ณัฐพงศ์ เปรมพูลสวัสดิ์ (คุง)

2.6K posts

ณัฐพงศ์ เปรมพูลสวัสดิ์ (คุง) banner
ณัฐพงศ์ เปรมพูลสวัสดิ์ (คุง)

ณัฐพงศ์ เปรมพูลสวัสดิ์ (คุง)

@nuttapongprem

Nuttapong Premphunsawad กทม.เขต 21 (ประเวศ ดอกไม้ ทับช้าง) พรรคประชาชน

Prawet, Bangkok Katılım Ağustos 2021
743 Takip Edilen6K Takipçiler
Sabitlenmiş Tweet
ณัฐพงศ์ เปรมพูลสวัสดิ์ (คุง)
ย้อนดูแล้วก็คิดว่าปี 2568 เราผ่านอะไรมาด้วยกันเยอะเลย เพียงแค่ปีเดียวมีไม่รู้กี่เหตุการณ์ อยากรู้ว่าทุกคนจำเหตุการณ์ไหนในคลิปนี้ได้บ้างครับ? Recap 2025 #Recap2025 #พรรคประชาชน #ประเวศ #สะพานสูง #เลือกตั้ง69
ไทย
3
101
220
7.5K
ณัฐพงศ์ เปรมพูลสวัสดิ์ (คุง) retweetledi
Earth Pakornwut 🧡 \7🔻
ในฐานะที่ผมเป็นวิป การเดินเข้าไปคุยกับพรรคอื่น ถึงที่นั่งของพรรคนั้นๆ เป็นเรื่องที่ปกติมากๆที่ผมก็ทำอยู่ตลอด แทบจะทุกวันที่มีการประชุมสภา  และในหลายๆครั้ง ที่มีการประท้วงกันไปมา หรือพูดอะไรที่ทำให้ไม่พอใจกัน หรือไม่เป็นไปตามข้อตกลง  ทุกครั้ง ผมก็ใช้วิธีเดินไปถาม และบอกแบบตรงไปตรงมา และถามว่าทำไมถึงต้องมาประท้วงกันประเด็นหยุมหยิมแบบนี้ หรือทำไมถึงไม่เป็นไปตามข้อตกลงที่คุยกันในวิป เพราะผมคิดว่าบางเรื่องไม่จำเป็นต้องใช้เวลาสภามาตอบโต้กัน การเดินไปคุยกันส่วนตัว พูดคุยกันอย่างตรงไปตรงมา และทำความเข้าใจกัน หลายครั้งก็จบด้วยการขอโทษขอโพยกัน หลังมีการปะทะคารมกัน ด้วยซ้ำ นี่ก็เป็นเรื่องปกติมากๆ ที่เกิดขึ้นในสภาเช่นกัน  ประเด็นในวันนี้ ที่ผมเดินไปคุยด้วย คือต้องการทำความเข้าใจว่า ในเหตุการณ์ไม่ต่ำกว่า 3 ครั้ง ที่ทางพรรคดังกล่าว พยายามจะตั้งใจขัดจังหวะ  พรรคประชาชน โดยเฉพาะ  และไม่เคยประท้วงในลักษณะเดียวกันกับ สส พรรคอื่นๆเลย . ผมจึงพยายาม ที่จะเข้าไปบอกว่า การตั้งใจประท้วงขัดจังหวะ เฉพาะพรรคใดพรรคหนึ่งแบบนี้ จะทำให้การประชุมไม่เป็นไปอย่างราบรื่น และ ความสัมพันธ์ระหว่างเพื่อนสมาชิก จะเป็นบรรยากาศที่ไม่ดี  และผม บอกว่า ถ้าหากคุณตั้งใจทำแบบนี้ แล้วทางพรรคประชาชน ทำแบบนี้กับทางพวกคุณทุกครั้งที่คุณอภิปรายบ้าง คุณก็คงไม่พอใจเช่นกัน .. ไม่ได้เกี่ยวกับเรื่องการใช้ chat GPT หรือประเด็นเนื้อหาการอภิปรายใดๆเลยทั้งสิ้น . การเดินไปหาทาง สส.กลุ่มดังกล่าว ผมเว้นระยะห่าง อย่างน้อย 1แถว เพื่อพูดคุย ..  สิ่งที่เกิดขึ้นจากนั้น คือ ทาง สส.ทั้ง3คน ลุกขึ้นยืน เดินออกมาจากที่นั่ง  และพยายามส่งเสียงโวยวาย  จึงทำให้มีเพื่อนๆ สส.ท่านอื่น เดินเข้ามาห้ามปรามทั้งทางผม และ ทาง 3คนนั้น ทั้งที่จริงๆยังไม่มีเหตุการณ์ที่จะใกล้เคียงการปะทะใดๆกันเลย  .. ซึ่งภาพที่ปรากฎออกมา อาจทำให้หลายๆคนเข้าใจไปอีกแบบ .. ซึ่งผมต้องย้ำว่า การเดินไปคุยกับพรรคใดๆ ถึงที่นั่งของพรรคนั้นๆ เป็นเรื่องปกติมากๆ ในสภา . และสิ่งที่ผมคิดว่าทำให้ผมเสียหาย คือการกล่าวหาว่าผมพูดว่า “ระวังตัวไว้ให้ดี” และกล่าวหาอีกด้วยว่านี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ผมพูดคำนี้  ซึ่งการกล่าวหานี้ เป็นความเท็จโดยสิ้นเชิง   –  สำหรับผม เหตุการณ์นี้ไม่มีสาระอะไร เพราะเป็นสิ่งที่คนเป็นวิป ทำกันเป็นปกติ แต่มีคนพยายามจะ "เล่นใหญ่" เท่านั้นเอง  . และจากนี้ จะได้รับทราบว่า ทางพรรคดังกล่าวไม่ยินดีที่จะมีการพูดคุยเจรจาใดๆกัน ทางวิปจะได้ยึดถือแนวทางนี้ในการทำงาน แต่เราก็ยังยินดี ที่จะเดินไปสอบถาม เจรจา หรือ พูดคุยทำความเข้าใจกับพรรคอื่นๆ ไม่ว่าจะอยู่ฝ่ายไหน เช่นเดิม  .
ไทย
56
955
1.1K
190.7K
ณัฐพงศ์ เปรมพูลสวัสดิ์ (คุง) retweetledi
พรรคประชาชน - People's Party
[ พ.ร.บ.อัปเกรดกรุงเทพยื่นแล้ว! สส.กทม.พรรคประชาชนยื่นร่างแก้ พ.ร.บ.กทม. ยกเครื่องโครงสร้างบริหาร เพิ่มอำนาจแก้ปัญหาให้ประชาชน ] วันนี้ (1 เม.ย.) ที่อาคารรัฐสภา สส.กรุงเทพฯ พรรคประชาชน ร่วมแถลงข่าวยื่นร่างแก้ไข พ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการกรุงเทพมหานคร (พ.ร.บ.กทม.) เข้าสู่การพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎร ร่างแก้ไข พ.ร.บ.กทม. นี้ จะเป็นการแก้ไขโครงสร้างอำนาจครั้งใหญ่ของ กทม. ในรอบ 40 ปี โดยเฉพาะในการยกระดับการให้บริการสาธารณะของ กทม. ให้มีความรวดเร็ว ครอบคลุม และเบ็ดเสร็จด้วยตัว กทม. เอง แก้ปัญหาเรื้อรังของประชาชนที่ กทม. ยังแก้ไขได้ไม่สำเร็จ รวมถึงเพิ่มการมีส่วนร่วมของประชาชนมากยิ่งขึ้น เพื่อผลักดันให้กรุงเทพมหานคร พัฒนาเทียบเท่ามหานครชั้นนำของโลก  โดยหลักการสำคัญของ พ.ร.บ.กทม. มี 6 ประการด้วยกัน คือ 1) บังคับให้หน่วยงานต้องกระจายอำนาจ ถ่ายโอนภารกิจ งบประมาณ บุคลากร และสินทรัพย์ให้ กทม.ตามแผนของคณะกรรมการกระจายอำนาจ 2) ขยายกรอบอำนาจให้ กทม. ในการให้บริการสาธารณะ โดยเปลี่ยนจากระบบ positive list ที่ระบุว่า กทม. สามารถทำอะไรได้ในกฎหมาย เป็นระบบ negative list ที่ระบุเฉพาะสิ่งที่ กทม. ไม่ควรทำ เพราะเป็นหน้าที่รัฐส่วนกลาง อาทิ เงินตรา ศาล ทหาร และการต่างประเทศ โดยอะไรก็ตามที่ไม่ได้เขียนห้ามไว้ในกฎหมาย กทม. จะสามารถทำได้ทั้งหมด 3) เพิ่มรายได้ผ่านการเก็บค่าธรรมเนียมตัวใหม่ๆ เช่น ค่าธรรมเนียมโรงแรม ค่าธรรมเนียมน้ำเสีย รวมถึงการออกพันธบัตร การร่วมทุน และการตั้งนิติบุคคลต่างๆ 4) ปรับให้การเลือกตั้งมีสองชั้น คือชั้นผู้ว่าราชการ กทม. และ ส.ก. กับชั้นนายกเขตหรือนายกนครและ ส.ข. เพื่อให้เกิดการพัฒนา กทม. ในระดับเขตอย่างเป็นรูปธรรม 5) ให้มีการเลือกตั้งผู้ว่า กทม. และ ส.ก. ในวันเดียวกัน เพื่อสะดวกต่อประชาชน เพิ่มจำนวนผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้ง และการประหยัดงบประมาณ 6) เพิ่มการมีส่วนร่วมของประชาชนผ่านการจัดทำสภาพลเมือง (Townhall) และการให้ประชาชนสามารถเสนอโครงการ งบประมาณ หรือข้อบัญญัติต่างๆ ได้ ยกตัวอย่างปัญหาฝุ่น PM 2.5 ชาว กทม. ต้องเผชิญมาทุกปี โดยมีบางส่วนที่มาจากแหล่งกำเนิดภายใน กทม. เอง ไม่ว่าจะเป็นภาคการขนส่ง โดยเฉพาะรถควันดำ แต่ที่ผ่านมาในช่วงต้นปี 2568 กทม. ตรวจเจอรถที่ทำความผิด 4,284 คัน แต่ปรับได้จริงเพียง 13 คันเท่านั้น  เพราะปัจจุบัน กทม.มีอำนาจในการควบคุมได้เพียงรถเล็ก แต่รถใหญ่อำนาจอยู่ที่กระทรวงคมนาคมและกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เช่นเดียวกับอำนาจในการจับกุมผู้กระทำความผิดด้านจราจรซึ่งอยู่ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ รวมถึงภาคอุตสาหกรรม ที่ปัจจุบันโรงงานอุตสาหกรรมต้องขอใบอนุญาตจากกรมโรงงานอุตสาหกรรม กทม. มีอำนาจเพียงแค่การเข้าไปตรวจสอบสุขลักษณะเท่านั้น หาก กทม. พบการปล่อยมลพิษก็ไม่ได้มีอำนาจในการยึดใบอนุญาตเองได้ จึงจำเป็นต้องมีการแก้ไข พ.ร.บ.กทม. เพื่อให้ กทม. มีอำนาจในการจัดการเรื่องเหล่านี้ อีกเรื่องคือปัญหาการจราจร ที่ผ่านมาการแก้ปัญหาเป็นไปแบบแต่ละเขตแต่ละ สน. แบบแยกส่วน การแก้ปัญหาเรื่องรถติดไม่สามารถทำได้โดยแต่ละเขตเพียงลำพัง หลายครั้งแต่ละ สน. มีนโยบายการกดไฟจราจรที่ต่างกัน อีกทั้งการบังคับใช้กฎหมายของตำรวจอยู่นอกเหนืออำนาจของ กทม.  แม้ กทม. จะใช้กล้อง CCTV AI ซึ่งตรวจพบการกระทำผิดกฎจราจรจำนวนมาก แต่ กทม. ไม่มีอำนาจในการดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดได้ จึงต้องการโอนย้ายภารกิจของตำรวจจราจรให้ขึ้นตรงกับ กทม. เหมือนมหานครในต่างประเทศที่ตำรวจจราจรขึ้นตรงกับท้องถิ่น เพื่อให้มีการจัดการอย่างเป็นเครือข่ายและเป็นระบบมากขึ้น จากปัญหาที่เกิดขึ้นทุกวันนี้ เป็นที่ชัดเจนแล้วว่า ผู้ว่าราชการ กทม. คนเดียวไม่สามารถดูแลประชาชนทั้ง 6,000,000 คนได้ เพราะโครงสร้างทางกฎหมายไม่ได้โอนถ่ายอำนาจและภารกิจให้ กทม. รับผิดชอบ ทุกครั้งที่มีการร้องเรียนผ่านช่องทางแทรฟฟี่ ฟองดูว์ ก็มักจะมีการโอนเรื่องให้หน่วยงานต่างๆ แต่ไม่สามารถปิดจบการแก้ปัญหาได้ บางเขตของ กทม. มีประชากร 200,000 คน มี ส.ก. ดูแลคนเดียว บางเขตชั้นในมีประชากร 30,000 คน ก็มี ส.ก. หนึ่งคนเท่ากัน โดยงบประมาณแต่ละเขตไม่ได้ตามสัดส่วนประชากร  ทำให้การจัดการไม่มีประสิทธิภาพ จึงมีความจำเป็นต้องแบ่ง กทม.ออกเป็นสองชั้น เพื่อตอบสนองความต้องการของประชาชนให้ดีมากขึ้น (1) ระดับ กทม. ในภาพรวม และ (2) ระดับเขต ให้มีโครงสร้างมาจากการเลือกตั้งทั้งหมด เพื่อให้มีความรับผิดชอบต่อประชาชน และตอบสนองต่อปัญหาของประชาชนอย่างรวดเร็วขึ้น ตราบเท่าที่ พ.ร.บ.กทม. ยังไม่ได้รับการแก้ไข ต่อให้ผู้ว่า กทม. ทำงาน 24 ชั่วโมง 7 วัน ก็แก้ปัญหาเรื้อรังหลายเรื่องไม่ได้ เพราะปัญหาจำนวนมากไม่ได้อยู่ในอำนาจของผู้ว่า กทม. ในการจัดการแต่เพียงผู้เดียว นี่คือความจำเป็นของร่างกฎหมายฉบับนี้ที่พรรคประชาชนจะผลักดันให้สำเร็จ
พรรคประชาชน - People's Party tweet media
ไทย
7
788
807
24.6K
ณัฐพงศ์ เปรมพูลสวัสดิ์ (คุง) retweetledi
FriendsTalk
FriendsTalk@FriendsTalk4·
เตรียมรื้อโครงสร้าง กทม. ครั้งใหญ่ในรอบ 40 ปี! ศุภณัฐ มีนชัยนันท์ นำทีม สส กทม. แถลง ยื่นร่างแก้ไข พ.ร.บ.กทม. ยกระดับการบริการสาธารณะให้ รวดเร็ว-ครอบคลุม-เบ็ดเสร็จ รองรับการเป็นมหานครชั้นนำของโลก #FriendsTalk #พรรคประชาชน
ไทย
9
639
889
22.8K
ณัฐพงศ์ เปรมพูลสวัสดิ์ (คุง)
เชื่อไหมครับที่ปัญหากรุงเทพฯ มากขนาดนี้ ส่วนหนึ่งเป็นเพราะโครงสร้างการบริหารของเรายังล้าหลังกว่าต่างจังหวัดเสียอีก ต่างจังหวัดมีรายได้หลายอย่างที่พวกเขาเก็บเองได้ แต่ กทม.ยังทำไม่ได้ และผู้ว่า กทม.ก็ไม่ได้มีอำนาจในการแก้ปัญหาเท่าผู้ว่าราชการจังหวัด กรุงเทพฯจะเป็นมหานครที่ดีกว่านี้ได้ครับ ถ้าเราเพิ่มอำนาจของ กทม. และหาคนมาช่วยงานผู้ว่า กทม. พวกเรา พรรคประชาชน ได้ยื่นร่างแก้ไข พ.ร.บ.กรุงเทพมหานคร ไปแล้วครับ ร่างนี้จะช่วยจะทำให้ กทม.มีอำนาจในการแก้ปัญหาประชาชนมากขึ้น มีรายได้มีงบประมาณที่เพิ่มขึ้น และมีการเปลี่ยนแปลงการบริหารให้เป็นแบบ 2 ชั้น เช่นเดียวกับนานาประเทศที่เจริญแล้ว รายละเอียดที่ผมร่วมแถลงข่าวในวันนี้ร่วมกับ สส.แบงค์ ศุภณัฐ และ สส.กทม.คนอื่นๆ คือ ปัญหาฝุ่น PM2.5 ที่บางส่วนเกิดจากภายใน กทม.ของเราเอง เชื่อไหมครับว่า รถควันดำก็เคยตรวจเจอรถกระทำผิด 4,284 คัน แต่ปรับได้จริงแค่ 13 คัน เพราะอำนาจอยู่ที่กระทรวงคมนาคมและกระทรวงทรัพยากรฯ กทม.ปรับรถใหญ่ควันดำไม่ได้ มลพิษจากอุตสาหกรรม เมื่อเห็นโรงงานอุตสาหกรรมทำผิด กทม.ก็ยึดใบอนุญาตไม่ได้ เพราะอำนาจอยู่กับกรมโรงงานอุตสาหกรรม ด้านการใช้รถใช้ถนน กทม.ก็บริหารจัดการจราจรไม่ได้ วางเส้นทางรถเมล์สายใหม่ก็ทำไม่ได้ เปลี่ยนเป็นรถเมล์ไฟฟ้าก็ทำไม่ได้อีก เราต้องทำให้ กทม.มีอำนาจแก้ปัญหาพวกนี้ได้ครับ ถ้าเราแก้ร่าง พ.ร.บ.นี้สำเร็จ จะทำให้กรุงเทพฯเป็นเมืองที่ดีกว่านี้ได้แน่นอนครับ ขอให้ประชาชนชาวกรุงเทพฯทุกคนร่วมกันส่งเสียงไปให้ถึงรัฐบาลให้ผ่านร่างกฎหมายที่เป็นประโยชน์กับประชาชนด้วยครับ #พรรคประชาชน #ประเวศ #สะพานสูง #พรบกทม
ณัฐพงศ์ เปรมพูลสวัสดิ์ (คุง) tweet mediaณัฐพงศ์ เปรมพูลสวัสดิ์ (คุง) tweet mediaณัฐพงศ์ เปรมพูลสวัสดิ์ (คุง) tweet media
ไทย
2
77
141
1.6K
ณัฐพงศ์ เปรมพูลสวัสดิ์ (คุง) retweetledi
Ton Veerayooth
Ton Veerayooth@Ton_Veerayooth·
