dei
93.8K posts

dei
@webdevxp
ร่วมเรียกร้องอิสรภาพให้มวลชน #หยุดคุมขัง #ยกเลิก112






'ชัชชาติ' ผนึก กอ.รมน. ลุย 2 วาระด่วน สางปัญหานอมินีต่างชาติและกวาดล้างยาเสพติดทั่วกรุง วันนี้ (20 กรกฎาคม) ที่ ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร (เสาชิงช้า) เขตพระนคร ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ในฐานะผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในกรุงเทพมหานคร (ผอ.รมน.กทม.) พร้อมคณะผู้บริหาร ร่วมประชุมหารือกับ พล.อ. ชัยพฤกษ์ ด้วงประพัฒน์ เสนาธิการทหารบก ในฐานะเลขาธิการกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) พร้อมคณะ เพื่อบูรณาการความร่วมมือด้านความมั่นคงและกำหนดแนวทางการดำเนินงานร่วมกันในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ชัชชาติ เปิดเผยว่า เนื่องจากกรุงเทพมหานครเป็นพื้นที่ที่มีความซับซ้อนด้านโครงสร้างความมั่นคงสูง การแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืนจึงจำเป็นต้องอาศัยการทำงานร่วมกันของทุกภาคส่วน โดยในที่ประชุมได้กำหนดวาระเร่งด่วนร่วมกันใน 2 เรื่องหลัก ได้แก่ ⚈ การแก้ไขปัญหาแรงงานต่างชาติและการกระทำผิดของคนต่างชาติ: ครอบคลุมการปราบปรามการประกอบธุรกิจผิดกฎหมาย การใช้นอมินีเพื่อถือหุ้นแทนคนต่างชาติ ตลอดจนการกระทำความผิดเกี่ยวกับทะเบียนราษฎรและการปลอมแปลงเอกสารทางราชการ ⚈ การป้องกันและปราบปรามยาเสพติด: เพื่อลดการแพร่ระบาดและสกัดกั้นภัยคุกคามที่ส่งผลกระทบต่อเด็ก เยาวชน และสังคมในวงกว้าง ในการขับเคลื่อนแนวทางดังกล่าว ทั้งสองหน่วยงานเห็นชอบร่วมกันในการจัดตั้งคณะทำงานร่วมและคณะทำงานย่อย โดยมีแผนปฏิบัติการและตัวชี้วัด ที่ชัดเจน เพื่อให้สามารถติดตามประเมินผลได้อย่างเป็นรูปธรรม ทั้งนี้ จะใช้วิธีการบูรณาการข้อมูลข่าวสาร งานข่าวกรอง และการสนธิกำลังร่วมกันระหว่าง กรุงเทพมหานคร, กอ.รมน., สำนักงานตำรวจแห่งชาติ, กระทรวงพาณิชย์ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ชัชชาติ เน้นย้ำว่า การแก้ไขปัญหาในครั้งนี้จะใช้ข้อมูลเชิงลึกเป็นหลักในการวิเคราะห์และติดตามสถานการณ์ โดยจะไม่จำกัดการตรวจสอบเฉพาะพื้นที่ใดพื้นที่หนึ่ง แต่จะขยายผลครอบคลุมทุกพื้นที่เสี่ยงในกรุงเทพมหานคร ตลอดจนเครือข่ายที่เชื่อมโยงกับภูมิภาคอื่น เพื่อให้การบังคับใช้กฎหมายเป็นไปอย่างเด็ดขาด มีประสิทธิภาพ และเป็นธรรม ด้าน พล.อ. ชัยพฤกษ์ ด้วงประพัฒน์ กล่าวว่า กอ.รมน. พร้อมให้การสนับสนุนการดำเนินงานของกรุงเทพมหานครอย่างเต็มกำลัง โดยจะระดมศักยภาพและบุคลากรผู้เชี่ยวชาญจากส่วนกลางเข้ามาเสริมทัพการทำงานของ กอ.รมน.กรุงเทพมหานคร เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการรับมือกับภัยคุกคามรูปแบบใหม่ที่มีความซับซ้อน ให้เกิดผลสัมฤทธิ์อย่างเป็นรูปธรรมเพื่อความปลอดภัยและคุณภาพชีวิตที่ดีของประชาชน การประชุมในครั้งนี้มีผู้บริหารระดับสูงเข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง อาทิ พล.อ. นิพัทธ์ ทองเล็ก ประธานที่ปรึกษาของผู้ว่าฯ กทม., ทวิดา กมลเวชช และ พรพรหม ณ.ส. วิกิตเศรษฐ์ รองผู้ว่าฯ กทม., พล.ต.อ. อดิศร์ งามจิตสุขศรี ที่ปรึกษาของผู้ว่าฯ กทม., สุริยชัย รวิวรรณ ผู้อำนวยการสำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย, วรญาณี กลิ่นหอมหวล ผู้อำนวยการสำนักงานปกครองและทะเบียน พร้อมด้วยผู้แทนจากหน่วยงานฝ่ายความมั่นคงที่เกี่ยวข้อง ร่วมกำหนดทิศทางในการปฏิบัติงานครั้งนี้ #TheStandardNews



Australian broadcaster on hot mic after Trump crashes Spain’s World Cup trophy presentation: “They’re gonna edit him out of that”






ตอนที่พรรคส้มและพรรคอื่นๆหาเสียงเรื่องเบี้ยผู้สูงอายุเดือนละ 3,000 บาทในการเลือกตั้งปี 66 จะสังเกตเห็นว่า มีเพียงพรรคเพื่อไทยเหมือนกัน ที่ไม่หาเสียงเรื่องนี้ ไม่มีนโยบายว่าเบี้ยผู้สูงอายุจะเดือนละ 3,000 บาทเหมือนพรรคอื่น เพราะเห็นว่า ยังเป็นไปไม่ได้ ถ้าจะทำนโยบายเบี้ยผู้สูงอายุ 3,000 บาท/เดือน บ้านเรามีผู้สูงอายุ 14-15 ล้านคน จะต้องใช้เงินเดือนละ 45,000ล้านบาท ปีละ 540,000 ล้านบาท ในขณะที่งบประมาณสำหรับบัตรทอง 30 บาทรักษาทุกโรคอยู่ที่ปีละ 200,000 กว่าล้านบาท การเลือกตั้งครั้งต่อมาพรรคส้มไม่เอ่ยปากเรื่องเบี้ยผู้สูงอายุอีกเลย ตอนนี้มาพูดถึงเรื่องต้องเพิ่มการร่วมจ่ายบัตรทองเพิ่มขึ้น และ บอกว่า จะยกเครื่องใหญ่ระบบสวัสดิการรักษาพยาบาลของประชาชน ต้องคอยดูว่าจะเหมือนที่เคยเสนอเรื่องเบี้ยผู้สูงอายุหรือไม่


ประเทศนี้เป็นประเทศที่ เวลามีอะไรเดือดร้อนให้เรียกร้องไปที่ฝ่ายค้าน ทำงานหนักกว่ารัฐบาลไม่รู้กี่เท่าแล้ว















