384,400 km retweetledi
384,400 km
2K posts

384,400 km
@non_peradej
Tropical architect,not strictly.
Katılım Aralık 2011
65 Takip Edilen29 Takipçiler

@themomentumco สำหรับกรณีนี้ ก็น่าสงสัยว่านักข่าวเองก็ตั้งคำถามแบบมีอคติเพราะหน่วยงานท้องถิ่นก็อนุญาตให้ก่อสร้างฯ แต่ปัญหาดูจะเกิดจากกระแสการต่อต้านของชุมชน คือถ้าจะตั้งคำถามให้ถูกคน นักข่าวท่านนี้ต้องไปถามคนลงชื่อคัดค้าน?
ไทย

“ท่านมีศาสนาของท่าน เรามีศาสนาของเรา” นักข่าวมุสลิมอ่าน ‘อัลกุรอาน’ ต่อหน้ารัฐมนตรี ขอรัฐบาลญี่ปุ่นเคารพความหลากหลาย
แผนการสร้างมัสยิด ‘แห่งแรก’ ในเมืองฟูจิซาวะ จังหวัดคานากาวะ ทางตะวันตกเฉียงใต้ของโตเกียว กำลังเผชิญกระแสต่อต้านอย่างหนัก หลังประชาชนในพื้นที่จำนวนหลายพันคนรวมตัวกันประท้วงคัดค้านการก่อสร้างมัสยิดดังกล่าว จนกระทั่งเจ้าหน้าที่ตำรวจต้องเข้าควบคุมสถานการณ์
ระหว่างการชุมนุม ผู้เข้าร่วมได้ถือป้ายแสดงจุดยืนคัดค้าน โดยอ้างว่า โครงการดังกล่าวอาจก่อให้เกิดปัญหาเสียงรบกวนและการจราจรภายในชุมชน รวมถึงอาจส่งผลกระทบต่อวัฒนธรรมดั้งเดิมของญี่ปุ่น เนื่องจากแผนการสร้างมัสยิดดังกล่าว จะมีขนาดใหญ่กว่าศาลเจ้าซามูคาวะ (Samukawa) ซึ่งตั้งอยู่บริเวณใกล้เคียง อีกทั้งยังเป็นศาลเจ้าชินโตเก่าแก่ที่มีประวัติยาวนานกว่า 1,500 ปี
นอกจากนี้ ในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมายังมีผู้ลงชื่อคัดค้านการสร้างมัสยิดดังกล่าวมากกว่า 3 หมื่นราย พร้อมเรียกร้องให้รัฐบาลมีมาตรการเพื่อปกป้องความมั่นคงในชีวิตและความเป็นอยู่ของประชาชนชาวญี่ปุ่น
ขณะที่ผู้นำชุมชนมุสลิมและตัวแทนโครงการมัสยิดฟูจิซาวะ ระบุว่า ชุมชนมุสลิมจะปฏิบัติตามกฎหมายและกฎระเบียบของญี่ปุ่นอย่างเคร่งครัด โดยก่อนหน้านี้ ชุนชนได้ยื่นคำขอก่อสร้างต่อทางการท้องถิ่นเมืองฟูจิซาวะ เมื่อเดือนเมษายน 2025 ก่อนที่จะได้รับอนุมัติในเดือนกรกฎาคม
นอกจากนี้ ผู้นำชุมชนมุสลิมยังชี้ว่า กระแสต่อต้านส่วนหนึ่งอาจมีที่มาจากการนำเสนอข้อมูลเชิงลบเกี่ยวกับศาสนาอิสลามอย่างต่อเนื่องบนสื่อสังคมออนไลน์ และประชาชนบางส่วนอาจยังไม่มีความรู้และความเข้าใจต่อชุมชนมุสลิมมากเพียงพอ
กระแสการต่อต้านครั้งนี้ เกิดขึ้นท่ามกลางจำนวนประชากรมุสลิมในญี่ปุ่นเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา โดยชาวมุสลิมในญี่ปุ่นร้อยละ 90 คือชาวต่างชาติที่ย้ายเข้ามาทำงานในประเทศ ซึ่งสอดคล้องกับภาวะขาดแคลนแรงงานภายในประเทศ อันเป็นผลจากการที่ญี่ปุ่นก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ
หนึ่งในประเด็นสำคัญที่ทำให้ชุมชนชาวมุสลิมเผชิญกระแสต่อต้านในญี่ปุ่นคือ ความแตกต่างด้านการจัดการพิธีศพ เนื่องจากชาวญี่ปุ่นส่วนใหญ่ยึดถือธรรมเนียมการเผาศพ ขณะที่ชาวมุสลิมต้องใช้วิธีการฝังศพตามหลักศาสนา ซึ่งแตกต่างจากวิถีของคนในท้องถิ่น รวมถึงทำให้คนในท้องถิ่นกังวลเรื่องการใช้พื้นที่และผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม เช่น การปนเปื้อนของเชื้อโรคในดินและแหล่งน้ำ
อย่างไรก็ตาม การขึ้นสู่อำนาจของพรรคเสรีประชาธิปไตย (LDP) ภายใต้การนำของ ซานาเอะ ทาคาอิจิ (Sanae Takaichi) นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น ซึ่งมีแนวทางอนุรักษนิยม ส่งผลให้ประเด็นเรื่องผู้อพยพและค่านิยมทางวัฒนธรรมของญี่ปุ่นได้รับความสนใจมากยิ่งขึ้น
เมื่อปี 2025 นายกฯ ญี่ปุ่นได้แต่งตั้งกระทรวงใหม่เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์การเมืองญี่ปุ่น เพื่อดูแลนโยบายเกี่ยวกับชาวต่างชาติและจัดระเบียบสังคม เพื่อการอยู่ร่วมกันอย่างสงบสุขระหว่างชาวญี่ปุ่นกับชาวต่างชาติ โดยมี คิมิ โอโนดะ (Kimi Onoda) นั่งเก้าอี้ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรี
ทั้งนี้ การเคลื่อนไหวดังกล่าวถูกมองว่า เป็นมาตรการคุมเข้มชาวต่างชาติและต้องการชูนโยบาย ‘Japan First’ โดยโอโนดะเคยให้สัมภาษณ์กับสื่อว่า “เราจะดำเนินมาตรการที่เข้มงวดต่อชาวต่างชาติที่ไม่เคารพกฎและสร้างความรู้สึกไม่ปลอดภัยให้กับประชาชนชาวญี่ปุ่น”
เมื่อวานนี้ (28 เมษายน 2026) โอโนดะยังเน้นย้ำผ่านสื่ออีกครั้งว่า วัฒนธรรมญี่ปุ่นจะยังคงเป็น ‘เสาหลัก’ ที่สำคัญของสังคมพหุวัฒนธรรม พร้อมเรียกร้องให้ชาวต่างชาติที่พำนักในประเทศ ปฏิบัติตนอย่างเหมาะสมและมีความรับผิดชอบต่อสังคม
ต่อมา มีนักข่าวรายหนึ่งยกข้อความจากคัมภีร์อัลกุรอานขึ้นมาอ่านต่อหน้าโอโนดะ โดยอ้างอิงข้อความจากบทที่ 2 โองการ 256, บทที่ 4 โองการ 59 และบทที่ 109 โองการ 6 เพื่อสื่อถึงหลักการเคารพความเชื่อและความหลากหลายทางวัฒนธรรม
ก่อนที่นักข่าวรายดังกล่าวจะตั้งคำถามต่อโอโนดะว่า เหตุใดญี่ปุ่นจึงยังไม่รับรองให้พิธีการจัดการศพของชาวต่างชาติเป็นสิ่งที่ถูกกฎหมาย
โอโนดะไม่ได้ให้รายละเอียดเพิ่มเติม โดยระบุเพียงว่า จุดยืนของเธอจะไม่เปลี่ยนแปลง พร้อมชี้แจงว่า อำนาจในการพิจารณากฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการฝังศพ อยู่ภายใต้ความรับผิดชอบของกระทรวงสาธารณสุขและกระทรวงแรงงาน พร้อมแนะนำให้นักข่าวไปสอบถามหน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยตรง
ภาพ: Reuters
#TheMomentum #Japan #ญี่ปุ่น #ศาสนาอิสลาม #มุสลิม #มัสยิด #พรรคเสรีประชาธิปไตย #LDP #พรรคอนุรักษนิยม #ซานาเอะทาคาอิจิ #ความหลากหลายทางวัฒนธรรม #พหุวัฒนธรรม