[ แผนรับมือไทยในโลกที่ไม่เหมือนเดิม “ฉบับพรรคประชาชน” ] ในเวที “1 เดือนวิกฤตโลก : แผนรับมือไทยในโลกที่ไม่เหมือนเดิม” ที่รัฐบาลจัดขึ้นเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา (28 มี.ค.) แม้เราจะเห็นการยอมรับผิดของนายกฯ อนุทิน ชาญวีรกูล ว่าปัญหาวิกฤตน้ำมันในช่วงที่ผ่านมาเกิดจากการใช้มาตรการตรึงราคาน้ำมัน 15 วันของรัฐบาลเอง แต่สิ่งสำคัญที่สุดที่ขาดหายไปจากเวทีดังกล่าวกลับเป็นชื่อหัวข้อของงานว่า ตกลงแล้วประเทศไทยจะมี “แผนรับมือ” วิกฤตครั้งนี้อย่างไร ❓ . นี่คือ แผนรับมือ “ฉบับพรรคประชาชน” สำหรับการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า แบ่งออกเป็น 4 ด้าน ได้แก่ 👇🏻 1️⃣การบริหารจัดการราคาน้ำมัน - ปรับภาษีเพื่อจัดการราคาน้ำมันแบบขั้นบันได เอาผิดรายใหญ่ลักลอบ-กักตุน 2️⃣มาตรการสนับสนุนเพื่อการปรับตัวของประชาชน 3️⃣มาตรการด้านปุ๋ยเคมี 4️⃣แนวทางเตรียมการในช่วงสงกรานต์ —————— 1️⃣ ปรับภาษีเพื่อจัดการราคาน้ำมันแบบขั้นบันได เอาผิดรายใหญ่ลักลอบ-กักตุน . ถึงแม้รัฐบาลจะประกาศเลิกตรึงราคาน้ำมัน แต่ก็ไม่ได้ประกาศชัดเจนว่าจะ “ลอยตัว” หรือไม่ บอกเพียงว่าจะ “ลดอัตราการอุดหนุนกองทุนน้ำมัน” ซึ่งยังไม่สามารถคลี่คลายความกังวลของประชาชนและผู้ประกอบการ ▶️พรรคประชาชนเห็นว่า รัฐบาลควรประกาศให้ชัดเจนว่าจะใช้หลักการใดในการปรับราคาน้ำมันในอนาคต เช่น การเพิ่มลดราคาน้ำมันเป็นขั้นบันได ล้อไปกับตลาดโลก แต่ไม่กระชาก โดยใช้กองทุนน้ำมันประคองการทยอยขึ้นของราคา เพื่อไม่ให้เกิดความตื่นตระหนกแบบฉับพลัน ดังที่เกิดขึ้นในคืนวันที่ 25 มี.ค. ที่ราคาน้ำมันปรับขึ้นรวดเดียว 6 บาทต่อลิตร จำเป็นต้องเร่งใช้มาตรการที่รัฐบาลมีในมือที่สามารถลดต้นทุนในโครงสร้างราคาน้ำมันต่อ 1 ลิตร (ราคา ณ วันที่ 27 มี.ค. 69) ได้แก่ 🟠 ภาษีสรรพสามิต ที่คิดเป็นต้นทุน 7.50 บาทสำหรับเบนซิน 95 และเป็นต้นทุน 6.92 บาท สำหรับดีเซลหมุนเร็ว 🟠 ภาษีเทศบาล ที่คิดเป็นต้นทุน 0.75 บาทสำหรับเบนซิน 95 และเป็นต้นทุน 0.69 บาท สำหรับดีเซลหมุนเร็ว 🟠 ภาษีมูลค่าเพิ่ม ที่คิดเป็นต้นทุน 2.92 บาทสำหรับเบนซิน 95 และเป็นต้นทุน 2.45 บาท สำหรับดีเซลหมุนเร็ว 🟠 การเก็บเงินเข้ากองทุนอนุรักษ์พลังงาน ที่คิดเป็นต้นทุน 0.05 บาท ทั้งนี้ ต้องประเมินร่วมกับผลกระทบต่อการจัดเก็บรายได้ของรัฐบาลด้วย เพื่อให้เพียงพอสำหรับปีงบประมาณ 2569 ซึ่งภาวะเศรษฐกิจโลกและเศรษฐกิจไทยยังมีแนวโน้มชะลอตัว นอกจากนี้ ยังจำเป็นต้องเร่งรัดมาตรการป้องกันการกักตุน นอกจากกำหนดให้ผู้ค้าน้ำมันมาตรา 7 และมาตรา 10 ต้องรายงานการขาย, ราคา, สต็อกทุกสิ้นวันแล้ว ยังต้องตรวจสอบเส้นทางการวิ่งรถขนส่งน้ำมันแบบ real time เพื่อตรวจสอบความถูกต้องของการรายงานและเส้นทางการขายน้ำมัน โดนตรวจสอบข้อมูลที่รายงานในช่วงวิกฤตเทียบกับข้อมูลการขายน้ำมันในช่วงก่อนวิกฤต เพื่อหาพฤติการณ์เสี่ยงของการกักตุนน้ำมัน —————— 2️⃣ มาตรการสนับสนุนเพื่อการปรับตัวของประชาชน . ถึงแม้นายกฯ อนุทินจะยอมรับความผิดพลาดในการบริหารงาน แต่กลับเสนอให้ประชาชน “ประหยัดน้ำมันครอบครัวละ 1 ลิตร” เพื่อแก้ปัญหา โดยไม่ได้มีมาตรการสนับสนุนการปรับตัวของประชาชนเลย ▶️ พรรคประชาชนเห็นว่าการประหยัดน้ำมันหรือพลังงานนับเป็นความจำเป็นและมีประโยชน์สำหรับสถานการณ์นี้ แต่รัฐบาลจำเป็นต้องมีมาตรการสนับสนุนให้ชัดเจนด้วย อาทิ 🔴 การขนส่งสาธารณะ : ออกมาตรการสนับสนุนผู้ที่พร้อมปรับวิธีการเดินทางไปใช้การขนส่งสาธารณะ เช่น หาจุด “จอดแล้วจร” ที่เป็นของเอกชนแล้วมาเข้าร่วมโครงการ โดยรัฐช่วยสนับสนุนลดค่าจอดรถ 🔴 Work from Home : ออกมาตรการอุดหนุนค่าไฟฟ้า-ค่าอินเตอร์เน็ตสำหรับการทำงานที่บ้าน รวมทั้งสร้างแรงจูงใจให้กับสถานประกอบการที่จัดระบบ Work from Home ให้กับพนักงาน 🔴 พี่น้องครัวเรือนเกษตรกรอาจจะลดการใช้นำ้มันวันละลิตรได้ ถ้ามีโครงการรับแลกเปลี่ยนอุปกรณ์ที่ใช้น้ำมัน เช่น เครื่องสูบน้ำ มาเป็นเครื่องสูบน้ำที่ใช้ไฟฟ้าและโซลาร์เซลล์แทน แรงจูงใจที่มีคือ ส่วนลดเพื่อช่วยให้เกษตรกรตัดสินใจได้เร็วขึ้น เพราะเครื่องมือเหล่านี้จะเป็นประโยชน์ในการประหยัดพลังงานในระยะยาว 🔴 สำหรับเครื่องจักรขนาดใหญ่ขึ้น เช่น อีแต๋นไฟฟ้า แทรกเตอร์ไฟฟ้า รัฐบาลก็อาจจะสามารถจัดหาระบบเช่าซื้อดอกเบี้ยต่ำมาเป็นการเสริมหนุนให้เกษตรกร หรือผู้ให้บริการทางการเกษตรสามารถลงทุนในเครื่องจักรที่ลดน้ำมันได้ เป็นต้น 🔴 สำหรับ SMEs ที่เป็นโรงงานผลิตขนาดเล็ก หรือระบบขนส่งสินค้า หากกระทรวงพลังงานร่วมกับสถาบันการศึกษาทำคูปองตรวจสอบการประหยัดพลังงาน หรือ Energy audit พร้อมเสนอแนะแนวทางในการลดการใช้พลังงาน ไม่ว่าจะเป็นการปรับจูนเครื่องจักร การปรับกระบวนการผลิตใหม่ การเปลี่ยนเครื่องจักรบางประเภท พร้อมกับการมีสินเชื่อเพื่อการลงทุน แบบนี้ SMEs จำนวนมากคงประหยัดได้มาก และยังช่วยเพิ่มความสามารถในการแข่งขันให้ด้วย 🔴 เร่งออกนโยบาย ผ่อนเทคโนโลยีประหยัดพลังงานผ่านบิลค่าไฟได้ (On-Bill Financing) เช่น โซลาร์เซลล์, เครื่องปรับอากาศประหยัดไฟฟ้ารุ่นใหม่, ตู้แช่น้ำเย็นประหยัดไฟฟ้า, เครื่องทำน้ำเย็น (Chiller) ประหยัดพลังงาน เพื่อเพิ่มโอกาสให้ประชาชน และ SMEs เข้าถึงเทคโนโลยีประหยัดพลังงานได้ โดยไม่ต้องรอมีเงินก้อน —————— 3️⃣ มาตรการด้านปุ๋ยเคมี . ไทยนำเข้าปุ๋ยปีละประมาณ 500,000 ตัน โดยเป็นปุ๋ยจากตะวันออกกลางถึง 1 ใน 3 ของการนำเข้าปุ๋ยทั้งหมด อย่างไรก็ตาม แนวทางการแก้ปัญหาที่รัฐบาลมักเลือกใช้เป็นธงนำอย่างโครงการ “ปุ๋ยธงเขียว” ในทางปฏิบัติพบว่าช่วยเกษตรกรได้ในวงค่อนข้างจำกัด เช่นในปีงบประมาณที่ผ่านมา มีการจำหน่ายปุ๋ยธงเขียวราคาพิเศษจำนวน 5 ล้านกิโลกรัม จากความต้องการใช้ปุ๋ยทั้งประเทศ 5.6 ล้านตัน จึงเข้าถึงเกษตรกรเพียง 0.1% ของความต้องการใช้ทั้งหมด ▶️ พรรคประชาชนเสนอให้ (ก) กระทรวงพาณิชย์แจ้งราคาขาย (ที่ได้รับอนุญาตจากกระทรวงพาณิชย์) ให้เกษตรกร (ข) เกษตรกรจะได้ทราบและตรวจสอบกันง่ายๆ ว่า ร้านใดขายเกินราคา และจะได้ดำเนินการทันที และ (ค) หากพบให้แจ้งผ่าน LineOA ซึ่งสามารถส่งหลักฐานแสดงป้ายราคา หรือใบเสร็จรับเงิน รวมถึงตำแหน่งที่ตั้งได้ทันที 🟢 นอกจากนี้ รัฐบาลสามารถปรับเปลี่ยนมาตรการเป็นการแจกคูปองส่วนลดให้เกษตรกรไปซื้อกันเอง เช่นคูปองลดราคาได้ไร่ละ 500 บาท ไม่เกิน 10 ไร่/ราย เพื่อให้เกษตรกรสามารถเข้าถึงโครงการโดยทั่วกัน พร้อมกับการควบคุมราคาจำหน่ายปุ๋ยตามกลไกที่กระทรวงพาณชย์มีอยู่ 🟢 มาตรการในระยะกลาง รัฐบาลควรแนะนำการลดต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ปุ๋ยสำหรับเกษตรกร เช่น มีบริการการตรวจวิเคราะห์ค่าดินแบบเร่งด่วนฟรี และคำนวณสัดส่วนปุ๋ยผสม/ปู๋ยสูตรสำเร็จด้วยตัวเองในสวนได้ โดยควรมีแรงจูงใจเช่นส่วนลดหรือเครดิตการค้าเพิ่มเติมสำหรับเกษตรกรที่ดำเนินการเช่นนั้น 🟢 หากจะรัฐบาลจะส่งเสริมให้มีการใช้ปุ๋ยอินทรีย์ และปุ๋ยชีวภาพมากขึ้น รัฐบาลควรผลักดันให้การขึ้นทะเบียนปุ๋ยอินทรีย์และปุ๋ยอินทรีย์เคมี ทำได้สะดวกและรวดเร็วกว่านี้ เพราะความลำบากและล่าช้าทำให้ผู้ผลิตปุ๋ยอินทรีย์เลี่ยงไปจดแจ้งว่าเป็นวัสดุปลูก ซึ่งไม่ต้องตรวจค่าอินทรีย์วัตถุและธาตุอาหาร ผลที่ตามมาคือ เกษตรกรนำไปใช้แบบไม่ทราบคุณภาพที่แท้จริง และไม่มีการควบคุมคุณภาพปุ๋ยอินทรีย์อย่างที่ควรจะเป็น —————— 4️⃣ แนวทางเตรียมการในช่วงสงกรานต์ . สงกรานต์เป็นเทศกาลสำคัญที่สุดของคนไทยทั้งในด้านวัฒนธรรมและเศรษฐกิจ สร้างมูลค่าเศรษฐกิจหมุนเวียนกว่า 100,000 ล้านบาท ผ่านธุรกิจการท่องเที่ยว ร้านอาหาร และขนส่ง ▶️ พรรคประชาชนเห็นว่า รัฐบาลจำเป็นต้องเตรียมความพร้อมล่วงหน้าเพื่อสนับสนุนการเดินทางของประชาชนในช่วงเทศกาลสงกรานต์ให้สะดวกและราบรื่น ด้วยแนวทางดังต่อไปนี้ 🔵 เตรียมระบบขนส่งสาธารณะให้พร้อม เพื่ออำนวยความสะดวก ลดค่าใช้จ่ายและลดการใช้น้ำมัน เช่น การเพิ่มเที่ยว/ขบวนรถทัวร์ รถไฟ การดูแลความปลอดภัยและความสะดวกที่สถานีขนส่งและจุดบริการต่างๆ 🔵 สร้างความมั่นใจในระบบการส่งน้ำมันเชื้อเพลิงยังสถานีบริการทั่วประเทศ พร้อมทั้งแสดงข้อมูลสถานะของปริมาณน้ำมันในแต่ละสถานีที่สามารถตรวจแบบเรียลไทม์ได้ทั้งประเทศ 🔵 ประกาศราคาน้ำมันคงที่ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ เพื่อป้องกันความสับสนและความกังวลใจของประชาชนในช่วงเทศกาลสงกรานต์ 🔵 เตรียมความพร้อมของระบบการแพทย์ฉุกเฉิน การสำรองเวชภัณฑ์ และการดูแลภาระงานและสวัสดิการของเจ้าหน้าที่และอาสาสมัครด้านการแพทย์ 🔵 ดูแลสาธารณภัยและความปลอดภัยทางถนน จัดเตรียมจุดรับ (หมายถึง ฟรี) และจุดซื้อ (หมายถึง ลดราคา) ของฝากจากเกษตรกร เพื่อระบายผลผลิตที่ยังมีปริมาณผลผลิตส่วนเกิน และ/หรือ ราคาตกต่ำ โดยมีงบประมาณสนับสนุนจากภาครัฐ และมีการประสานงานระหว่างกระทรวงพาณิชย์ กระทรวงเกษตรฯ และจังหวัดต่างๆ ทั้งสำหรับขาจากเมืองไปบ้าน (เช่น มะพร้าวน้ำหอม มะม่วง) และขากลับจากบ้านกลับมาเมือง (เช่น สินค้าท้องถิ่น) โดยควรจัดจุดรับและจุดซื้อ ทั้งสำหรับผู้ใช้รถยนต์ส่วนตัว และขนส่งสาธารณะ —————— ยิ่งสถานการณ์โลกเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน เราเห็นว่ารัฐบาลยิ่งจำเป็นต้องมีมาตรการที่ชัดเจนอย่างน้อยใน 4 ด้านข้างต้น เพื่อช่วยให้พี่น้องประชาชนมีความมั่นใจในการดำเนินชีวิตรายวัน และสามารถวางแผนการเดินทางช่วงสงกรานต์ได้อย่างราบรื่น @WoraphopV @SupachotChai @Decharut114
Ton Veerayooth tweet media
ไทย
56
2.8K
3.3K
78.4K
ณัฐพงศ์ เปรมพูลสวัสดิ์ (คุง) retweetledi
Parit Wacharasindhu (Itim)
[ วิกฤตพลังงาน กำลังถูกซ้ำเติมด้วย วิกฤตความเชื่อมั่น : รัฐบาลต้อง (1) หยุดโทษประชาชนและพูดความจริง โดยเปิดข้อมูลให้ประชาชนร่วมตรวจสอบ และ (2) พิจารณาเปลี่ยนผู้รับผิดชอบหลักจากรองนายกฯ พิพัฒน์ เพื่อป้องกันข้อครหาเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อน ] . วันนี้ ผมได้ร่วมอภิปรายในญัตติด่วนเรื่องวิกฤตพลังงานที่ถูกเสนอโดยหลายพรรค รวมถึงพรรคประชาชน (โดย สส. วีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร) . ตลอดทั้ง เราได้ยิน “คำพูด” ของเพื่อนสมาชิกทั้งหมด 100 คนที่มาสะท้อนปัญหาและเสนอแนะมาตรการต่างๆเกี่ยวกับวิกฤตพลังงาน ซึ่งนับว่าญัตติที่มีจำนวนผู้อภิปรายสูงสุดครั้งหนึ่ง แต่เป็นเรื่องน่าเสียดายว่าพอไปเช็คดู 100 รายชื่อนั้น กลับไม่พบรายชื่อของเพื่อนสมาชิกที่มีอำนาจในการแก้ไขปัญหานี้ได้มากที่สุด นั่นก็คือเพื่อนสมาชิกหมายเลข 456 ที่ชื่อว่า อนุทิน ชาญวีรกูล . สัปดาห์ที่แล้ว เราได้เห็นประธานสภาชิงปิดประชุมตั้งแต่ 13:21 น. โดยหลายคนวิเคราะห์ว่าสาเหตุที่ท่านประธานปิดประชุมเร็ว เพราะอาจจะกลัวคำพูดของเพื่อนสมาชิกแห่งนี้ ที่จะตั้งคำถาม ซักถาม ตรวจสอบรัฐบาล . แต่ผมอยากจะเรียนกับท่านประธาน ว่าสิ่งที่จะทำให้วิกฤตพลังงาน หนักหนาสาหัสกว่าที่ควรจะเป็น มันไม่ใช่ “คำพูด” ในการอภิปรายของพวกเราผู้แทนราษฎรในสภาแห่งนี้ แต่คือ “คำพูด” ของรัฐบาลเอง . เพราะหากรัฐบาลพูดอะไรออกมา แล้วประชาชนไม่เชื่อ วิกฤตนี้ก็ทวีคูณ - หากรัฐบาลบอกว่าน้ำมันพอ และประชาชนไม่เชื่อ ก็เป็นที่เข้าใจได้ถ้าประชาชนจะปกป้องตนเองโดยการเติมน้ำมันเยอะขึ้นกว่าปกติ . จริงอยู่ ว่าทุกประเทศทั่วโลกเผชิญกับ “วิกฤตพลังงาน” แต่วิกฤตในบางประเทศจะสาหัสขึ้น หากถูกซ้ำเติมด้วย “วิกฤตความเชื่อมั่น” . ดังนั้น ถ้าจะแก้วิกฤตความเชื่อมั่น - รัฐบาลต้องหยุดชี้นิ้วโทษประชาชน ว่าทำไมไม่ “เชื่อ” คำพูดรัฐบาล - แต่รัฐบาลต้องหันมาทบทวนตนเอง และทำให้ “คำพูด” ของตนเอง มีความน่าเชื่อถือให้ได้ ในสายตาประชาชน . 