บก.ลายจุด
76.1K posts

บก.ลายจุด retweetledi

นักวิจัยกำลังศึกษาการรักษามะเร็งแบบใหม คือใช้ไวรัสที่ถูกดัดแปลงทางพันธุกรรมอย่างพิถีพิถันโดยอิงจากไวรัสเริมชนิดที่ 1 (HSV-1) การบำบัดแบบทดลองนี้เรียกว่า RP1 ถูกออกแบบมาเพื่อโต้ตอบกับเซลล์มะเร็งโดยเฉพาะ และการทดลองทางคลินิกในระยะเริ่มต้นแสดงให้เห็นผลลัพธ์ที่น่าพอใจ
ทีมวิจัยฉีด RP1 เข้าไปในเนื้องอกโดยตรง ไวรัสนี้จะเพิ่มจำนวนขึ้นภายในเซลล์มะเร็งเป็นหลัก ระหว่างขยายพันธุ์ มันจะปล่อยโปรตีนส่งสัญญาณภูมิคุ้มกันออกมา โปรตีนตัวนี้จะส่งผลดีคือช่วยให้ระบบในร่างกายเราระบุถึงการมีอยู่ของเซลล์มะเร็งได้ชัดเจนขึ้น นอกจากนี้ RP1 ยังเข้าไปยับยั้งกลไก CTLA-4 (ซึ่งเป็นช่องทางที่เนื้องอกใช้หลบเลี่ยงการตรวจจับของภูมิคุ้มกัน) ทำให้ระบบภูมิคุ้มกันกลับมาทำงานได้อย่างสมดุลและมีประสิทธิภาพ
จากการศึกษาในผู้ป่วยมะเร็งผิวหนังชนิดเมลาโนมา (Melanoma) ระยะลุกลามจำนวน 140 ราย ซึ่งส่วนใหญ่เคยรักษาด้วยภูมิคุ้มกันบำบัดวิธีอื่นแล้วไม่ได้ผล เมื่อลองใช้วิธีนี้ ทีมวิจัยพบว่า 1 ใน 3 ของผู้ป่วยมีขนาดเนื้องอกลดลงอย่างเห็นได้ชัด เกือบ 15%: เนื้องอกที่เคยตรวจพบหายไปอย่างสมบูรณ์ นอกจากนี้ยังพบว่าก้อนเนื้องอกในจุดที่ไม่ได้ถูกฉีดไวรัสโดยตรงก็มีขนาดลดลงด้วย ซึ่งยืนยันว่าระบบภูมิคุ้มกันถูกกระตุ้นให้ทำงานได้ทั่วร่างกาย
การรักษาผู้ป่วยด้วย RP1 นี้จะควบคู่ร่วมกับการให้ยา Nivolumab (ยาในกลุ่ม Immune Checkpoint) โดยฉีด RP1 ทุกๆ 2 สัปดาห์ต่อเนื่องหลายรอบ ก่อนจะให้ยา Nivolumab เพียงอย่างเดียวในภายหลัง ผลข้างเคียงโดยทั่วไปไม่รุนแรง ที่พบมากที่สุดคืออาการอ่อนเพลียและมีไข้ชั่วคราว และไม่ต้องห่วงเรื่องเริมเพราะไวรัสที่ได้รับการดัดแปลงนี้ไม่ก่อให้เกิดการติดเชื้อเริมแบบทั่วไป
RP1 นั้น จัดอยู่ในกลุ่มการรักษาที่เรียกว่า "Oncolytic Virus Therapies" หรือการใช้ไวรัสทำลายเซลล์มะเร็ง ซึ่งเป็นแนวทางใหม่ที่เน้นการสนับสนุนให้ระบบภูมิคุ้มกันรู้จักและกำจัดมะเร็งด้วยตนเอง ปัจจุบันกำลังมีการทดสอบในระดับที่ใหญ่ขึ้นเพื่อดูความเป็นไปได้ในการรักษามะเร็งชนิดอื่นๆ ต่อไป
อ้างอิง: Keck Medicine of USC, 2025: "Cancer-fighting herpes virus shown to be an effective treatment for some advanced melanoma."
ไทย
บก.ลายจุด retweetledi

พรรคส้มรู้อยู่แล้วว่าโอกาสที่จะชนะชัชชาติมีน้อยมาก แต่จำเป็นจะต้องส่งผู้สมัคร เพราะมันเป็นโอกาสทางการเมืองที่จะได้สื่อสารความคิดของพรรค และไม่มีสิทธิ์ที่จะหลบการแข่งขันในครั้งนี้
ทางสู้เดียวของส้มคือ เลือกพรรค ไม่ใช่เลือกคน เพราะคนยังไงก็สู้ไม่ได้ ส่วนเลือกพรรคยังมีโอกาสเพราะฐานเสียงของส้มใน กทม มีเยอะ แต่จะอธิบายยังไงให้คนที่เลือก สส ส้มไปเลือกผู้ว่าส้มด้วยเหตุผลของพรรค
ไทย
บก.ลายจุด retweetledi

