😍Tigermask😍

11.1K posts

😍Tigermask😍 banner
😍Tigermask😍

😍Tigermask😍

@tigermask2432

ดีที่สุด สำหรับวันข้างหน้า

Katılım Eylül 2020
137 Takip Edilen28 Takipçiler
😍Tigermask😍 retweetledi
หว๊านหวาน
@TarotYouuuu พวกมันไม่ได้รักกษัตริย์หรืออยากปกป้องหรอก มันรักความเชื่อของตัวเองที่คนอื่นคิดไม่เหมือนมันเฉยๆ มันเจ็บใจที่คนอื่นคิดไม่เหมือนสิ่งที่ตัวเองเชื่อ แล้วกฎหมายก็เอื้อให้โจมตีคนเห็นต่างได้ ลิงนึกภาพคนมาด่าดาราที่เราชอบเราทำได้แค่เจ็บใจ ไม่ต่างกับเรื่องของสถาบันกษัตริย์
ไทย
0
48
170
14.7K
😍Tigermask😍 retweetledi
Austin Rose lll🍊🧡
Austin Rose lll🍊🧡@natlamborghini1·
ประเทศนี้แม่มมมสุดจริง!🤑🤑🤑 เคสเขมรอาจจะเหมือนกัน...คอยดู!!
Austin Rose lll🍊🧡 tweet media
ไทย
25
1.1K
1.2K
30.4K
😍Tigermask😍 retweetledi
🎀🐰🌹🐻🐸🐶🐈‍⬛🐬
ในอดีตเคยมีเหตุการณ์คล้ายๆกรณี #แบนหงสาวดี แบบนี้เกี่ยวกับการฟ้อง 112 เหมือนกัน แต่ศาลสั่ง "ไม่ฟ้อง" - เมื่อ 5 ตุลาคม 2557 สุลักษณ์ ศิวรักษ์ หรือส.ศิวรักษ์ นักวิชาการอิสระอาวุโสร่วมอภิปรายในเวทีวิชาการหัวข้อ "ประวัติศาสตร์ว่าด้วยการชำระและการสร้าง" - โดยระหว่างการอภิปรายสุลักษณ์พูดถึงประวัติศาสตร์ในสมัยสมเด็จพระนเรศวรโดยระบุทำนองว่า "การทำยุทธหัตถีอาจไม่มีจริง" - ต่อมามีนายทหาร คือ พล.ท.ผดุง นิเวศวรรณ และ พล.ท.พิทยา วิมะลิน เข้าร้องทุกข์กล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวนสน.ชนะสงครามในความผิดตามมาตรา 112 - ในเดือนตุลาคม 2560 พนักงานสอบสวนมีความเห็นสั่งฟ้องสุลักษณ์ต่ออัยการศาลทหารกรุงเทพ - คดีนี้ถูกโอนไปศาลทหาร แต่ต่อมาอัยการศาลทหารมีความเห็น "สั่งไม่ฟ้อง" ในช่วงต้นปี 2561 เพราะมีหลักฐานไม่พอฟ้อง
🎀🐰🌹🐻🐸🐶🐈‍⬛🐬 tweet media
ไทย
7
1.5K
1.1K
61.5K
😍Tigermask😍 retweetledi
R0xyF0xy
R0xyF0xy@Konizawa2024·
@Wworaton @bopomnovemb เขาเป็นหมอจริงมั้ยอ่ะ? แพทย์สภาฯ ว่าไงเนี่ย? การพิจารณข้อมูลให้รอบด้านยังไม่ทำเลย judge ไปแล้ว .. แล้วจะ bias เรื่องวินิจฉัยโรคหรือเลือกรักษาไหมอ่ะ? น่ากังวลนะ
ไทย
1
2
18
2.9K
😍Tigermask😍 retweetledi
TOOTSYREVIEW
TOOTSYREVIEW@tootsyreview·
ผมไม่ได้พิมพ์เพื่อมาเถียงคุณน่ะครับ ปัญหามี 2 ส่วนครับ 1) มีคุณหมอท่านหนึ่งไม่พอใจภาพปก ที่ทำให้ 'ราชวงศ์ดูภาพลักษณ์ไม่เหมาะสม' กับรูปดอกกุหลาบ สื่อสารถึงความเป็นชายรักชาย ทำให้มีการเตรียมยื่นฟ้องมาตรา 112 2) มันมีคนมาชวนคุยใน comment เชิงยั่วยุผู้คนให้พิมพ์ข้อความเชิงหมิ่น เพื่อจ้องจะแจ้ง 112 ในลักษณะนี้ครับผม ผมมาตอบเพราะมี comment ลักษณะนั้นเกิดขึ้นจริง ซึ่งคนต้นทางก็ตั้งใจกวนๆประมาณหนึ่ง ให้คนเผลอหลุดพิมพ์ข้อความครับ ทั้งนี้ ถ้าไม่ได้เข้าใจสิ่งที่ผมพิมพ์ ก็ไม่เป็นไรเลยเช่นกันครับ เพราะความเข้าใจในแต่ละสถานการณ์ของแต่ละคนไม่เท่ากัน ตามประสบการณ์ที่ได้เจอ และอาจจะนึกไม่ออกว่า สังคมมีปัญหาอะไรอยู่บ้าง และไม่ใช่ทุกคนจะเข้าใจปัญหาที่เกิดขึ้นครับ ขอบคุณที่เข้ามาสอบถามนะครับ
ไทย
0
0
11
442