ไทย

@captainnerd23 ด้วยความเคารพ มุกครม.เงานี่ ปชป.เคยใช้เมื่อตอนคุณทักษิณชนะเลือกตั้งถล่มทลายเมื่อหลายปีก่อน มันจะไม่สร้างอิมแพคใดๆหรอกครับ ปชน.แค่ต้องรักษามาตราฐานให้คนรู้สึกได้ว่าเป็นที่พึ่ง เป็นความหวัง กับเพิ่มงานพิ้นที่ให้เข้มข้นครับ
ไทย

วันนี้พรรคประชาชนเปิดตัว ครม.เงา แต่กระแสเงียบมาก
คาดว่าประชาชนรู้สึกว่าไม่มีอะไรใหม่ เพราะก็เป็น 4 คนที่วางไว้เป็นรองนายก
ความเห็นส่วนตัวผม คือพรรคน่าจะเปิด รมต.เงา รายกระทรวงไปเลย
คือผมเห็นด้วยกับเหตุผลของพรรคนะ ว่างานหลายๆอย่างก็ต้องโยงหลายกระทรวง การเปิดรายกระทรวงเลยอาจไม่เวิค
แต่ถ้าพรรคได้เป็นรัฐบาล พรรคก็ต้องมี รมต. รายกระทรวงเหมือนกันนะ
แล้วการมี รมต.เงา รายกระทรวง + มี 4 รองนายกดูภาพใหญ่ ก็ดูไม่น่าขัดการทำงานอะไร
แล้วในแง่การสื่อสารมันจะทรงพลังกว่าจัดๆ ยังไงคนก็สนใจมากกว่านี้เยอะ
ลองนึกภาพดู ถ้ามี รมต.กลาโหมเงา, สาธารณสุขเงา, ศึกษาเงา ยังไงคนก็สนใจ
อีกอย่างคือในแง่การสร้างสายสัมพันธ์กับประชาชน
สมมติมีพลทหารโดนทำร้าย ถ้ามี รมต.กลาโหมเงา ประชาชนก็รู้เลยว่าต้องส่งเรื่องมาทางคนนี้
แต่พอเป็นแบบนี้ ประชาชนก็ไม่เห็นภาพว่าต้องส่งเรื่องมาที่ใคร
อ่ะ สมมติประชาชนรู้ว่าต้องผ่านคุณพิจารณ์ คุณพิจารณ์ก็ไม่รู้จะจัดการไหวไหม เพราะต้องดูภาพรวมงานความมั่นคงทั้งหมด แล้วยังเป็นเลขาพรรคอีก
คือประชาชนยังคุ้นเคยกับระบบกระทรวงอยู่ ผมเห็นว่าถ้าจะมี ครม.เงา ทั้งที ก็แยกกระทรวงเถอะครับ

