pาuw
34.5K posts

pาuw
@risdpl
เป็นมัลติสแตนนะคะ แต่ตอนนี้ 90% คือเป็น TMK และเป็นแม่ TW ไปแล้วค่ะ 🫶🏼🩵

ขอบคุณทุกคนมาก ๆ นะครับ สำหรับงานกีฬาสีค่ายประจำปี หวังว่าทุกคนจะมีความสุข สนุก และได้เก็บโมเมนต์ดี ๆ กลับไปนะครับ อยากบอกว่างานรวมค่ายแบบนี้ การจัดการหลาย ๆ อย่าง โดยเฉพาะเรื่องคิวและรายละเอียดต่าง ๆ ค่อนข้างท้าทายเสมอ แต่ผมอยากชื่นชมน้อง ๆ ศิลปินทุกคนจริง ๆ ที่ตั้งใจมาก ๆ หาเวลามาซ้อมกันทำโชว์ให้ทุกคนมีความสุข แม้แต่ละคนจะมีตารางงานของตัวเอง และพอถึงวันนี้ก็ทุ่มเททั้งการแสดงและการแข่งขันกีฬาอย่างเต็มที่เลยครับ (ทุกคนชอบกีฬาสและโชว์ไหนบ้างน้า) และขอขอบคุณทุกคำชมและทุกคำแนะนำด้วยนะครับ วันนี้ทีมงานเก็บทุกฟีดแบ็กเรียบร้อยแล้ว เพื่อเอาไปพัฒนาต่อ ถ้ามีโอกาสจัดครั้งที่ 3 ในปีถัดไป พวกเราจะพยายามทำให้ดียิ่งขึ้นเรื่อย ๆ นะครับ วันนี้เห็นคลิปและโมเมนต์ไวรัลในงานเยอะมาก ดีใจที่ได้เห็นหลายคนมีความสุข ยิ้ม และเอนจอยไปกับงานของพวกเรา 😊 สุดท้าย ขอบคุณทุกคนที่สนับสนุนงานนี้ รวมถึงคอยสนับสนุนศิลปินอย่างดีเสมอมา หวังว่าปีหน้าจะได้มีโอกาสกลับมาสร้างความทรงจำดี ๆ ร่วมกันอีกนะครับ DOMUNDI SPORTS DAY 2026 #DMDSportsDay2026









ช่วงนี้เห็นหลายคนพูดถึงเรื่องไอเดีย การต่อยอด และการสร้างสรรค์ในวงการบันเทิง เลยอยากขอแชร์มุมมองในฐานะคนทำงานคนหนึ่งครับ จริง ๆ แล้วผมเชื่อว่า ทุกอุตสาหกรรมต่างก็มีแพตเทิร์นของการเติบโตที่คล้ายกัน วันนี้มือถือของหลายแบรนด์ต่างก็มีฟังก์ชันที่คล้ายกันมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการถ่ายภาพ การชาร์จไร้สาย การกันน้ำ หรือฟีเจอร์ต่าง ๆ ที่ช่วยตอบโจทย์ผู้ใช้งาน แล้วเราจะบอกว่าทุกแบรนด์ที่พัฒนาฟังก์ชันเหล่านี้ขึ้นมาทีหลัง คือการทำตามกันทั้งหมดหรือเปล่า หรือจริง ๆ แล้ว สิ่งที่ผู้บริโภคให้ความสำคัญ ไม่ใช่เพียงว่าใครมีฟังก์ชันนั้นก่อน แต่คือแต่ละแบรนด์พัฒนามันออกมาในแบบของตัวเอง ใส่เอกลักษณ์ลงไปอย่างไร และสร้างคุณค่าให้กับผู้ใช้งานได้มากเพียงใด LINE Sticker ก็เช่นกัน จากเดิมเป็นสติกเกอร์ธรรมดา ต่อมาก็มีสติกเกอร์มีเสียง มีโมชั่น และรูปแบบใหม่ ๆ ที่นักสร้างสรรค์จำนวนมากต่างนำไปต่อยอดในสไตล์ของตัวเอง รวมถึงแทบทุกแบรนด์ทั่วโลก ต่างก็มี Character หรือ Mascot ของตัวเอง เพราะคาแรกเตอร์เป็นอีกหนึ่งภาษาที่ใช้สื่อสารกับผู้คน