BNram retweetledi
BNram
602 posts

BNram retweetledi

เปลี่ยนชีวิตใน 1 วัน…ฟังดูเว่อร์ใช่ไหมครับ?
แต่มีนักเขียนในต่างประเทศคนหนึ่งบอกว่า
บางทีสิ่งที่ทำให้ชีวิตเราไม่ไปไหน
อาจไม่ใช่ “เราขี้เกียจเกินไป”
แต่อาจเป็นเพราะ…เราพยายามเปลี่ยนผิดจุดตั้งแต่แรก
(How to Reset Your Life in One Day)
วันนี้ผมอยากเล่าแนวคิดหนึ่งจากบทความของนักเขียนชื่อ
Dan Coe ที่ดังมากๆ ใน X ปัจจุบันมียอดเข้าถึงทะลุ 180 ล้านครั้งไปแล้ว เขาพูดถึงเรื่องน่าสนใจมากว่า…
ทำไมคนจำนวนมาก ตั้งเป้าปีใหม่ทุกปี
บอกตัวเองว่า “ปีนี้จะออกกำลังกาย”
“ปีนี้จะอ่านหนังสือเยอะขึ้น”
“ปีนี้จะเริ่มต้นชีวิตใหม่จริง ๆ สักที”
แต่สุดท้ายผ่านไปไม่กี่วัน
ทุกอย่างก็กลับไปเหมือนเดิม
บทความนี้เขาพูดไว้ตรงมากครับว่า…
.
ปัญหาไม่ใช่คุณไม่มีวินัย
แต่เป็นเพราะคุณกำลังพยายามเปลี่ยน “แค่พฤติกรรม”
โดยที่ “ตัวตนข้างใน” ยังเหมือนเดิม
และนั่นแหละ
คือเหตุผลที่คนส่วนใหญ่เปลี่ยนชีวิตไม่สำเร็จ
.
🔴 จุดที่คนส่วนใหญ่พลาด
ไม่ใช่เรื่อง “ความพยายาม” แต่คือ “พยายามผิดจุด”
หลายคนคิดว่า
ถ้าอยากเปลี่ยนชีวิต ก็ต้องฝืนตัวเองให้มากขึ้น
ฮึบให้มากขึ้น เข้มงวดกับตัวเองให้มากขึ้น
แต่ผู้เขียนบอกว่า
วิธีนี้ไปไม่ไกลครับ
เพราะสิ่งที่กำหนดพฤติกรรมของเราในระยะยาว
ไม่ใช่แค่ “แรงฮึดชั่วคราว”
แต่คือ Identity หรือภาพที่เรามองตัวเองว่าเราเป็นใคร
พูดง่าย ๆ คือ คนเรามักทำพฤติกรรมที่สอดคล้องกับตัวตนของตัวเองเสมอ
เช่น
ถ้าคนหนึ่งมองตัวเองว่า
“ฉันเป็นคนรักสุขภาพ”
เขาจะกิน ออกกำลังกาย และนอนเร็ว
โดยไม่รู้สึกว่ากำลังฝืนมากมาย
แต่ถ้าอีกคนยังมองตัวเองว่า
“ฉันเป็นคนไม่ค่อยมีวินัย”
ถึงจะฝืนเข้าฟิตเนส 3 วัน
สุดท้ายก็มีโอกาสกลับไปเหมือนเดิม
ผู้เขียนยกตัวอย่างนักเพาะกายไว้ได้เห็นภาพมากครับ
เราอาจมองว่าคนพวกนี้โหดมาก
กินอกไก่ ข้าว บรอกโคลี
ซ้อมหนักทุกวันเหมือนใช้พลังใจล้วน ๆ
แต่ความจริงคือ
สำหรับพวกเขา
มันไม่ได้เป็นเรื่องฝืนขนาดนั้น
เพราะเขามองตัวเองว่า
“ฉันคือคนที่ฝึกร่างกาย”
“ฉันคือคนแบบนี้”
ดังนั้นการกินดี ออกกำลัง และดูแลร่างกาย
จึงกลายเป็นเรื่อง “ปกติ”
ในทางกลับกัน
การกิน junk food หรือขี้เกียจซ้อม
ต่างหากที่กลายเป็นเรื่องผิดธรรมชาติสำหรับเขา
อ่านถึงตรงนี้ผมนิ่งเลยครับ
เพราะมันทำให้เห็นชัดมากว่า
บางทีสิ่งที่เราพยายามแก้
อาจไม่ใช่เรื่องตารางชีวิต