ไทย

@RedSkullxxx คือยังไง งง ?
เพราะมีเกียรติเลยต้องกินฟรี?
แล้วทุกคนที่หาซื้อข้าวกินเองทุกวันนี้คือคนไม่มีเกียรติ?
หลักคิดบ้าบออะไรเนี่ย?
ไทย

@thestandardth ตอนแรกไม่อยากให้เกิดสงคราม ตอนนี้อยากให้ตีกันให้จบๆไปซะทีครับ รำคาญ
ต่อปากต่อคำกันปานเด็กน้อย
ไทย

อิหร่านไม่เจรจาสหรัฐฯ รอบสอง แล้วการเจรจาจะล่มหรือไปต่อ?
#อิหร่าน #สหรัฐ #เจรจาสันติภาพ #ช่องแคบฮอร์มุซ #EnergyShock #TheStandardNews
ไทย

@thestandardth เรื่องห้องปลอดฝุ่นก็ดี
แต่ชาวบ้านชาวเมือง หรือ นทท.ที่เป็นกลไกขับเคลื่อนเศรษฐกิจ-สังคมเขาไม่ได้ใช้ชีวิตกันในห้องไง
ประเด็นคือต้องมองภาพใหญ่ต้องหยุดกิจกรรมที่เป็นต้นเหตุที่ก่อปัญหาฝุ่น คือถ้าแก้ได้ ทุกคนมีอากาศสะอาดไว้หายใจก็ไม่จำเป็นต้องทำห้องปลอดฝุ่น
ไทย

ยศชนันท์ ย้ำ อว. หนุนทุกมิติ แก้ PM2.5 ตั้งแต่ต้นเหตุ-ปลายเหตุ พร้อมปรับงบกระทรวงทำห้องปลอดฝุ่น
วันนี้ (20 เมษายน) ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เปิดเผยถึงกรณีที่มีการพาดพิงจากพรรคประชาชนว่าการทำห้องปลอดฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM2.5) ใช้งบประมาณเพียงแค่ 2,000 บาท ว่า เรื่องความเดือดร้อนไม่สามารถรอได้ อะไรที่เคยทำไว้กระทรวง อว. ยินดีสนับสนุนในทุกมิติ
ส่วนการลงพื้นที่ช่วงที่ผ่านมาเป็นอีกส่วนหนึ่งที่พยายามผลักดันเทคโนโลยีของคนไทยไปในพื้นที่ โดยไม่ได้ปิดกั้นการทำงานของแต่ละฝ่าย และจากการลงพื้นที่แล้วเกิดการตระหนักเรื่อง PM2.5 ในพื้นที่ภาคเหนือ แม้ PM2.5 จะเกิดขึ้นทั้งภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคอีสาน กระทรวง อว. มีความจำเป็นจะต้องช่วยเหลือทุกมิติ การที่ช่วยกันคนละไม้คนละมือถือว่าเป็นเรื่องดี น่าชื่นชม
ศ.ดร.ยศชนันยืนยันว่า งบประมาณหลายส่วนเรามีอยู่แล้ว เรามีการบริหารจัดการงบประมาณที่หลายคนมองว่าอาจยังไม่จำเป็นต้องทำในช่วงนี้ ก็มีการปรับเป็นงบช่วยเหลือเร่งด่วนสำหรับงบแต่ละกระทรวง หากมองเป้าหมายว่าประชาชนมีความจำเป็นและมีความเดือดร้อน คิดว่าการที่ทุกกระทรวงช่วยเหลือกันจะเป็นประโยชน์มาก
ส่วนการแก้ไขปัญหาจะใช้ระยะเวลามากน้อยแค่ไหน ศ.ดร.ยศชนัน กล่าวว่า จากการที่กระทรวง อว. ได้สื่อสารออกไปมีหลายระยะ เรื่องห้องความดันบวกและเครื่องกรองฝุ่นเป็นการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ แต่ก็ต้องทำ ส่วนต้นเหตุนั้นกระทรวง อว.ได้คุยกับหลายส่วนทั้งนักวิทยาศาสตร์ นักวิจัย การเผามีส่วน รวมถึงเรื่องเกี่ยวกับการเกษตร ซึ่งมีหลายส่วนที่สามารถทำแบบบูรณาการได้ รวมทั้งเรื่องการใช้รถพลังงานไฟฟ้า และสภาพอากาศที่มาจากแต่ละที่ก็มีการวิเคราะห์ไว้
ขณะที่ระยะยาวมีความจำเป็นต้องเก็บข้อมูลของฝุ่นในแต่ละจุดเพื่อวิเคราะห์ทันที จะได้วิเคราะห์ได้ว่าแต่ละจุดฝุ่นเกิดจากอะไร
ทั้งนี้ มีการประสานและพูดคุยกับ อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยอยู่ตลอด และในวันนี้คณะรัฐมนตรีบางส่วนก็จะลงพื้นที่เพื่อดูปัญหาในจังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งเป็นเรื่องที่ทุกคนต้องช่วยกัน
#ฝุ่นPM #ฝุ่นพิษ