และเป็นตัวแทนของแบรนด์ในแบบของตัวเอง ผมมองว่านี่ไม่ใช่เรื่องของการแย่งกันว่าใครเป็นคนแรก แต่เป็นธรรมชาติของทุกอุตสาหกรรมที่ทุกคนต่างพยายามสร้างสิ่งที่ดีขึ้นเรื่อย ๆ และสุดท้าย ผู้ที่ได้ประโยชน์ที่สุดก็คือผู้บริโภค เพราะมีตัวเลือกมากขึ้น และทุกคนก็ต้องแข่งขันกันด้วยคุณภาพ หลายคนที่ติดตามผมมานาน น่าจะเคยได้ยินผมพูดในไลฟ์อยู่บ่อย ๆ ว่า อยากทำซีรีส์ซอมบี้ อยากทำเกมที่แฟน ๆ สามารถเลี้ยงตัวละครและเติบโตไปด้วยกัน เพราะผมโตมากับ Pokémon, Tamagotchi และ Digimon อยากมีคาเฟ่ หลายอย่างผมพูดมาตั้งแต่หลายปีก่อน อย่างซีรีส์ซอมบี้ก็พูดถึงตั้งแต่ปี 2022 แต่กว่าจะได้ทำจริงและออกอากาศก็ปี 2025 คาเฟ่ก็เพิ่งประกาศใน Line Up 2026 ที่ผ่านมา สิ่งเหล่านี้สะท้อนว่าหลายอย่างไม่ใช่ไอเดียที่เพิ่งเกิดขึ้น แต่เป็นความฝันที่ค่อย ๆ เติบโตไปพร้อมกับบริษัท เพียงแต่เราต้องยอมรับว่า เราไม่ได้เริ่มต้นด้วยทรัพยากรหรือเงินลงทุนมหาศาล ทุกโปรเจกต์จึงต้องค่อย ๆ วางแผน ค่อย ๆ พัฒนา และรอวันที่พร้อมจริง ๆ อีกเรื่องหนึ่งที่หลายคนอาจไม่ทราบ คือ Sport Day ถ้าใครติดตามดูมันดิตั้งแต่ปีลึกยุคแรก ๆ ก่อนจะเปิดบริษัททำซีรีส์อย่างจริงจัง สมัยที่เรายังเป็นเพียงช่อง YouTube และมีสมาชิกอยู่ประมาณ 4–6 คน น่าจะจำได้ว่าเราเคยจัด Sport Day กันมาแล้ว เพียงแต่ตอนนั้นเป็นงานเล็กมาก ดูมันดิก็ยังไม่ได้เป็นที่รู้จักในวงกว้าง และยังเป็นช่วงก่อนที่ตลาดซีรีส์ BL จะเติบโตอย่างทุกวันนี้เสียอีก เมื่อบริษัทเติบโตขึ้น ศิลปินมากขึ้น และแฟน ๆ มากขึ้น เราก็มีโอกาสกลับมาพัฒนาไอเดียเดิมให้ใหญ่ขึ้นและสมบูรณ์ขึ้น หลายโปรเจกต์ของดูมันดิ จึงไม่ได้เกิดขึ้นเพราะเราเพิ่งอยากทำ แต่เกิดจากความฝันที่มีมาตั้งแต่วันที่เรายังไม่มีศักยภาพพอจะทำมัน สำหรับ Character Project ก็เช่นกัน จุดเริ่มต้นของโปรเจกต์นี้ ไม่ได้เกิดจากการอยากทำตามใคร ตั้งแต่วันแรกที่เราตัดสินใจทำค่าย สิ่งที่เราเชื่อมาตลอดคือการสร้างศิลปินในรูปแบบ Partner ไม่ว่าจะเป็นซีรีส์ คอนเสิร์ต งานกีฬา เมิร์ช หรือคาแรกเตอร์ ทุกอย่างของเราล้วนต่อยอดจากตัวศิลปินและความสัมพันธ์ของพวกเขา เพราะนั่นคือหัวใจอีกด้านที่สำคัญของดูมันดิมาโดยตลอด เราไม่ได้อยากสร้างเพียงมาสคอต แต่เราอยากสร้าง Character Universe ที่ทำให้แฟน ๆ ได้สนุกกับอีกหนึ่งโลกของศิลปิน คาแรกเตอร์ทุกตัวจึงถูกออกแบบขึ้นจากศิลปินของเราเป็นไอเดียจุดเริ่มต้นและมาต่อยอด