😍Tigermask😍 retweetledi
Rukchanok Srinork
Rukchanok Srinork@nanaicez·
กระบวนการยุติธรรมประเทศนี้รับใช้ใครกัน ? เชิญคนรักชาติมาอ่านกันเยอะๆ อ่านทั้งๆที่หัวใจเต็มไปด้วยความอคตินั่นแหละ แล้วบอกทีว่าถูกใจไหมคะ ที่ประเทศเราเป็นแบบนี้ ถูกปกครองด้วยคนดี คนรักชาติ รักสถาบัน ถึงทำอะไรก็ไม่เคยผิดเลย ไล่เรียงตรรกะกันก่อน - 19 กค 65 นายปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล สส. พรรคประชาชน อดีตพรรคก้าวไกล ได้เคยอภิปรายไม่ไว้วางใจ ในกรณี หจก.บุรีเจริญคอนสตรัคชั่น โดยตั้งคำถามว่า นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ ได้ตั้ง “นอมินี” ขึ้นมาเพื่อปกปิดทรัพย์สินของตัวเองหรือไม่? - 17 มค 67 นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ ต้องหลุดออกจากตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมกลางอากาศ โดยศาลรัฐธรรมนูญได้มีมติเสียงข้างมาก 7:1 ตัดสินให้นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ สิ้นสุดความเป็นรัฐมนตรี เหตุพฤติการณ์เชื่อได้ว่ามีการอำพรางในการโอนหุ้น ทั้งการให้นอมินีถือหุ้น การทำนิติกรรม และการซื้อกองทุนแทน ซึ่งเป็นผลมาจากการอภิปรายของ นายปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล และเรื่องเดียวกันนี้ ก็ถูกยื่นเข้า ป.ป.ช. ด้วยเช่นเดียวกัน ถ้าดูจากคำพิพากษาศาลรัฐมธรรมนูญ ขอให้ท่านใช้ใจที่เป็นธรรมคิดดูว่า ป.ป.ช. ควรจะทำอย่างไร อย่างที่ท่องกันเป็นนกแก้วนกขุนทอง คำพิพากษาศาลรัฐธรรมนูญ ผูกพันทุกองค์กร ใช่ไหม? - 14 มีค 69 ความพีค ความน่าสนใจของเรื่องคืองี้เว้ย ในขณะที่ ป.ป.ช. ถูกสัมภาษณ์เรื่องเขากระโดง ก็มีนักข่าวมือดีถามความคืบหน้าเรื่องของ นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ จึงทำให้ทุกคนเพิ่งจะได้รับรู้ว่า ป.ป.ช. ชุดใหญ่มีมติยกคำร้องไปเมื่อเดือน ก.ย.2568 !! ไปทำกันตอนไหนอะพี่ !! ถ้าไม่เรียกว่าแอบทำ จะเรียกว่าอะไร ถ้าไม่มีใครถาม ประชาชนจะมีวันได้รู้ไหม ป.ป.ช. ไม่กระดานอัพเดตคดีที่ค้างภายใน ทั้งคดีใหญ่ขนาดนี้ที่คนติดตามทั้งประเทศ ผลเป็นอย่างไร ไม่มีแถลงข่าว ไม่บอกอะไรประชาชนเลย เห็นประชาชนเป็นตัวอะไร ? - ซึ่งผลปรากฏคือ ป.ป.ช. มีมติยกคำร้องคดีที่กล่าวหา นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ กรณีให้ผู้อื่นถือหุ้นแทนตัวเอง (นอมินี) ใน หจก.บุรีเจริญคอนสตรัคชั่น โดยถูกกล่าวหาว่า การปกปิดทรัพย์สิน แจ้งบัญชีทรัพย์สินเท็จ โดย ป.ป.ช. ให้เหตุผลว่า นางศักดิ์สยาม เพิ่งรู้ตัวว่ามีหุ้น ตอนที่ศาลรัฐธรรมนูญตัดสินเนี่ยแหละ .. ตอนเด็กๆ เวลาเพื่อนๆเราด่ากันแรงๆแต่ไม่อยากใช้หยาบ เช่น ตอแหล เราจะพูดแทนคำนั้นว่า “ใครเชื่อมึง ก็คงออกลูกเป็นควายแล้วล่ะ” มีใครนึกคำไหนออกอีกไหมคะ – – – – – ตัดภาพมาที่ ในเวลาที่ดำเนินไปอย่างคู่ขนาน ปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล สส. พรรคประชาชน ผู้ที่เอา นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ ลงจากตำแหน่งได้ ยื่นแก้ไขกฏหมายอาญา มาตรา 112 ซึ่งเป็นนโยบายที่ กตต. รับรอง โดยตอนยื่นเป็นนโยบายก็ไม่ได้มีการท้วงติงใดใด และ ร่างแก้ 112 ยังไม่ได้แม้กระทั่งเข้าสภาเลยด้วยซ้ำ แต่ปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล และเพื่อน สส. พรรคก้าวไกล ถูก ป.