lll skcallcenter

49.4K posts

lll skcallcenter banner
lll skcallcenter

lll skcallcenter

@skcallcenter

ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ความมั่นคงของประเทศชาติเป็นสำคัญ

Katılım Haziran 2012
7.4K Takip Edilen1.5K Takipçiler
lll skcallcenter retweetledi
Tarot Dori | Tarot & Kahve Falı | Randevular Açık
💌 Aklındaki kişi mıknatısı, bunu beğenirsen 7 gün boyunca ondan bir adım gelecek. Mesaj, arama ya da seni mutlu edecek bir yakınlaşma enerjisi hayatına akacak. 💌
Tarot Dori | Tarot & Kahve Falı | Randevular Açık tweet media
Türkçe
14
21
817
9.4K
lll skcallcenter
lll skcallcenter@skcallcenter·
เราก็คัดแล้วส่งเด็กไทยเก่งๆไปเรียนสาขาที่เปิดใหม่ทั้งหมด สาขาละ ๔-๕คน เกาะติดจีนให้ได้ก็รอดแล้ว
เอ้ สุชัชวีร์ AE SUCHATVEE@AESUCHATVEE

จีนประกาศเพิ่ม 38 สาขาวิชาใหม่ระดับปริญญาตรี "สี จิ้น ผิง" คิดแบบ "วิศวกร" สร้างโรงงานผลิต "คนแห่งอนาคต” . ผู้นำมังกรจีน "สี จิ้น ผิง" เรียนจบ "วิศวกรรมเคมี" จากมหาวิทยาลัยซิงหัว สุดยอดสถาบันด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของจีน เขาคือ "วิศวกร" ที่คิดแบบ "นักการผลิต" และรู้ว่าชัยชนะที่ยิ่งใหญ่ของชนชาติจีน เมื่อจะแข่งกับสหรัฐ ไม่ได้วัดกันที่ "ปริมาณ" ประชากรเท่านั้น แต่ต้องวัดกันที่ "คุณภาพ" ของประชากร ต่างหาก ที่ชี้ชะตา "อนาคตชาติ" . แล้วคุณภาพของประชากรมาจากอะไร ตอบได้เลยว่ามาจาก "การศึกษา" ที่มีคุณภาพ ที่ทันต่อการเปลี่ยนแปลงในโลกยุค AI และเทคโนโลยีขั้นสูง . ถ้าการจัดการศึกษา คือ “โรงงานผลิตคน” สิ่งที่จีนจะทำ คือ “ออกแบบโรงงานใหม่ทั้งระบบ” จากข่าวว่า ในปี 2569 จีนประกาศเพิ่ม 38 สาขาวิชาใหม่ระดับปริญญาตรี ทั่วประเทศ . อ่านเผินๆ เหมือนเป็นแค่ "ข่าวการศึกษา" แต่ไม่ใช่ ที่จริง คือ “แผนยุทธศาสตร์ชาติ” ที่แปลงลงมาเป็น "หลักสูตรการเรียน" และคือ การส่งสัญญาณชัดเจนว่า โลกในอีก 10 ปีข้างหน้า จะหน้าตาเป็นอย่างไร เพราะสาขาที่เพิ่ม ถูกวางแผนมาอย่างชัดเจน จากแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติของจีน ฉบับที่ 15 . พูดง่ายๆ คือ “อนาคตจะไปทางไหน มหาวิทยาลัยผลิตคนแบบนั้น” ลองดูตัวอย่างบางสาขา: แร่หายาก Rare Earth Science and Engineering ใต้พิภพลึก Deep Earth Science หุ่นยนต์เกษตร Agricultural Robotics AI เชิงกายภาพ Embodied Intelligence สมองคนกับคอมพิวเตอร์ Brain-Computer Interface การเงิน และการค้าดิจิทัล Digital Economy . นี่ไม่ใช่แค่ “วิชาน่าสนใจ” ไว้อวดโลก แต่มันคือ การวาง “ห่วงโซ่อำนาจใหม่” คือ การชิงความได้เปรียบใน "ภูมิรัฐศาสตร์ใหม่" ของจีน . "4 สัญญาณ" ที่ไทยต้องอ่านให้ขาด 1. “ใครคุมทรัพยากร คือ คุมโลกเทคโนโลยี” จีนลงทุนใน แร่หายาก และทรัพยากรใต้พิภพ เพราะรู้ว่า AI และ เซมิคอนดัคเตอร์ เริ่มจาก “วัตถุดิบ” นี่คือเกมที่ลึกกว่า Silicon Valley ย่านอุตสาหกรรมไฮเทค ของสหรัฐ เพราะมันคือ "เกมต้นน้ำของอำนาจ" . 2. “อุตสาหกรรมเดิมอยู่ได้ แต่ต้องฉลาดขึ้น และต้องมีประสิทธิภาพสูงขึ้น” "การเกษตร" ไม่ได้หายไป แต่กลายเป็น เกษตร + หุ่นยนต์ + AI นี่คือแนวคิดที่สำคัญที่สุด เพราะจีนไม่มีวัน “ทิ้งของเก่า” แต่ “อัปเกรดของเดิม” เป็นเวอร์ชั่นใหม่ แบบ "จีนยุค AI" เป็นตัวอย่างให้ประเทศไทยต้องอัปเกรด "นักเทคโนโลยีการเกษตร" ไม่ใช่แค่ "การเกษตร" เท่านั้น . 3. “AI จะไม่ใช่แค่โปรแกรมซอฟต์แวร์ แต่กำลังจะมี ร่างกาย’” คำว่า Embodied Intelligence คือ AI ที่ “คิดเอง เคลื่อนไหวเอง ทำงานจริงเอง” เหมือนมนุษย์ เช่น หุ่นยนต์ในโรงงาน หุ่นยนต์ในโรงพยาบาล หุ่นยนต์ในชีวิตประจำวัน . มันคือ "ก้าวต่อไป" จาก ChatGPT Gemini หรือ Claude มันคือ โลกที่ AI อยู่รอบตัวเราแบบ "จับต้องได้” หลุดจากโปรแกรมธรรมดา จีนจึงเปิดสาขา Brain–Computer Interface (BCI) “เชื่อมสมองคน