เราเลือกเปิดตัวผ่านมินิแอนิเมชันออริจินัล มีเรื่องราวและจุดกำเนิดของแต่ละตัว บางตัวฟักออกมาจากไข่ บางตัวถือกำเนิดจากโคมล้านนา บางตัวเกิดจากสายฝน เราพัฒนา VR เพื่อให้แฟน ๆ ได้เข้าไปพบและมีปฏิสัมพันธ์กับตัวละครตั้งแต่เริ่มต้น นี่ก็เป็นสิ่งที่เราคิดว่ายังไม่ได้มีใครทำในช่วงนี้ และทุกตัวเริ่มจากการวาดด้วยมือ ก่อนจะพัฒนาต่อเป็นโมเดล 3D และเราไม่ได้ใช้ AI ในการสร้างตัวละครเหล่านี้ เพราะเราอยากให้ทุกตัวมีรายละเอียด มีลายเส้น และมีความตั้งใจของทีมงานอยู่ในทุกขั้นตอน หลายคนอาจเห็นเพียงผลลัพธ์ แต่เบื้องหลังของหนึ่งโปรเจกต์ ใช้เวลาหลายเดือน บางครั้งเป็นปี กว่าจะออกมาเป็นสิ่งที่ทุกคนเห็น อีกเรื่องที่อยากตอบ คือมีบางคนบอกว่าเราทำตามคนอื่นตลอด ผมอยากเล่าว่า ที่ผ่านมา ดูมันดิเองก็เคยมีหลายสิ่งที่เกิดขึ้นก่อนในช่วงเวลาหนึ่ง เช่น การแยกเพจสำหรับแต่ละซีรีส์ หรือการทำภาพสรุปเทรนด์และข้อมูลหลังออนแอร์ หลังจากนั้นก็มีอีกหลายค่ายใช้แนวทางลักษณะเดียวกัน (ตรงนี้แค่อยากอธิบายในมุมมองหลายคนบอกเราทำตามคนอื่นเสมอ) แต่ผมไม่เคยมองว่านั่นคือการทำตาม ผมกลับรู้สึกดี เพราะมันหมายความว่าอุตสาหกรรมกำลังพัฒนา และทุกคนต่างพยายามหาวิธีสื่อสารกับแฟน ๆ ให้ดีขึ้น วันนี้ผมก็ยังมองเรื่องนี้เหมือนเดิม เราเคารพทุกผลงานของทุกค่าย และผมเชื่อว่าความคิดสร้างสรรค์ไม่ควรถูกตัดสินจากคำถามว่า "ใครทำก่อน" แต่อยากให้ตัดสินจากคำถามที่สำคัญกว่านั้น คือ สิ่งนั้นสร้างขึ้นด้วยความตั้งใจหรือไม่ มีเอกลักษณ์ของตัวเองหรือไม่ และสร้างคุณค่าให้กับแฟน ๆ ได้มากแค่ไหน สำหรับผม ศิลปินทุกคนมีคุณค่า คาแรกเตอร์ลูก ๆ หลานๆ ของทุกคนก็เช่นกัน ผมไม่ได้มองว่าเขาเป็นเพียงสินค้า แต่เขาเปรียบเสมือนศิลปินอีกกลุ่มหนึ่งที่ทีมงานค่อย ๆ สร้างตัวตน มีเรื่องราว มีคนรัก และมีคนเฝ้าดูการเติบโตของพวกเขาไม่ต่างกัน วันนี้ที่ออกมาพูด ไม่ได้อยากดีเบตกับใคร ผมแค่อยากให้คนที่ติดตามดูมันดิมั่นใจว่า ทุกโปรเจกต์ที่เราทำ ล้วนเกิดจากความตั้งใจของทีมเราเอง และหวังว่าจะได้เห็นแฟน ๆ ของหลายค่ายเปิดใจและสนับสนุนกันมากขึ้น ผมเข้าใจว่าการเปรียบเทียบผลงานเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้ และบางครั้งก็ช่วยให้คนทำงานได้เห็นมุมมองใหม่ ๆ เพื่อนำกลับไปพัฒนาตัวเอง แต่การเปรียบเทียบในเชิงลบ การพยายามตัดสินว่าใครเหนือกว่าใคร หรือการผลักให้แฟน ๆ ต้องแบ่งฝั่ง ผมไม่แน่ใจว่าสุดท้ายแล้วจะสร้างประโยชน์ให้กับใครมากนัก เพราะสิ่งเหล่านี้ไม่ได้ทำให้ผลงานของฝ่ายใดมีคุณค่ามากขึ้น กลับอาจสร้างความรู้สึกไม่ดีและบาดแผลระหว่างแฟน ๆ ศิลปิน และคนทำงานโดยไม่จำเป็น หากเรานำพลังเดียวกันไปใช้กับการสนับสนุนสิ่งที่ตัวเองรัก แนะนำศิลปินของตัวเองอย่างสร้างสรรค์ และช่วยกันผลักดันผลงานที่มีคุณภาพ ผมเชื่อว่าจะเป็นประโยชน์ต่อวงการมากกว่า ทุกค่ายสามารถมีพื้นที่เติบโตของตัวเองได้ โดยไม่จำเป็นต้องทำให้อีกฝ่ายเล็กลง และทุกผลงานก็สามารถมีคุณค่าในแบบของตัวเองได้ โดยไม่จำเป็นต้องเกิดจากการเอาชนะกัน และจริง ๆ แล้วเราไม่จำเป็นต้องเลือกติดตามเพียงค่ายเดียว เราสามารถรักศิลปินได้หลายคน ชอบหลายโปรเจกต์ ติดตามหลายบริษัท และมีความสุขกับผลงานจากหลายค่ายได้พร้อมกัน นี่ไม่ใช่การแข่งขันแบบที่ต้องแบ่งฝ่ายหรือเลือกข้างเหมือนการเมือง ยิ่งทุกคนช่วยกันสนับสนุนผลงานดี ๆ จากหลายคน วงการนี้ก็จะยิ่งเติบโต แข็งแรง และอยู่กับพวกเราไปได้อีกนาน สุดท้าย...ทุกวันนี้ผมยังรู้สึกว่าตัวเองโชคดีมาก ที่วันหนึ่งตัดสินใจขายที่ดินเพื่อเริ่มต้นความฝันนี้ แม้ตอนนั้นจะเป็นการตัดสินใจที่เสี่ยงที่สุดครั้งหนึ่งในชีวิต ตลอดหลายปีที่ผ่านมา ดูมันดิ (DMD) ล้มลุก คลุกคลาน ผ่านทั้งวันที่ดีและวันที่ยากกว่าที่หลายคนเห็น โดนคำดูถูกต่าง ๆ มานับไม่ถ้วน อยากจะบอกทุกคนว่าค่ายเราอาจไม่ได้เติบโตเร็วที่สุด หรือมีทรัพยากรพร้อมที่สุด แต่เราพยายามพัฒนาขึ้นทุกปีในแบบของเรา บางอย่างอาจเร็ว บางอย่างอาจช้า บางอย่างอาจทำได้สมบูรณ์ บางอย่างอาจยังมีข้อผิดพลาด และบางเรื่องก็อธิบายไม่ได้ทั้งหมด เพราะธุรกิจมีหลายปัจจัยที่คนภายนอกอาจไม่เห็น แต่สิ่งหนึ่งที่ไม่เคยเปลี่ยน คือความตั้งใจที่จะสร้างความสุขให้กับแฟน ๆ หากวันหนึ่ง ดูมันดิ (DMD) จะเป็นเพียงอีกหนึ่งตัวเลือก ที่ทำให้ใครสักคนยิ้มได้จากศิลปิน ซีรีส์ คาแรกเตอร์ หรือโปรเจกต์ที่เราสร้างขึ้น สำหรับผม...แค่นั้นก็คุ้มค่ากับการเดินทางทั้งหมดแล้วครับ เพราะท้ายที่สุดแล้ว หากทุกคนแข่งขันกันด้วยคุณภาพ อุตสาหกรรมก็จะเติบโต ผู้ที่ได้รับประโยชน์มากที่สุดก็คือแฟน ๆ และวงการนี้ก็จะมีโอกาสเติบโตและอยู่กับพวกเราไปได้อีกนานครับ ขอบคุณครับ



กุตรายยย ขนตาไม่ได้แห้งจริง ๆ 😭😭😭😭😭 vt.tiktok.com/ZS4yy5yet/