ป.ช. ยื่นศาลฏีหาให้ฟัน ตัดสิทธิ์ตลอดชีวิต ประหารชีวิตทางการเมืองชาตินี้กลับมาเป็น สส. ไม่ได้อีกตลอดไป เหตุศาลรัฐธรรมนูญฟันมาแล้วก่อนหน้านี้ ในขณะที่ นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ ป.ป.ช. บอกว่า ก็ไอที่ศาลรัฐธรรมนูญฟันมามาแล้วว่าผิดเต็มกระทง นั่นแหละนายศักดิ์สยามเค้าถึงเพิ่งรู้ว่าตัวเองมีหุ้นนนนนนนนน ดังนั้นไม่ได้จงใจแจงบัญชีทรัพย์สินเท็จหร๊อกกกกกก เราจะออกลูกเป็นควายกันไหมวะแก ? ถ้าเชื่อแบบที่ ป.ป.ช. บอก ซึ่งคณะกรรมการ ป.ป.ช. ถูกเลือกมาโดย สว. แล้ว สว. เป็นของใคร ? ตอนนี้ใครๆเค้าก็รู้กันทั่วบ้านทั่วเมืองว่า ป.ป.ช. 4 ใน 9 คน ตอนนี้ใส่เสื้อสีน้ำเงินบ่อยกว่าเสื้อสีเหลืองแล้วด้วย แล้ว นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ น้องชายในไส้ของ นายเนวิน ชิดชอบ ก็พบเจอเรื่องดีดี แล้วองคาพยพรรคภูมิใจไทย ก็เช่นกัน ทุกคนได้พบเจอแต่เรื่องดีดีกันหมดเลย คนรักชาติ รักสถาบัน ส่วนบุญส่วนกุศลมันปรากฏออกมาในรูปแบบนี้นี่เอง โชคดีกันไม่ไหวแล้ว มิน่าล่ะ ถึงตะโกนรักชาติ รักสถาบันแข่งกันใหญ่เลย ตะโกนแข่งกันเก่งว่าทำงานแข่งกันซะอีก
Rukchanok Srinork tweet media
ไทย
20
820
927
12.9K
😍Tigermask😍 retweetledi
เห็นหัว ปชช บ้าง เอาแต่พวกเดียวกัน ..
@Boyychaaa เรื่อง พิธา เป็นเรื่องที่ทำให้องค์กร อิสระไทย มัวหมอง ขาดความน่าเชื่อถือ ทั้งที่ หุ้นเป็นมรดกพ่อ และมีการพยายามฟื้นไอทีวี มีการประชุมและรายงานการประชุมเท็จ จำนวนหุ้นน้อยมาก และไม่สามารถไปครอบงำให้ เป็นประโยชน์กับ พิธาได้ กลับโดนตัดสิทธิ์อย่างไว แน่จริง เถียงมา
เห็นหัว ปชช บ้าง เอาแต่พวกเดียวกัน .. tweet media
ไทย
1
2
16
1K
😍Tigermask😍 retweetledi
。 Mame 。A Birb from Babylonia
สลิ่มจะไปแจ้งความคุณ อมล ม112 เพราะไม่ชอบปกมีดอกกุหลาบ บอกว่าวาดองค์ดำให้ดูผิดเพศ อรชรอ้อนแอ้น เป็นภัยความมั่นคงของชาติที่จะเป็นช่องทางให้อริราชศัตรูสร้างเรื่องปั้นน้ำว่า “ขนาดมหาราชของประเทศเรายังเป็นชายรักชาย วิปริตผิดเภท จักเป็นต้นแบบของชุดไทย ในหลายรัชสมัยได้เยี่ยงไร” 🤦🏻‍♂️
。 Mame 。A Birb from Babylonia tweet media。 Mame 。A Birb from Babylonia tweet media。 Mame 。A Birb from Babylonia tweet media。 Mame 。A Birb from Babylonia tweet media
ไทย
276
20.2K
7.8K
3.6M
😍Tigermask😍 retweetledi
GunGun.JKP
GunGun.JKP@Jakkapon_PH·
