ottoshi retweetledi
ottoshi
18K posts

ottoshi
@ottoshi
บางครั้ง การไม่มี ไม่รู้ ไม่ได้ ก็สุขใจมากกว่า https://t.co/d5kaObc1ac
Katılım Ocak 2021
283 Takip Edilen3.4K Takipçiler

@say_sranyu83871 @tigeryellowlive เป็น io ที่สร้าง account เพื่อต่อและโจมตีคนอื่น
ข้อสังเกตหลัก
1.ไม่ลงรูปตัวเองชัดเจน ใช้รูปการ์ตูน
2.account จะต่อด้วยตัวเลขเป็นชุดไม่มีลำดับ เพื่อหลบเลี่ยงการตรวจจับบอท หรือเพื่อสร้าง account มาหลายๆชื่อ
3. ลง content ตอบเม้น เฉพาะเรื่องการเมืองฝั่งตรงข้าม
#io #ฆวยส้ม
ไทย

@tigeryellowlive สลิ่มเชื่องูเห่า ทั้งๆที่ไม่รู้เลยว่ามันทำเพื่อผลประโยชน์ของนักการเมืองทั้งนั้น คนเราในหน้าที่มันก็ต้องทำ ไม่ใช่อยู่ๆจะบินไปเอาหัวใจช่วย
ไทย
ottoshi retweetledi

รัฐเตรียมเปิดคนไทยใช้ AI พรีเมียมระดับโลก พร้อม ThaiLLM ฟรี 5 ล้านสิทธิ์ นาน 1 ปี ครอบคลุม 7-8 แพลตฟอร์มหลัก เร่งยกระดับทักษะดิจิทัล-ต่อยอดเศรษฐกิจข้อมูล ขณะที่เทคกูรู เชื่อช่วยคนไทยเข้าถึง AI ระดับโลกง่ายขึ้น แนะรัฐ จัดงบระดับพันล้านหนุนผู้พัฒนา AI สัญชาติไทย
thansettakij.com/technology/ai/…

