popco99
4.1K posts


เตือนภัย ห้ามโอนเด็ดขาด! มิจฉาชีพแอบอ้างชื่อ THE STANDARD หลอกโอนเงิน
บริษัท เดอะสแตนดาร์ด จำกัด ตรวจพบเงินโอนผิดปกติเข้าบัญชีหลายธุรกรรม รวม เป็นวงเงินกว่า 8 หมื่นบาท เบื้องต้นเชื่อถูกนำชื่อบริษัทและบัญชีธนาคารไปใช้เป็นส่วนหนึ่งของขบวนการหลอกลวง ยืนยันไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง ไม่เคยอนุญาต และเป็นผู้เสียหายจากการถูกแอบอ้างเช่นกัน
บริษัท เดอะสแตนดาร์ด จำกัด เปิดเผยว่า พนักงานฝ่ายบัญชีของบริษัทตรวจสอบพบบัญชีธนาคารของบริษัทมีรายการเงินโอนเข้ามาหลายรายการจากผู้โอนหลายราย และในหลายช่วงเวลาที่แตกต่างกัน ซึ่งมีลักษณะผิดปกติจากธุรกรรมตามปกติของบริษัท
ภายหลังพบความผิดปกติ บริษัทได้ดำเนินการตรวจสอบภายในเพิ่มเติมว่า รายการดังกล่าวเป็นรายการชำระเงินจากลูกค้าของบริษัทหรือไม่ ซึ่งจากการตรวจสอบไม่พบว่าไม่เป็นธุรกรรมกับทางบริษัท ฝ่ายบัญชียังคงอยู่ตรวจสอบรายละเอียดอย่างเข้มข้น
จากการตรวจสอบเพิ่มเติม บริษัทได้ติดต่อบุคคลภายนอกรายหนึ่งผ่าน Facebook ตามชื่อบัญชี (ที่ขอสงวนไว้) และได้รับข้อมูลว่า บุคคลดังกล่าวถูกชักชวนผ่านบัญชี LINE ชื่อ ‘วชิรพงศ์ (ฟิว)’ ซึ่งใช้ภาพบุคคลเป็นรูปโปรไฟล์ ก่อนจะถูกดึงเข้ากลุ่มไลน์ชื่อ ‘KYC ยืนยันตัวตนลงทะเบียนร้านค้า’ เพื่อให้เปิดสมาชิกและ/หรือเข้าร่วมกิจกรรมบางอย่าง
ต่อมาบุคคลดังกล่าวได้รับคำแนะนำให้โอนเงินเข้าบัญชีธนาคารกสิกรไทย ชื่อบัญชี บจก. เดอะสแตนดาร์ด ซึ่งเป็นบัญชีของบริษัทจริง และหลังจากนั้นยังถูกหลอกให้โอนเงินเพิ่มเติมไปยังบัญชีอื่นที่ไม่ใช่บัญชีของบริษัทอีกด้วย
จากข้อเท็จจริงที่ตรวจพบ บริษัทเชื่อว่ามีบุคคลหรือกลุ่มบุคคลนำชื่อบริษัทและบัญชีธนาคารของบริษัทไปใช้เป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการหลอกลวง เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือให้บุคคลภายนอกหลงเชื่อและโอนเงิน
บริษัทขอยืนยันว่า ไม่มีส่วนรู้เห็น ไม่เคยอนุญาต และไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง กับการชักชวนให้บุคคลภายนอกโอนเงินเพื่อเปิดสมาชิก เปิดบัญชี หรือชำระเงินในลักษณะดังกล่าวแต่อย่างใด
เท่าที่บริษัทตรวจสอบพบในเบื้องต้นมีรายการรับโอนเงินที่เข้าข่ายผิดปกติจำนวน 478 รายการ จากผู้โอน 478 ราย รวมมูลค่า 89,777.82 บาท
นอกจากนี้ ในขณะนี้บริษัทสามารถติดต่อและพูดคุยกับบุคคลภายนอกที่ได้รับความเสียหายเพิ่มเติมได้แล้ว ซึ่งให้ข้อมูลสอดคล้องกับพฤติการณ์ที่พบบัญชีของบริษัทถูกนำไปใช้สร้างความน่าเชื่อถือในการหลอกลวงดังกล่าว
บริษัทขอยืนยันที่จะดำเนินการทางกฎหมายอย่างเด็ดขาด ต่อผู้ที่แอบอ้าง เนื่องจากเหตุการณ์นี้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อชื่อเสียงและความน่าเชื่อถือของบริษัท และอาจทำให้บุคคลทั่วไปเข้าใจผิดว่าบริษัทมีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำดังกล่าว ทั้งที่ข้อเท็จจริงคือ บริษัทเป็นผู้ได้รับผลกระทบจากการถูกแอบอ้างเช่นกัน
#TheStandardNews