1. ประชาชนจะเชื่อคำพูดรัฐบาล หากรัฐบาล “พูดความจริง” และมีข้อมูลมายืนยัน . ปฏิเสธไม่ได้ว่ามีหลายกรณีที่ผ่าน ที่คำพูดของนายกฯ สวนทางกับข้อเท็จจริงที่ประชาชนพบเจอ - นายกฯบอกว่าน้ำมันที่ปั๊มหมดเป็นเพียงเพราะประชาชนเติมเยอะขึ้น แต่ปั๊มจำนวนมากกลับบอกว่าน้ำมันที่เขาได้รับในแต่ละวัน ลดลงจากเดิม - สัปดาห์ที่แล้ว นายกฯ ให้สัมภาษณ์ตอนบ่ายว่าไม่มีไอ้โม่งที่ไหนกักตุนน้ำมัน แต่พอตกเย็น ตำรวจกลับตรวจพบการกักตุนน้ำมัน 3.3 แสนลิตรที่อ่างทอง - นายกฯ บอกว่าจะกำชับให้หน่วยงานประหยัดพลังงานด้วยการลดการดูงาน แต่ ณ เวลานี้ เรายังเห็นหน่วยงานบินไปดูงานต่างประเทศกันเป็นว่าเล่น . พอคำพูดของนายกถูกหักล้างด้วยข้อเท็จจริงซ้ำแล้วซ้ำเล่า (เหมือนที่ท่านเคยบอกว่า “โควิดกระจอก” หรือเหมือนตอนที่ท่านบินไปผัดข้าวที่หาดใหญ่แล้วบอกว่าน้ำกำลังจะลด) สโลแกน “พูดแล้วทำ” กำลังจะกลายมาเป็น “พูดแล้วพัง” . ดังนั้น ถ้านายกฯ อยากให้ประชาชนเชื่อเวลารัฐบาลพูดว่าน้ำมัน “ไม่ได้ถูกกักตุนโดยไอ้โม่งที่ไหน” หรือ “ไม่ได้ถูกลักลอบส่งออก” . ท่านพูดอย่างเดียวไม่ได้ แต่ท่านต้องเอาข้อมูลทั้งหมดมา “เปิด” ให้ประชาชนตรวจสอบได้ว่าน้ำมันมันรั่วไปตรงไหน โดย . - (1) ขยายประเภทผู้ประกอบการ ที่ต้องรายงานข้อมูลรายวันเข้ามา จากปัจจุบันที่มีคำสั่งจากนายกฯเฉพาะผู้ค้าน้ำมันรายใหญ่หรือคลังน้้ำมัน (ม.7) และ ผู้ค้าน้ำมันรายย่อยหรือจ็อบเบอร์ (ม.10) โดยให้ขยายไปครอบคลุมปั้มน้ำมัน (ม.11) และผู้ประกอบการขนส่งน้ำมัน (ม.12) ด้วย เพื่อให้เราเห็นภาพทั้งหมดและไขปริศนาได้ว่าน้ำมันหายไปไหน . - (2) เปิดข้อมูลที่มีการรายงานเข้ามา โดยไม่เก็บไว้ดูคนเดียว แต่เปิดให้ประชาชนมาร่วมตรวจสอบได้ว่าสถานการณ์มีความผิดปกติหรือไม่ ตรงส่วนใด . 2. ประชาชนจะเชื่อมั่นในรัฐบาล หากมั่นใจว่ารัฐบาล “ไม่มีผลประโยชน์ทับซ้อน” . ผมเข้าใจว่าเหตุผลที่นายกฯ ตัดสินใจเลือก รองนายกฯ พิพัฒน์ มาเป็น ผอ. ศบก. และ หัวหน้าทีมไล่ตรวจผู้ค้าน้ำมัน ก็คงเป็นเพราะรองนายกฯ พิพัฒน์ มีประสบการณ์ในแวดวงน้ำมัน . แต่ ความเชี่ยวชาญ - หากใช้อย่างไม่ถูกวัตถุประสงค์ - ก็มีความสุ่มเสี่ยงจะกลายเป็นความช่ำชองที่ไม่ได้สร้างประโยชน์ให้กับประชาชนเสมอไป . ดังนั้น ผมขอเสนอแนะรัฐบาลด้วยความหวังดี ว่าประโยชน์ที่ท่านนายกฯคิดว่าจะได้จากการตัดสินใจครั้งนี้ อาจต้องแลกมากับข้อกังขาจากประชาชนว่าผู้กำหนดนโยบายจะตัดสินใจโดยมีผลประโยชน์ทับซ้อนหรือไม่ . ที่จำเป็นต้องพูดแบบนี้ ก็เพราะพอเราไปดูโครงสร้างผู้ถือหุ้นของบริษัทต่างๆในห่วงโซ่น้ำมัน เราจะค้นพบว่า (จากข้อมูลล่าสุด) ท่านรองนายกฯ ยังถือหุ้นอยู่ 5% ใน บริษัท “รัชกิจ โฮลดิ้ง จำกัด” ที่เป็นผู้ถือหุ้นหลัก (25%) ในบริษัท PTG Energy ซึ่งไม่ได้ทำแค่ธุรกิจปั๊มน้ำมันที่เราคุ้นชินกันเวลาขับรถทั่วประเทศ แต่ยังถือหุ้นในผู้เล่นส่วนอื่นๆของห่วงโซ่อุปทานน้ำมัน (เช่น ผู้ค้าน้ำมันรายใหญ่หรือคลังน้้ำมัน (ม.7) อย่างน้อย 2 ราย / ผู้ค้าน้ำมันรายย่อยหรือจ็อบเบอร์ (ม.10) อย่างน้อย 6 ราย / ผู้ขนส่งน้ำมัน (ม.12) อย่างน้อย 4 ราย) . ผมย้ำว่าผมไม่ได้กล่าวหาว่าบรษัทเหล่านี้ทำอะไรที่ผิดไปแล้ว แต่ผมอยากจะชี้ให้เห็นว่าหากสมมติผมเป็นริษัทเอกชนแห่งหนึ่งที่มีเครือข่ายบริษัทน้ำมันอย่างกว้างขวางในแทบจะทุกขั้นตอนของห่วงโซ่อุปทานน้ำมัน และหากผมรู้มาก่อนว่านโยบายของรัฐบาลในแต่ละวันถูกกำหนดมาอย่างไร สถานการณ์แบบนี้จะเปิดช่องมหาศาลให้ผมสามารถเก็งกำไรได้บนความเดือดร้อนของประชาชน . ดังนั้น ถ้านายกฯ อยากให้ประชาชนมั่นใจว่า รัฐบาลท่านไม่มีผลประโยชน์ทับซ้อน ท่านสามารถเปลี่ยนตัวบุคคลในรัฐบาลที่มารับผิดชอบหลักในเรื่องนี้ได้ . เมื่อซักครู่ เพื่อนสมาชิกจากพรรคภูมิใจไทยที่อภิปรายก่อนหน้าผม ยังพูดถึงความเชี่ยวชาญของบุคลากรอีก 3 คน ในรัฐบาล ที่อยู่บนโปสเตอร์หาเสียงเลือกตั้ง และคาดว่าจะเป็นรองนายก ในเร็วๆ นี้ทั้งสามคน - หากเปลี่ยนเป็นซัก 1 ใน 3 คนนั้น เพื่อนสมาชิกจากพรรคภูมิใจไทยก็อาจจะไม่ขัดข้อง . โดยสรุป: . หากรัฐบาลไม่พูดความจริงและเอาข้อมูลมายืนยัน… หากรัฐบาลไม่เคลียร์ตัวเองเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อน… . ผมเกรงว่าสิ่งที่จะหมด อาจไม่ใช่แค่น้ำมันตามปั้ม แต่คือความเชื่อมั่นใจต่อรัฐบาลในสายตาประชาชน
ไทย
6
817
955
15.7K
ณัฐพงศ์ เปรมพูลสวัสดิ์ (คุง) retweetledi
Ton Veerayooth
Ton Veerayooth@Ton_Veerayooth·
[ 3 เรื่องใหญ่ที่รัฐบาลต้องเปลี่ยนเพื่อกู้วิกฤตน้ำมัน ] . น้ำมันทำหน้าที่เสมือน “เส้นเลือดใหญ่” ของระบบเศรษฐกิจไทย ช่วยให้คนไทยจำนวนมากสามารถทำมาหากินเลี้ยงตัวเองและครอบครัว โดยเฉพาะคนที่ต้องใช้น้ำมันรายวัน อย่างไรเดอร์ คนขับรถ คนขายของ ชาวประมง หรือเกษตรกรในช่วงเก็บเกี่ยว . เมื่อน้ำมันดิบกว่า 60% ที่ไทยใช้ต้องนำเข้าจากตะวันออกกลางผ่านช่องแคบฮอร์มุซ สงครามตะวันออกกลางจึงกระทบเส้นเลือดใหญ่เศรษฐกิจไทยอย่างรุนแรงและรวดเร็ว . ยุทธศาสตร์ระยะกลางและระยะยาวอย่างการลดการพึ่งพาพลังงานฟอสซิลและการนำเข้าน้ำมัน นับเป็นเรื่องสำคัญที่จะต้องทำงานลงรายละเอียดกันต่อไป แต่ในระยะเฉพาะหน้าเช่นนี้ ผมเสนอว่ารัฐบาลจำเป็นต้องเปลี่ยนแนวทางการทำงานใน 3 เรื่องใหญ่ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน . 1. เปลี่ยนแนวทางบริหารแบบปิดของ ศบก. มาเป็นการเปิดรับฟัง เปิดข้อมูล ลงโทษคนผิด . 2. เปลี่ยนจากการใช้กองทุนเพื่อตรึงราคาน้ำมัน มาเป็นการอุดหนุนแบบขั้นบันไดและช่วยกลุ่มเปราะบาง ร่วมกับมาตรการทางภาษี . 3.เปลี่ยนจากการทำโครงการธงเขียวที่ช่วยเกษตรกรได้จำกัด มาเป็นการดูแลทั้งซัพพลายเชนการผลิตและแจกคูปองแบบทั่วถึง
