(•˕ •マ.ᐟ retweetledi
(•˕ •マ.ᐟ
33.5K posts

(•˕ •マ.ᐟ
@pphodtorr
⎯̲˚⛅𓏤 🌼⎯̲˚
—— don't worry , i got ur back Katılım Ağustos 2021
94 Takip Edilen1.9K Takipçiler
(•˕ •マ.ᐟ retweetledi
(•˕ •マ.ᐟ retweetledi
(•˕ •マ.ᐟ retweetledi

“เท้ง ณัฐพงษ์” หัวหน้าพรรคประชาชน ย้ำหนักแน่นกลางที่ประชุมสภา ก่อนลงมติโหวตนายอนุทิน ชาญวีรกูล เป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 32 ของประเทศไทย โดยทราบดีว่า 14 ล้านคนที่เลือกพรรคก้าวไกลในวันนั้น ไม่เห็นด้วยทั้งหมดในการเลือก “อนุทิน” เป็นนายกฯ แต่การตัดสินใจนี้ เพื่อคน 60 ล้านคน เพื่อผ่าทางตันให้ประเทศ นี่คือหลักประชาชนใหญ่กว่าพรรค ตัดสินใจเพื่อประเทศ ไม่ใช่แค่คะแนนนิยมของพรรคประชาชนเฉพาะหน้า
.
“เราไม่ได้เลือกคุณอนุทิน มาบริหารประเทศ แต่เลือกมายุบสภา ภายใต้กรอบเวลาที่ตกลงกัน ความชัดเจนที่ 2 พรรคประชาชนเลือกคุณอนุทิน เพราะเซ็นข้อตกลง 5 ข้อ เปิดเผยต่อสาธารณะ และเดินหน้าตั้ง สสร. นี่คือโอกาสดีที่สุดในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ” หัวหน้าพรรคประชาชน กล่าว...
#เรื่องเล่าเช้านี้ #ข่าวช่อง3 #ข่าวการเมือง #พรรคประชาชน #โหวตนายก #อนุทิน

ไทย
(•˕ •マ.ᐟ retweetledi

"เท้ง ณัฐพงษ์" ลั่น ไม่ได้เลือกอนุทินมาบริหารประเทศ แต่เลือกมายุบสภา เราตัดสินใจเพื่อคน 60 ล้าน ตัดสินใจเพื่อประเทศ ไม่ใช่ตัดสินใจเพื่อคะแนนความนิยมของพรรคประชาชน!
.
#ประชุมสภา #นายกรัฐมนตรีคนที่32 #เท้งณัฐพงษ์ #อนุทิน #trending #trendingnow #คลิปโซเชียล #ไทยรัฐทีวี32
ไทย
(•˕ •マ.ᐟ retweetledi

วันนี้สภาผู้แทนราษฎรของพวกเราต้องพิจารณาญัตติโหวตนายกรัฐมนตรีเป็นครั้งที่ 4 ต้นสายปลายเหตุคำตอบเดียวคือรัฐธรรมนูญ 2560 ที่ทำให้เกิดความไม่ชัดเจนว่าตกลงแล้วประเทศนี้อยู่ในระบอบประชาธิปไตยจริงหรือไม่
.
ผมจึงยืนยันอีกครั้ง การตัดสินใจของพรรคประชาชนในวันนี้ เพื่อต้องการหาทางออกให้กับการเมืองไทย เดินหน้าสู่การเลือกตั้งและเปิดประตูสู่การแก้ไขรัฐธรรมนูญ
.
ผมเชื่อว่า 14 ล้านคนที่กาพรรคก้าวไกลในวันนั้น ไม่มีใครเลือกคุณอนุทินเป็นนายกรัฐมนตรี
ไม่มีใครเลือกเพราะอยากเห็นรัฐบาลที่เข้ามาแทรกแซงกระบวนการยุติธรรม
ไม่มีใครหวังอยากเห็นอำนาจนอกระบบเข้ามาแทรกแซงกระบวนการประชาธิปไตย
ไม่ใช่ทุกคนเห็นด้วยทั้งหมดกับการตัดสินใจของพรรคในวันนี้
.
แต่ผมขอยืนยันว่าเราตัดสินใจเพื่อคน 60 กว่าล้านคนในการผ่าทางตันให้ประเทศ เดินหน้าสู่การเลือกตั้งและแก้ไขรัฐธรรมนูญ นี่คือหลักว่า “ประชาชนใหญ่กว่าพรรค” ตัดสินใจเพื่อประเทศ ไม่ได้ตัดสินใจเพื่อคะแนนความนิยมเฉพาะหน้าของพรรคประชาชน
.
ถ้าเราจะเดินหน้าสู่การเลือกตั้งใหม่ภายใต้กรอบเวลา 4-6 เดือนต่อจากนี้ ผมเชื่อว่าทุกพรรคการเมืองวันนี้เดินหน้าสู่การเลือกตั้ง ทุกพรรคต้องมุ่งหน้าในการสร้างความนิยมให้ตัวเองเพื่อให้ทุกพรรคมี สส. ในสภามากที่สุดในการต่อรองเก้าอี้รัฐมนตรีในรัฐบาลชุดหน้าหลังการเลือกตั้ง และชัดเจนว่าถ้าทุกพรรคอยากได้คะแนนนิยมมากขึ้น คุณต้องรักษาสัญญา
.
นี่คือความชัดเจนทั้งหมดที่พรรคประชาชนใช้ในการตัดสินใจเลือกคุณอนุทินเป็นนายกรัฐมนตรีในวันนี้ และผมเชื่อว่าประเทศไทยจะมีทางออกได้ หากพวกเราเปิดประตูสู่การแก้ไขรัฐธรรมนูญ
.
อ่านคำอภิปรายเต็มๆ ได้ในเฟซบุ๊กผมครับ
facebook.com/share/p/16wPey…