การถูก ชาตินิยมบังตา ทำให้ผู้นำหรือคนในสังคมเดินไปข้างหน้าอย่างมั่นใจ แต่ไม่เห็นความจริง ไม่เห็นความเสี่ยง มันคือเสียดสีความรักชาติอย่างตาบอด ที่กำลังมาแรง
แล้วมองย้อนมาที่บ้านเรา “ชาติ” ถูกยกขึ้นมาเป็นเครื่องมือหลักในการเมือง บ่อยครั้งที่เห็นการใช้ ชาตินิยม ประเภท “ไทยต้องมาก่อน” หรือ “ปกป้องสถาบัน” เพื่อรวมใจคน แต่กลับมองข้ามปัญหาจริง ๆ ที่ประชาชนเจอ
น้าสนใจค่ะ 😊
Cr. The Standard
ไทย

Crisis of meaning
เมื่อมนุษย์ตัดสินใจที่จะหยุดใช้ชีวิตเป็นชนเผ่าเร่ร่อน เราตัดสินใจที่จะเพาะปลูก สร้างบ้าน และสร้างชุมชน ช่วงรอยต่อระหว่างการใช้ชีวิตเร่ร่อนผจญภัยได้ถูกแทนที่ด้วยรูปแบบที่ชัดเจน จิตวิญญาณของมนุษย์เผชิญหน้ากับความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ เราสงสัยถึงความเป็นมนุษย์ในตัวเรา และมันนำไปสู่ช่วงเวลาที่เราสูญเสียหรือสับสนต่อความหมายของชีวิต
จนกระทั่งยุคศิลปะวิทยาการรุ่งเรือง ความสามารถของมนุษย์เริ่มอธิบายสิ่งต่างๆแตกต่างไปจากความเชื่อเดิมที่ศาสนาเป็นผู้กำหนดชุดอธิบาย โลกไม่ใช่ศูนย์กลางของจักรวาล เราต่างเป็นบริวารที่หมุนรอบดวงอาทิตย์ มนุษย์เริ่มสงสัยในการมีอยู่ของพระเจ้า การหลุดจากอ้อมกอดของสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่มนุษย์ยึดเหนี่ยว ช่างโดดเดี่ยวอ้างว้างเสียเหลือเกิน เมื่อจุดจบของชีวิตพวกเขาไม่ได้ไปต่อในอ้อมกอดของพระเจ้า อนาคตที่สั่นคลอนและหดสั้นเพียงไม่กี่ปีของอายุขัยมนุษย์ พวกเขาต้องเริ่มตั้งคำถามต่อความหมายของใหม่อีกครั้ง
หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ความหายนะ ความเจ็บปวด โศกเศร้า การมองเห็นความหายนะและสิ้นหวังที่สงครามอันบ้าคลั่งไร้เหตุผลได้ทิ้งไว้ มันหดหู่และชีวิตอยู่บนความไม่แน่นอน พวกเขามองเห็นว่าอารยะธรรมของมนุษย์เกือบจะจบสิ้นลงเมื่อไหร่ก็ได้ โลกที่เป็นบ้านของมนุษย์ช่างเปราะบาง ไม่แน่นอน และสุ่มเสี่ยงอย่างยิ่ง พวกเขาจึงประกาศสิ่งที่คิดอยู่ในใจว่า พระเจ้าตายแล้ว และความหมายต่อจากนี้เราจะต้องเป็นผู้สร้างความหมายให้กับมัน เพราะมันไม่มีอยู่ก่อนที่จะมีมนุษย์ และมันเป็นการมีอยู่ที่สั้นจุ๊ดจู๋เมื่อเทียบกับประวัติศาสตร์ของกาลเวลา การมีอยู่ที่ัวันหนึ่งไม่นานทุกคนจะลืมคุณ
บัดนี้ เรากำลังก้าวเท้าเข้าสู่ยุคที่เวลาชีวิตจะถูกยืดโดยเทคโนโลยีทางชีวภาพ โครโมโซมของมนุษย์ที่ทำให้แก่ชราจะถูกกดปุ่มให้หยุดทำงาน เชื้อมะเร็งจะถูกกำจัดออกด้วยความแม่นจำของเทคโนโลยีสมัยใหม่ มนุษย์เข้าใกล้ความเป็นอมตะ หรืออย่างน้อยเราก็อายุยืนกว่าเก่ามาก มนุษย์ไม่ต้องใช้แรงงานเหมือนยุคเกษตรหรืออุตสาหกรรม เอาจริงๆ มนุษย์แทบไม่มีความหมายอะไรมากนักและอาจไม่ได้เสียภาษีเพื่อบำรุงรัฐด้วยซ้ำ
รัฐสวัสดิการเกิดขึ้นได้ในยุคที่ AI และหุ่นยนต์ทำงานแทนมนุษย์ อำนาจถูกเปลี่ยนมือจากผู้นำที่มนุษย์เป็นผู้เลือกกลายเป็นเจ้าของเทคโนโลยี AI การตั้งอาณานิคมอาจอยู่นอกแรงโน้มถ่วงของโลก มนุษย์จะโหยหาความเป็นมนุษย์อย่างถึงแก่น ความหมายของชีวิตคือการได้ผจญภัย การค้นหา และความตาย กลุ่มขบถจะกลายเป็นพวกสุดโต่งในมุมมองของเครื่องจักร พวกที่คิดแต่จะถอดปลั๊กและระเบิดโรงไฟฟ้าที่ป้อนพลังงานให้กับ Data Center
มนุษย์จะโหยหาความตาย และสิ่งนี้คือจุดจบของ Crisis of meaning
ไทย