ไทย
popco99 retweetledi

ชัชชาติยังไม่ตัดสินใจลงผู้ว่าฯ กทม. สมัยหน้าหรือไม่ ขอรอฟังหลังครบวาระ 21 พ.ค.นี้ เร่งสางงานค้าง เผยคิดนโยบายไว้แล้ว
วันนี้ (19 เมษายน) ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) เปิดเผยถึงกรณีจะลงสมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. อีกรอบหรือไม่ ว่า ยังไม่รีบตัดสินใจ เพราะยังเหลือเวลาอีกตั้ง 1 เดือน ซึ่งจะหมดวาระในวันที่ 21 พฤษภาคม 2569 นี้ แต่ยอมรับว่าได้คิดนโยบายไว้แล้ว โดยมีทีมงานช่วยเหลือว่าหากไปต่อควรจะทำอะไรเพิ่มเติม
เช่น การวางผังเมืองใหม่ แต่ขณะนี้ขอทำหน้าที่ตรงนี้ให้ดีที่สุดก่อนจะสรุปอีกครั้งว่าจะลงสมัครหรือไม่ ดังนั้น ในช่วงเดือนสุดท้ายก่อนครบวาระ ทุกนาทีที่ดำรงตำแหน่งผู้ว่าฯ กทม. จะต้องทำหน้าที่ในปัจจุบันก่อน ส่วนจะสมัครหรือไม่ค่อยประกาศ
ชัชชาติกล่าวอีกว่า ใน 1 เดือนต่อจากนี้ที่อยู่ในตำแหน่ง จะต้องเร่งสะสางงานที่ค้าง และประชาสัมพันธ์นโยบายให้มากที่สุด แต่ทั้งนี้ก็ยังเหมือนการขับเคลื่อนงานตลอด 3 ปีที่ผ่านมา โดยจะเร่งรัดและดูปัญหาต่างๆ ซึ่งก็ถือว่าเป็นการทำงานตามปกติ
ชัชชาติยืนยันว่า หากจะลงสมัคร ส่วนตัวชอบอิสระมากกว่าสังกัดพรรคการเมือง เพราะที่ผ่านมาก็ถือว่าได้ทำงานอย่างอิสระ และทำงานร่วมกับทุกคนได้ ไม่ต้องแบ่งพรรค ส่วนประชาชนเลือกสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (สก.) มาเราก็เคารพ โดยไม่ได้ดูว่าสังกัดพรรคการเมืองไหน แต่ดูที่การทำงาน ดังนั้นจึงขอเชิญชวนประชาชน เลือก สก. ที่ดีมีคุณภาพ ตั้งใจทำงานโปร่งใส และในอนาคตหากได้ผู้ว่าฯ กทม. คนใหม่จะได้ทำงานร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพ
ชัชชาติยังระบุอีกว่า ความจริงแล้วการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. ไม่เหมือนกับการเลือกนายกรัฐมนตรี เนื่องจากผู้ว่าฯ กทม. ไม่ต้องได้รับการโหวตจาก สก. เพราะต่างคนต่างเลือก ดังนั้น ถ้าผู้ว่าฯ กทม. คนใหม่ได้ สก. ที่ดี มีทีมงานดี ก็จะได้ทีมงานที่มีประสิทธิภาพ
ภาพ: ฐานิส สุดโต
#TheStandardNews