กับคอมพิวเตอร์” ไม่ใช่เห็นในหนัง Sci-Fi แต่มันกำลังกลายเป็น “วิชาเรียนปริญญาตรี” ทั่วๆไปของจีน! . "สมองคน" จะเชื่อมกับระบบดิจิทัล AI โดยตรงอย่างสมบูรณ์แบบ เหมือนกับที่ "มูลนิธิโรงพยาบาลพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหาร ในพระสังฆราชูปถัมภ์" กำลังสร้าง "ศูนย์วิจัยปัญญาธรรมชาติ และปัญญาประดิษฐ์" แห่งแรกของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ร่วมกับมหาวิทยาลัย CMKL มหาวิทยาลัยด้าน AI แห่งแรกของไทย เพื่อวิจัยรักษาโรคทางสมองมนุษย์ด้วย AI . ไม่กล้าคิด...โลกธุรกิจ การแพทย์ การศึกษา จะก้าวใหม่ไปขนาดไหน . และ 4. จีนไม่ได้โฟกัสแค่ Deep Tech แต่กำลังรีเซ็ต “อุตสาหกรรมท่องเที่ยว และบริการ” มหาวิทยาลัยเพิ่มสาขา Digital Trade Digital Finance Digital Tourism และ Business AI เพราะอุตสาหกรรมบริการแห่งอนาคต คือ "แพลตฟอร์ม + AI” การท่องเที่ยวจึงไม่ใช่แค่ “การโรงแรม” แต่คือ ประสบการณ์ที่ถูกออกแบบด้วย AI . บทเรียนจาก "ประเทศจีน" ถึง "ประเทศไทย" ข่าวจึงไม่ใช่เพียง “จีนกำลังทำอะไร” แต่คือ จีนกำลัง "เตรียมคน" ไปทำอะไร มีเป้าหมายอะไร . ขณะที่วันนี้มหาวิทยาลัยไทยจำนวนมาก ยังสอนแบบเดิม หลักสูตรปรับช้า (มาก) ไม่เชื่อมอุตสาหกรรมจริงจัง ไม่มียุทธศาสตร์ ไม่มีการลงทุนแบบเต็มเหนี่ยวจากรัฐและเอกชน และขณะที่นักศึกษาไทยยังเรียนเพื่อสอบ เพื่อได้ใบปริญญาบัตร มากกว่าการการเรียนเพื่อ “สร้างการเปลี่ยนแปลง” . แต่มหาวิทยาลัยจีนกำลังสร้าง "Education and Industry alignment" คือ “เรียนรู้และทำงานได้ทันที" ในอุตสาหกรรมแห่งอนาคต นักศึกษาจีนกำลังทำงานกับ AI ระดับลึก กำลังสร้างหุ่นยนต์ และกำลังเชื่อมสมองกับระบบ...แค่คิด ก็ขนลุก... . ดังนั้น หากไทยไม่ปรับ ไทยไม่ใช่แค่ “ตกขบวน” แต่ไทยอาจไม่ได้อยู่บน "รางเดียวกับโลกอนาคต” อีกต่อไป น่ากลัวครับ จบข่าว... สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ #จีน #ประเทศจีน

