Rabiti.base.eth
20.6K posts




◉ WILDFIRE: จุดไฟเผาป่าล่ากระทิง? ไฟไหม้ลุกลามผืนป่าแก่งกระจานมรดกโลกกว่า 5,000 ไร่ เจ้าหน้าที่พบซากกระทิงถูกยิงตาย 2 ตัว ในพื้นที่พร้อมปลอกกระสุน . สถานการณ์ไฟไหม้ป่าที่ อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน ล่าสุดยังรุนแรงมากขึ้นและกินพื้นที่ป่าไปแล้วกว่า 5,000 ไร่ โดยเจ้าหน้าที่ยังเร่งช่วยกันปฏิบัติภารกิจดับไฟแข่งขันกับเวลา แต่ในขณะลงตรวจสอบพื้นที่ ในพบ 'ซากกระทิง' ถูกไฟไหม้ในพื้นที่เกิดเหตุ บริเวณแม่คะเมยบน บ้านท่าเสลา ต.ยางน้ำกลัดเหนือ อ.หนองหญ้าปล้อง จ.เพชรบุรี ละพบหลักฐานสำคัญคือ กระสุนปืนลูกซองแบบ 9 เม็ด ฝังอยู่ในซากกระทิง (อยู่ระหว่างตรวจสอบจำนวน) และพบปลอกกระสุนตกอยู่ในที่เกิดเหตุ 1 ปลอก . จุดไฟป่าล่ากระทิง? จากรูปแบบไฟป่าที่เกิดขึ้นแบบผิดธรรมชาติร่วมกับการพบซากกระทิงโดนยิง ทำให้มีการสันนิษฐานเบื้องต้นว่า เหตุเกิดไฟป่าครั้งนี้อาจมาจากสาเหตุเพื่อล่ากระทิง โดยใช้วิธีจุดไฟเผาป่าเพื่อบีบให้กระทิงและสัตว์ป่าหนีออกมาเข้าทางปืน ก่อนดักยิงด้วยปืนลูกซอง และเลือกจุดที่พรางสายตาเจ้าหน้าที่ในการเข้าไปจัดการซากสัตว์ . อ้างอิงจากคำสัมภาษณ์ของ มงคล ไชยภักดี หัวหน้าอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน ต่อสำนักข่าว NBT เปิดเผยว่า พบหลักฐานภาพถ่ายผู้ต้องสงสัย เป็นชายผู้มีอิทธิพลในพื้นที่ยางน้ำกลัดเหนือ พกพาอาวุธปืนลูกซอง ใช้รถจักรยานยนต์เข้าออกพื้นที่ดังกล่าวหลายครั้ง . ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ได้มีการรวมข้อมูล พยานหลักฐาน เพื่อขยายผลหาตัวผู้ทำผิดต่อไป รวมถึงภารกิจดับไฟป่า ส่วนภารกิจควบคุมไฟป่ายังคงเร่งดับไฟอย่างเต็มกำลัง โดยล่าสุดได้ลุกลามผืนป่าแก่งกระจานมรดกโลกกว่า 5,000 ไร่ แล้ว . ที่มา facebook.com/share/p/1CJbzy… facebook.com/share/p/1EnuCX… facebook.com/share/p/1B3CRs…











The difference between humans and animals is that animals won’t let the dumbest ones lead the pack.