Ton Veerayooth tweet media
ไทย
6
546
755
13.7K
ณัฐพงศ์ เปรมพูลสวัสดิ์ (คุง)
กลิ่นขยะอ่อนนุช เหม็นต่อ? เปิดเตาเผาแล้วอวสานกลิ่นขยะจริงเปล่า? ทำไมต้องเตือนไม่ให้ลืมแก้ของเก่า? #พรรคประชาชน #ประเวศ #สะพานสูง #กลิ่นขยะ #โรงขยะอ่อนนุช
ไทย
0
83
119
3K
ณัฐพงศ์ เปรมพูลสวัสดิ์ (คุง) retweetledi
ศุภณัฐ มีนชัยนันท์ Suphanat Minchaiynunt
สกรีนพื้นในรูปคือ ส่วนหนึ่งของ “Project ห้าแยกไม่หลง” ที่ผมทำร่วมกับกรมทางหลวงครับ โดยในแผน จะมี 5 เรื่อง 1) สกรีนพื้น - อันนี้จริงๆผมอยากให้กรมทางหลวงแยกสีไปเลย แต่กรมทางหลวงขอสีเดียวก่อน เพราะกลัวหลายสีแล้วโดนว่า 2) ทำเส้นสี นำสายตา ไปในแต่ละเส้นทาง - อันนี้คือ highlight ของ project นี้ครับ ซึ่งตอนแรกจะทำเดือนนี้ โดยไม่ได้ทำเหมือนญี่ปุ่น (สีกลางเลน) เสียทีเดียว แต่จะเป็นแนวเส้นประ แยกสี อยู่ซ้าย-ขวาของเลน แต่กรมทางหลวงยังติดรายละเอียดเรื่องสีที่จะใช้ และกลัวจะโดนคนว่า เลยขยับไปก่อน เดี๋ยวผมจะขอให้ทำ perspective มาให้ดูกันก่อนด้วย 3) เส้นประตรงกลางแยก ทำให้เลี้ยวอยู่ในเลน - เหตุผลที่ยังไม่ทำ เช่นเดียวกับข้อ 3 แต่ในกทม.เราจะมีหลายแยกที่ทำอยู่แล้ว เพียงแต่เป็นเส้นประสีขาว 4) ติดป้ายบอกทาง และขยับป้ายให้ตรงเลนกัน - มีประสาน สจส.กทม.ให้ขยับป้าย แต่ส่วนใหญ่เป็นป้ายกรมทางหลวงที่จะติดตั้งเพิ่มครับ 5) ทำเกาะกลาง และ barrier กั้น เพื่อไม่ให้มีการขับตัดเลน หรือย้อนศร อาทิ เส้นกำแพงเพชร จากหมอชิตไปเซ็นทรัล ลาดพร้าว ที่ตำรวจชอบจับบ่อยๆ - กรมทางหลวงเตรียมทำเกาะกลาง+ป้ายให้อยู่ จะได้ไม่หลงวิ่งตัดเลน จนโดนจับ . . ขอบคุณภาพแรกจาก The Standard #แบงค์ศุภณัฐ #ศุภณัฐมีนชัยนันท์ #ห้าแยกลาดพร้าว
ศุภณัฐ มีนชัยนันท์ Suphanat Minchaiynunt tweet mediaศุภณัฐ มีนชัยนันท์ Suphanat Minchaiynunt tweet mediaศุภณัฐ มีนชัยนันท์ Suphanat Minchaiynunt tweet mediaศุภณัฐ มีนชัยนันท์ Suphanat Minchaiynunt tweet media
ปันโปร@punpromotion

หายสับสนขึ้นมั้ย? กับแยกปราบเซียน ที่ถ้าเลี้ยวผิดมี.. 🤯 #ห้าแยกลาดพร้าว #ปันโปร

ไทย
83
10.4K
6K
800.4K
ณัฐพงศ์ เปรมพูลสวัสดิ์ (คุง) retweetledi
THE STANDARD
THE STANDARD@thestandardth·
พรรคประชาชนลุยตรวจเตาเผาขยะอ่อนนุช ชี้สร้างใหม่ไม่พอ ต้องแก้ของเก่า จี้ กทม.เลิกสัญญาเอกชนไร้มาตรฐาน วานนี้ (17 มีนาคม) ณัฐพงศ์ เปรมพูลสวัสดิ์ สส. กรุงเทพฯ เขต 21 พรรคประชาชน พร้อมด้วยศุภณัฐ มีนชัยนันท์ สส. กรุงเทพฯ เขต 9, พูนศักดิ์ จันทร์จำปี สส. บัญชีรายชื่อ และภัทราภรณ์ เก่งรุ่งเรืองชัย ส.ก. เขตบางซื่อ ลงพื้นที่สำรวจเตาเผาขยะอ่อนนุชแห่งใหม่ ซึ่งกำลังจะเปิดทดสอบระบบในวันที่ 20 มีนาคม นี้ เพื่อติดตามสถานการณ์และเน้นย้ำให้โครงการไม่ก่อมลพิษทางกลิ่นรบกวนประชาชนอีก ณัฐพงศ์ กล่าวว่า เตาเผาขยะใหม่นี้เป็นเพียง 1 โรง จากนับสิบโรงในศูนย์ขยะอ่อนนุช และการสร้างเตาเผาใหม่เพียงอย่างเดียวไม่สามารถแก้ปัญหาได้ดังที่หน่วยงานรัฐพยายามโฆษณา แต่ต้องจัดการกับของเดิมที่มีอยู่ด้วย โดยสิ่งที่น่าเป็นห่วงคือ จากการสอบถามรายละเอียดสัญญาโรงแห่งใหม่นี้ บริษัทเอกชนให้ข้อมูลว่า กทม. ไม่มีเงื่อนไขสัญญาเฉพาะเพื่อจำกัดความเสี่ยงด้านมลพิษ โดยให้อยู่ในดุลยพินิจของเอกชนทั้งหมด ซึ่งทำให้ กทม. เสียเปรียบในการจัดการปัญหา และไม่ได้นำบทเรียนจากโครงการเดิมมาปรับปรุงในโครงการใหม่ “ผมได้แจ้งกับบริษัทว่า ทุกโรงมีหน้าที่ต้องพิสูจน์ตนเอง ขอให้ดำเนินการให้ได้ตามมาตรฐาน หากทำไม่ได้และยังก่อความเดือดร้อนให้ประชาชนเหมือนที่ผ่านมา เราจะติดตามอย่างถึงที่สุดในทุกช่องทางที่มี” ณัฐพงศ์ กล่าวทิ้งท้ายว่า ขอเรียกร้องไปยัง กทม. ให้ยกเลิกสัญญากับโรงที่ไม่สามารถดำเนินการตามมาตรฐานได้ทันที และไม่ควรอุ้มเอกชนที่ควบคุมคุณภาพการทำงานไม่ได้ เพื่อเป็นบรรทัดฐานให้กับโครงการในอนาคต #TheStandardNews
THE STANDARD tweet media
ไทย
4
322
428
22.1K
ณัฐพงศ์ เปรมพูลสวัสดิ์ (คุง)
แม้เปิดเตาเผาใหม่ กลิ่นขยะก็ยังไม่จบ หากไม่แก้ของเก่าที่ยังบกพร่อง เราขอให้ยกเลิกสัญญาโรงที่ไม่ได้มาตรฐานให้เร็วที่สุด เพื่อแก้ปัญหากลิ่นทั้งหมด การมีเตาเผาที่มีคุณภาพสูงและไม่ปล่อยมลพิษเป็นวิธีที่จะมีความยั่งยืน หากควบคุมคุณภาพให้ได้ตามมาตรฐาน ซึ่งโครงการนี้ก็เป็นโครงการที่ทำมาต่อเนื่องตั้งแต่ยุคผู้ว่าคนที่แล้ว เราก็ต้องตามดูต่อไปครับ โดยผมมีแผนจะเข้าไปดูหน้างานในอีกไม่กี่วันนี้ แต่เราต้องไม่ลืมครับ ว่าความจริงมันไม่จบเพียงเท่านี้ ศูนย์ขยะอ่อนนุชมีพื้นที่กว่า 500 ไร่ รับขยะวันละประมาณ 3,500 ตัน มีโรงกำจัดขยะภายในศูนย์หลายโรง ซึ่งมีหลายโครงการที่มีปัญหา และเราได้เข้าไปดูที่หน้างานทั้งหมดแล้ว หากเปิดโรงใหม่แล้ว โรงอื่นยังรับขยะต่อไป สุดท้ายก็ยังมีกลิ่นเหม็นต่อไปอยู่ดีครับ หลายโรงที่มีปัญหาที่ผมว่า เราพยายามผลักดันให้มีการแก้ไขส่วนนี้มานานแล้ว หลายโรงเราแก้แล้วแก้อีก หากแก้ไขไม่สำเร็จ ก็ควรยกเลิกสัญญา เพื่อเปิดให้ผู้ที่ทำได้ดีกว่าเข้ามา ไม่ใช่ปล่อยให้ประชาชนต้องรับกรรมแบบนี้ตลอดไป กทม.เคยบอกกับผมเองว่า เตาเผาขยะนี้จะเข้ามาแก้ปัญหาและรับขยะทดแทนโรงที่จะหมดสัญญาได้แน่นอน แล้วก็ปล่อยให้โรงเก่าหมดสัญญาไปตามเวลา แต่ถ้าเป็นแบบนั้นประชาชนยังต้องทนดมกลิ่นเหม็นต่อไปอีกตั้งปีกว่า เวลาปีกว่า ก็ยังนานสำหรับประชาชนที่ต้องทนดมกลิ่นทุกวัน ดังนั้น ต้องทำเลยครับ เมื่อเตาเผาทำเสร็จก่อนเวลาที่คาดไว้แล้ว โรงที่มีปัญหาก็หมดความจำเป็นแล้ว จึงควรยกเลิกสัญญาและจ่ายค่าชดเชยให้เอกชน เพื่อแก้ปัญหากลิ่นเหม็นให้เร็วที่สุด กทม.ต้องกล้าที่จะตัดสินใจครับ เพราะเคยบอกผมแล้วว่ารองรับได้เพียงพอ ใช้โอกาสนี้ ปิดโรงที่ส่งกลิ่นตั้งแต่วันนี้เลย เพื่อแก้กลิ่นเหม็นให้ประชาชนไม่ต้องทนอีกแล้วครับ ช้าไม่ได้ครับ #พรรคประชาชน #โรงขยะอ่อนนุช #กลิ่นขยะ #ประเวศ #สะพานสูง