ไทย
(•˕ •マ.ᐟ retweetledi
(•˕ •マ.ᐟ retweetledi

วันนี้ผมเดินไปจับมือพี่เท้งเเล้วบอกว่า พี่เป็นผู้นำที่ดีครับ เหตุการณ์นี้พี่เติบโต และเเข็งเเกร่งขึ้นมาก
.
วิกฤตครั้งงนี้ทำให้ผมได้เห็นภาวะผู้นำที่เเข็งแกร่ง หนักเเน่น เเต่ก็รับฟังผู้คนรอบด้าน ใช้ข้อมูลตัดสินใจมากกว่าความรู้สึก แต่ในขณะเดียวกันก็คำนึงถึงความรู้สึกของทุก ๆคน
.
วันนี้คือวันที่หัวหน้าเท้ง ถือกำเนิดอย่างเป็นทางการครับ
พรรคประชาชน - People's Party@PPLEThai
การอภิปรายของณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ @teng_pple หัวหน้าพรรคประชาชน ในวาระการโหวตนายกรัฐมนตรีคนที่ 32 เพื่อนำไปสู่การยุบสภาเลือกตั้งใหม่ พร้อมกับการเปิดประตูรัฐธรรมนูญฉบับใหม่
ไทย
(•˕ •マ.ᐟ retweetledi

ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร และหัวหน้า #พรรคประชาชน กล่าวว่า “บางอย่างอาจจะเป็นสิ่งที่ทำให้คุณอนุทิน อาจจะไม่สบายใจบ้าง แต่ผมยืนยันนะครับว่าพวกเราให้ความเคารพกับเพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในที่ประชุมแห่งนี้เท่าเทียมกัน และผมเชื่อว่ามันเป็นข้อเท็จจริงที่ทุกคนต้องยอมรับ ความชัดเจนข้อที่ 1 ครับท่านประธานฯ วันนี้เราไม่ได้เลือกคุณอนุทินมาบริหารประเทศ เราเลือกคุณอนุทิน ชาญวีรกูล มายุบสภาผู้แทนราษฎรภายใต้กรอบเวลาที่ตกลงกัน และเปิดประตูสู่การแก้ไขรัฐธรรมนูญ”
#ประชุมสภา #โหวตนายก #นายกรัฐมนตรีคนที่32 #ไทยรัฐออนไลน์ #Thairath

ไทย
(•˕ •マ.ᐟ retweetledi

การอภิปรายของณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ @teng_pple หัวหน้าพรรคประชาชน ในวาระการโหวตนายกรัฐมนตรีคนที่ 32 เพื่อนำไปสู่การยุบสภาเลือกตั้งใหม่ พร้อมกับการเปิดประตูรัฐธรรมนูญฉบับใหม่
ไทย
(•˕ •マ.ᐟ retweetledi

