₍ᐢ. ֑ .ᐢ₎
261 posts

₍ᐢ. ֑ .ᐢ₎ retweetledi
₍ᐢ. ֑ .ᐢ₎ retweetledi
₍ᐢ. ֑ .ᐢ₎ retweetledi
₍ᐢ. ֑ .ᐢ₎ retweetledi
₍ᐢ. ֑ .ᐢ₎ retweetledi
₍ᐢ. ֑ .ᐢ₎ retweetledi
₍ᐢ. ֑ .ᐢ₎ retweetledi
₍ᐢ. ֑ .ᐢ₎ retweetledi
₍ᐢ. ֑ .ᐢ₎ retweetledi
₍ᐢ. ֑ .ᐢ₎ retweetledi
₍ᐢ. ֑ .ᐢ₎ retweetledi
₍ᐢ. ֑ .ᐢ₎ retweetledi

“ หนูไม่ชอบที่ตัวเองเป็นคนอ่อนไหวง่าย
อยากรู้วิธีที่จะเลิกใส่ใจ ไม่เจ็บปวด
และมีภูมิต้านทานต่อความอ่อนไหว“
ฉันถามคนไข้กลับว่า ” แต่วันนี้หนูซื้อตุ๊กตากล่องสุ่มมาให้หมอไม่ใช่หรอคะ ทำไมหนูถึงซื้อมาให้หรอคะ“
เธอตอบว่า เพราะมันน่ารัก เห็นแล้วนึกถึงหมอ จำได้ว่าหมอชอบ ก็เลยอยากซื้อมาให้
ฉันจึงถามเธอกลับไปว่า ”นี่ไม่ใช่เพราะหนูเป็นคนอ่อนไหวหรือคะ? ความอ่อนไหวคือความต่อเนื่องของการใส่ใจนะ เพราะหนูใส่ใจในรายละเอียดจึงรู้สึกอ่อนไหว แต่มันก็ทำให้หนูเป็นคนน่ารักหรือเปล่า?“
สิ่งที่ตรงข้ามกับความอ่อนไหว
มันคือความเฉยชา
แน่ใจหรือเปล่าว่าเราต้องการเป็นคนเฉยชา
คนที่อ่อนไหว
คือคนที่เปิดใจรับความสุขได้ง่าย
แต่ก็แน่นอนว่าเปิดใจรับความทุกข์ได้ง่ายเช่นกัน
เราน่าจะมองว่าทำอย่างไรเราถึงจะปล่อยวางความทุกข์ได้ง่าย แทนที่จะมองว่าทำอย่างไรเราถึงจะไม่อ่อนไหวหรือเปล่ากันนะ
ถ้ามองว่าจิตใจคือห้อง
ความอ่อนไหวก็คือความฝืดของประตูนั่นแหละ
ถ้าประตูฝืดก็เปิดยาก
แม้ว่าความทุกข์จะวิ่งเข้าห้องยาก
แต่ความสุขก็วิ่งเข้าห้องยากเช่นกัน
ถ้าเรามองว่าความทุกข์เหมือนฝุ่น
เราหาทางดูดฝุ่น เราหาทางเช็ดพื้น
เราเลือกน้ำยาที่เช็ดพื้นแล้วฝุ่นไม่ค่อยเกาะก็ได้นะ
แต่อย่าหาทางปิดประตู
แต่อย่าหาทางทำให้ประตูฝืดเลย
ไทย
₍ᐢ. ֑ .ᐢ₎ retweetledi
₍ᐢ. ֑ .ᐢ₎ retweetledi
₍ᐢ. ֑ .ᐢ₎ retweetledi
₍ᐢ. ֑ .ᐢ₎ retweetledi
₍ᐢ. ֑ .ᐢ₎ retweetledi
₍ᐢ. ֑ .ᐢ₎ retweetledi
₍ᐢ. ֑ .ᐢ₎ retweetledi




