ไทย
0
0
0
38
lll skcallcenter
lll skcallcenter@skcallcenter·
เหรอๆๆๆๆอินทรีขี้เรื้อนอเมริกา จะตายห่าอยู่แล้ว บินไปถึงจีนกราบกรานให้จีนช่วยรักษาหน้าที่กำลังจนตรอก พูดมุมนี้ก็ได้นะ
SleeplessBKK@SleeplessBKKNew

ประธานาธิบดีทรัมป์พา CEO บริษัทยักษ์ใหญ่ของสหรัฐบุกปักกิ่ง ทุบโต๊ะเจรจา บีบให้จีนยอมถอยและกวาดผลประโยชน์กลับอเมริกาเพียบ อันนี้เป็นการสรุปรวบรวมดีลที่ทรัมป์ได้กลับมาจนถึงตอนนี้ 1) ทรัมป์จัดการวางกรอบความสัมพันธ์ระยะ 3 ปีเพื่อบังคับให้จีนต้องเล่นตามกติกาและไม่กล้าทำอะไรนอกลู่นอกทาง ทำให้อเมริกาสามารถคุมเกมเสถียรภาพของโลกเอาไว้ได้อย่างอยู่หมัด 2) จีนถูกบีบให้ต้องยอมควักกระเป๋าเหมาซื้อเครื่องบิน Boeing ล็อตใหญ่ถึง 200 ลำ ซึ่งจะช่วยสร้างงานและเม็ดเงินมหาศาลให้กับชาวอเมริกัน เป็นผลงานชิ้นโตที่ทรัมป์เอาไปโชว์ฐานเสียงได้สบายๆ 3) ทรัมป์ยังบังคับให้จีนต้องนำเข้าสินค้าเกษตรอย่างถั่วเหลือง เนื้อวัว รวมถึงน้ำมันจากอเมริกาเพิ่มมากขึ้น เพื่อเป็นการบีบให้จีนหยุดเอาเปรียบและอุดช่องโหว่การขาดดุลการค้าที่สะสมมานาน 4) งานนี้ทรัมป์ไม่ยอมโดนหลอกซ้ำสอง จึงสั่งให้ตั้งคณะกรรมการการค้าและการลงทุนขึ้นมาประกบติดแบบเข้มงวด เพื่อป้องกันไม่ให้จีนลักไก่เบี้ยวสัญญาเหมือนที่เคยทำในอดีต 5) จีนต้องยอมเปิดตลาดภายในประเทศให้ธุรกิจของอเมริกาเข้าไปทำกำไรได้ง่ายขึ้น แถมยังต้องเอาเม็ดเงินมาลงทุนในอเมริกาเพิ่มขึ้นอีกด้วย 6) ทรัมป์ยังสั่งเด็ดขาดจนจีนต้องยอมรับปากว่าจะสกัดกั้นการส่งสารตั้งต้นยาเสพติดเฟนทานิลเข้ามาในอเมริกา ซึ่งถือเป็นผลงานชิ้นโบแดงด้านความมั่นคงภายในประเทศ 7) อเมริกายังบีบให้จีนตกลงที่จะไม่ส่งอาวุธยุทโธปกรณ์ให้อิหร่าน พร้อมทั้งบังคับให้ช่วยรักษาเส้นทางเดินเรือในช่องแคบฮอร์มุซให้ค้าขายได้ตามปกติ ถือเป็นการตัดท่อน้ำเลี้ยงสำคัญของศัตรูอเมริกาไปในตัว 8) ข้อตกลงเรื่องการส่งออกแร่หายากก็ยังคงต้องดำเนินต่อไปตามที่อเมริกาต้องการ เพื่อให้อุตสาหกรรมเทคโนโลยีและอาวุธของสหรัฐเดินหน้าต่อได้แบบไม่มีสะดุด 9) แม้ทรัมป์จะยอมขายชิป NVIDIA H200 ให้จีน แต่ก็จำกัดสิทธิ์เฉพาะบางบริษัทที่กำหนดไว้เท่านั้น ทำให้อเมริกาได้ทั้งเงินเข้าประเทศและยังคงเป็นผู้กำห่วงโซ่เทคโนโลยีขั้นสูงไว้ในมืออย่างเบ็ดเสร็จ สรุปงานนี้ทรัมป์ได้หน้าและได้เงินกลับบ้านเต็มกระเป๋า บีบให้จีนต้องยอมเดินตามเกมและเสียสละผลประโยชน์หลายอย่าง เพียงเพื่อแลกกับการไม่ให้อเมริกาเปิดศึกหนักใส่มากไปกว่านี้

ไทย
0
0
0
31
lll skcallcenter
lll skcallcenter@skcallcenter·
สุดท้ายก็ตายฟรี ให้พวกส้มเหยียบซากความตาย
prachatai@prachatai

