่นกับอิสราเอล
มาถึงคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจอิหร่านรัวๆ
แต่ยังเอาไม่ลง รอบนี้เลยจับมือแท็คทีมกับอิสราเอล
ลุยอิหร่านแม่งเลยละกัน ซึ่งจุดมุ่งหมายของทรัมป์คือทำลายอาวุธนิวเคลียร์ให้สิ้นซาก
และบิ้วให้คนอิหร่านซึ่งปัจจุบันไม่พอใจรัฐบาลเดิมมากๆ
(ธันวาปีที่แล้ว คนออกมาประท้วงรัฐบาลกันเป็น 100 เมือง)
ฉวยจังหวะนี้ ลุกขึ้นมาโค่นล้มรัฐบาลตัวเองซะ
.
4
วันนี้เลยเปิดศึกเลย จัดเต็มระบบ
อิหร่านก็สวนเลยทันที แน่นอนโจมตีอิสราเอล
แต่ปัญหาคือ สวนอิสราเอลคนเดียวไม่ได้
เพราะต้องสู้กับอเมริกาด้วย
เลยต้องโจมตีฐานทัพของอเมริกาในตะวันออกกลางทั้งหมด
ประเทศที่โดนอิหร่านโจมตีตอนนี้เท่าที่ตามข่าว
คือนอกจากอิสราเอล Reuters บอกอย่างน้อย คูเวต กาตาร์ UAE บาห์เรน และจอร์แดน ขณะที่บางสำนักข่าวรายงานเพิ่มถึงซาอุฯ และอิรักด้วย
ถ้าจริงหมดคืออิหร่านโจมตี 8 ประเทศพร้อมกัน แม่เจ้า!!!
แม้จะเน้นที่ฐานทัพอเมริกาก็เถอะ แต่มันรุกล้ำอธิปไตยอยู่ดี
.
5
อิหร่านคือประเทศใหญ่ เป็นมหาอำนาจในภูมิภาค
มี 2 กองทัพ คือกองทัพปกติ กับ IRGC
IRGC จุดแข็งคือ ขีปนาวุธจำนวนมหาศาลที่ยิงไกลโคตรๆ
มีกองทัพโดรนที่เยอะและล้ำสมัย
แต่ที่โหดกว่าคือ กำลังรบลับนอกประเทศ ที่อิหร่านสนับสนุนตังค์และอาวุธให้ มีหลายกลุ่มมากๆเช่น
เช่นกลุ่ม ฮิซบอลเลาะห์ (Hezbollah) ในเลบานอน
กองกำลังติดอาวุธในอิรัก ในซีเรีย
กลุ่มฮูซี Houthis ในเยเมน
ซึ่งถ้าพวกนี้เข้าร่วมโจมตีอิสราเอลกับกองทัพสหรัฐด้วย
จะยกระดับสงครามทันที
.
6
แต่จุดอ่อนของอิหร่านก็มีไม่น้อย
คือกองทัพเรือกับทัพอากาศ
ยังสู้แสนยานุภาพของสหรัฐไม่ได้
สหรัฐเลยเชื่อมั่นมั้ง ว่าจะปิดเกมนี้ได้ไว
.
7
จุดสำคัญทางยุทธศาสตร์ของอิหร่านคือ
ช่องแคบฮอร์มุซ (hormuz) ซึ่งคือทางผ่านน้ำมันโลกซึ่งอิหร่านคุมอยู่
ถ้าปิดนี่เรื่องใหญ่ เพราะน้ำมัน 20-30% ของโลกผ่านทางเรือทางนี้
ซาอุซึ่งผ่านทางนี้เป็นหลัก อาจเข้าร่วมสงครามด้วย ก็ยกระดับไปอีกเพราะเป็นประเทศใหญ่
และอเมริกาก็รู้ดี เลยมีเรือรบวนแถวนั้นตลอด
ศึกนี้จะกลายเป็นศึกสำคัญแน่ ถ้าอิหร่านกล้าปิด
บอกเลยถ้าเกิดสมรภูมิตรงนี้ หุ้นตก ทองขึ้น ค่าส่งพุ่ง เศรษฐกิจโลกชะลอตัวแน่นอน
.