ไทย

@thestandardth ไม่มีรหัสอะไรให้ถอดหรอกครับ มันแค่จนตรอก
การได้มาซึ่งเส้นเขตแดนทำได้2วิธีหลักๆ คือ
1.เจรจา
2.ใช้กำลังเข้ายึดครอง
ตอนแรกชวนคุยดีๆก็ไม่เอา ห้าวเหลือเกิน พอปะทะกันจนเรายึดได้แล้วดันจะมาขอเจรจา?
ไทย

“ทำไมเราถึงเลือกใช้กลไกทวิภาคี เพราะอย่างแรก มันช่วยหลีกเลี่ยงการนองเลือดได้ดีที่สุดตามแนวทางแก้ปัญหาโดยสันติวิธี อย่างที่สอง เพราะมันรวดเร็ว ถ้าหากผ่าน UN หรืออาเซียน แนวทางเหล่านี้จะใช้เวลานานมาก ดังนั้นหากใช้กลไกที่รวดเร็วนี้ และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อมีการตกลงกันในประเด็นที่สำคัญๆ ระหว่างทั้งสองฝ่าย ก็จงใช้กลไกนั้นต่อไป”
คำกล่าวของฮุน มาเนต นายกรัฐมนตรีกัมพูชา ในพิธีวางศิลาฤกษ์เพื่อเริ่มต้นการก่อสร้างคลองฟูนันเตโช ระยะที่ 2 เมื่อวันที่ 11 เมษายนที่ผ่านมา สะท้อนให้เห็นถึงการ ‘เปลี่ยนท่าที’ ที่สำคัญของรัฐบาลพนมเปญ โดยหันเข้าหากลไกทวิภาคีในการแก้ไขปัญหาข้อพิพาทกับไทย และยกให้เป็นแนวทางหลักในการสื่อสารและหาทางออกระหว่างทั้งสองประเทศ และชี้ถึงข้อดี คือ ‘ความรวดเร็วและประสิทธิภาพ’ ในการแก้ปัญหา แทนการฟ้องศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ (ICJ) หรือศาลโลก ที่อาจใช้เวลาหลายเดือนหรือหลายปีในการตัดสิน ซึ่งจะส่งผลให้ประชาชนในพื้นที่ชายแดนตกอยู่ในสภาวะของความไม่แน่นอน
ท่าทีของผู้นำกัมพูชาที่ส่งสัญญาณว่าต้องการเจรจาทวิภาคีกับไทยในช่วงเวลานี้ ถูกจับตามองว่ าอาจไม่ได้เป็นเพียงความเคลื่อนไหวทางการทูตธรรมดา แต่ยังเป็นภาพสะท้อนของสมการอำนาจและแรงกดดันที่เกิดขึ้น ทั้งจากภายในและนอกประเทศ
ขณะที่คำถามสำคัญที่คนไทยจำนวนมากสงสัย คือการเปลี่ยนท่าทีครั้งนี้ เกิดจากความ ‘จริงใจ’ หรือไม่ที่จะพูดคุยแก้ปัญหา หรือมีอะไรที่เป็น ‘แรงผลัก’ ให้กัมพูชาต้องเลือกแนวทางนี้ และรัฐบาลไทยพร้อมที่จะเจรจาทวิภาคีหรือไม่?
อ่านต่อ: thestandard.co/cambodia-bilat…
#กัมพูชา

ไทย

ป.ป.ช. เตรียมชี้แจงเป็นเอกสาร เหตุใดยกคำร้องคดีศักดิ์สยามซุกหุ้น สวนทางคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ
เมื่อช่วงกลางเดือนกันยายน 2568 ที่ผ่านมา มีรายงานว่า คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้มีมติ ‘ยกคำร้อง’ ในคดีที่ ศักดิ์สยาม ชิดชอบ อดีตเลขาธิการพรรคภูมิใจไทย และอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ถูกร้องฐานจงใจปกปิดบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินอันเป็นเท็จ กรณีการถือครองหุ้นในห้างหุ้นส่วนจำกัด (หจก.) บุรีเจริญคอนสตรัคชั่น
ต่อมา สุรพงษ์ อินทรถาวร เลขาธิการ ป.ป.ช. ได้ยืนยันในมติดังกล่าว แต่ยอมรับว่ามตินั้นเกิดขึ้นก่อนที่ตนเองจะมาดำรงตำแหน่งนี้
อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้ ศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยเมื่อวันที่ 17 มกราคม 2567 ว่า จากพยานหลักฐานสามารถรับฟังได้ว่า มีการนำเงินของศักดิ์สยามไปดำเนินธุรกรรมในนามผู้อื่น ซึ่งเกี่ยวข้องถึงการถือหุ้นใน หจก.บุรีเจริญคอนสตรัคชั่น โดยศักดิ์สยามยังคงมีอำนาจสั่งการและใช้ประโยชน์จาก หจก.บุรีเจริญฯ ผ่านตัวแทนหรือ ‘นอมินี’ และเห็นว่าเงินจำนวน 119.5 ล้านบาทยังคงถือเป็นทรัพย์สินของศักดิ์สยาม
ศาลรัฐธรรมนูญมีมติเสียงข้างมาก 7 ต่อ 1 เสียง วินิจฉัยให้ความเป็นรัฐมนตรีสิ้นสุดลง
มติยกคำร้องของ ป.ป.ช. ที่ตามมา จึงเป็นที่สนใจและติดตามของสาธารณชนว่า เหตุใดมติของ ป.ป.ช. จึงย้อนแย้งกับคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ มีข้อเท็จจริงเพิ่มเติม หรือกรอบในการพิจารณาที่ต่างกันอย่างไรในคำร้องนี้
ล่าสุดวันนี้ (16 เมษายน) เลขาธิการ ป.ป.ช. เปิดเผยว่า สำหรับกรณีดังกล่าว ป.ป.ช. จะมีการแถลงเป็นเอกสารในภายหลัง เนื่องจากเนื้อหาและคำวินิจฉัยมีผลกระทบ รวมถึง ป.ป.ช. จะให้เหตุผลว่า เหตุใดจึงวินิจฉัยเช่นนี้
ส่วนความชัดเจนว่าศักดิ์สยามจะกลับมาดำรงตำแหน่งทางการเมืองได้หรือไม่นั้น เลขาธิการ ป.ป.ช. กล่าวว่า เรื่องนี้เป็นคุณสมบัติในการดำรงตำแหน่งทางการเมืองซึ่งเกี่ยวข้องกับคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) แต่ในส่วนของ ป.ป.ช. จบแล้ว ซึ่งรัฐธรรมนูญได้ระบุเรื่องคุณสมบัติของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองไว้ รวมถึงสิทธิของผู้เสียหายที่สงสัยหรือเคลือบแคลงใจ เป็นหน้าที่ของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องรับไปพิจารณา
“สิ่งที่ ป.ป.ช. ชี้แจงมีเหตุผลอยู่แล้ว” เลขาธิการ ป.ป.ช. ยืนยัน
ภาพ: ศวิตา พูลเสถียร
#TheStandardNews
#TheStandardPhoto #ศวิตาพูลเสถียร