ทวนความจำกันอีกที
ปี 62 แกนนำพรรคเพื่อไทยตัดสินใจไม่เสนอแคนดิเดตตัวเอง ให้ธนาธรแทน(ซึ่งรู้อยู่แล้วว่าแพ้ในการจัดตั้งรัฐบาล)
ปี 66 พรรคเพื่อไทยฉีก MOU กลับไปจับกับพรรคสองลุง ซึ่งแน่นอนว่าจะให้ก้าวไกลในเวลานั้นโหวตให้ก็เป็นไปไม่ได้และไม่จำเป็นด้วย เพราะรวมพรรคสองลุงจนเสียงครบแล้ว
จอยจินเป็นมนุษย์พลังลบ 30%@JoyZGinN2
ทวนความจำกันอีกที . ส้ม ไม่ เคย โหวต ให้ แคน ดิ เดต จาก เพื่อ ไทย เลย แม้ แต่ ครั้ง เดียว! . มีแต่สส เพื่อไทยโหวตให้ตั้งแต่ 62 จะบอกว่าเลือกแต่เพื่อไทยมาตลอดไม่ด้ายยย ส่วนวันนี้เลือกลุงหนูค่ะ
ไทย
(•˕ •マ.ᐟ retweetledi

[แก้กฎหมายแข่งขันทางการค้า ลดผูกขาด เพิ่มโอกาส SMEs]
สส.สิทธิพล วิบูลย์ธนากุล เสนอแก้ พรบ.แข่งขันทางการค้า โดยระบุปัญหาของ พระราชบัญญัติการแข่งขันทางการค้า พ.ศ. 2560
ซึ่งถือเป็นกฎหมายหลักที่ใช้กำกับดูแลผู้ประกอบธุรกิจ ป้องกันการผูกขาด สร้างการแข่งขันที่เป็นธรรม โดยตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา พบปัญหาหลัก 2 ด้าน ได้แก่ 1) บทบัญญัติของกฎหมาย และ 2) การบังคับใช้ ทำให้ไม่สามารถปกป้องผลประโยชน์ของผู้ประกอบการรายย่อยและผู้บริโภคได้จริง
1. ในส่วนบทบัญญัติของกฎหมาย
กฎหมายไม่ครอบคลุม มีธุรกิจถูกยกเว้นเยอะ แถมยังคลุมเครือ ต้องตีความตลอดเวลา เช่น การควบรวมธุรกิจแต่ละกรณี ไม่ชัดเจนว่า หน่วยงานใดมีอำนาจกำกับดูแล ตัวอย่าง
เคสการควบรวมของกิจการค่ายมือถือ
คณะกรรมาธิการการพัฒนาเศรษฐกิจได้สอบถามไปยัง สำนักงาน กขค. และ กสทช. กสทช. ระบุว่าตัวเองมีหน้าที่เพียง “รับจดแจ้ง” ห้ามการควบรวมไม่ได้ ขณะที่ กขค. ชี้ว่าเป็นธุรกิจเฉพาะ อยู่ในอำนาจของ กสทช. ส่งผลให้ไม่มีหน่วยงานใดเข้ามายับยั้ง กำกับดูแลจริงจัง
หรือเคสการควบรวมในธุรกิจพลังงาน ที่ผ่านมามีหลายกรณี ที่บริษัทพลังงานซื้อกิจการหรือควบรวมกัน คณะกรรมาธิการฯ สอบถามไปยัง สำนักงาน กกพ. ว่ามีอำนาจกำกับหรือไม่ แต่คำตอบที่ได้คือ “อยู่ระหว่างการตรวจสอบและรวบรวมเอกสาร” สะท้อนความล่าช้าและไม่ชัดเจนของกลไกกำกับดูแล
รวมถึง
เคสการควบรวมข้ามอุตสาหกรรม เช่น ระหว่างพลังงานและโทรคมนาคม
เมื่อสอบถามไปยัง สำนักงาน กขค. ว่าอยู่ในอำนาจหน้าที่หรือไม่ คำตอบที่ได้คือ “เป็นกรณีที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ” สะท้อนความไม่ชัดเจนของกฎหมายในการรับมือกับธุรกิจยุคใหม่ ที่นับวันมีการควบรวมข้ามอุตสาหกรรมมากขึ้น
2. ปัญหาการบังคับใช้กฎหมาย ตัวอย่างเช่น
การควบรวมในธุรกิจค้าส่ง–ค้าปลีก ที่พวกเรารู้จักกันดีระหว่าง Makro กับ Lotus
กขค ตีความว่า Makro เป็นธุรกิจค้าส่ง ส่วน Lotus เป็นค้าปลีก จึงถือว่า “ไม่ใช่ตลาดเดียวกัน” ผลกระทบไม่เกี่ยวข้องกัน สุดท้ายให้ควบรวม ทั้งที่ความจริงลูกค้าและซัพพลายเออร์เป็นกลุ่มเดียวกันทั้งนั้น ส่งผลให้เกิดการผูกขาดมากขึ้น กระทบทั้งต่อซัพพลายเออร์และผู้บริโภค
หรืออย่างการควบรวมค่ายมือถือ 2 ค่ายใหญ่
ที่มีการกำหนดเงื่อนไขเฉพาะ เพื่อลดผลกระทบ เช่น กำหนดให้ต้องลดค่าบริการเฉลี่ย 12% สิทธิประโยชน์ของผู้บริโภคต้องไม่ลด คุณภาพสัญญาณต้องดี แต่ผลที่เกิดขึ้นจริงกลับตรงกันข้าม ผู้บริโภคเจอสัญญาณโทรศัพท์ที่คุณภาพลด ค่าบริการแพง ที่สำคัญ กสทช.ยอมรับต่อกรรมาธิการการพัฒนาเศรษฐกิจว่า “ไม่มีมาตรการใดดำเนินการได้ตามกรอบกำหนดเวลา”
ตัวอย่างผลกระทบต่อ SMEs
กรรมาธิการฯ ได้รับเรื่องร้องเรียนจากผู้ประกอบการรายย่อยถึงความไม่เป็นธรรมจากการค้าขายกับห้างใหญ่ ที่หลังควบรวมค่าใช้จ่ายเพิ่ม เช่น ค่า GP ส่วนแบ่งกำไร ค่าเข้าห้าง ก็ถูกปรับขึ้นตลอด หรือผู้ประกอบการรายใดที่เคยขายทั้ง 2 ห้าง ค่าใช้จ่ายต่างๅหลังควบรวมที่ห้างเรียกเก็บ ถูกคิดจากอัตราสูงสุด
กรณีเหล่านี้สะท้อนว่า พระราชบัญญัติการแข่งขันทางการค้า พ.ศ. 2560 ยังมีข้อบกพร่อง ไม่สามารถลดการผูกขาดและคุ้มครองผู้ประกอบการ SMEs หรือผู้บริโภคได้จริง สมควรต้องปรับปรุงทั้งในส่วนบทบัญญัติและการบังคับใช้
ดังนั้นถึงเวลาแล้วที่ ฝ่ายนิติบัญญัติต้องเร่งแก้ไขกฎหมาย ให้มีความชัดเจน มีประสิทธิภาพในการบังคับใช้ เพื่อให้การแข่งขันทางธุรกิจเป็นธรรม คุ้มครองประโยชน์ของประชาชนและผู้ประกอบการรายย่อย
#sme #แข่งขันทางการค้า #กมธพัฒนาเศรษฐกิจ #ชายสิทธิพล