8
บางคนบอกเกิดสงครามโลกแน่ๆๆๆ
อันนี้มันไกลเกินฮะ วินาทีนี้จะเรียกว่าสงครามภูมิภาคยังไม่ได้เลย แต่ถามมีโอกาสไหมที่จะยกระดับเป็น regional war
มีฮะ แต่ต้องรออีกหลายปัจจัย
.
9
ปัจจัยหลักๆคือพันธมิตรผู้แนบแน่นของอิหร่านคือจีน/รัสเซียเนี่ยแหละจะเอาไง ซึ่งรัสเซียยังพัวพันกับยูเครนอยู่เลย
จีนก็คงไม่อยากให้เศรษฐกิจโลกพังทลาย
โอกาสที่จีน/รัสเซียเข้าร่วมมีความเป็นไปได้
แต่มันน้อยมากๆๆๆครับ จากสถานการณ์ปัจจุบัน
และจะยกระดับเป็นสงครามโลกได้ uk กับ nato ต้องมาร่วมด้วยซึ่งยังยากมากๆเช่นกันในตอนนี่
แต่การ prepare for the worst สำหรับบางคนก็เป็นสิ่งที่ถูกต้องเช่นกัน
.
10
แน่นอนโอกาสเป็นสงครามโลกแม้มีแต่ยังน้อย
แต่โอกาสลามมีโอกาสสูง เพราะข้องเกี่ยวหลายฝ่ายเยอะ
ไม่เหมือนสงคราม ยูเครน-รัสเซีย ที่สู้กันสองคน โดย USA แอบหนุนยูเครนแบบเงียบ
.
11
แต่คราวนี้อเมริกามั่นใจออกหน้าเอง เล่นเองเลย
คิดว่าเอาอยู่แหละ
สงครามนี้อเมริกาลงทุนสูง ต้องการ end game แหละ
แต่มันอาจจะ end game ได้ไม่ง่ายนัก
เพราะอิหร่านเอาเรื่องอยู่
แสนยานุภาพทางการทหารใหญ่พอตัว
แถมยังต้องลุ้นว่าประชาชนในประเทศจะกล้าลุกฮือ
จะมีทหารภายในกล้าปฏิวัติไหมอีก
ไม่รู้สงครามนี้จะยาวนานแค่ไหน
ยังไงเราก็ต้องเตรียมพร้อม
ทั้งในระดับประเทศ ระดับธุรกิจและระดับส่วนตัวที่ต้องวางแผนรับมือต่อไปครับ
ที่มา
facebook.com/share/1G3R4uPm…
ไทย
Like jadelyn ruby retweetledi

เรื่องราวของความขัดแย้ง ที่อาจนำมาสู่ #สงครามโลกครั้งที่3
#สหรัฐ #อิหร่าน #อิสราเอล
ทำให้เราสังเกตเห็นความจริงข้อหนึ่ง
ผู้นำประเทศทั้งหลาย มักเต็มไปด้วย "ชายแก่ บ้าอำนาจ ที่ไม่ยอมวางมือ"
พวกเขาไม่รู้จักปล่อยวาง
และยึดติดอยู่กับยุคสมัยของตัวเอง
หาประโยชน์เข้าตัวเอง
ไม่ได้คิดถึงลูกหลาน หรือคนรุ่นหลังจริงๆ
ว่าพวกเขาต้องการอะไร
ยังคงใช้ชีวิตอย่างเห็นแก่ตัว
เกาะอยู่ในอำนาจไว้
และเสวยสุขท่ามกลางความลำบากของประชาชน
=======
Update ข่าวเช้าวันอาทิตย์ที่ 1 มีนาคม 2026 : สื่อของรัฐบาลอิหร่านรายงานว่า ลูกสาว ลูกเขย หลาน และลูกสะใภ้ของอยาตอลลาห์ อาลี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดของอิหร่าน ถูกสังหารแล้วทั้งหมด จากการโจมตีทางอากาศของสหรัฐฯ และอิสราเอล
เรามาย้อนดูต้นตอของความวุ่นวายทั้งหมดจากสหรัฐฯ-อิสราเอล และอิหร่าน...