ไทย
ottoshi retweetledi

วงการสายวัดสุขภาพอาจจะมีบัลลังก์สั่น ! หลังจากที่กระแส Whoop มาแรงไม่ว่าจะเป็นกลุ่มคนรักสุขภาพ อินฟลูเอนเซอร์ หรือแม้กระทั่งศิลปินดาราทั่วโลกเองก็ยังใช้กัน ด้วยดีไซน์และฟังก์ชันที่ตอบโจทย์การดูแลสุขภาพแบบเข้าข้อ
.
แต่การมาของ Fitbit Air ของ Google ที่ได้เปิดตัวไปเมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม 2026 ที่ผ่านมาถือเป็นการท้าชนกับ Whoop โดยตรงเลยทีเดียว สำหรับสาย Minimalist ที่เน้นเก็บ Data แต่ไม่ชอบหน้าจอ และที่สำคัญมีจุดเด่นใหม่ ๆ ที่จะเป็นจุดเปลี่ยนที่ Fitbit Air จะมาแรงแซงโค้งได้ เพราะอะไร ? บทความนี้ BT จะรวบรวมมาให้เห็นภาพกัน
.
เริ่มจากการพามารู้จักกับ “Google Fitbit Air” ตัวนี้กันก่อน ว่าง่าย ๆ ก็คืออุปกรณ์ที่ใช้ติดตามสุขภาพอัจฉริยะรุ่นใหม่ล่าสุดที่ถอดหน้าจอออกทั้งหมด เน้นความเบาบาง และใส่ความอัจฉริยะของ AI มาเสริมให้ฟังก์ชันการดูแลสุขภาพโดดเด่นและหลากหลายที่สุดที่เคยมีมา
ดีไซน์เพื่อสายคลีน เบา กะทัดรัด แต่ฟังก์ชันเยอะ
ตัวสายรัดมีน้ำหนักที่เบาให้ความรู้สึกเหมือนไม่ได้ใส่ ด้วยน้ำหนักตัวเครื่องเปล่าเพียง 5.2 กรัม และเมื่อรวมสายรัดจะมีน้ำหนักเพียง 12 กรัม เท่านั้น ตัวเรือนทำจากโพลีคาร์บอเนตรีไซเคิล และพลาสติก PBT ตัวสายเป็นวัสดุสิ่งทอ (Textile) พร้อมตัวล็อกสายสเตนเลส
.
ถึงจะบางเบาแต่ใส่ตัวเซนเซอร์มาแน่น ๆ เพื่อการตรวจวัดที่ครอบคุม โดยจะมีเซนเซอร์วัดอัตราการเต้นของหัวใจแบบ Optical, เซนเซอร์ตรวจจับการเคลื่อนไหว 3 แกน (Accelerometer) และ Gyroscope, เซนเซอร์ Red และ Infrared สำหรับวัดระดับออกซิเจนในเลือด (SpO2), เซนเซอร์วัดอุณหภูมิอุปกรณ์ สามารถกันน้ำได้ในระดับ 5 ATM ซึ่งกันน้ำลึกสูงสุด 50 เมตร
ฟีเจอร์สุขภาพล้ำกว่า แม่นยำกว่า
สิ่งที่ทำให้ Fitbit Air แตกต่างจากคู่แข่งอย่าง Whoop คือการนำเทคโนโลยี Gemini มาใช้เพื่อให้คำแนะนำส่วนบุคคลเกี่ยวกับการออกกำลังกาย การฟื้นฟู และการวิเคราะห์การนอนหลับ และที่สำคัญเขาการันตีความแม่นยำ เพราะ Google ใช้โมเดล Machine Learning รุ่นใหม่ล่าสุดที่เคลมว่ามีความแม่นยำมากกว่าเดิมถึง 15% โดยเฉพาะในการคำนวณคะแนนการนอน (Sleep Score) ที่จะช่วยสะท้อนถึงการฟื้นฟูร่างกายของเราได้ดีกว่าเดิม
.
แม้จะไม่มีหน้าจอ แต่ Fitbit Air จะทำงานตลอดเวลาอยู่เบื้องหลัง ซึ่งจะคอยติดตามอัตราการเต้นของหัวใจตลอด 24 ชั่วโมง, ตรวจจับสัญญาณภาวะหัวใจล้มเหลว (AFib) และวิเคราะห์ช่วงการนอน (Sleep Stages) อย่างละเอียด มีระบบจดจำกิจกรรมอัตโนมัติสำหรับกีฬาพื้นฐาน เช่น วิ่ง, เดิน, ปั่นจักรยาน หรือการพายเรือ โดยที่เราไม่ต้องกดปุ่มเริ่มให้วุ่นวาย
รุ่นพิเศษมาพร้อมสายรัดที่อัปเกรดกว่า
นอกจากรุ่นปกติแล้ว Google ยังได้เปิดตัวรุ่นพิเศษที่ร่วมมือกับซูเปอร์สตาร์ดังของ NBA อย่าง สตีเฟน เคอร์รี (Stephen Curry) ซึ่งในรุ่นนี้จะมีการอัปเกรดวัสดุสายรัดให้มีพื้นผิวภายในแบบยกสูง (Raised Interior Print) เพื่อเพิ่มการไหลเวียนของอากาศ ลดการสะสมของเหงื่อ และมีการเคลือบสารกันน้ำพิเศษเพิ่มเติมเพื่อความทนทานขั้นสุด
.
สายสุขภาพที่อ่านมาถึงตรงนี้แล้วสนใจอยากได้มาใช้ ราคาของ Fitbit Air สำหรับรุ่นปกติอยู่ที่ 100 เหรียญสหรัฐฯ (หรือประมาณ 3,200 บาท) และรุ่น Stephen Curry 130 เหรียญสหรัฐฯ (ประมาณ 4,190 บาท) จ่ายครั้งเดียวจบ ซึ่งถือว่าถูกกว่าคู่แข่งในระดับเดียวกันมาก โดยจะเริ่มวางจำหน่าย 26 พฤษภาคม 2026 มาพร้อมโปรพิเศษที่ให้ Google Health Premium ไปใช้งาน 3 เดือนแบบฟรี ๆ เลย
อ่านบทความฉบับเต็มได้ที่ beartai.com/read/1500464/
ที่มา : Google Health, Engadget , Vinaspot , Wired
#BTbeartai #FitbitAir

ไทย

หมอตรวจสุขภาพทุกปี แต่ป่วยมะเร็งสุดท้ายเสียชีวิตใน 2 เดือน msn.com/th-th/news/oth…
ไทย
ottoshi retweetledi
ottoshi retweetledi
ottoshi retweetledi

ประเทศนี้คนโง่แต่เสียงดังเยอะเนาะ มีห่าอะไรก็โวยวายลงโซเซี่ยล ไม่ยอมอ่านหนัง
#การศึกษาสำคัญ #ขีดเส้นใต้เน้นสีเข้ม
DarkSideOfTheMoon@RadioKaKaKa
ประเทศนี้คนโง่แต่เสียงดังเยอะเนาะ มีห่าอะไรก็โวยวายลงโซเซี่ยล ไม่ยอมอ่านหนังสือ -ถ้าคุณทำแบบ Off-grid คือไม่เชื่อต่อเข้าสายของการไฟฟ้า คุณไม่ต้องไปขออนุญาต คุณทำไปได้เลย ทำเอง ใช้เอง แต่ ถ้าคุณติดตั้งบนหลังคา หรือต้องดัดแปลงอาคาร คุณอาจจะต้องไปขออนุญาต หน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง -ถ้าคุณทำแบบ On-Grid บบนี้ ต้องขออนุญาตการไฟฟ้าแน่นอน เพราะถือว่าเป็นการ “ขนานไฟ” กับระบบของรัฐ เช่น -ใช้โซลาร์ร่วมกับไฟบ้าน มีโอกาสไฟไหลย้อนเข้าระบบ -หรือจะขายไฟคืน ที่น่าเบื่อประเทศนี้ คือ คนโง่ แต่เสียงดัง
ไทย



















