ธีรัตถ์ | Teerat Ratanasevi

27.6K posts

ธีรัตถ์ | Teerat Ratanasevi banner
ธีรัตถ์ | Teerat Ratanasevi

ธีรัตถ์ | Teerat Ratanasevi

@teeratr

ธีรัตถ์ รัตนเสวี : Veteran News Anchor & Journalist, Former Royal Thai Government Spokesman

Thailand Katılım Temmuz 2009
752 Takip Edilen603.9K Takipçiler
ธีรัตถ์ | Teerat Ratanasevi retweetledi
Poppy Peerawit
Poppy Peerawit@Poppypeerawit·
อะไร ๆ ก็ตีราคาเป็นเงิน พวกเธอมองสิ่งแวดล้อมเป็นเศรษฐกิจมากไปเปล่า?​ . ก่อนจะตอบคำถามนี้ ผมขอเริ่มแบบนี้ครับ ร่างนี้ มีจุดหมายปลายทางคือเพื่อจัดการ ป้องกัน และบรรเทาความรุนแรงของผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่มีต่อสิ่งแวดล้อม สังคม และชีวิตประชาชนครับ เรามีหลายกลไกที่ช่วยกันเดินไปถึงเป้า และอันที่น่าจะเป็นจุดสนใจของคำถามคือเรื่อง ระบบซื้อขายสิทธิในการปล่อยก๊าซเรือนกระจก หรือ Cap and Trade ครับ ว่าง่าย ๆ คือ รัฐจะกำหนดเพดานการปล่อยก๊าซฯ สูงสุดและจัดสรรสิทธิให้นิติบุคคลควบคุม หากใครปล่อยน้อยกว่าสิทธิก็สามารถนำสิทธิไปขายในตลาดได้ แต่ถ้าปล่อยเกินต้องกว้านซื้อสิทธิเพิ่ม . ข้อกังวลที่ว่า "ระบบซื้อขายสิทธิเปิดช่องให้เกิดการฟอกเขียว (Greenwashing)" เป็นประเด็นที่คนมักตั้งคำถามมากที่สุดครับ ว่าบริษัทที่มีทุนหนาสายป่านยาวอาจจะใช้เงินกว้านซื้อ "สิทธิ" หรือ "คาร์บอนเครดิต" มาโปะตัวเลขการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของตัวเองไปเรื่อย ๆ โดยไม่ต้องลดการปล่อยมลพิษที่ปล่องควันโรงงานของตัวเองจริง ๆ . เราตระหนักและเข้าใจเรื่องนี้ดีครับ เราจึงป้องกันและอุดช่องโหว่เรื่องนี้ไว้หลายชั้น 1️⃣ จำกัดโควตาซื้อเครดิตมาหักกลบ (Offset Limits) ไม่ใช่ว่าปล่อยมลพิษเยอะแล้วจะใช้เงินซื้อคาร์บอนเครดิตมาชดเชยได้ 100% ในร่าง เราล็อกไว้ชัดเจนว่า "จำนวนสูงสุดและระยะเวลา" ที่จะนำเครดิตมาหักกลบได้ ต้องเป็นไปตามที่ "แผนจัดสรร" ของรัฐกำหนดไว้เท่านั้น หมายความว่ารัฐจะเป็นผู้กำหนดโควตา (เช่น ห้ามหักกลบเกิน 5% หรือ 10% ของปริมาณที่ปล่อย) ทำให้บริษัทไม่อาจใช้เงินฟอกเขียวได้ทั้งหมด และถูกบีบให้ต้องลดการปล่อยก๊าซที่ต้นทางของตนเองเป็นหลัก 2️⃣ คาร์บอนเครดิตต้องได้มาตรฐาน ไม่ใช่เครดิตทิพย์ ไม่มีสวมสิทธิ์ จะเอาเครดิตมั่ว ๆ ซั่ว ๆ มาหักกลบไม่ได้เด็ดขาด ร่างพ.ร.บ.