"สหรัฐฯ-อิสราเอล" ใช้กำลังทางการทหารกับ "อิหร่าน"
(น่าจะรุนแรงกว่าเคสสหรัฐฯยึดเวเนซุเอลา)
ทำไม Trump ต้องเลือกช่วงเวลานี้ โจมตีทำลายอิหร่าน? :
ในปลาย 2025
- อิหร่านเกิดวิกฤตเศรษฐกิจตกต่ำขั้นสุด และเงินเฟ้อพุ่งสูง
- เกิดความโกรธแค้นของประชาชน และประท้วงใหญ่ลุกลามทั่วประเทศ
- เป้าหมายของประชาชน คือ การต่อต้านการทุจริตและการกดขี่ของรัฐบาล
มกราคม 2026
- รัฐบาลอิหร่านตัดสินใจใช้กำลังทหารและกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติ (IRGC) เข้าปราบปรามประชาชนอย่างเด็ดขาด นำไปสู่เหตุการณ์นองเลือดครั้งใหญ่
- ระหว่าง 8-10 มกราคม 2026 มีประชาชนเสียชีวิตจากการปราบปรามประเมินว่าสูงถึง 7,000 คน
- การเผยแพร่ภาพการสังหารหมู่ประชาชน ทำให้รัฐบาลอิหร่านค่อยๆสูญเสียความชอบธรรมในสายตาชาวโลก
"สหรัฐฯ ใช้ข้ออ้างจากเหตุความไม่สงบในอิหร่าน เพิ่มแรงกดดันและเคลื่อนกำลังพลเข้ามาในตะวันออกกลาง อ้างว่าเพื่อปกป้องสิทธิมนุษยชนและสนับสนุนการต่อสู้ของชาวอิหร่าน ทำให้ชาวอิหร่านส่วนใหญ่โน้มน้าวไปในทางเห็นด้วย"
จังหวะนี้ คือช่วงเวลายุทธศาสตร์ ที่ทั้ง สหรัฐฯ + อิสราเอล ประเมินว่า รัฐบาลอิหร่านกำลังอ่อนแอที่สุดจากความแตกแยกภายในประเทศของตัวเอง
=====
สหรัฐฯ มีเป้าหมายอะไร? และกลยุทธ์ที่ใช้กับอิหร่าน? :
- การโจมตีทางทหารจากภายนอกเข้าไปทำลายโครงสร้างของกองทัพและ IRGC จะผลักดันให้ประชาชนที่โกรธแค้นสามารถโค่นล้มระบอบการปกครองอิสลาม (Islamic leadership) ตั้งแต่ปี 1979 ได้ทำสำเร็จ ซึ่งเป็นจังหวะเวลาที่ Trump จะได้รับการ support จากประชาชนในอิหร่าน
- เป้าหมายแท้จริงของสหรัฐฯ คือ "การเปลี่ยนระบอบ (Regime Change)" แบบถาวร เพื่อไม่ให้เป็นภัยคุกคามในตะวันออกกลาง และต่อชาติพันธมิตร ซึ่งก็คือ ประเทศอิสราเอล
- การโจมตีของทั้งสหรัฐ + อิสราเอล ใช้สรรพกำลังมหาศาล พุ่งเป้าที่การทำลายศูนย์กลางอำนาจของอิหร่านโดยตรง ด้วยการโจมตีใกล้ทำเนียบผู้นำสูงสุดอิหร่าน "อายะตุลลอฮ์ อะลี คอเมเนอี"
- สหรัฐฯ ใช้ชื่อว่า Operation Epic Fury
- อิสราเอล ใช้ชื่อว่า Roaring Lion
ทั้งสองประเทศ บุกอิหร่าน พร้อมๆกัน เป็นการนัดกันมา คุยกันมาแล้ว ไม่ใช่ความบังเอิญแต่อย่างใด
- กลยุทธ์ที่ใช้กับชาวอิหร่าน คือ ทรัมป์ (USA) และ เนทันยาฮู (Isarael) พยายามออกแถลงการณ์ เพื่อส่งสารกระตุ้นให้ "ประชาชนชาวอิหร่านลุกฮือขึ้นยึดอำนาจรัฐบาลตัวเอง" ในจังหวะที่กองทัพอิหร่านกำลังโดนโจมตีอย่างหนัก เป็นการหว่านล้อมทางจิตวิทยาให้ประชาชนเลือกฝั่งผู้รุกราน ไม่ใช่ยืนข้างผู้นำตัวเอง >>> ร้ายไหมล่ะ?