ไทย

@thestandardth ไม่ใช่ "ใช้ส่วนตัว"สิครับ
ต้องเป็น "ใช้รถหลวงไปก่ออาชญากรรมร้ายแรง"
ไทย

กอ.รมน. แจงปมรถหลวงเอี่ยวลอบยิง สส.นราธิวาส ฟันวินัย-อาญาร้ายแรง 2 นายทหาร ย้ำเป็นพฤติกรรมส่วนบุคคล
วานนี้ (12 เมษายน) กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) ออกแถลงการณ์ชี้แจงกรณีเหตุลอบยิง กมลศักดิ์ ลีวาเมาะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) จังหวัดนราธิวาส พรรคประชาชาติ เมื่อวันที่ 20 มีนาคม 2569 ที่ผ่านมา
ซึ่งจากการสืบสวนพบว่ามีการนำรถยนต์ของทางราชการสังกัด กอ.รมน.จังหวัดนราธิวาส ส่วนหน้า ไปใช้ในการก่อเหตุ โดยรถยนต์คันดังกล่าวถูกกำหนดให้ใช้ในภารกิจธุรการภายในหน่วยและต้องอยู่ภายใต้การควบคุมตามระเบียบ กอ.รมน. ว่าด้วยรถราชการ พ.ศ. 2553 อย่างเคร่งครัด
ซึ่งระเบียบระบุชัดเจนว่าการใช้รถต้องเป็นไปเพื่อประโยชน์ของทางราชการ ได้รับการอนุมัติจากผู้มีอำนาจตามลำดับชั้น และต้องมีการบันทึกการใช้งานอย่างเป็นระบบเพื่อให้สามารถตรวจสอบได้
อย่างไรก็ตาม จากการสอบสวนข้อเท็จจริงพบว่า นาวาเอก มนตรี โตประเสริฐ ผู้รับผิดชอบดูแลยานพาหนะของหน่วย ได้อนุญาตให้ เรือเอก วิโรจน์ เกตุมณี ยืมรถยนต์ราชการไปใช้ในลักษณะส่วนตัวถึง 3 ครั้งก่อนเกิดเหตุการณ์ดังกล่าว โดยไม่ได้ดำเนินการตามขั้นตอนที่กำหนด ขาดการจัดทำเอกสารขออนุญาต ไม่ระบุภารกิจ เวลา และสถานที่ใช้งาน รวมถึงไม่ได้รายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบตามสายการบังคับบัญชา
ซึ่งถือเป็นการฝ่าฝืนระเบียบและคำสั่งของทางราชการอย่างร้ายแรง คณะกรรมการสอบสวนจึงมีมติว่าการกระทำดังกล่าวเข้าข่ายความผิดในหลายมิติ เริ่มจากความผิดทางแพ่งที่ถือเป็นการจงใจฝ่าฝืนระเบียบจนก่อให้เกิดความเสียหายต่อทรัพย์สินของรัฐ ซึ่งผู้กระทำต้องรับผิดชดใช้ค่าเสียหายทั้งหมดตามพระราชบัญญัติความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ. 2539
ในส่วนของความผิดทางวินัย การกระทำนี้เข้าข่ายความผิดวินัยร้ายแรงฐานละเลยต่อหน้าที่ราชการและกระทำการโดยมิชอบจนก่อให้เกิดความเสียหายอย่างร้ายแรงต่อทางราชการ ขณะนี้ทางหน่วยได้ดำเนินการส่งตัวเจ้าหน้าที่ทั้งสองนายกลับต้นสังกัด พร้อมเสนอให้สอบสวนทางวินัยตามพระราชบัญญัติว่าด้วยวินัยทหาร พ.ศ. 2457 ซึ่งมีบทลงโทษสูงสุดถึงขั้นปลดออกหรือไล่ออกจากราชการ
สำหรับความผิดทางอาญานั้น แบ่งออกเป็นสองส่วนสำคัญ คือ การมีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุลอบยิงซึ่งอยู่ระหว่างการสอบสวนของพนักงานสอบสวน และความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ ซึ่งทาง กอ.รมน.จังหวัดนราธิวาส จะดำเนินการร้องทุกข์กล่าวโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 151 ฐานเจ้าพนักงานใช้อำนาจในตำแหน่งโดยทุจริต และมาตรา 157 ฐานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบหรือโดยทุจริต
ทางด้าน พลโท นรธิป โพยนอก แม่ทัพภาคที่ 4 ในฐานะผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ได้ออกมายืนยันว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นการกระทำในลักษณะส่วนบุคคลของเจ้าหน้าที่ที่ฝ่าฝืนระเบียบและกฎหมายอย่างชัดเจน มิใช่นโยบาย คำสั่ง หรือการดำเนินการใดๆ ของหน่วยงาน และไม่มีความเกี่ยวข้องกับภารกิจของ กอ.รมน. แต่อย่างใด
พร้อมกันนี้ได้สั่งการกำชับให้ทุกหน่วยเพิ่มความเข้มงวดในการกำกับดูแลทรัพย์สินของทางราชการเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุลักษณะนี้ขึ้นอีก ทั้งนี้ กอ.รมน. ขอยืนยันว่าจะดำเนินการขั้นเด็ดขาดและไม่ละเว้นต่อผู้กระทำความผิดในทุกกรณี พร้อมให้ความร่วมมือกับพนักงานสอบสวนอย่างเต็มที่ เพื่อรักษาวินัย มาตรฐานของหน่วยงาน และเสริมสร้างความเชื่อมั่นให้กับพี่น้องประชาชนในพื้นที่อย่างยั่งยืน
#TheStandardNews