ระบุว่า คาร์บอนเครดิตที่ใช้เพื่อแปลงเป็นสิทธิได้นั้น ต้อง "ได้รับการรับรอง" ตามกฎหมายขององค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (อบก.) เท่านั้นครับ 3️⃣ นั่งเทียนเขียนรายงานว่าตัวเองปล่อยก๊าซลดลงเพื่อตบตาไม่ได้ ต้องมีคนกลางตรวจสอบ (MRV) การทำรายงานต้องโปร่งใสครับ เรากำหนดให้ต้องผ่านการตรวจสอบความถูกต้องจาก "หน่วยงานทวนสอบ" (Third Party) ที่ขึ้นทะเบียนและต้อง "ไม่มีส่วนได้เสีย" กับบริษัทนั้น ๆ ครับ เพื่อให้บริษัทรายงานตามข้อเท็จจริงเพื่อเราจะมีข้อมูลที่แม่นยำครับ และสุดท้าย สำคัญ 4️⃣ รัฐคุมเพดาน (Cap) บีบให้ลดจริง หัวใจสำคัญของระบบ Cap and Trade คือคำว่า "Cap" หรือเพดาน รัฐไม่ได้แจกสิทธิให้ปล่อยมลพิษเท่าเดิมตลอดไป แต่จะค่อย ๆ บีบเพดานนี้ให้ต่ำลงตามเป้าหมายระดับชาติ เมื่อสิทธิในระบบ (Supply) น้อยลง ราคาจะแพงขึ้นจนการ "ซื้อเพื่อฟอกเขียว" กลายเป็นต้นทุนที่แพงมหาศาล . ขอยกโมเดล EU (ชอบเป็นพิเศษ...เพลง Ode to joy ขึ้น) มาเล่าให้เห็นภาพ เพราะเป็นโมเดลที่ทำนำร่องมากว่า 20 ปีครับ EU เริ่มใช้ตั้งแต่ปี 2005 นู้น และกลายเป็นตลาดคาร์บอนที่เก่าแก่และใหญ่ที่สุดในโลก ครอบคลุม 28 ประเทศสมาชิก EU รวมถึงประเทศนอกกลุ่มอย่างไอซ์แลนด์ ลิกเตนสไตน์ และนอร์เวย์ ความสำเร็จของ EU คือการมี EU Emissions Trading System ที่ถูกยกให้เป็น "เสาหลัก" ของนโยบายแก้ปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของยุโรป ระบบนี้ควบคุมการปล่อยก๊าซฯ จากโรงงานอุตสาหกรรมหนักและโรงไฟฟ้ากว่าหมื่นแห่ง โดยสามารถลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในภาคส่วนที่ควบคุมได้ถึง 21% ในปี 2020 เมื่อเทียบกับฐานปี 2005 สิ่งนี้นี้ยังเป็นกลไกสำคัญที่กระตุ้นให้ภาคธุรกิจต้องแข่งขันกันพัฒนานวัตกรรมและเทคโนโลยีพลังงานสะอาดมาทดแทนอีกด้วย จนตอนนี้ EU ไป European Green Deal จนเก็บ CBAM (ภาษีคาร์บอนข้ามแดน) กับกลุ่มเป้าหมายไปแล้ว และเป็น normative power ด้านนี้ไปแล้วแบบสมบูรณ์ครับ . ในประเด็นนี้ เราใช้หลักผู้ก่อมลพิษเป็นผู้จ่าย หรือ Polluter Pays Principle เพราะที่ผ่านมาคาร์บอนเป็น "ต้นทุนแฝง" ที่ผู้ก่อมลพิษผลักภาระให้โลกและสังคมแบกรับแบบฟรี ๆ การใช้เครื่องมือทางเศรษฐกิจเป็นการบังคับให้เอกชนต้องดึงต้นทุนนี้กลับเข้าไปในบัญชีของตนเองครับ รับผิดชอบกับสิ่งที่ Pollute ไว้ ครับ . สุดท้ายแล้ว เราอยากจะบอกว่า เศรษฐกิจเป็นแค่กลไก เป้าหมายคือสิ่งแวดล้อมที่ดีครับ และนี่คืออีก 1 ความภูมิใจของกอง PTP Academy ครับ
พรรคเพื่อไทย@PheuThaiParty