แต่อาจเป็น “นิยามตัวเอง” ที่เราพกอยู่ทุกวัน
⸻
อีกเหตุผลที่คนเปลี่ยนไม่ได้
คือในใจลึก ๆ เราอาจไม่ได้อยากเปลี่ยนจริง!
อันนี้บทความเขาพูดแรง แต่จริงมากครับ
ผู้เขียนอธิบายว่า
ทุกพฤติกรรมของคนเรามี “จุดประสงค์”
แม้แต่การผัดวัน การหนีงาน
การไม่เริ่มอะไรใหม่
มันก็มีเป้าหมายบางอย่างซ่อนอยู่
เช่น
เราอาจพูดว่า
“อยากเปลี่ยนงาน”
แต่อีกด้านหนึ่งในใจลึก ๆ
เรากำลังต้องการ
“ไม่อยากเสี่ยง”
“ไม่อยากโดนมองว่าล้มเหลว”
“ไม่อยากเจ็บ”
หรือเราอาจพูดว่า
“อยากทำโปรเจกต์นี้ให้เสร็จ”
แต่ลึก ๆ แล้ว
เรากลัวว่างานจะออกมาไม่ดี
กลัวโดนวิจารณ์
กลัวคนไม่ชอบ
สุดท้ายเลยไม่เริ่มสักที
มันฟังดูโหดนะครับ
แต่ก็จริงมาก
บางครั้งที่เราบอกว่า “ยังไม่พร้อม”
จริง ๆ มันอาจแปลว่า
“ฉันยังอยากปลอดภัยอยู่”
บทความนี้เชื่อมกับแนวคิดแบบ Adler ด้วยว่า
สิ่งที่คนเราต้องการจริง ๆ ไม่ได้ดูจากสิ่งที่พูด
แต่ดูจากสิ่งที่ทำซ้ำทุกวัน
ถ้าวันนี้เรายังไม่เปลี่ยน
ก็อาจเป็นเพราะจิตใต้สำนึกของเรายังเลือก “ความปลอดภัย” มากกว่า “การเติบโต”
⸻
🟡 แล้วถ้าจะเปลี่ยนชีวิตจริง ๆ ต้องทำยังไง?
ผู้เขียนเสนอวิธีที่น่าสนใจมากครับ
คือให้ใช้ “1 วัน” เป็นวันรีเซ็ตชีวิต
โดยแบ่งเป็น 3 ช่วง
1. ตอนเช้า — ขุดให้เจอว่าเราไม่อยากจบแบบไหน และอยากไปถึงชีวิตแบบไหน
2. ตอนกลางวัน — หยุดพฤติกรรมอัตโนมัติที่กำลังลากเราไปผิดทาง
3. ตอนกลางคืน — เปลี่ยนสิ่งที่ค้นพบให้กลายเป็นแผนที่ทำได้จริง
ฟังดูเหมือนง่าย
แต่จริง ๆ มันเป็นกระบวนการที่ลึกมาก
⸻
🟡 ตอนเช้า: มองให้เห็นทั้ง “Bad End” และ “Happy End”
นี่คือช่วงสำคัญที่สุดของวันครับ
ผู้เขียนบอกว่า
ให้เราหยุดทุกอย่างชั่วคราว
แล้วถามตัวเองตรง ๆ ว่า
ถ้าชีวิตฉันไม่เปลี่ยนเลย
อีก 5 ปีข้างหน้า วันธรรมดาวันหนึ่งของฉันจะเป็นยังไง?
ไม่ใช่คิดแบบลอย ๆ
แต่ให้คิดแบบเห็นภาพ
ตื่นที่ไหน
อยู่กับใคร
ทำงานอะไร
สีหน้าตัวเองเป็นยังไง
รู้สึกยังไงตอนเช้าวันอังคารธรรมดา ๆ วันหนึ่ง
เพราะภาพของ “ชีวิตที่ไม่อยากเป็น”
จะสร้างพลังผลักอย่างแรงมาก
ในบทสนทนาต้นฉบับ
ตัวละครลองจินตนาการภาพอนาคตที่ตัวเองไม่อยากเจอ
เช่น
ยังโสด
ตื่นมาแบบไร้ความหวัง
ขึ้นรถไฟแน่น ๆ ไปทำงานเดิม
อยู่ห้องเก่า ๆ
รายได้ไม่ขยับ
และใช้ชีวิตเหมือนแค่หายใจไปวัน ๆ
พอเห็นภาพนั้นชัด
เขาถึงเริ่มรู้สึกจริง ๆ ว่า
“ถ้ายังไม่เปลี่ยน วันนี้อนาคตมันน่ากลัวมาก”
(มีต่อ)