[ว่าด้วยพรรคมวลชน (1)] พรรคการเมืองไม่ใช่พาหนะรับจ้าง เพื่อนสมาชิกพรรค ผู้สนับสนุนพรรคประชาชน ผมคิดทบทวนอยู่สักพักหนึ่งแล้วว่าอยากจะลองนำเสนอเค้าโครงความคิดว่าด้วย “พรรคมวลชน” ต่อสาธารณะเพื่อให้เกิดการพูดคุยถกเถียงเกี่ยวเนื่องกับสร้างพรรคการเมืองแบบพรคมวลชน ในช่วงวันหยุดสงกรานต์ที่ผ่านมาผมใช้เวลาครุ่นคิดอยู่กับมัน แล้วก็สรุปได้ว่าควรจะนำเอาความคิดที่กระจัดกระจายมาจัดระเบียบแล้วเขียนนำเสนอความคิดให้เป็นกิจจะลักษณะเสียที ทั้งนี้เค้าโครงความคิดนี้ไม่ใช่แนวทางอย่างเป็นทางการของพรรคประชาชน หากแต่เป็นเค้าโครงความคิดและข้อเสนอของผมแต่เพียงผู้เดียว ดังนั้นหากจะมีคำวิพากษ์วิจารณ์หรือข้อถกเถียงอภิปรายใดเกิดขึ้นหลังจากนี้ผมขอรับผิดชอบเพียงผู้เดียว ในช่วงที่ผ่านมาหลังจากที่ผมหมกมุ่นครุ่นคิดเรื่องพรรคมวลชนมากเข้า ผมก็พบเรื่องหนึ่งที่อาจจะสร้างปัญหาให้แก่เราโดยไม่ทันรู้ตัว นั่นคือความคิดและการพูดกันว่า “พรรคการเมืองเป็นเสมือนยานพาหนะ บางคนอาจขึ้นมาร่วมทางแล้วก็ลงก่อนถึงปลายทาง” ผมคุ้นชินว่าได้ยินคำพูดนี้หลายครั้งและก็เชื่อเรื่องนี้มาตลอด จนกระทั่งมาเริ่มครุ่นคิดกับมันอีกครั้งผมก็พบว่าเราไม่ควรพูดวลีกันนี้กันโดยไม่ระมัดระวังเสียแล้ว ประการแรก การพูดเปรียบเปรยโดยขาดรายละเอียดนี้ ไม่ว่าจะโดยตั้งใจหรือไม่ เรากำลังสร้างความสัมพันธ์ระหว่างสมาชิก-ผู้สนับสนุนพรรค กับ พรรค ให้เป็นความสัมพันธ์แบบ “ลูกค้า/ผู้รับบริการ” กับ “ผู้ให้บริการ” สมาชิกพรรคหรือผู้สนับสนุนพรรคเปรียบเสมือนผู้โดยสารที่ “ชำระค่าตั๋ว” ขึ้นมาโดยสารบนยานพาหนะที่ชื่อว่าพรรคการเมือง ความสัมพันธ์เช่นนี้อาจสร้างความรู้สึก “เป็นเจ้าของ” ต่อพรรคการเมืองได้ แต่ไม่ใช่ในลักษณะของการเป็นเจ้าของร่วม แต่เป็นความรู้สึกเป็นเจ้าของในฐานะผู้ชำระค่าบริการ ปัญหาก็คือ เมื่อวันหนึ่งสมมุติยานพาหนะที่ชื่อพรรคการเมืองนี้ เกิดขับส่าย ขับรถตกหลุม สิ่งที่จะเกิดขึ้นก็คือผู้รับบริการย่อมด่าทอแบบสาดเสียเทเสีย หรือเลิกใช้บริการ หรือหากรถเกิดยางแตกขึ้นมา สิ่งที่จะเกิดย่อมเป็นการด่าทอซ้ำว่า “ไอ้พวกคนขับรถนี่ขับกันอย่างไร ทำไมเฮงซวยอย่างนี้ ฉันเปลี่ยนไปขึ้นยานพาหนะ (พรรคการเมือง) อื่นดีกว่า” แล้วความสัมพันธ์ที่ดีควรเป็นอย่างไร? ผมเห็นว่าพรรคการเมืองอาจเปรียบเปรยเป็นยานพาหนะได้แต่ต้องไม่ใช่ในรูปแบบ “ลูกค้า” ต่อ “รถรับจ้าง” แต่มันควรเป็น “เพื่อนร่วมทาง” กับ “รถส่วนรวม” ลองจินตนาการว่าพวกเรามีเป้าหมายเดียวกัน เช่นจะเดินทางไปสถานที่หนึ่งด้วยกัน พวกเราจึงเช่ารถมาขับร่วมกัน มีบางคนทำหน้าที่เป็นคนขับ ส่วนคนอื่นเป็นผู้โดยสาร เมื่อถึงจุดที่รถขับไม่ดี อาจเพราะคนขับอ่อนล้าเหนื่อยอ่อน พวกเราย่อมไม่ด่าทอกันแบบสาดเสียเทเสีย แต่จะไถ่ถามสนับสนุนกัน ผลัดเปลี่ยนคนไปขับเพื่อประคับประคองการเดินทางร่วม หรือหากเกิดอุบัติเหตุยางแตกกลางทาง พวกเราก็จะช่วยกันหาทางแก้ไข ลงแรงเปลี่ยนยางรถ ไม่ใช่ถอยออกมาด่าทอกันแบบสาดเสียเทเสียว่า “ทำไมเฮงซวยอย่างนี้ ฉันไปขึ้นรถคันอื่นดีกว่า” หากพรรคการเมืองสร้างความสัมพันธ์เช่นนี้ได้ ย่อมสร้างพันธะความเป็นเจ้าของพรรคแบบ “เจ้าของร่วม” ที่จะสร้างสุขภาพที่ดีและมั่นคงให้แก่พรรคได้ในระยะยาว มากกว่าการสร้างความสัมพันธ์แบบ “ลูกค้า” กับ “รถรับจ้าง” มันคือความสัมพันธ์แบบ “ร่วมหัวจมท้ายเดินทางไปด้วยกัน” พรรคควรอยู่บนพื้นฐานความสัมพันธ์แบบ “เพื่อนร่วมทาง ที่มีเป้าหมายเดียวกัน” มากกว่าจะเป็น “ลูกค้าที่ชำระค่าตั๋วเดินทาง” ประการที่สอง การเปรียบเปรยว่าพรรคการเมืองเป็นยานพาหนะรับจ้างนั้น ก่อเกิดช่องว่างของความคิดทางการเมือง มันเปิดโอกาสให้แก่บรรดา “นักแสวงโชคทางการเมือง” ก้าวขึ้นมาขออาศัยรถ พอไปถึงกลางทางก็ขอกระโดดลงเปลี่ยนเส้นทางไปขึ้นรถคันอื่น เปรียบให้ชัดเจนกว่านั้นคือหากเราเชื่อความคิดว่า “พรรคการเมืองเป็นเหมือนรถรับจ้าง บางคนขึ้นมาแล้วขอลงกลางทางได้ไม่มีความผิด” นั่นเท่ากับว่าเรายอมรับได้หากจะมีนักแสวงโชคทางการเมืองเข้ามาอาศัยพรรคเป็นฐานเริ่มต้นชีวิตทางการเมือง มาสมัครรับเลือกตั้งในนามพรรค แล้วเมื่อได้มีตำแหน่งแห่งที่มีชื่อเสียงขึ้นมาแล้ว วันหนึ่งก็บอกว่า “ขอแยกทางลงตรงนี้แล้วกัน ฉันจะไปต่อรถสายอื่นที่สะดวกสบายกว่า นั่่งรถเขาแล้วมีค่าตอบแทนให้ด้วย มีตำแหน่งแห่งที่ให้ด้วย ไม่ต้องลำบากแบบรถคันนี้” - ตั้งแต่สมัยตั้งพรรคอนาคตใหม่ หากใครที่ยังมีคู่มือพรรคฉบับเล่มเล็ก ลองเปิดเนื้อหาดูก็ได้ครับว่าเป้าประสงค์แรกของการสร้างพรรคการเมืองนี้ เราไม่ได้ปรารถนาจะสร้างพรรคให้เป็นไม้กระดานหกให้เหล่านักแสวงโชคทางการเมืองมาใช้เป็นฐานเหยียบเพื่อกระโดดขึ้นไปแสวงหาตำแหน่งแห่งที่หรืออำนาจวาสนาให้กลายเป็น “มหาอำมาตย์ใหม่” - แต่การพูดเช่นนี้ไม่ได้หมายความว่ายานพาหนะคันนี้จะต้องปิดตายไม่รับผู้คนเพิ่มเติมในระหว่างการเดินทางนะครับ กลับกันเลยเราต้องเปิดรับผู้คนเข้าร่วมการเดินทางให้มาก แต่ก็ต้องไม่ใช่แค่การรับขึ้นมาเฉยๆ แต่จะต้องมาพร้อม “การทำงานทางความคิด” เพื่อให้เพื่อนร่วมเดินทางที่ตั้งใจจะลงกลางทาง เปลี่ยนใจ มองเห็นปัญหาและความสำคัญแล้วร่วมเดินทางกับเราไปจนตลอดรอดฝั่งถึงปลายทางที่หมายต่างหาก ในแง่นี้เองการทำงานทางความคิดอย่างเข้มข้นภายในพรรคจึงเป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่ง ประการที่สาม เมื่อพรรคการเมืองไม่ใช่ยานพาหนะรับจ้างที่ใครจ่ายค่าตั๋วร่วมเดินทางก็ขึ้นมาได้ แล้วอยากจะลงเมื่อไหร่ก็ได้ตามสบาย การมีข้อตกลงและวินัยภายในพรรคตลอดถึงเอกภาพภายในพรรคจึงเป็นเรื่องสำคัญ นี่ไม่ใช่การปฏิเสธความหลากหลายของความคิดความเห็นนะครับ กรุณาอย่าเร่งร้อนตีความไปไกล ผมเห็นว่าพรรคการเมืองโดยเฉพาะพรรคมวลชนที่ผู้คนมารวมตัวกันมากนั้น นอกเหนือจกาเรื่องอุดมการณ์ ความคิดทางการเมืองที่ต้องสอดคล้องยึดโยงกันแล้ว การมีวินัยและเอกภาพภายในพรรคนั้นเป็นเรื่องสำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน พรรคมวลชนไม่ใช่สถาบันทางการเมืองที่จับเอาเสรีชนเต็มขั้น หรือวีรชนเอกชนมารวมตัวกัน นี่ไม่ใช่การสร้างทีมอเวนเจอร์ หรือจัสติสลีก ประเภทที่ใครนึกอยากจะทำอะไร เมื่อไหร่ก็ได้ ไม่ปฏิบัติตามมติพรรคก็ได้ การมีวินัยร่วมภายในนี้จะเกิดขึ้นไม่ได้เลยหากเรายังอยู่ในความสัมพันธ์แบบ “ลูกค้า-ผู้ให้บริการ” แต่จะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อเราสร้างความสัมพันธ์แบบรวมหมู่ ความสัมพันธ์แบบ “เพื่อนร่วมทาง