วิกฤติสิ่งแวดล้อมเป็นเรื่องของเราทุกคน ปัญหาที่รุมเร้าประเทศไทยในขณะนี้ สะท้อน ‘ความไม่ยืดหยุ่น’ และ ‘ความไม่พร้อม’ ต่อความเปลี่ยนแปลง ระบบพลังงานและการพัฒนาแบบที่เคยเป็นมากำลังสร้างภาระและต้นทุนที่เราไม่เคยคิดคำนวณ พรรคเพื่อไทยเสนอ พ.ร.บ. Climate Change กฎหมายที่ไม่เป็นเพียงกฎหมายสิ่งแวดล้อม แต่เป็นกฎหมายที่วางกติกาเศรษฐกิจของประเทศโดยนำเอาความรับผิดชอบและต้นทุนทางสิ่งแวดล้อม คือการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ให้กลายเป็นต้นทุนที่ต้องนำมาคิดคำนวณ เป็นสิ่งที่มีมูลค่า และเราทุกคนต้องรับผิดชอบร่วมกัน พ.ร.บ. Climate Change จึงไม่ใช่เพียงกฎหมายสิ่งแวดล้อม แต่คือการ “เปลี่ยนกติกาเศรษฐกิจ” ของประเทศ ทำให้การปล่อยก๊าซเรือนกระจกไม่ใช่สิ่งที่มองไม่เห็นอีกต่อไป แต่กลายเป็นต้นทุนที่ต้องคำนวณ เป็นสิ่งที่มีมูลค่า และเป็นความรับผิดชอบร่วมกันของทุกคน #พรรคเพื่อไทย #ClimateChange #การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

ไทย
5
214
258
20.6K
erdy (เออดี)
erdy (เออดี)@erdyart·
พักการขายของตัวเองมาขายของกาดสันคะยอมที่ช่วยชีวิตเราไว้ในช่วงนี้ค่ะ รีวิวแบบเปิดเปลือย สินค้านั้นคือคอมบูฉะ! รอบที่แล้วสั่งเซ็ตเล็กมาลอง รอบนี้จัดเต็มชุดใหญ่เลย ดีจริง!!! เรื่องของเรื่องคือเรามีปัญหาเกี่ยวกับลำไส้มาตั้งแต่เด็ก เพราะเด็กๆไม่ชอบเข้าห้องน้ำจนท้องผูกบ่อย เลยมีอาการลำไส้อักเสบและท้องผูกง่ายมาตลอด ซึ่งความลำบากจะเด่นชัดมากเวลาออกบูธขายของที่เราไม่สามารถเข้าห้องน้ำได้ตามใจ พอต้องกลั้นมากๆ ก็จะท้องผูกแล้วตามมาด้วยอาการลำไส้อักเสบเป็นลูป ต้องแก้ด้วยการทานไฟเบอร์ผงผสมน้ำ แต่ก็ไม่สะดวกเท่าไหร่และมันจะช่วยแก้อาการเป็นครั้งคราวเท่านั้น เคยทานพวกโปรไบโอติกแบบเม็ดก็ไม่ได้ช่วยมาก แต่รอบนี้ออกบูธงานหนังสือคือเปี้ยนไป๋!!! หลังจากทานคอมบูฉะติดต่อกันกว่า 3 สัปดาห์ถึงจะไม่เข้าห้องน้ำทันทีก็ไม่มีอาการท้องผูกเลยยย (2วันแรกเหมือนร่างกายปรับตัวมีการเข้าห้องน้ำบ่อยนิดนึง)ไม่มีอาการลำไส้อักเสบ และปกติก่อนปจดมาก็มักจะท้องผูกหนักมากก รอบนี้ก็ไม่เป็น ฮืออออ เปิดโลกใบใหมม่ ที่แสนสดใสสส สั่งมาอีก 10 ขวดดดด มีย่ามลำพูนแถมมาด้วย เลิฟมากค่ะ 😭 🩷
erdy (เออดี) tweet media
ไทย
2
12
32
4K