ไทย

อุทัยธานี: ชาวนา บ้านหนองมะกอก อ.หนองฉาง สู้ไม่ไหว! หยุดทำนาทั้งหมู่บ้าน เซ่นพิษน้ำมันแพง-ต้นทุนพุ่ง วอนรัฐเร่งช่วยเหลือ
วันที่ 8 เม.ย.69 ผู้สื่อข่าวรายงานสถานการณ์ความเดือดร้อนของเกษตรกรในพื้นที่ ตำบลหนองนางนวล อำเภอหนองฉาง จังหวัดอุทัยธานี หลังพบว่า ชาวนาบ้านหนองมะกอกตัดสินใจหยุดทำนาทั้งหมู่บ้าน เนื่องจากไม่สามารถแบกรับภาระต้นทุนการผลิตที่พุ่งสูงขึ้นตามราคาน้ำมันได้
นายรพีรัฐ ถิระการ ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ที่ 3 เปิดเผยว่า จากเดิมพื้นที่แห่งนี้เคยทำนาได้ปีละ 2-3 รุ่น แต่ปัจจุบันจำใจต้องงดการทำนาปรังเกือบทั้งหมด ส่งผลให้พื้นที่การเกษตร รวมกว่า 1,000 ไร่ ถูกปล่อยทิ้งร้าง แม้ว่าในปีนี้จะมีปริมาณน้ำเพียงพอต่อการเพาะปลูกก็ตาม
นายรพีรัฐ กล่าวว่า สาเหตุหลักมาจากราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อทุกขั้นตอนการผลิต โดยนายรพีรัฐได้ระบุรายละเอียดของต้นทุนที่เพิ่มขึ้น ทั้ง ค่าปั่นดิน ปรับเพิ่มขึ้นจากไร่ละ 300 บาท เป็น 400–500 บาท , ค่ารถเกี่ยวข้าว เพิ่มจากไร่ละ 500 บาท เป็น 600 บาท ในบางพื้นที่ชาวนาจำเป็นต้องจัดหาน้ำมันมาเติมให้รถเครื่องจักรเองอีกด้วย
นอกจากปัญหาน้ำมันแล้ว ราคาปัจจัยการผลิตอื่นๆ ทั้ง ปุ๋ย และยา รวมถึงสินค้าอุปโภคบริโภคต่างปรับตัวสูงขึ้นถ้วนหน้า จนชาวนาไม่สามารถแบกรับภาระได้ไหว แม้แต่การปลูกพืชผักสวนครัวไว้กินเอง หรือจำหน่าย ก็มีจำนวนลดน้อยลงอย่างเห็นได้ชัด
ปัจจุบันชาวบ้านยังไม่เห็นวี่แววว่าราคาน้ำมันจะลดลงเมื่อใด ในฐานะประชาชนระดับรากหญ้า จึงทำได้เพียงอดทน และรอคอยนโยบายความช่วยเหลือจากภาครัฐ เพื่อให้สามารถกลับมาประกอบอาชีพเกษตรกรรมได้อีกครั้ง

ไทย
popco99 retweetledi
popco99 retweetledi
popco99 retweetledi

ศุภจี เซ็นคุมราคา 3 สินค้า ‘ซอสปรุงรส-น้ำดื่ม-เม็ดพลาสติก’ 1 ปี สกัดฉวยขึ้นราคา
วันนี้ (4 เมษายน) ราชกิจจานุเบกษาได้เผยแพร่ประกาศคณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ ฉบับที่ 4 พ.ศ. 2569 เรื่อง การกำหนดสินค้าควบคุมเพิ่มเติม ลงวันที่ 27 มีนาคม 2569 โดยมีผลบังคับใช้เป็นระยะเวลา 1 ปี นับตั้งแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป เว้นแต่จะมีการออกประกาศใหม่
ประกาศดังกล่าวระบุว่า คณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ ได้มีมติเมื่อวันที่ 25 มีนาคม 2569 เห็นชอบให้กำหนด “ซอสปรุงรส” “น้ำดื่มบรรจุขวด” และ “เม็ดพลาสติก” เป็นสินค้าควบคุมเพิ่มเติม หลังประเมินสถานการณ์ความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลาง ซึ่งส่งผลกระทบต่อต้นทุนด้านพลังงานและวัตถุดิบ โดยเฉพาะอุตสาหกรรมปิโตรเลียมและบรรจุภัณฑ์
ทั้งนี้ มองว่าอาจเกิดการฉวยโอกาสปรับขึ้นราคาโดยไม่สอดคล้องกับต้นทุนที่แท้จริง และกระทบต่อค่าครองชีพของประชาชน จึงจำเป็นต้องเข้ามากำกับดูแล เพื่อป้องกันการกำหนดราคาซื้อ ราคาจำหน่าย รวมถึงเงื่อนไขทางการค้าที่ไม่เป็นธรรม
ก่อนหน้านี้ คณะกรรมการฯ ได้ออกประกาศกำหนดสินค้าควบคุม 54 รายการ และบริการควบคุม 5 รายการ ไปแล้วตามประกาศปี 2568 โดยการเพิ่มสินค้าอีก 3 รายการในครั้งนี้ ได้ผ่านความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 26 มีนาคม 2569
สำหรับประกาศฉบับดังกล่าว อาศัยอำนาจตามพระราชบัญญัติว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ พ.ศ. 2542 โดยมี ศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ในฐานะประธานคณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ เป็นผู้ลงนามในประกาศ
ภาพ: ศวิตา พูลเสถียร
#TheStandardNews