ที่มีเป้าหมายเดียวกัน” ได้ ประการสุดท้าย หากอ่านมาถึงตรงนี้หลายท่านอาจจะเริ่มสงสัยว่าทำไมการสร้างพรรคมวลชนมันถึงยุ่งยากไปหมด ทำไมต้องมีกฎเกณฑ์มากมาย ทำไมต้องคาดหวังให้สมาชิกพรรค ให้ผู้สนับสนุนลงแรง ปฏิบัติตัวอย่างนั้นอย่างนี้เต็มไปหมด พรรคการเมืองอื่นไม่เห็นต้องทำอะไรแบบนี้กันเลย ผมเห็นว่าการส้รางพรรคมวลชนนั้นจำเป็นต้องมีข้อปฏิบัติเช่นนี้ที่อาจจะน่ารำคาญใจสักนิดในช่วงแรก แต่ในระยะยาวมันจะทำให้พรรคเข้มแข็ง และมีสุขภาพที่ดี การสร้างพรรคมวลชนในฐานะเครื่องมือเพื่อการเปลี่ยนแปลงสังคมไทยนั้นเป็นเรื่องยาก ไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าการเปลี่ยนแปลงสังคมไทย อันที่จริงจนถึงตอนนี้ผมคิดว่าพวกเราน่าจะเห็นกันแล้วว่าการเปลี่ยนแปลงสังคมไทยนั้นอาศัยเฉพาะแต่ “กองหน้า” คือ ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองของพรรคในทุกระดับนั้นไม่เพียงพอ หากแต่จำเป็นต้องอาศัยพลังของเครือข่ายมวลชนคนธรรมดาสามัญทั้งที่เป็นสมาชิกพรรคและไม่ได้เป็นสมาชิกพรรคด้วย ดังนั้นเองการริเริ่มสร้างพรรคมวลชนให้เข้มแข็ง มีความสัมพันธ์ที่ดีและสอดคล้องกับการเป็นพรรคมวลชนไม่ใช่พรรคลูกค้ากับผู้ให้บริการ ย่อมเป็นก้าวแรกที่สำคัญยิ่งต่อการสร้างความเปลี่ยนแปลง กล่าวโดยสรุป ข้อเสนอส่วนแรกของผมต่อการสร้างพรรคมวลชน คือเราต้องปรับวิธีคิดอย่ามองว่าพรรคการเมืองเป็น “ผู้ให้บริการ” และตัวเราเองเป็น “ลูกค้า” ที่วันดีคืนดีนึกอยากเปลี่ยนค่ายย้ายผู้ให้บริการเมื่อไหร่ก็ได้ - อันที่จริงเรื่องนี้เป็นประเด็นที่ผมพูดแก่เพื่อนสนิทใกล้ตัวหลายครั้ง ว่าหากพรรคมันไม่ดี พรรคทำผิดพลาดก็ต้องเข้ามาช่วยกันออกแรงทำพรรคให้ดีขึ้น ไม่ใช่ส่ายหน้าแล้วหนีออกไปเสียดื้อๆ แบบนั้นนอกจากพรรคจะไม่ดีขึ้น พวกเราเองก็จะยิ่งอ่อนแอเพราะอยกสลายพลังกันเอง คล้ายกับที่ อ.ธงชัย เคยให้สัมภาษณ์ในรายการประชาธิปไตยสองสีว่า “...ถ้าพรรคมันเป๋ คุณก็ต้องเข้าไป advocate กับมัน อย่าปล่อยให้มันเป๋จนออกนอกทาง…” - พรรคมวลชนจะเข้มแข็งและดำรงอยู่ได้ต้องสร้างขึ้นบนความสัมพันธ์ที่ทุกคนรู้สึกเป็นเพื่อนร่วมการเดินทางที่มีเป้าหมายเดียวกัน มีความรู้สึกเป็นเจ้าของพรรคร่วมกันเพราะทุกคนช่วยกันออกแรงสร้างพรรค ช่วยกันประคับประคองเดินทางร่วมกัน ไม่ใช่รู้สึกเป็นเจ้าของเพียงเพราะจ่ายค่าสมาชิก แล้วเมื่อไหร่ที่พรรคทำผิดพลาดก็พร้อมดีดตัวออกห่างมาโจมตีกันแบบสาดเสียเทเสียทันที หรือหลบหนีตัดช่องน้อยแต่พอตัวหาที่ทาง แสวงโชคไปเป็นมหาอำมาตย์ใหม่ ในวันที่พรรคเพลี่่ยงพล้ำหรืออ่อนแรงลง ยังมีประเด็นเกี่ยวกับเรื่องอุดมการณ์พรรคที่ผมอยากเขียนนำเสนอในข้อเขียนชุดนี้ รวมถึงข้อพิจารณาแนวทางการสร้างพรรค การให้ความสำคัญและสร้างสมดุลระหว่างการชนะเลือกตั้งกับการเปลี่ยนแปลงประเทศไทย ซึ่งหากผมคิดว่าจะพยายามเรียบเรียงความคิดแล้วนำมาเขียนเสนอเพื่อให้เกิดการอภิปรายถกเถียงแลกเปลี่ยนกันต่อไปครับ เผื่อว่าเราจะพบแนวทางการสร้างพรรคมวลชนที่เข้มแข็งมากขึ้นให้เป็นประโยชน์แก่พรรคประชาชนต่อไป.