- สรุป : 2 ผู้นำ หวังผล 2 ส่วนคือ
1. ทำลายศักยภาพทางทหารของอิหร่านให้หมดอำนาจไป
2. ใช้แรงต้านจากประชาชน ที่มีประท้วงภายในประเทศ ไปสู่การเปลี่ยนขั้วอำนาจในอิหร่านแบบถอนรากถอนโคน >> เปลี่ยนผู้นำ / เปลี่ยนระบอบการปกครอง หรือยึดอำนาจมาเป็นของตน
==========
ผู้นำไม่ได้คุยกันจริงๆ พวกเขารอจังหวะใช้ "สงคราม"
- สหรัฐฯ และ อิหร่าน เคยเจรจากัน เพื่อให้อิหร่านยอมประนีประนอมเรื่องนิวเคลียร์ แลกกับการยกเลิกคว่ำบาตร แต่รัฐมนตรีต่างประเทศของสหรัฐฯ ไม่ไว้ใจผู้นำอิหร่าน เนื่องจากขีปนาวุธพิสัยไกล เป็นเป้าหมายหลักของอิหร่านที่ต้องการพัฒนาต่อ แต่สหรัฐฯ พยายามเจรจาเพิ่มเติมเรื่องขีปนาวุธ ซึ่งเป็นสิ่งที่อิหร่านไม่ต้องการคุย
- ต่อมา อิสราเอลก็เปิดฉากถล่มอิหร่าน ในระหว่างการเจรจาของสหรัฐฯ-อิหร่าน การเจรจาไม่เป็นผลแล้ว และสหรัฐฯ เข้าร่วมสงครามข้างอิสราเอล และระดมฝูงบินรบและกองเรือรบจำนวนมหาศาลเข้ามาในตะวันออกกลาง การเจรจาสร้างขึ้นเพื่อถ่วงเวลาให้กองทัพบุกเท่านั้น
==========
ผลประโยชน์ที่คาดหวังว่าจะได้รับ คือ "ทรัพยากรของอิหร่าน" ใช่หรือไม่? :
- ตอนสหรัฐบุกเวเนซุเอลา เป็นเพราะ "กำลังการผลิตน้ำมัน" แม้สหรัฐฯ จะจับกุมอดีตประธานาธิบดีมาดูโร เพื่อหวังทรัพยากรน้ำมัน แต่น้ำมันดิบของเวเน ก็ผลิตได้เพียง 800,000 บาร์เรลต่อวันเท่านั้น
- แต่อิหร่าน คือ "จุดยุทธศาสตร์ของทรัพยากรน้ำมัน" ที่สหรัฐต้องการ เพราะอิหร่านควบคุมช่องแคบฮอร์มุซ เป็นจุดที่มีน้ำมันดิบไหลผ่านถึง 13 ล้านบาร์เรลต่อวัน (คิดเป็น 31% ของการขนส่งน้ำมันทางทะเลทั่วโลก)
สิ่งที่ต้องดูต่อไปคือ สหรัฐวางเป้าหมายเรื่อง "ทรัยากรน้ำมัน" ไว้ด้วย ใช่หรือไม่? ไม่ใช่แค่เรื่องของขีปนาวุธหรือนิวเคลียร์ และมากไปกว่าการเปลี่ยนระบอบการปกครอง แต่มองหาผลประโยชน์จากการเข้ายึดอำนาจในอิหร่านด้วย
That's true... "ชายแก่ บ้าอำนาจ" พวกนี้ควรวางมือได้แล้ว โลกวุ่นวายเพราะพวกเขามากเหลือเกิน
#ตุ๊ดส์review
======
FACEBOOK POST :
facebook.com/photo?fbid=149…
======
ฝากช่องทางต่างๆของบอย ตุ๊ดส์review :
facebook.com/tootsyreview/
x.com/tootsyreview
@tootsyreview/" target="_blank" rel="nofollow noopener">threads.net/@tootsyreview/
instagram.com/tootsyreview/
@tootsyreview" target="_blank" rel="nofollow noopener">youtube.com/@tootsyreview