ณัฐพงศ์ เปรมพูลสวัสดิ์ (คุง) tweet media
ไทย
3
227
329
5.2K
ณัฐพงศ์ เปรมพูลสวัสดิ์ (คุง)
พ.ร.บ.จัดสรรที่ดิน ที่พวกเราผลักดันมานาน มีผลบังคับใช้แล้ววันนี้ ทำให้หมู่บ้านจัดสรร ที่เจ้าของโครงการไม่ดูแลพื้นที่ส่วนกลาง จะถูกปลดล็อคครับ และผมยินดีเข้าไปพูดคุยกับหมู่บ้านต่างๆที่สนใจ การแก้กฎหมายที่สำเร็จของพวกเราในครั้งนี้จะช่วยให้หมู่บ้านที่ต้องการยกพื้นที่ให้เป็นสาธารณะ หรือต้องการตั้งนิติบุคคลมาบริหารจัดการจะทำได้ง่ายขึ้น เพราะการตั้งนิติบุคคลไม่จำเป็นต้องให้ร่วมประชุมเกินกึ่งหนึ่งของหมู่บ้านอีกต่อไป ลูกบ้านจะสามารถตั้งนิติได้ง่าย เพื่อพิจารณาแก้ปัญหาพื้นที่ส่วนกลาง ทั้งท่อ ถนน สวนหย่อม และอื่นๆ หรือจะยกเป็นสาธารณะก็ขอมติได้ พ.ร.บ.ฉบับนี้ถูกริเริ่มโดยคุณเท้ง ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ และผลักดันต่อเนื่องมาโดย ธัญธร ธนินวัฒนาธร - ส่วนผมเองก็ได้ร่วมผลักดันกฎหมายนี้ตั้งแต่การอภิปรายในสภา ไปจนถึงการร่วมพิจารณาร่างกฎหมายในชั้นกรรมาธิการ ทั้งในสภาผู้แทนราษฎร และกรรมาธิการร่วมกับ สว. เราผลักดันเรื่องนี้กันเป็นปีจนสำเร็จ หลังจากนี้ หากหมู่บ้านใดที่เข้าเกณฑ์นี้และอยากให้ผมเข้าไปพูดคุยในหมู่บ้าน แจ้งเข้ามาได้ครับ พวกเรายินดีเข้าไปพูดคุย เพื่อให้ข้อมูลและผลักดันการแก้ปัญหาให้เป็นรูปธรรม ปัญหาจะต้องได้รับการแก้ไขถาวร ไม่ใช่ปะผุแล้วต้องมาขอเป็นครั้งคราวอีกต่อไปครับ #พรรคประชาชน #ประเวศ #สะพานสูง
ณัฐพงศ์ เปรมพูลสวัสดิ์ (คุง) tweet media
ไทย
7
633
777
16.8K
ณัฐพงศ์ เปรมพูลสวัสดิ์ (คุง)
เช้าวันเสาร์นี้ ผมขอชวนผู้ใช้สวนมหาดไทยมาพูดคุยกันครับ 🌿 สวน 50 พรรษา มหาจักรีสิรินธร (สวนมหาดไทย) เป็นพื้นที่สาธารณะที่คนแถวนั้นใช้กันทุกวัน ทั้งออกกำลังกาย พักผ่อน และทำกิจกรรมร่วมกัน ทุกเพศ ทุกวัยครับ ครั้งนี้อยากชวนทุกคนมาร่วมสะท้อนความคิดเห็นว่า อะไรที่ดีอยู่แล้ว? อะไรที่ควรปรับปรุง? สวนที่ตอบโจทย์คนทุกวัยควรเป็นอย่างไร? พบกันครับ 📍 วันเสาร์ที่ 28 กุมภาพันธ์ 2569 ⏰ 07.15 น. เป็นต้นไป ณ สวนมหาดไทย แขวงดอกไม้ เขตประเวศ เป็นวงพูดคุย ไม่รบกวนผู้ใช้สวนครับ ใครสะดวกแวะมาคุยกันได้เลย 🙏 #พรรคประชาชน #ประเวศ
ณัฐพงศ์ เปรมพูลสวัสดิ์ (คุง) tweet media
ไทย
0
10
19
442
ณัฐพงศ์ เปรมพูลสวัสดิ์ (คุง) retweetledi
ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ (เท้ง)
@beeeyourrain ลองตามการให้สัมภาษณ์ผมทุกคลิป อาจจะเข้าใจความคิด และตัวตนผม “จริง ๆ” มากขึ้นก็ได้นะครับ ถ้าเราได้มีโอกาสคุยกัน in person ก็น่าจะเป็นแหล่งข้อมูลปฐมภูมิที่ดีที่สุดในการตัดสิน / ใช้ประเมินว่า ระบบความคิด และตัวตนผมจริง ๆ เป็นคนอย่างไรครับ 🙇‍♂️
ไทย
56
6.5K
6.2K
1.3M
ณัฐพงศ์ เปรมพูลสวัสดิ์ (คุง) retweetledi
Natthaphong R.
Natthaphong R.@tee4cute·
Roadmap ร่างรัฐธรรมนูญฉบับจริง ตกขั้นตอน "ประชามติ" ไปหรือเปล่า? สรุปว่าคิดแทนคน 65 ล้านคนว่ายอมรับ "กติกาสูงสุด" นี้ร่วมกันใช่ไหม?
ไทย
0
1.8K
1.2K
0
ณัฐพงศ์ เปรมพูลสวัสดิ์ (คุง)
น้องๆคิดถึงมาก พี่ก็คิดถึงน้องๆเหมือนกัน น้องๆกลุ่มนี้อยู่ชุมชนมหาดไทย 1 ได้เจอกันมาหลายครั้งตั้งแต่ผมยังเป็น สส.อยู่ รอบนี้กลับมาเจอกันตอนเป็นว่าที่ สส.ที่รอ กกต.รับรอง วันนี้น้องๆเตะบอลให้ดูกัน และยังได้แลกเปลี่ยนประเด็นปัญหากับผู้ใหญ่ในชุมชน คือความกังวลเรื่องน้ำท่วมและที่ดินมหาดไทย ซึ่งทั้งหมดนี้เราติดตามต่อแน่นอนครับ #พรรคประชาชน #ประเวศ #สะพานสูง
ไทย
5
337
848
15.9K
ณัฐพงศ์ เปรมพูลสวัสดิ์ (คุง)
กลิ่นขยะต้องจบ ผมเข้าพูดคุยกับศูนย์กำจัดมูลฝอยอ่อนนุชวันนี้ เพื่อติดตามเรื่องต่อ ผมได้ชวน ชลธาร ทรัพย์ไพบูลย์เลิศ - ว่าที่ สส.บางนา-พระโขนง ไปพูดคุยกับศูนย์กำจัดมูลฝอยอ่อนนุชด้วยกัน ในฐานะที่ประชาชนของพวกเราเดือดร้อนเรื่องนี้ เรามาอัปเดตสถานการณ์ในโรงต่างๆว่าเป็นอย่างไรบ้าง เริ่มจากโรงหมัก 600 ตัน และ 1,000 ตัน ที่ถูกมองว่าเป็นต้นเหตุหลัก พวกเราได้ตามเรื่องนี้จนรัฐยอมประกาศไม่ต่อสัญญาอีกต่อไป เรื่องนี้ยังไม่เปลี่ยนแปลง เป็นที่ยืนยันว่า ธ.ค.69 นี้ โรง 600 ตัน จะปิดตัวลง และ มิ.ย.70 นี้ โรง 1,000 ตัน จะปิดตัวลง ส่วนโรง MBT 800 ตัน ยังเปิดไม่ได้ เพราะทดลองแล้วยังมีกลิ่นออกมาอยู่ ซึ่งเรื่องนี้เรากำลังตามดูอยู่ว่าจะฝืนเปิดกลับมาอีกหรือไม่? เช่นเดียวกับเตาเผาขยะติดเชื้อที่เคยส่งควันพิษ ผมแจ้งเรื่องนี้และ กทม.สั่งปิดมาตั้งแต่บัดนั้นจนถึงวันนี้ สิ่งที่พวกเราต้องการจะเห็นโดยเร็วคือรัฐต้องมีความกล้าหาญ เข้าพูดคุยกับเอกชน เพื่อขอยกเลิกสัญญาโรงที่ส่งกลิ่นทันที เพราะให้โอกาสแก้ไขมาหลายครั้งก็ยังแก้ไม่ได้เสียที ไม่จำเป็นต้องให้ประชาชนรออีกหลายเดือน วันนี้เรามองเห็นปลายทางส่วนหนึ่งแล้ว เราได้สิ่งที่เราตั้งใจมาส่วนหนึ่งแล้ว ผมยืนยันว่าเราจะติดตามเรื่องนี้อย่างใกล้ชิด หากวันใดมีท่าทีว่าจะบิดหรือแอบขยายสัญญาให้โรงที่ส่งกลิ่นเปิดต่อ เราจะไม่นิ่งเฉยในเรื่องนี้แน่นอนครับ #พรรคประชาชน #ประเวศ #สะพานสูง
ณัฐพงศ์ เปรมพูลสวัสดิ์ (คุง) tweet media
ไทย
5
332
405
9.6K
ณัฐพงศ์ เปรมพูลสวัสดิ์ (คุง)