GunGun.JKP tweet media
ไทย
3
14
20
644
😍Tigermask😍 retweetledi
ท๊าดา
ท๊าดา@TadaaVoila·
ไม่ใช่ชาวบ้านทุกคนจะไปกาเพราะแค่ได้รับเงินซื้อเสียง มันมีปัจจัยอื่นมากกว่านั้น แต่ก่อนอื่นต้องยอมรับให้ได้ก่อนว่าซื้อเสียงก็มีผล ต่อให้มีผลแค่1%ก็คือมีไง เวลาด่านักการเมืองซื้อเสียงต้องมีคนโดดเข้ามาหาว่าดูถูกชาวบ้านตลอด คือเราไม่มีสิทธิด่าแม้กระทั่งนักการเมืองที่ทำผิดกฎหมายหรอ
บว.、 #หยุดคุมขัง 🕊🐻‍❄️@immvvry

เรื่องซื้อเสียงนี่อย่าเหมารวมว่าคนอื่นเขาด่าชาวบ้านเลย จนบางคนถามว่าไม่มีสิทธิ์ส่งเสียงเรื่องนี้หรอ แบบนี้นกม.ลอยตัวกันพอดี จะกลายเป็นดีเฟ้นให้แบบไม่รู้ตัว มองปัจจัยอื่นๆ แต่เขายืนยันว่ามีซื้อจริง ประเด็นนี้ก็ไม่ควรถูกกลบเหมือนกัน

ไทย
1
79
39
2.8K
😍Tigermask😍 retweetledi
TOOTSYREVIEW
TOOTSYREVIEW@tootsyreview·
ภาพความสำเร็จของฮังการี ‘ยากมาก’ ที่จะเกิดขึ้นใน #การเมืองไทย ประชาชนฮังการี ร่วมเฉลิมฉลองอย่างยิ่งใหญ่ หลังการเลือกตั้งใหญ่ในฮังการีวันนี้ ผลการเลือกตั้งฝ่ายค้านชนะถล่มทลาย Péter Magyar โค่น Victor Orbán ที่ปกครองมาอย่างยาวนาน 16 ปีเต็ม คาดฝ่ายค้านจะมีเสียงในสภามากถึง 2 ใน 3 ซึ่งสามารถนำไปสู่การแก้รัฐธรรมนูญได้ นี่ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญในหน้าประวัติศาสตร์ของประเทศฮังการีหลังการปกครองที่มีรูปแบบกึ่งเผด็จการ แถมมีเรื่องควบคุมสื่อ คอรัปชั่น ฯลฯ นี่จึงเปรียบเสมือนเป็นความหวังของประชาชนชาวฮังการีที่อยากเห็นประเทศพัฒนาก้าวไปข้างหน้ามากกว่าเดิม ภาพการเฉลิมฉลองสะท้อนให้เห็นถึงการปฏิเสธนโยบายเผด็จการและขบวนการขวาจัดระดับโลกที่เขาเป็นตัวแทน และเลือกผู้ท้าชิงที่สนับสนุนยุโรปแทน ในผลการเลือกตั้งที่พลิกผันอย่างรุนแรงและส่งผลกระทบไปทั่วโลก สำนักงานการเลือกตั้งแห่งชาติระบุว่า มีผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้งเกือบ 80% ซึ่งเป็นสถิติสูงสุดในประวัติศาสตร์การเลือกตั้งหลังยุคคอมมิวนิสต์ของฮังการี และพรรคฝ่ายค้านชนะใน 94 จาก 106 เขตเลือกตั้งของฮังการี จึงนับเป็นความพ่ายแพ้ที่น่าตกใจสำหรับออร์บาน ซึ่งเป็นพันธมิตรใกล้ชิดของทั้งประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐและประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน ผู้นำรัสเซีย ======= สำหรับผมเอง หลังอ่านข่าวนี้ เราอดหวนคิดถึงการต่อสู้ "พรรคส้ม" ที่ฟันฝ่ามาตั้งแต่ 2562 จวบจนปัจจุบัน นับเป็นเวลา 8 ปี ผมคิดว่า "ภาพของไทยต่างออกไป" ครับ 1) ผมคิดว่าคนไทยยังมีขั้วมีเหล่าเยอะมากๆ จากกลยุทธ์แบ่งแยกและปกครอง (Divide and Rule/Conquer) มันคือกลยุทธ์การเมืองและการทหารที่ใช้อำนาจทำลายความสามัคคีของศัตรู โดยสร้างความขัดแย้งภายใน เพื่อให้กลุ่มที่รวมพลังกันอยู่แตกแยกเป็นส่วนเล็กส่วนน้อย ส่งผลให้ผู้ปกครองสามารถควบคุมและดูแลพื้นที่ขนาดใหญ่ได้ง่ายขึ้นด้วยกำลังพลที่น้อยกว่า เช่น การใช้ IO, กระแสข่าว Propaganda ต่างๆ พอเป็นแบบนั้น ผู้คนก็ดูเหมือน "ไม่อาจรวมพลังได้สำเร็จ" อย่างแท้จริง เพราะรัฐวางกลยุทธ์ที่สร้างทัศนคติของผู้คนไว้อย่างเหนียวแน่น เราแตกแยกสูงมาก ไม่ได้รวมเป็นหนึ่งจริงๆทางความคิด ดังนั้นการสนับสนุนแบบถล่มทลายจะไม่เกิดขึ้นในไทยในภาพที่ชัดขนาดฮังการีแน่ๆ (ต่อให้เป็นไปได้ อาจจะใช้เวลานานมาก มากกว่า 16 ปีครับ เป็น 100 ปีก็ได้ครับ) 2) ผมมองว่าองค์ประกอบการเมืองไทยอาจจะต่างจากฮังการี เช่น "วัฒนธรรมบ้านใหญ่ และการซื้อเสียง" ซึ่งคนไทยยังติดหล่มกับดักเดิมของการเมืองที่เคยชิน จากรุ่นสู่รุ่น