@tootsy_review" target="_blank" rel="nofollow noopener">tiktok.com/@tootsy_review
lemon8-app.com/tootsyreview

ไทย
Like jadelyn ruby retweetledi
Like jadelyn ruby retweetledi
Like jadelyn ruby retweetledi
Like jadelyn ruby retweetledi
Like jadelyn ruby retweetledi
Like jadelyn ruby retweetledi
Like jadelyn ruby retweetledi

มาแล้ววว #JENNIE x BEATS Special-Edition JENNIE Beats Solo 4 เฮดโฟนสี Red Ruby ติดโบว์ สลักตัว “J” และ “R” บนตัวเฮดโฟน และยังเป็นครั้งแรกที่ Beats ใส่สัญลักษณ์บน ultraplush ear cushion ซึ่งก็คือสัญลักษณ์ 7 stages ของอัลบั้ม Ruby เตรียมวางขาย 5 กันยายนนี้ ค่าตัวน้อง $199.99 (~6,500 บาท)




ไทย
Like jadelyn ruby retweetledi
Like jadelyn ruby retweetledi
Like jadelyn ruby retweetledi
Like jadelyn ruby retweetledi
Like jadelyn ruby retweetledi
Like jadelyn ruby retweetledi
Like jadelyn ruby retweetledi

อมก เจนนี่ฟ้องจริง! มีรายงานว่า เจนนี่ชนะคดียื่นฟ้อง นาย A ที่แอบอ้างเป็นพ่อแท้ๆของเจนนี่
สื่อ Woman Sense รายงานว่า เจนนี่ได้ยื่นฟ้องนาย A ที่แอบอ้างว่าเป็นพ่อแท้ๆของเธอ และเมื่อวันที่ 9 พ.ค. ที่ผ่านมา ศาลแขวงอึยจองบู ได้ตัดสินว่า “ไม่มีหลักฐานใดมาสนับสนุนข้อกล่าวอ้างที่ว่าจำเลย A เป็นพ่อแท้ๆของเจนนี่ นอกจากข้อกล่าวอ้างของจำเลย ในขณะที่ศาลยอมรับอย่างชัดเจนว่ามีบุคคลที่ไม่ใช่จำเลยนาย A ถูกระบุว่าเป็นบิดาในใบรับรองความสัมพันธ์ในครอบครัวของเจนนี่ ดังนั้นจากข้อกล่าวอ้างของจำเลยที่ว่าจำเลยนาย A เป็นพ่อแท้ๆของเจนนี่นั้นเป็นเท็จ
ศาลตัดสินสั่งให้จำเลยนาย A และสำนักพิมพ์ B เพิกถอนการพิมพ์หนังสือ และห้ามนาย A ห้ามกล่าวถึงเนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับเจนนี่ในบัญชี SNS ส่วนตัว รวมถึงรูปโปรไฟล์บน Kakao Talk ของเขาด้วย”
คำสั่งศาล สั่งให้นาย A
-ลบโพสต์ทุกอย่างที่เกี่ยวข้องกับเจนนี่
-ห้ามออกรายการและห้ามให้สัมภาษณ์ใดๆที่กล่าวถึงเจนนี่
-ห้ามกล่าวถึงเนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับเจนนี่บนบัญชี SNS ส่วนตัว รวมถึงรูปโปรไฟล์บน Kakao Talk
-นาย A ต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมดในการฟ้องร้อง
🔗naver.me/xlbnB4F7
🔗womansense.co.kr/news/articleVi…


ไทย


