ไทย
BNram retweetledi

ปกติไม่ได้ชื่นชอบชีอูน แต่ดูคลิปนี้แล้วชอบอ่ะ คือชีสัมภาษณ์งานพนักงานใหม่ แล้วเขาถามว่ามี Outing ไหม ชีก็บอกว่า บ ชีไม่มี Outing ต่างประเทศ มีแค่ต่างจังหวัด จัดอาหารให้กิน ละใครอยากทำอะไรก็ทำ ไม่อยากมาก็ไม่ต้องมา
มีช่วงนึงที่หลาย บ ฮิทๆ พาพนักงานไป ตปท ชีถามว่าทำไมจะต้องไปเที่ยวกับคนที่ทำงานด้วยที่ไม่ได้สนิท เอาเงินไปเที่ยวกับพ่อแม่กับผัวมั้ย 55555 แล้วชีก็ให้คนในทีมโหวตว่าจะเอาเป็นเงินเป็นโบนัส หรือจะไป ตปท ด้วยกัน คนโหวตไป ตปท เป็น 0
อีกอย่างคือพนักงานบางฝ่ายทำงานอยู่บ้านได้ก็ไม่ต้องเข้าออฟฟิศถ้าไม่จำเป็น คนเราเจอกันน้อยลงจะได้เกลียดกันน้อยลง โคตรจริง 55555555 อยากให้หลายๆ บริษัท และข้าราชการทำแบบนี้
ไทย
BNram retweetledi
BNram retweetledi

ไม่อยากจะพูด แต่ทั้งหมดนี้ เกิดจากการตระบัดสัตย์ของพรรคเพื่อไทยเพียงครั้งเดียว
ย้อนการเลือกตั้งปี 66 เป็นปีที่ประชาชนมีหวังมากที่สุด เพราะเป็นชัยชนะของฝั่งประชาธิปไตย สู่การพยายามตั้งรัฐบาลแห่งการเปลี่ยนแปลง ของ 7 พรรคการเมืองที่ตกลงกันว่าจะยืนต่อต้านเผด็จการ ร่วมกันโค่นล้มกลุ่มอำนาจเก่าที่ฝังรากลึกอยู่กับการเมืองไทยมายาวนาน
ซึ่งแม้วันนั้นมีกลไกสว.ที่คอยสกัดกั้น
แต่หากพรรคฝั่งปชต.จับมือกันให้มั่น อะไรก็มาทลายไม่ได้ และฝั่งตรงข้ามถึงแม้ว่ามีสว.สมัยลุงอยู่ในมือ ถึงจะช่วยดันตั้งรัฐบาลได้ แต่ก็จะไม่มีทางสร้างความเสถียรภาพได้จากการเป็นรัฐบาลเสียงข้างน้อย
ซึ่งในวันนั้นพวกเราถือไพ่ตายแล้วครับ ชนะทุกประตู
แต่คุณกลับรอไม่ได้ เพราะดีลที่มันช่างหอมหวาน พาคุณพ่อกลับบ้าน โดยคุณไม่รู้เลยว่ามันคือหลุมพรางที่กลุ่มอำนาจเก่าเขาวางเกมไว้ เพื่อตั้งใจล่อคุณเข้ามาติดกับดัก โดยจุดมุ่งหมายมีแค่อย่างเดียวคือการฆ่าส้มและแดง
มาจนวันนี้พวกเขาทำสำเร็จแล้ว
ฆ่าส้ม > ยุบพรรคก้าวไกล ตัดสิทธิ์พิธาและกก.บห.
ฆ่าแดง > ปลดนายกนิด ปลดนายกอิ๊ง และส่งนายกทักษิณเข้าเรือนจำ
ผมพิมพ์ทั้งหมดนี้ด้วยความเสียดาย และเสียใจเหมือนที่ประชาชนคนรุ่นใหม่ทั้งประเทศกำลังรู้สึก เพราะอะไรหรอ? เพราะพวกเราตั้งความหวังกับรัฐบาล MOU นั้นไว้มาก ว่าเราชนะแล้ว เรามีความหวังกับประเทศไทยได้จริงๆแล้ว
ความอกหักในวันนั้น มาสู่ผลการเลือกตั้งในวันนี้ มันเจ็บช้ำในใจลงลึกมาก และหวังจริงๆที่จะเห็นพรรคที่ต่อสู้กับกลุ่มอำนาจเก่ากลับมาจับมือสู้เพื่อความเปลี่ยนแปลงให้ประชาชนได้อีกครั้ง
#เลือกตั้ง69
ไทย
BNram retweetledi
BNram retweetledi
BNram retweetledi
BNram retweetledi
BNram retweetledi
BNram retweetledi
BNram retweetledi
BNram retweetledi
BNram retweetledi
BNram retweetledi
BNram retweetledi
BNram retweetledi
BNram retweetledi
BNram retweetledi



