ไทย

@quote_wiwata ถ้าแค่ฟัง ไม่ดูภาพประกอบ คือคำพูดเหมือนพวกหัวหน้าซุ้มมือปืนขิงกัน
ไทย


@thestandardth เป็นการติดตามเสนอข่าวการเข้ารับโทษที่ต่อเนื่องและไม่มีสารัตถะอะไรอันดับต้นๆของโลกเลยครับ
ไทย

ครอบครัวชินวัตรเข้าเยี่ยม 'ทักษิณ' ครบ 6 เดือนในเรือนจำ เผยอาการอ่อนเพลีย-นอนไม่หลับ ยอมรับยิ่งใกล้วันออกยิ่งรู้สึกนาน
วันนี้ (9 มีนาคม) ที่ เรือนจำกลางคลองเปรม กรุงเทพมหานคร ตัวแทนครอบครัวชินวัตร นำโดย พานทองแท้ ชินวัตร บุตรชายคนโตของ ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วย ณัฐฐิญา ปวงคำ ภรรยา ตลอดจน พินทองทา ชินวัตร คุณากรวงศ์ บุตรสาวคนกลาง และณัฐพงศ์ คุณากรวงศ์ สามี ได้เดินทางเข้าเยี่ยมทักษิณ ภายในเรือนจำฯ
โดยมี วิญญัติ ชาติมนตรี ทนายความประจำตัว ร่วมเดินทางเข้าเยี่ยมด้วย ซึ่งการเข้าเยี่ยมในครั้งนี้ถือเป็นครั้งที่ 46 และเป็นช่วงเวลาที่ทักษิณถูกควบคุมตัวอยู่ภายในเรือนจำฯ ครบระยะเวลา 6 เดือนเต็ม
สำหรับบรรยากาศในช่วงเช้า คณะของพานทองแท้และ พินทองทา ได้เดินทางมาถึงบริเวณประตูหน้าเรือนจำกลางคลองเปรมด้วยรถยนต์ส่วนตัว โดยมีกลุ่มมวลชนคนเสื้อแดงเดินทางมาร่วมให้การต้อนรับและให้กำลังใจ ซึ่งตัวแทนครอบครัวชินวัตรได้ส่งยิ้มและยกมือไหว้ทักทายมวลชน ก่อนจะเดินเข้าไปยังด้านในเรือนจำฯ เพื่อทำการเข้าเยี่ยมโดยยังไม่ได้ให้สัมภาษณ์ใดๆ ต่อสื่อมวลชนที่มารอปักหลักทำข่าว
ภายหลังจากการเข้าเยี่ยมซึ่งใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง ครอบครัวชินวัตรได้เดินทางออกมาจากเรือนจำฯ โดยณัฐพงศ์ได้เปิดเผยกับสื่อมวลชนถึงบรรยากาศการเข้าเยี่ยมในวันนี้ว่า เป็นการพูดคุยสนทนาถึงเรื่องราวทั่วไปตามปกติ สำหรับสภาพร่างกายของทักษิณนั้นโดยรวมยังถือว่าแข็งแรงดี แต่อาจมีอาการนอนไม่หลับบ้าง ทั้งนี้ เมื่อผู้สื่อข่าวสอบถามถึงความรู้สึกของทักษิณเนื่องจากเข้าใกล้ช่วงเวลาครบกำหนดปล่อยตัว ณัฐพงศ์ระบุเพียงสั้นๆ ว่า ใกล้ถึงเวลาแล้ว และทักษิณเองก็มีความปรารถนาที่จะได้รับการปล่อยตัว
ขณะเดียวกัน พินทองทา ได้ให้สัมภาษณ์เพิ่มเติมถึงกรณีที่กลุ่มคนเสื้อแดงเตรียมจัดกิจกรรมให้กำลังใจทั่วประเทศในวันที่ 10 พฤษภาคมนี้ โดยระบุว่า บิดาน่าจะรับทราบถึงข่าวดังกล่าวแล้ว พร้อมยอมรับถึงความรู้สึกของครอบครัวว่า ยิ่งเข้าใกล้วันปล่อยตัวมากเท่าใด ก็ยิ่งรู้สึกว่าเวลาผ่านไปช้าลงเท่านั้น ก่อนจะกล่าวขอบคุณทุกกำลังใจจากประชาชนที่ส่งมาให้ครอบครัวอย่างต่อเนื่อง พร้อมเปิดเผยถึงอาการของบิดาในวันนี้ว่า ค่อนข้างมีอาการเหนื่อยล้า อ่อนเพลีย และนอนไม่ค่อยหลับ
#TheStandardNews