ส่วนงานสภา ผมจะยังคงเป็น สส.ผู้ไม่เคยขาดสภาอยู่เช่นเดิม เพราะนั่นคืองานที่ทุกท่านฝากผมไว้ ผมยังมีกฎหมายหลายฉบับที่จะต้องผลักดันให้สำเร็จ เพื่อแก้ปัญหาให้ประชาชนด้วย เพราะเราพบว่าปัญหาหลายอย่างมีข้อจำกัดทางกฎหมาย จึงต้องมีการเสนอแก้ไขกฎหมายด้วย ดังเช่น ร่าง พ.ร.บ.จัดสรรที่ดิน ที่ไปช่วยปลดล็อคข้อจำกัดให้หมู่บ้านที่ถูกเจ้าของโครงการทิ้ง เรายังมีกฎหมายอีกหลายฉบับที่ต้องผลักดันต่อ ผมทราบดีว่าการทำงานการเมือง ไม่มีทางทำอะไรถูกใจทุกคนได้ ก็คงมีความเห็นที่หลากหลายอยู่แล้ว แต่เราจะโฟกัสในสิ่งที่ทำได้และเป็นไปได้ 4 ปีหลังจากนี้ จะเป็นช่วงเวลาที่เราจะทำงานให้หนักขึ้น เพื่อผลักดันทุกประเด็นที่เราทำได้ภายใต้ข้อจำกัดนี้ครับ
ไทย
1
11
23
753
ณัฐพงศ์ เปรมพูลสวัสดิ์ (คุง)
[แผนการทำงาน: ผมจะทำให้ดีขึ้นในการเป็น สส.สมัยที่ 2] ก่อนอื่นผมต้องขอขอบคุณทุกท่านที่ได้ให้โอกาสผมเข้ามาทำงานอีกครั้ง ถึงแม้เราจะไม่ได้เข้าไปเป็นรัฐบาล ทำให้เราไม่มีอำนาจในการจัดสรรงบประมาณและไม่มีอำนาจในการบริหารราชการแผ่นดิน แต่การกลับมาครั้งนี้ผมเชื่อว่าจะทำให้ดียิ่งกว่าครั้งแรกอย่างแน่นอนครับ ไม่ใช่แค่งานสภา แต่ยังรวมถึงงานพื้นที่ด้วย จากสมัยแรกคนส่วนใหญ่จดจำผมได้จากหลายเรื่อง ไม่ว่าจะเป็น ✅️ การเป็น สส.ที่ไม่เคยขาดประชุมสภาแม้แต่ครั้งเดียว ✅️ การผลักดันรถประจำทางเชื่อมสถานีบ้านทับช้างจนสำเร็จ ในรอบ 15 ปี ✅️ การร่วมกับชุมชนในการผลักดันประเด็นที่ดินจนสิ้นสุดมหากาพย์ 20 ปี ✅️ ความพยายามในการแก้ปัญหากลิ่นขยะอ่อนนุช ✅️ การอภิปรายงบประมาณในสภา ✅️ การผลักดันประเด็นผังเมืองกรุงเทพ ✅️ การร่วมกิจกรรมกับชุมชนอย่างการขี่ไดโนเสาร์ไปงานวันเด็ก ดูเหมือนว่าทั้งหมดนี้จะเป็นภาพจำของผมในการเป็น สส.สมัยแรก ที่คนมักกล่าวถึง และนั่นคือมาตรฐานที่ผมตั้งไว้ในการทำหน้าที่สมัยแรก ในสมัยที่ 2 นี้ ผมตั้งใจจะยกระดับการทำงานมากขึ้นอีก เพราะเห็นว่ายังมีหลายเรื่องที่ยังมีช่องโหว่และต้องปรับปรุงให้ดีกว่านี้ เริ่มจาก 📌 "สื่อสารมากขึ้น" เพราะเราไม่สามารถเดินไปเจอประชาชนทั้งหมดเกือบ 200,000 คนได้ ก็จะต้องสื่อสารมากขึ้นในทุกช่องทาง 📌 "เข้าถึงมากขึ้น" โดยมีประเด็นต่างๆ เพื่อทำงานร่วมกับประชาชนทุกกลุ่มและทุกสถานที่อย่างทั่วถึง และใครอยากให้ผมไปที่ไหนลงในแบบฟอร์มเอาไว้ได้ แน่นอนว่าผมจะยังคงเป็นผู้แทนที่ไม่แจกเงินอยู่เหมือนเดิม เพราะการนำเงินลงทุนกับการทำงานมากเกินไปจะนำไปสู่วงจรคอรัปชั่นในที่สุด และอาจนำไปสู่ระบบอุปถัมภ์ที่เลี้ยงไข้ปัญหาให้ไม่จบสิ้น ดังนั้น สิ่งที่เราจะเน้นคือการทำงานจริงๆ แก้ปัญหาต้นตอจริงๆ แม้มีข้อจำกัดในการเป็นฝ่ายค้าน ผมมีวาระมากมายในพื้นที่ที่ตั้งใจจะผลักดันในช่วงเวลา 4 ปีนับจากนี้ให้เสร็จสิ้น ตัวอย่างเช่น 👉 กลิ่นขยะต้องจบได้แล้ว ด้วยทุกวิถีทางที่เราจะทำได้ ไม่ใช่ปล่อยไปแบบนี้ ผมจะเข้าไปหารือปัญหากับศูนย์กำจัดมูลฝอยอ่อนนุชตั้งแต่วันพรุ่งนี้เลยครับ 👉 ช่วงก่อนฤดูฝน เราจะติดตามสถานการณ์น้ำกับสำนักการระบายน้ำ กทม.อย่างใกล้ชิดว่ามีการพร่องน้ำอย่างเหมาะสมอย่างไร เพื่อประเมินความเสี่ยงจากสถานการณ์น้ำเหนือ และนำข้อมูลมาประชาสัมพันธ์กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและประชาชนให้เตรียมตัวได้ทัน เช่นเดียวกับสถานการณ์น้ำรอระบายจากน้ำฝน ซึ่งเรื่องนี้ต้องยอมรับว่าเป็นเรื่องแก้ไขยาก เพราะเราไม่มีอำนาจรัฐที่จะบริหารจัดการ แต่จะพยายามประสานงานอย่างเต็มที่ที่สุดในสิ่งที่เราทำได้ดังที่ผมแจ้งไป 👉 ปัญหาน้ำท่วมในหมู่บ้านหลายแห่ง เราเชื่อว่าจะสามารถทำให้ดีกว่านี้ในระยะยาวได้ด้วยกฎหมายที่ผมร่วมผลักดันจนสำเร็จในสภาชุดที่แล้ว คือ พ.ร.บ.จัดสรรที่ดิน ที่จะช่วยให้ตั้งนิติบุคคลได้ง่ายขึ้น เรื่องนี้คงต้องไปพูดคุยกับแต่ละพื้นที่อย่างจริงจัง ผมพร้อมลงพื้นที่ไปพบกับทุกหมู่บ้านเพื่อหารือเรื่องนี้ โดยทุกท่านสามารถแจ้งความประสงค์มาได้ว่าให้เราเข้าไป 👉 การยกระดับสถานีบ้านทับช้างให้เป็นสถานีของประชาชนทุกคนทุกกลุ่ม มีสาธารณูปโภคที่ตอบโจทย์ประชาชน ตอนนี้เราผลักดันรถประจำทางสำเร็จแล้ว ยังมีสาธารณูปโภคอื่นๆที่เราต้องผลักดันต่อ เช่น บันไดเลื่อนจากฝั่งสะพานสูง ติดตามให้มีการดูแลจุดจอดรถ ฯลฯ 👉 ที่ดินชุมชนมหาดไทยและอ่อนนุช 86 ยังคาราคาซังมาหลายปีแล้ว ต้องกระตุ้นให้เกิดความชัดเจนจากภาครัฐเสียที ไม่งั้นประชาชนก็จะจมน้ำและค่าไฟแพงอยู่แบบนี้ 👉 ฯลฯ นั่นคงเป็นส่วนหนึ่งของงานเชิงประเด็นใหญ่ๆในพื้นที่ ที่เราคงจะทำควบคู่ไปกับเรื่องร้องเรียนเรื่องยิบย่อยต่างๆที่ทุกท่านส่งมา เราจะรวบรวมส่งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเป็นระยะ เพื่อให้ทุกประเด็นได้รับการแก้ไขโดยเร็ว แต่อย่างที่ผมเคยเรียนว่า หากเป็นเรื่องที่มีข้อจำกัดด้านงบประมาณ ฝ่ายค้านอย่างเราคงไม่สามารถเสกให้เกิดในเวลาอันสั้นได้ แต่เราจะพยายามประสานอย่างเต็มที่ที่สุด และตอนนี้มีเรื่องร้องเรียนส่งมาที่ผมหลายร้อยเรื่อง อาจต้องใช้เวลาประมวลผลเล็กน้อย การเจอหน้า หมู่บ้านไหน ชุมชนใด ที่อยากให้เราเข้าไปพูดคุยแจ้งเข้ามาทางแบบฟอร์มได้เลย เพื่อให้พวกเราจัดคิวไปลงพื้นที่ได้ แต่ผมต้องขอให้เป็นประเด็นที่เป็นสาธารณะเท่านั้น ไม่ใช่ประเด็นที่เป็นประโยชน์เฉพาะบุคคลหรือคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง แต่ต้องเป็นประโยชน์ต่อสาธารณะที่เราจะเปิดวงพูดคุยกันหลายคนได้ ....... ....... (ต่อ) #พรรคประชาชน #ประเวศ #สะพานสูง
ณัฐพงศ์ เปรมพูลสวัสดิ์ (คุง) tweet media
ไทย
6
291
499
8.9K
ณัฐพงศ์ เปรมพูลสวัสดิ์ (คุง)
🙏🙏
Arn_upap@UpapArn

เมื่อคน ตจว. บอกว่า คน กทม. เห็นแค่ส้มก็กาให้ งั้นขอเบลมว่าฉันไม่นะ ขอขาย สส. เขตบ้านตัวเอง @nuttapongprem คุง สส. บ้านฉันไม่เคยขาดงานสภาเลยสักครั้ง มีผลงานให้เห็นตลอด อดีตนักผังเมือง จบ ป.โท เลือกเพราะเขาทำให้เห็นว่ามันเปลี่ยน #การเมืองไทย #เลือกตั้ง69 #เลือกตั้ง69อนาคตประเทศไทย

ART
3
370
478
14.4K