ไทย
popco99 retweetledi

รัฐบาลสื้นลาย "นิด้าโพล" เผยประชาชนไม่มั่นใจ "รัฐมนตรีมืออาชีพ" เสียงส่วนใหญ่ไม่เห็นใจรัฐบาล "อนุทิน"
วันที่ 5 เม.ย.69 ศูนย์สำรวจความคิดเห็น “นิด้าโพล” สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดเผยผลการสำรวจเรื่อง “รัฐมนตรีมืออาชีพ… เอาอยู่หรือไม่”
จากการสำรวจเมื่อถามถึงความมั่นใจของประชาชนต่อรัฐมนตรีคนนอก 3 ท่าน ในการนำพาประเทศผ่านวิกฤตพลังงานและเศรษฐกิจ พบว่า
1. นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกฯ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ
• ร้อยละ 30.23 ระบุว่า ไม่มั่นใจเลย
• ร้อยละ 29.54 ระบุว่า ไม่ค่อยมั่นใจ
• ร้อยละ 22.82 ระบุว่า ค่อนข้างมั่นใจ
• ร้อยละ 16.03 ระบุว่า มั่นใจมาก
• ร้อยละ 1.38 ระบุว่า ไม่ตอบ/ไม่ทราบ
2. นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกฯ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์
• ร้อยละ 33.89 ระบุว่า ไม่มั่นใจเลย
• ร้อยละ 28.70 ระบุว่า ไม่ค่อยมั่นใจ
• ร้อยละ 21.91 ระบุว่า ค่อนข้างมั่นใจ
• ร้อยละ 14.35 ระบุว่า มั่นใจมาก
• ร้อยละ 1.15 ระบุว่า ไม่ตอบ/ไม่ทราบ
3. นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกฯ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง
• ร้อยละ 40.38 ระบุว่า ไม่มั่นใจเลย
• ร้อยละ 37.10 ระบุว่า ไม่ค่อยมั่นใจ
• ร้อยละ 14.12 ระบุว่า ค่อนข้างมั่นใจ
• ร้อยละ 7.10 ระบุว่า มั่นใจมาก
• ร้อยละ 1.30 ระบุว่า ไม่ตอบ/ไม่ทราบ
ท้ายที่สุดเมื่อถามถึงความเห็นใจของประชาชนต่อรัฐบาลนายกรัฐมนตรีนายอนุทิน ชาญวีรกูล ในความพยายามแก้ไขวิกฤตพลังงาน และเศรษฐกิจ ในปัจจุบัน พบว่า
• ร้อยละ 46.87 ระบุว่า ไม่เห็นใจเลย
• ร้อยละ 23.59 ระบุว่า ค่อนข้างเห็นใจ
• ร้อยละ 19.39 ระบุว่า ไม่ค่อยเห็นใจ
• ร้อยละ 9.77 ระบุว่า เห็นใจมาก
• ร้อยละ 0.38 ระบุว่า ไม่ตอบ/ไม่สนใจ
ทำการสำรวจระหว่างวันที่ 31 มีนาคม – 1 เมษายน 2569 จากประชาชนจำนวนทั้งสิ้น 1,310 หน่วยตัวอย่าง เกี่ยวกับความคิดเห็นของประชาชน ต่อความพยายามของรัฐบาลนายกรัฐมนตรีนายอนุทิน ชาญวีรกูล ในการแก้ไขวิกฤตพลังงานและเศรษฐกิจ

ไทย
popco99 retweetledi
popco99 retweetledi

Live! #ตาสว่างกว่า น้ำมันลักหลับ! New Normal ม็อบนัดลงถนนทนไม่ไหว รบแล้วรวย! ทรัมป์ขึ้นป้ายขายน้ำมันให้ทั้งโลก
กดติดตามช่องและสมัครสมาชิกทาง @sirotetalk/join" target="_blank" rel="nofollow noopener">youtube.com/@sirotetalk/jo…
youtube.com/live/keyW8I76a… ผ่าน @YouTube

YouTube
ไทย
popco99 retweetledi

ขณะที่ประชาชนลำบาก กลับเพิ่มองครักษ์และนางสนม
Matichon Online@MatichonOnline
โปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง นายทหาร-นายตำรวจ ราชองครักษ์ในพระองค์ 93 ราย #มติชนออนไลน์
ไทย
popco99 retweetledi
popco99 retweetledi
popco99 retweetledi
popco99 retweetledi



















