Sabitlenmiş Tweet
อะจ๊าก
30.7K posts

อะจ๊าก retweetledi
อะจ๊าก retweetledi
อะจ๊าก retweetledi
อะจ๊าก retweetledi
อะจ๊าก retweetledi
อะจ๊าก retweetledi
อะจ๊าก retweetledi
อะจ๊าก retweetledi

move on ยากเพราะติดอยู่กับจินตนาการของตัวเอง มี what if ไปเรื่อย ถ้าเราได้คบ ได้ทำแบบนั้นแบบนี้บลาๆ ซึ่งมันเป็นจินตนาการของตุวเองคนเดียว บางทียังตัดใจไม่ได้เพราะยังไม่รู้ว่านรกมันเปนยังไง ภาพฝันสวยงามเสมอ
Rainbow 🌦🌈@163cmgurl
เขาว่าอกหักจากคนคุยนี่ move on ยากกว่าเลิกกับแฟนจริงมั้ย เหมือนเป็นรักที่คาดหวังแต่ไม่สมหวังงี้ปะ หวังว่ามันจะดี หวังว่าจะได้ทำนั่นทำนี่ด้วยกันแต่สุดท้ายไม่ได้ไปต่อ เหมือนยังไม่ได้เริ่มอะไรเลยสักอย่าง
ไทย
อะจ๊าก retweetledi
อะจ๊าก retweetledi
อะจ๊าก retweetledi

And trying not to cry in public transport
Blaze Officiel@B3laze
adulting is just dishes and bills
English
อะจ๊าก retweetledi
อะจ๊าก retweetledi
อะจ๊าก retweetledi

วัดหลงซานไต้หวัน เสาหลักเรื่องความรัก นี่ไปขอแฟนกับเงิน ตอนขอแฟนโยนเซียมซีกี่รอบก็ไม่ขึ้น ให้ตายก็ไม่ขึ้น แต่กลับมาได้โบนัสหกหลัก โปรโมทปรับตำแหน่ง เงินเดือนขึ้น 25%
ก็ถือว่าท่านชัดเจนและคอมเพนเสทได้ดี ไม่เอาแฟนก็ได้ค่ะ 55555555555555555555555
♡ The Astronaut Jin 👨🚀@RainyJournal
คนที่ได้แฟน ไปมูวัดไหนถึงได้คะ
ไทย
อะจ๊าก retweetledi
อะจ๊าก retweetledi
อะจ๊าก retweetledi

