
จ๊ อ d
280 posts



ถ้าไม่มีงาน ลบทิ้งไปละนะ 😂


เพื่อนเอาลูกอายุ 8 ขวบมาฝากไว้ครึ่งวัน ฉันเลยพาหลานไปเล่นที่สระว่ายน้ำที่คอนโด แม่มันก็ย้ำแล้วย้ำอีกว่าอย่าให้คลาดสายตา หลานว่ายน้ำไม่เป็น ต้องใช้ห่วงยาง แต่ฉันปล่อย บอกหลานว่าลองไม่ใช้ห่วงยาง จะได้ว่ายน้ำเป็น สรุปหลานเล่นน้ำ 2 ชม. ว่ายน้ำเป็น ไม่ใช้ห่วงยางเลย อิแม่มันอึ้ง 55555

แล้วทำไมจับตรงนั้นน้องอะ





ผ่อนฟรีกันเยอะแยะ ไม่มีใครเช่าโล่งๆ

ขอโทษที่อ่านละไม่โรแมนติกเท่าไหร่ โชคดีที่ไม่มีเชื้อ ไวรัสตับอักเสบ วัณโรค ฯลฯ

*ส่วนตัว*ฉันรู้สึกว่า คนไทยที่พูดภาษาจีนได้ ไม่เหมาะกับการไปจีนอ่ะ😭 คนไทยมันอ่อนน้อม นุ่มนิ่ม มีมารยาทต่อกันแม้จะไม่รู้จักกัน พอไปอยู่จีน พูดจีนได้ คนจีนก็จะไม่ทรีตเราเหมือนเราเป็นต่างชาติ พูดจาห้วน กระโชกโฮกฮาก ตามภาษาคนบ้านเขาอ่ะ ซึ่งคนไทยเจอแบบนี้น่าจะไม่ชิน ตกใจ และฉันเป็น🥲

อัพเดท📌 แม่คนร้ายติดต่อทาง #โหนกระแส บอกว่าลูกชาย (นายยศกร หรือ แบงค์) ป่วยเป็น แอสเพอร์เกอร์ แม่ร้องไห้บอกว่าลูกเปราะบาง ไม่ทันสังคม - แม่ยอมรับลูกทำผิดจริง ป่วยจริง - จริงๆ ลูกฉันเป็นคนดี แต่โดนสังคมบูลลี่ - ได้รับการรักษา แต่ช่วงโควิดโดนคอลเซ็นเตอร์หลอก ไม่มีเงิน ขาดยา - ไม่เป็นที่ยอมรับในสังคม โดนดูถูกต่างๆ - โดนด้อยค่าว่าเรียนมาขายของ - ลูกเลยย้ายไปกทมคนเดียว - ครอบครัวเป็นคนดี จิตใจดี - ลูกพูดไม่เป็น ซึมเศร้า อยากให้มองอีกมุม - แม่จะไปรับลูกกลับมารักษา - ขอความเห็นใจ ขอโอกาสจากสังคมให้ลูก ลูกแม่อาจจะน่าสงสารสำหรับแม่ แต่ลูกคนอื่นเขาก็มีพ่อแม่ที่รักเหมือนกัน คนเป็นแอสเพอร์เกอร์ไม่ได้มีอาการมาแชทคุกคามคนอื่นเป็นปี






เช่น แดกนมดิบ เนื้อดิบ เพราะเรียกว่ามันคืออาหารจากธรรมชาติจริงๆ wtf มึงเป็นไฮยีน่าหรอ

แล้วทำไมไม่ยอกเงินเดือนมาตั้งแต่แรก ชอบเม็ดเงินเดือนกันหนิ บอกตามโครงสร้างบริษัท ใครจะไปรู้ด้วยว่าโครงสร้างแกให้ได้เท่าไหร่ จะบ้า ถ้าให้ได้30k แต่เด็กมันไม่กล้าเรียกเรียก18kไปก็หวานหมูบริษัทเลยดิ

คือเราจะไปมินิมอล คิดน้อยตามอีพวกคนขาวทำไม ในเมื่อเรามีความคิด ความครีเอท โลโก้ของทุกกระทรวงมันก็สอดไส้ไปด้วยเรื่องราวและควบคู่กับวัฒนธรรมและความเชื่ออะ

นี่ถือคติว่า electronic gadgets ต่างๆ มันควรจะใช้งานได้สัก 7 ปี ตอนนี้ macbook เข้าปีที่ 7 ส่วน iphone 12 เข้าปีที่ 6 ทั้งคู่สภาพเยิน แต่ก็ใช้งานได้ดีอยู่ เราไม่มีเงินเปลี่ยนก็จริงอยู่ แต่การใช้ของจนกว่าจะพังมันก็ไม่สิ้นเปลืองดีนะ รู้สึกภูมิใจ

ใครเคยมีอาหารที่มีรสเศร้าเป็นของตัวเองไหม ผมมีนะ มันคือข้าวโพดทอด นานมาแล้วเกือบยี่สิบปี ในงานเลี้ยงวันคริสต์มาสของโรงเรียนประถม พ่อแม่ของทุกคนได้รับคำขอให้นำอาหารมากินเลี้ยงด้วยกันกับเด็กๆ เอาให้เด็กๆในห้องตักแบ่งกันทาน บางพ่อก็นำสปาเกตตี้มา บางแม่ก็นำพิซซ่าถาดใหญ่ แม่ของผมนำข้าวโพดทอดเป็นก้อนมาแบ่ง ผมไม่ได้คิดอะไร ข้าวโพดก็คือข้าวโพด จนกระทั่งมันเป็นอาหารที่ธรรมดาที่สุดในบรรดาอาหารของแม่ๆคนอื่น ไม่มีเด็กคนไหนในห้องเดินมาสนใจมองดูข้าวโพด ข้าวโพดของแม่เหงาหงอย แม่ยืนรอที่จะคีบใส่จาน แต่ก็มีเพียงบาวคนเท่านั้นที่มารับมันไป มันผ่านมานานแล้ว นานเท่าที่คนความจำสั้นอย่างผมจะจำได้ แต่ผมไม่เคยลืมรสชาติของข้าวโพดทอดในวันนั้น ข้าวโพดที่ถูกเก็บกลับบ้าน เย็นชืด หงอยเหงา และมีรสเศร้าสร้อยเมื่อผมมองดูมันกองอยู่ในถังขยะ วันก่อนผมไปกินข้าวและสั่งข้าวโพดทอดมาหนึ่งจาน น่าแปลก ยี่สิบปีแล้ว ข้าวโพดทอดสำหรับผมก็ยังเจือรสเศร้าที่ไม่เคยจาง ผมไม่ได้เศร้าเพราะมันเป็นอาหารที่สู้คนอื่นไม่ได้ แต่ผมเศร้าที่แม่อาจคิดว่าแม่เป็นแม่ที่พร้อมเท่าแม่คนอื่นไม่ได้

ขึ้นมาสินังบ้านนอก เราจะไปเป็นฝ่ายค้านกัน