ไทย

@RedSkullxxx คำกล่าวหาโคตรซี้ซั้ว
เพิ่มวันลาคลอด - คนค้านคือฝั่งนายจ้าง ส่วนฝั่งผัวจะค้านทำไม?ในเมื่อเมียได้เวลาดูลูกเพิ่ม
ลาปวด ปจด -อยู่ในข่ายลาป่วย คนป่วยทำงานไม่ได้อยู่แล้ว ไม่ว่าจะเพศไหน
ยิ่งผ้า อม.ฟรียิ่งแล้วให้ ทุ่นค่าใช้จ่ายในครอบครัว ทำไมผู้ชายถึงจะไม่เอา?
ไทย

@mononewsth คนอิหร่านไม่กลัวความตาย-แต่คนพูดอยู่ไทย?
ทรัมป์เพ้อเจ้อ-ผู้นำสูงสุดถูกสังหารแล้ว น่านฟ้าถูกยึดแล้ว?
คนอิหร่านกำลังลำบาก ถ้า ดร.ท่านนี้ปรารถณาดีต่อชาวอิหร่านจริงก็ควรเรียกร้องหลักสิทธิมนุษยชน ปกป้องพลเรือน เปลี่ยนผู้ปกครองที่จำไม่นำประเทศไปสู่หายนะ ไม่ใช่ท้าให้ฆ่าคนอิหร่านให้หมด
ไทย

“ศัตรูของอิหร่านไม่ได้เลือกโจมตีคงไม่มีที่ปลอดภัย แต่คนอิหร่านไม่กลัวตาย อุดมการณ์ศาสนาที่มี จะสู้จนกว่าจะถูกสังหาร แรงผลักดันทำลายล้างได้มากกว่าขีปนาวุธ ทรัมป์กำลังเพ้อเจ้อ สังหารผู้นำอิหร่านได้ แต่เปลี่ยนระบอบการปกครองไม่ได้ เว้นแต่ต้องสังหารประชาชนกว่า 90 ล้านคน”
ดร.เลอพงษ์ ซาร์ยีด
อ.ภาควิชาอิสลามการเมือง ม.นานาชาติอัลมุศฏอฟาและนายกสมาคมนักเรียนเก่าไทย-อิหร่าน
ให้สัมภาษณ์ประเด็น มองมุม “อิหร่าน” เป้ายืดสงคราม ไม่หมอบมะกัน!
ในรายการ เจาะข่าวเด็ด วันที่ 6 มี.ค.69
ชมคลิปรายการเต็ม
youtube.com/live/50iLvMscc…
#MonoNews #อิหร่าน #สหรัฐอเมริกา #สงครามตะวันออกกลาง #เจาะข่าวเด็ด

YouTube

ไทย

@quote_wiwata ถึงผู้กองจะโดดเด่นในกลยุทธนี้
แต่ผู้กองจะกั๊กกลยุทธนี้ไว้ใช้คนเดียวไม่ได้นะครับ
ไทย

@MorningNewsTV3 มันก็ขึ้นอยู่กับว่าคุณจะจัดลำดับความสำคัญยังไง ระหว่าง
1.ประเด็นนักการเมืองพัวพันธุรกิจผิดกฎหมายต้องเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมเพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์หรือรับโทษตามกฏหมาย กับ...
2.ประเด็นนักการเมืองพัวพันธุรกิจผิดกฎหมายกระทบการเข้าร่วม รบ.ของพรรคต้นสังกัด
...อะไรสำคัญกว่ากัน?
ไทย

DSI - ปปง.เชือด “ชนนพัฒน์” ฟันเว็บพนัน เกมสกัดกล้าธรรม?
DSI และ ปปง. บุคค้นบ้านของ ส.ส.ชนนพัฒน์ นาคสั้ว พรรคกล้าธรรม หลังเข้ารายงานตัว สส.เพียงวันเดียว ต่อมาก็ตั้งโต๊ะแถลงข่าวระบุชัดมีหลักฐานคดีเว็บพนันออนไลน์ตั้งแต่ ปี 66 ที่เชื่อมโยงไปถึงชนนพัฒน์ชัดเจน ทั้งคลิปเสียงและเส้นทางการเงิน ดีเอสไอออกมาเรียกมาสอบปากคำ 12 มี.ค.นี้ การฟันชนนพัฒน์คดีเว็บพนัน ด้านหนึ่งก็ถูกมองว่าเป็นจังหวะเวลาเดียวกับที่พรรคกล้าธรรมเข้ารายงานตัว และยังไม่มีความเจนเรื่องการร่วมรัฐบาล เรื่องนี้มีการเมืองอยู่เบื้องหลังหรือไม่
ติดตามได้ในรายการคุยข่าว 3 กับเฟิร์น สุชาดา
เวลา 18.00 น.
ไผ่ ลิกค์ เลขาพรรคกล้าธรรม