ไทย
(•˕ •マ.ᐟ retweetledi

● จดหมายจากธงชัย วินิจจะกูล: ความเห็นต่อข้อกล่าวหาที่มีต่อพรรคประชาชน
ส่วนตัวผม อยากให้พรรคประชาชนโหวตให้พรรคเพื่อไทยในตอนต้น แต่ไม่ว่าจะโหวตไปทางไหนก็เห็นทั้งข้อดีและเสียมากๆๆๆ เมื่อเขาตัดสินใจไปทางพรรคภูมิใจไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งเป็นเสียงชัดเจนจากสมาชิกและคนของเขาเอง ผมได้แต่คิดว่าก็เคารพการตัดสินใจของเขา ผมเชื่อว่าเหตุสำคัญคือไม่ไว้ใจพรรคเพื่อไทยอย่างหนัก ถ้าจะวิจารณ์มีข้อเดียว คือไม่ควรต้องรีบ น่าจะทอดเวลาออกไปได้ ผมเดาเอาว่า ข่าวเพื่อไทยพยายามดีลเอาประยุทธ์ จันทร์โอชา กลับมา น่าจะทำให้พวกเขารู้สึกถูกตบหน้าอีก (ผมไม่เชื่อว่าดีลประยุทธ์จะสำเร็จ ไม่รู้ว่าจริงจังหรือบลัฟด้วยซ้ำไป) ผลเลยออกมาชัดเจนขนาดนั้น
ครั้นออกมาแบบนี้ ผมยังเห็นว่าการตัดสินใจของพรรคประชาชนเข้าใจได้ และเราเคารพได้ว่ามีเหตุผล (คือความเฮงซวยสารพัดของพรรคเพื่อไทยเอง ที่กระทั่ง 5-6 วันที่ผ่านมาก็เห็นได้ชัดว่าไม่มีแผน ไม่มีแนวทางหลักการใดๆ เป็นการเมืองรายวัน เป็นเกมแค่นั้นเอง)
ผมจึงเห็นว่า การกล่าวประณามทั้งหลายต่อพรรคประชาชนค่อนข้างเกินไป เราห้ามคนที่รู้สึกเช่นนั้นไม่ได้ แต่หากคิดสักหน่อย ทางเลือกไหนก็เลวมากน้อยต่างกันไม่มาก การตัดสินใจจึงแสนจะยาก ผมเห็นอาการตีโพยตีพายของคนที่ค้านแล้วกลับเซ็ง เราผ่านความผิดพลาดที่เกิดจากการต้องเลือกระหว่างเลวมากกับเลวน้อยกว่าแบบนี้มาหลายครั้งมากแล้ว ความเห็นที่ต่างกันของหลายคนอยู่ที่การประเมินสถานการณ์แตกต่างกัน แต่กลับถูกทำให้กลายเป็นเรื่องผิดกับถูก มีหลักกับขาดหลัก ขาวกับดำชัดเจน ทั้งๆ ที่ไม่กี่วันก่อนทุกคนก็เห็นอยู่ว่ามันไม่ชัดเลย
การวิเคราะห์ว่ามีดีลกรณี สส. 44 คน มาจากไหน? ข้อมูล? ถ้าไม่มีข้อมูลที่เชื่อได้ ผมเห็นว่าพฤติกรรมทุกอย่างของพรรคประชาชนสามารถอธิบายได้ (ไม่ว่าเราจะเห็นด้วยหรือไม่ก็ตาม) ไม่มีมูลเลยว่าเป็นผลของดีล 44 คน การวิเคราะห์แบบนั้นจึงอาจกลายเป็นการกล่าวหากันเกินไป พรรคประชาชนต้องรับผลการติดสินใจของเขา ก็แค่นั้น
ผมไม่เคยรู้สึกอยากแบกพรรคประชาชนเลย อย่างมากก็แค่เชียร์ให้เขาไปได้ดี แต่ผมเห็นว่าการกล่าวหาราวกับเรารู้ชัดว่าเราถูก พรรคประชาชนผิด นั้น น่าผิดหวัง
—
หมายเหตุ: ‘วันโอวัน’ ได้รับการติดต่อจาก ศ.ดร.ธงชัย วินิจจะกูล ให้เผยแพร่ข้อเขียนฉบับนี้โดยเร็ว
ภาพถ่าย: เมธิชัย เตียวนะ
ภาพประกอบ: เมธากุล ชาบัญ
#พรรคประชาชน #The101world #วันโอวัน

ไทย
(•˕ •マ.ᐟ retweetledi
(•˕ •マ.ᐟ retweetledi
(•˕ •マ.ᐟ retweetledi
(•˕ •マ.ᐟ retweetledi
(•˕ •マ.ᐟ retweetledi

มี สส. เพื่อไทยอภิปรายว่าข้อตกลงที่พรรคประชาชนและพรรคภูมิใจไทยเป็นโมฆะตามกฎหมายแพ่ง ถ้าใครยังจะโหวตตามก็จะมีโทษ
เพ้อเจ้อแล้วครับอันนี้
สัญญาทางแพ่งถ้าใครไม่ทำตาม คนที่จะเอาเรื่องก็คือคู่สัญญา ไม่ใช่มีความรับผิดเป็นวงกว้าง
และถ้าข้อตกลงเป็นโมฆะ คู่สัญญาก็ยังทำตามข้อตกลงได้ ไม่ผิดอะไรเลย
แต่ข้อตกลงส้มกับน้ำเงินไม่ใช่ข้อตกลงทางแพ่งไง ไม่มีผลผูกพันทางกฎหมายด้วยซ้ำ เป็นแค่คำสัญญาต่อหน้าประชาชน ใครฉีกก็เสียเครดิตเฉยๆ ไม่มีความรับผิดตามกฎหมาย
ขอโทษที่ด่าแบบสะเปะสะปะไม่เป็น structure เพราะอันนี้กาวจัดจริงๆ
ไทย