ฐปณีย์ยื่น กสม. ตรวจสอบปฏิบัติการ IO คุกคามสื่อและประชาชน ชี้เชื่อมโยงเครือข่ายปั่นความเกลียดชังชายแดนใต้ ฐปณีย์ เอียดศรีไชย ผู้สื่อข่าวรายการข่าว 3 มิติ และผู้ก่อตั้งสำนักข่าว The Reporters เข้ายื่นเรื่องร้องเรียนต่อคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) วันนี้ (21 เมษายน) กรณีถูกคุกคามทางสื่อสังคมออนไลน์โดยเครือข่ายปฏิบัติการข้อมูลข่าวสาร (IO) จำนวนกว่าพันบัญชี ซึ่งมีพฤติการณ์เชื่อมโยงกับการสร้างความเกลียดชังในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ฐปณีย์ได้เข้าพบ วสันต์ ภัยหลีกลี้ และ ปรีดา คงแป้น กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ เพื่อยื่นเรื่องร้องเรียนดังกล่าว โดยระบุว่า ตนเองถูกคุกคามผ่านแพลตฟอร์มต่างๆ ตั้งแต่วันที่ 13 เมษายน 2569 ภายหลังจากการลงพื้นที่ทำข่าวความคืบหน้าคดีลอบยิง กมลศักดิ์ ลีวาเมาะ สส. นราธิวาส พรรคประชาชาติ ก่อนหน้านี้ ฐปณีย์ได้เข้าแจ้งความดำเนินคดีกับเพจเฟซบุ๊ก 10 เพจที่มีพฤติการณ์ใส่ร้ายป้ายสีไว้ที่สถานีตำรวจภูธรเมืองยะลาเมื่อวันที่ 18 เมษายน 2569 และได้ยื่นหนังสือต่อ อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เมื่อวันที่ 17 เมษายน 2569 เพื่อขอให้ตรวจสอบการใช้ปฏิบัติการข้อมูลข่าวสารที่คุกคามสื่อมวลชน นักกิจกรรม และภาคประชาสังคมในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ภายหลังการแจ้งความและยื่นหนังสือร้องเรียน ฐปณีย์พบว่าการโจมตีและการใส่ร้ายยังคงเพิ่มขึ้นและขยายขอบเขตไปยังบัญชีผู้ใช้งานไม่ต่ำกว่า 1,000 บัญชี โดยมีการเผยแพร่ข้อมูลที่ไม่เป็นความจริงและยุยงให้เกิดความเกลียดชัง จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่าเพจเหล่านี้มีชื่อและพฤติการณ์สอดคล้องกับเครือข่ายบัญชีที่บริษัทเฟซบุ๊กเคยจัดทำรายงานและสั่งลบไปเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2564 จำนวน 77 บัญชี 18 กลุ่มข่าว และ 18 กลุ่มในอินสตาแกรม รายงานในขณะนั้นระบุว่ามีความเชื่อมโยงกับกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) ข้อมูลดังกล่าวยังสอดคล้องกับงานวิจัยของ รองศาสตราจารย์ เอกรินทร์ ต่วนศิริ และผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.อันวาร์ กอมะ จากมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี ที่ศึกษาการใช้สื่อสังคมออนไลน์ในการสร้างความเกลียดชังระหว่างปี 2563 ถึง 2564 และพบบัญชีที่มีพฤติกรรมในลักษณะเดียวกันกว่า 1,000 บัญชี สำหรับเพจที่ถูกนำมาใช้โจมตีในกรณีนี้ เช่น ทันข่าวภาคใต้ เรื่องราวชายแดนใต้ ข่าวสามจังหวัดชายแดนใต้ ใต้พรมชายแดนใต้ ค้นข่าวชายแดนใต้ และเปิดโปงขบวนการ BRN พบว่า มีชื่อเพจและชุดข้อความตรงกับรายงานของเฟซบุ๊กในอดีต รวมทั้งมีเพจเคลื่อนไหวในลักษณะใส่ร้ายโจมตีอีกไม่ต่ำกว่า 30 เพจ บัญชีผู้ใช้งานที่เข้ามาแสดงความคิดเห็นและแชร์เนื้อหาส่วนใหญ่เป็นบัญชีนิรนามหรืออวตาร ส่งผลให้ข้อความที่เป็นข่าวปลอมกระจายไปยังผู้ใช้งานไม่ต่ำกว่า 1 ล้านบัญชี งานวิจัยของวิทยากรจากมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ระบุด้วยว่า ชุดคำที่เครือข่ายนี้นำมาใช้จัดอยู่ในกลุ่มถ้อยคำอันตรายที่อาจนำไปสู่ความรุนแรง การแพร่กระจายข้อมูลที่ไม่เป็นความจริงเกี่ยวกับประชาชนและนักกิจกรรมออกไปนอกพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ไม่เพียงกระทบต่อสิทธิเสรีภาพตามรัฐธรรมนูญ แต่ยังส่งผลต่อกระบวนการสันติภาพในพื้นที่ที่กำลังเผชิญกับปัญหาในรูปแบบสงครามดิจิทัล ฐปณีย์ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า ตนเองเคยตกเป็นเป้าหมายของปฏิบัติการข้อมูลข่าวสารมาแล้วหลายครั้งเมื่อมีการนำเสนอข่าวที่เกี่ยวข้องกับประเด็นสิทธิมนุษยชน เช่น การรายงานข่าวชาวโรฮีนจาในปี 2558 ข่าวการยื่นฟ้องคดีตากใบก่อนหมดอายุความในปี 2567 และข่าวการส่งกลับชาวอุยกูร์ในปี 2568 การร้องเรียนต่อ กสม. ในครั้งนี้จึงดำเนินการเพื่อขอให้ตรวจสอบระบบการคุกคามดังกล่าว เนื่องจากมีข้อความบางส่วนที่มุ่งหมายถึงความปลอดภัยในชีวิต และประเด็นนี้ไม่ได้ส่งผลกระทบเฉพาะสื่อมวลชน แต่ครอบคลุมถึงการละเมิดสิทธิเสรีภาพของประชาชนด้วย ด้าน วสันต์ ภัยหลีกลี้ กสม. กล่าวภายหลังการรับเอกสารร้องเรียนว่า ตนเองเป็นตัวแทนรับเรื่องในวันนี้ และจะนำเรื่องดังกล่าวเข้าสู่กระบวนการพิจารณาของคณะกรรมการ ก่อนจะมอบหมายให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องดำเนินการตรวจสอบตามขั้นตอนต่อไป #TheStandardNews