ไทย

@thestandardth เค้าก็อวยคนกลุ่มความเชื่อเดียวกับเค้าแหละครับ ละเมออวยอยู่อย่างนั้น ถึงอิหร่านจะสนับสนุนฮามาส แล้วฮามาสบุกไปฆ่าเพื่อนร่วมชาติผู้บริสุทธิ์ของเราในอิสลาเอล หรืออิหร่านส่งโดรนให้รัสเซียไปฆ่าคนยูเครนเค้าก็ไม่สน ไม่ประณาม อิหร่านกำลังลำบาก ต้องขอความเห็นใจไม่ใช่แสดงความคิดเห็นห้าวๆ
ไทย

ศ.ดร.จรัญ มะลูลีม มองคนที่บอกว่าอาวุธอิหร่านร่อยหรอ เผลอๆ ฝั่งตะวันตกจะร่อยหรอกว่า
.
#ทรัมป์ #สหรัฐอเมริกา #อิหร่าน #อิสราเอล #อนุทิน #ประเทศไทย #TheStandardNow
ไทย

@TheStandardPOP โครโมโซมเพศหญิงคือ xx
ส่วนโครโมโซมเพศชายคือ xy
ยังไม่รวมความแตกต่างทางชีวภาพ เช่น อวัยวะที่ต่างกัน
ถ้าคุณโยอ้างถึงความต้องการระบุคำนำหน้าชื่อตามเพศสภาพปัจจุบัน การตรวจโครโมโซมคือคำตอบครับ ถ้าคำนำหน้าชื่อไม่ตรงกับรหัสโคโมโซม มันคือการบิดเบือน แก้ไขข้อเท็จจริง
ไทย

โยชิ รินรดา อินฟลูเอนเซอร์ทรานส์เจนเดอร์ผู้เคยดำรงตำแหน่ง Miss Tiffany's Universe 2017 แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการเปลี่ยนมาใช้คำนำหน้า นางสาว ของทรานส์เจนเดอร์ โดยเธอเห็นด้วยกับประเด็นนี้ และยกตัวอย่างเหตุการณ์ที่เคยเจอกับตัวเอง ทั้งยังแสดงความเข้าใจต่อมุมมองที่เห็นต่าง และต้องการหาทางออกที่ดีร่วมกัน โดยโพสต์ความคิดเห็นผ่านแพลตฟอร์ม Facebook เมื่อช่วงบ่ายวันนี้ (5 มีนาคม 2026)
"โยเป็นทรานส์ และโยก็ภูมิใจในการเป็นทรานส์ค่ะ และแน่นอนว่าโยเห็นด้วยกับการเปลี่ยนคำนำหน้า เนื่องด้วยปัญหาส่วนตัวที่เคยมีมา ไม่ว่าจะเป็นการเดินทางไปต่างประเทศ การโดนตรวจค้นเพราะคำนำหน้าเราไม่ตรงกับเพศสภาพ การที่ไม่สามารถเดินทางไปในบางประเทศได้ หรือการหัวเราะคิกคักต่อหน้าเราเพราะเรามีคำนำหน้าเป็นนาย สำหรับตัวโย ไม่ได้อยากแก้ หรือลบประวัติว่าฉันคือผู้หญิงจริงๆ แต่เกิด โยแค่อยากใช้คำนำหน้าตรงกับเพศสภาพในปัจจุบัน"
แม้ว่าเธอจะเห็นด้วยกับการให้ทรานส์เจนเดอร์สามารถใช้คำนำหน้า นางสาว แต่เธอก็ยังให้ความสำคัญกับมุมมองที่เห็นต่างไม่ว่าจะกับเพศไหนๆ ทั้งในเรื่องของความปลอดภัย การก่ออาชญากรรม ไปจนถึงทางการแพทย์ ซึ่งเธอมองว่าการเปลี่ยนมาใช้ นางสาว ไม่ควรเปลี่ยนได้ง่ายเกินไป และควรตรวจสอบได้อย่างชัดเจน
"เราจึงต้องแลกเปลี่ยนหาความตรงกลาง การเปลี่ยนมาใช้ นางสาว ไม่ควรที่จะได้เปลี่ยนง่ายเกินไป อาจจะต้องให้แพทย์ทำการยืนยัน ว่าเราคือทรานส์และใช้ชีวิตเป็นผู้หญิงมาอย่างยาวนาน และควรตรวจสอบได้ง่ายในการที่จะรู้ว่าเป็นบุคคลนั้นเป็นทรานส์หรือเปล่า เพื่อไม่สร้างความวุ่นวายและปกปิดตัวตน ในการจะหลอกลวงหรือการรักษาทางการแพทย์"
นอกจากนี้เธอยังขอบคุณทุกความคิดเห็นทั้งการสนับสนุน การเปิดใจรับฟังซึ่งกันและกัน รวมถึงความคิดเห็นต่างมุมมองที่ทำให้เห็นถึงปัญหาที่จะตามมาจากเหตุการณ์นี้ และหวังว่าจะสามารถหาทางออกที่ดีร่วมกันในอนาคต
ภาพ: yoshirinrada / Instagram
#yoshirinrada
#โยชิรินรดา
#PopQuote
#TheStandardPop

ไทย

@KhaosodOnline อยากได้สันติก็ต้องเอาความยุติธรรมมาแลก
พาพ่อกับพี่ชายมามอบตัวคดีบงการฆ่าคนไทยซะ
ไทย

@RedSkullxxx ตัวอย่างของคนที่ยอมรับข้อเท็จจริงและมีความสุขได้โดยไม่เอาแค่ความอยากได้อยากเป็นของตัวเองไปเบียดเบียนคนอื่น

ไทย









