

ผมจะมาแชร์ Thesis ของไอ้อ้วน $RKLB ให้ฟังครับ เพราะมีหลายคนถามผมบ่อยมากๆ ว่า… “กำไร $RKLB 1300% แล้ว (อ้วนจัดๆ เต็มพอร์ตแล้ว) ทำไมยังไม่ take profit?” หรือ “แบ่งกำไรออกมาบ้าง?” คำตอบสั้นๆ คือ -> เพราะผมไม่ได้มอง $RKLB เป็น “หุ้นยิงจรวด” ผมมองมันเป็น infra layer ของ space economy ในอนาคต และผมคิดว่าคนส่วนใหญ่ยังประเมินมันเล็กเกินไปมากๆ อยู่ ตอนนี้หลายคนยังคิดว่า $RKLB คือบริษัท space เล็กๆ ที่แข่งกับ SpaceX แต่สิ่งที่ผมเห็นคือ… -> บริษัทนี้กำลัง build ecosystem ทั้งหมดของ space economy ทีละอย่างๆ ตั้งแต่... - launch (Electron ที่ทำกำไรแล้ว, และจรวดใหม่ Neutron จะเป็นเสาหลักของบริษัทในอนาคต) - satellite - space systems - defense contracts - software - deep space - hypersonic - ไปจนถึง national security infra - และล่าสุดซื้อบริษัท robotic เข้าพอร์ตด้วย คือสุดท้ายแล้ว… ถ้าโลกจะเข้าสู่ยุคที่ “อวกาศกลายเป็น infra” ไม่ว่าจะ internet, military, AI, surveillance, GPS, defense, weather, autonomous systems ทุกอย่างจะต้องพึ่ง space มากขึ้นไปเรื่อยๆ -> แล้วคำถามคือ? ใครจะเป็นคนขาย “พลั่ว” ให้ industry นี้? ผมเลยคิดว่า $RKLB คือหนึ่งในนั้น สิ่งที่ผมชอบมากๆ อีกอย่างคือ ทีมบริหารเข้าใจเกมระยะยาวโคตรๆ CEO อย่าง Peter Beck ไม่ได้สร้างบริษัทเพื่อกระแส hype ระยะสั้นๆ แต่กำลังสร้าง vertically integrated space comp แบบจริงจัง!! และที่สำคัญคือ… ตอนนี้มัน execute ได้จริงแล้ว (ณ ตอนที่ผมซื้อแม่งมีแต่คนบอก เดี๋ยว SpaceX ก็ฆ่าตาย เอาอะไรมาสู้ รายได้ก็ไม่มี กำไรอย่าหวัง แต่ Q1 2026 นี้ กำไรแล้ว!!) ทุกปีเราจะเห็น $RKLB - ค่อยๆ ขยาย capability เพิ่ม - ค่อยๆ ซื้อบริษัทเพิ่ม - ค่อยๆ เข้า supply chain defense มากขึ้น - ค่อยๆ เพิ่ม recurring revenue ตอนนั้นมีแต่คนมองมันเป็น meme stock แต่วันนี้มันไม่ใช่แล้ว มันเริ่มกลายเป็น strategic asset ของเมกาไปแล้ว อีกเรื่องที่คนยังไม่เข้าใจคือ ถ้า Neutron สำเร็จเมื่อไหร่ story ของ $RKLB จะเปลี่ยนทันที - margin - economics - payload capability - government relevance - military relevance ทุกอย่างจะ scale ขึ้นอีก และถ้าวันนึง $RKLB สามารถเป็น “เบอร์ 2 ของโลก” รองจาก SpaceX ได้จริงๆ (ตอนนี้ก็ใกล้มากๆ แล้ว ขอแค่ Neutron สำเร็จจริง) market cap วันนี้อาจจะยังเล็กมากๆ ก็ได้ ยิ่งเดี๋ยว SpaceX จะเข้าตลาดอีก Valuation ในตลาดก็จะถูก reset ใหม่ เพราะเหตุผลทั้งหมเ ผมเลยยังไม่รีบขาย เพราะสำหรับผม… หุ้น 10-20x จริงๆ มักจะไม่ได้เกิดจากการซื้อขายเก่ง เข้าก่อนใคร แต่มาจากการ “ถือหุ้นที่โลกยังมองเล็กเกินไป” แล้วให้เวลา thesis มันทำงาน แน่นอนครับ - มันเสี่ยงมาก - ผันผวนมาก - execution risk สูงมากๆ แต่ผมโอเคกับความเสี่ยงนั้น เพราะ upside ถ้า thesis ถูก มันจะโตแรงมากๆ และบางที… กำไรที่เยอะที่สุด อาจจะมาจากการ “กล้าถือของที่พื้นฐานดีๆ ได้นานพอ”










