เช้าวันที่ 14 พ.ค. 2567 ‘บุ้ง เนติพร’ ผู้ต้องขังในคดี ม.112 วัย 28 ปี จากไปด้วยอาการสภาวะหัวใจหยุดเต้นฉับพลัน ขณะอดอาหารเรียกร้องสิทธิประกันตัวแก่นักโทษการเมือง โรงพยาบาลราชทัณฑ์พยายามยื้อชีวิตด้วยการส่งตัวบุ้งไปรักษาต่อที่โรงพยาบาลธรรมศาสตร์ฯ แต่ไม่ทัน บุ้งเสียชีวิตในเวลา 11.22 น. ของวันนั้น หลังอดอาหารมากว่า 110 วัน การอดอาหารประท้วงของบุ้งเป็นไปเพื่อข้อเรียกร้อง 2 ประการ คือ ปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม และยุติการคุมขังนักโทษคดีการเมือง . เนติพร เสน่ห์สังคม หรือที่เรียกกันตามชื่อกลุ่มว่า บุ้ง ทะลุวัง เป็นนักกิจกรรมทางการเมือง หลังช่วงที่ขบวนการคนรุ่นใหม่เบ่งบานเมื่อปี 2563 กลุ่มทะลุวังปรากฏตัวขึ้นอย่างเป็นทางการเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ปี 2565 จากการทำโพลสำรวจความเห็นประชาชนที่สยามพารากอนเกี่ยวกับขบวนเสด็จ “คุณคิดว่าขบวนเสด็จสร้างความเดือดร้อนหรือไม่” จนถูกจับตาจากเจ้าหน้าที่อย่างหนัก ผลจากการทำโพลนี้ทำให้บุ้งและเพื่อนๆ ในกลุ่มทะลุวังถูกดำเนินตาม ม.112 และ ม.116 . บุ้งถูกจับจ้องจากสังคมอีกครั้งในช่วงที่เธอพยายามหาหนทางให้ หยก - ธนลภย์ ผลัญชัย ได้เข้าเรียนในโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาพัฒนาการ และเข้าร่วมทำกิจกรรมทางการเมืองกับทะลุวัง ด้วยท่าทีที่ดูแข็งกร้าวทำให้หลายครั้งบุ้งถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก ถูกมองข้ามเรื่องสิทธิเสรีภาพและความเท่าเทียมทางการศึกษาที่เธอพยายามเรียกร้อง ครั้งหนึ่งบุ้งเคยถูกเจ้าหน้าที่ศาลอาญากรุงเทพใต้ใช้กระบองฟาดแขน ขณะที่เธอและเพื่อนๆ กลุ่มทะลุวังไปสังเกตการณ์และฟังคำพิพากษาคดี ม.112 ของอดีตสามเณรโฟล์ค โดยบุ้งได้เข้าไปกันไม่ให้เจ้าหน้าที่ศาลแตะตัวหยกขณะโต้เถียงกัน ผลคือเจ้าหน้าที่ใช้ไม้กระบองตีเข้าไปที่แขนบุ้งจนเธอได้รับบาดเจ็บเลือดอาบ . ก่อนเสียชีวิตบุ้งถูกดำเนินคดีจากการแสดงออกทางการเมืองรวม 7 คดี เธอเคยถูกจับกุมคุมขังและอดอาหารประท้วงเรียกร้องสิทธิประกันตัวมาแล้วอย่างน้อย 2 ครั้ง ครั้งแรกในปี 2565 บุ้งและใบปอถูกถอนประกันตัวในคดีทำโพลขบวนเสด็จของกลุ่มทะลุวัง ทั้งคู่ถูกคุมขังที่ทัณฑสถานหญิงกลาง และอดอาหารเรียกร้องสิทธิประกันตัวอยู่นานถึง 64 วันก่อนได้รับการประกันตัว . ต่อมาในเดือนมกราคม ปี 2567 บุ้งต้องเข้าคุกอีกครั้ง หลังศาลอาญากรุงเทพใต้สั่งจำคุกคดีละเมิดอำนาจศาล 1 เดือน และให้ถอนประกันคดี ม.112 ครั้งนี้บุ้งเริ่มอดอาหารทันทีหลังเข้าเรือนจำ ก่อนจะเสียชีวิตในเวลาต่อมา . ไม่มีใครคาดคิดว่าเธอจะเสียชีวิตภายใต้การดูแลของกระบวนการยุติธรรม แต่ความผิดปกติของระบบทำให้บุ้งทำหนังสือบริจาคร่างกายขณะถูกคุมขังในเดือนกุมภาพันธ์ 2567 โดยแสดงเจตนาปฏิเสธการรักษาไม่ประสงค์ให้ยื้อชีวิต และภายหลังจากที่เสียชีวิตแล้ว เธอขออุทิศร่างให้กับคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เพื่อการศึกษาและวิจัยต่อไป . ล่าสุดเมื่อวันที่ 8 พ.ค.2569 ศาลจังหวัดธัญบุรีเพิ่งสืบพยานในคดีไต่สวนการตายของบุ้งเสร็จ และจะฟังคำสั่งอีกครั้งในวันที่ 15 ก.ค. 2569

ไทย
0
0
0
23