EP2 — วันแห่งการหลุดพ้น
(Romantic Breakup)
คำถามที่ทิ้งท้ายไว้ใน EP1 เรื่อง The Fine Line Between Love and Hate คือ เราจะ “ลืมคนรักเก่า” ได้จริงไหม หรือแท้จริงแล้ว สิ่งที่มนุษย์ทำได้ คือการทำให้ความทรงจำเหล่านั้น “หมดอำนาจ” กับชีวิตเราในที่สุดโดยไม่จำเป็นต้องรอเวลา 4 ปี หรือปล่อยให้ทุกอย่างค่อยๆ เลือนหายไปเอง
มีงานวิจัยด้านจิตวิทยาความสัมพันธ์ที่ศึกษาพฤติกรรมและกลยุทธ์ในการจัดการความรู้สึกหลังการเลิกรา (Romantic Breakup) ไว้อย่างชัดเจน หนึ่งในวิธีที่ได้ผลมากที่สุดคือ “การปรับเปลี่ยนการรับรู้” (Cognitive Reappraisal)
งานวิจัยชื่อ Down-regulation of love feelings after a romantic break-up: Self-report and electrophysiological data ตีพิมพ์ในวารสาร Journal of Experimental Psychology ปี 2018 โดย Dr. Sandra J. E. Langeslag รองศาสตราจารย์ด้านประสาทวิทยาและพฤติกรรมศาสตร์ จาก University of Missouri–St. Louis ร่วมกับ Michelle E. Sanchez ได้ทดลองเปรียบเทียบวิธีลดความผูกพันและอารมณ์ที่มีต่อคนรักเก่า โดยแบ่งผู้ทดลองออกเป็น 3 กลุ่ม
#กลุ่มที่1คิดถึงแต่สิ่งไม่ดีของเขา
(Negative Reappraisal)
ผู้ทดลองจะถูกกระตุ้นให้นึกถึงนิสัยเสีย ความไม่เข้ากัน หรือเหตุการณ์ที่อีกฝ่ายเคยทำร้ายจิตใจ เพื่อเปลี่ยนมุมมองจาก “คนที่เรายังโหยหา” ให้กลายเป็น “คนที่อาจไม่เหมาะกับเรา”
#กลุ่มที่2ยอมรับความจริง
(Distraction / Acceptance)
ผู้ทดลองใช้วิธี ปล่อยวาง เบี่ยงเบนความสนใจ เช่นไปอ่าน หรือทำกิจกรรมเรื่องอื่น หรือยอมรับว่าความเจ็บปวดหลังการเลิกราเป็นเรื่องธรรมดาของมนุษย์
#กลุ่มที่3อยู่กับสิ่งดีๆ
(Love Regulation)
ผู้ทดลองพยายามคิดถึงข้อดีของคนรักเก่า หรือท่องคำชื่นชมเกี่ยวกับเขา ซึ่งมักไม่ได้ผลนัก โดยเฉพาะในความสัมพันธ์ที่จบลงอย่างเจ็บปวด
ผลการวิจัยพบว่า กลุ่มที่ 1 หรือการเตือนตัวเองถึงด้านลบของความสัมพันธ์ สามารถลดความรู้สึกรัก ความผูกพัน และภาวะโหยหาได้เร็วที่สุด แม้ในช่วงแรกจะทำให้รู้สึกโกรธหรือไม่สบายใจเพิ่มขึ้นบ้าง แต่มันช่วยให้สมอง “ถอนตัว” ออกจากความยึดติด และยอมรับความจริงได้เร็วขึ้นในระยะยาว
อย่างไรก็ตาม วิธีนี้เหมาะกับช่วงถอนตัวทางอารมณ์ในระยะแรก มากกว่าการใช้ชีวิตอยู่กับความโกรธในระยะยาว เพราะหากเราคอยตอกย้ำความเจ็บปวดซ้ำๆ จนกลายเป็นการวนคิดไม่จบ (Rumination) ความเกลียดอาจไม่จางหาย แต่กลับฝังลึกกว่าเดิม
ในทางจิตวิทยาพฤติกรรม มีแนวคิดที่เรียกว่า FAB หรือ Fading Affect Bias ซึ่งอธิบายว่า โดยธรรมชาติแล้ว สมองมนุษย์มักค่อยๆ ลดความรุนแรงของอารมณ์ด้านลบลง เพื่อให้เราสามารถดำเนินชีวิตต่อไปได้ หากเราไม่ได้คอยเลี้ยงบาดแผลนั้นไว้ซ้ำๆ
ดังนั้น ความเกลียดที่คุณมีในวันนี้ วันหนึ่งมันอาจไม่ได้หายไปแบบสิ้นเชิง แต่มันจะค่อยๆ สูญเสียอำนาจในการควบคุมชีวิตคุณ
วันหนึ่ง คุณอาจไม่ได้รักเขา ไม่ได้เกลียดเขา และไม่ได้อยากกลับไปหาเขาอีกต่อไป
เขาจะกลายเป็นเพียงอากาศธาตุ คนคนหนึ่งในอดีต ที่เคยมีปฏิสัมพันธ์กับชีวิตเราเท่านั้น
เพราะการเยียวยาที่แท้จริง ไม่ใช่การลบความทรงจำ แต่คือวันที่ความทรงจำนั้น ไม่สามารถควบคุมอารมณ์และทิศทางชีวิตเราได้อีกต่อไป
อ้างอิงงานวิจัย
researchgate.net/publication/31…

ไทย
อะจ๊าก retweetledi

นี่เป็นคนนึงที่เชื่อเรื่องจังหวะเวลาของชีวิตมากๆ มันจะมีช่วงเวลาที่หนักและเหนื่อยจนท้อ เหมือนต้องพยายามกับทุกเรื่อง แล้วอยู่ๆ something suddenly just happen and changed my whole life จริงๆ ชีวิตเปลี่ยน ขาขึ้นมาแบบงงๆ ทุกอย่างโฟลว์ไปหมด
irin bun c25-26 #CA11@ib_bun
ดูคลิปในตตเค้าบอกพอเรายอมแพ้อะไรสักอย่างแล้ว อยู่ดีๆสิ่งมหัศจรรย์จะเกิดขึ้น นี่ว่าจริง
ไทย
อะจ๊าก retweetledi
อะจ๊าก retweetledi



