การเปลี่ยนแปลงอาจจะยากครับ 3) โครงสร้างการเมือง ที่วางองคาพยพของรัฐไว้เหนียวแน่น ไม่ว่าจะองค์กรอิสระ กฎหมาย และกลุ่มอำนาจ ที่ดูเหมือนว่าพร้อมปกปักษ์อำนาจเดิมไว้ ทำให้การเปลี่ยนแปลงยากยิ่งขึ้น 4) กลุ่มอำนาจเดิมยังคงพยายามสร้างคนรุ่นใหม่ ที่เป็นกลุ่มก้อนขวาจัดมากขึ้น ผ่านหลักสูตรการศึกษา และข่าวสารข้อมูล ไม่อาจจะหมดสิ้นไป 5) เมื่อการต่อสู้มันหลายรุ่นมากขึ้น ผมเองก็คิดว่า พรรคส้มเอง ในฐานะพรรคฝ่ายค้าน ที่ถูกสกัด ต้องยอมรับความจริงว่า "ถูกทำลายทรัพยากรบุคคล และตัดกำลังไปเรื่อยๆ" ย่อมอาจจะมีวันอ่อนแอลง เว้นเสียแต่ยังคงไม่ยอมแพ้ และลุกขึ้นสู้ต่อไป คุณว่า "อะไร" เป็นปัจจัยให้การเลือกตั้งในไทย เปลี่ยนแปลงยากมาก? แลกเปลี่ยนกันได้นะครับ #ตุ๊ดส์review ====== FACEBOOK POST : facebook.com/photo/?fbid=15… ====== ฝากช่องทางต่างๆของบอย ตุ๊ดส์review : facebook.com/tootsyreview/ x.com/tootsyreview @tootsyreview/" target="_blank" rel="nofollow noopener">threads.net/@tootsyreview/ instagram.com/tootsyreview/ @tootsyreview" target="_blank" rel="nofollow noopener">youtube.com/@tootsyreview @tootsy_review" target="_blank" rel="nofollow noopener">tiktok.com/@tootsy_review lemon8-app.com/tootsyreview
TOOTSYREVIEW tweet media
ไทย
52
824
946
27.8K
😍Tigermask😍
😍Tigermask😍@tigermask2432·
@skongki2000 ธุรกิจครอบครัวชิดชอบเริ่มสำแดงแล้ว
ไทย
0
0
12
1.1K
😍Tigermask😍 retweetledi
ฮ.นกฮูก(สีส้ม)
กระบวนการทั้งหมดคือ การส่ง 44 ส.ส พรรคก้าวไกล ( ปัจจุบันคือ 10 สส. พรรคประชาชน ไปแช่แข็ง พร้อม ๆ กับการเคลียร์พื้นที่เพื่อรอ ศักดิ์สยาม ชิดชอบ น้องชายเนวิน ชิดชอบ กลับมารับตำแหน่งรัฐมนตรีในครม อนุทิน 2 ที่ว่างอยู่ 1 ที่นั่ง เพื่อไปสมทบกับ ไชยชนก ชิดชอบลูกชายของเนวิน ชิดชอบ ที่เป็น รมว. ดีอี ขณะที่ ในสภา ก็มี พลอย-ณัฐธิดา เล็กอุดากร หลานสาวของเนวิน ชิดชอบ ฝึกงานอยู่รอเป็นรัฐมนตรีในอนาคตเช่นกัน Cr. Thanapol Eawsakuk
ฮ.นกฮูก(สีส้ม) tweet media
ไทย
19
410
483
28.1K
😍Tigermask😍
😍Tigermask😍@tigermask2432·
@iampurple2348 ไอ้คนที่บอกว่าค้านนโยบายของมึงมีแต่คนโง่ๆแบบมึงนี่แหละ ถ้าคิดว่าพวกมึงทำได้ก็ทำเลยอย่าเอาแต่ปากเก่ง มึงไม่ฟังเหตุผลที่เขาค้านหรือไง อยากสร้างผลงานตัวเองใจจะขาดแต่ก็มีปัญญาแค่ด่าส้มขวาง ส้มค้าน สรุปแค่ราคาคุยอ้างมีคนเก่งเต็มพรรคแหมไอ้สัส
ไทย
0
1
1
335
😍Tigermask😍
😍Tigermask😍@tigermask2432·
ถ้าคิดว่าสิ่งพวกนี้เป็นวาทกรรมหมดมึงต้องแหกขี้ตาออกมาดูโลกความจริงบ้างนะ มัวแต่ฝันเปียกกับโลกที่เสมือนจริงอยู่นั่น ว่าซื้อการซื้อเสียงมันไม่มีจริง นอกจากแกล้งทำตาบอดแล้วไม่อยากรับรู้เหี้ยอะไรมากกว่า
Izussssss@khaopunhon

ซื้อสิทธิ์ขายเสียงเป็นแค่วาทกรรมค่ะ ไม่ได้มีผลต่อการตัดสินใจเลือกขนาดนั้น คนในชุมชนเห็นหน้าใครบ่อยสุด หรือใครมาทำประโยชน์ให้ชุมชนได้มากสุดเขาก็เลือก อีพวกแพ้เลือกตั้งละมายืนงอแง บอกเพราะชาวบ้านเลือกเงิน มึงกระจอกเองค่ะจบ ถ้าไม่มีปัญญาซื้อใจชาวบ้านได้ก็ลาออกจบ

ไทย
0
0
0
126
😍Tigermask😍 retweetledi
Sunai
Sunai@sunaibkk·
(15 เม.ย.) สมาคมนักข่าวฯ แถลงประณามปฏิบัติการ #ไอโอ โจมตี #ฐปนีย์ @thapanee3miti #Saveแยม
Sunai tweet media
ไทย
4
952
630
19.5K
😍Tigermask😍 retweetledi
ท๊าดา
ท๊าดา@TadaaVoila·
ก่อนหน้านี้ด่าส้มเพราะส้มด่าคนกาภจท รับบทเข้าอกเข้าใจระบบบ้านใหญ่ ซักพักผีเข้าด่าคนกาภจทเอง ตอนนี้รับบทเข้าอกเข้าใจคนกากล้าธรรม (ที่มีแคนดิเดตเป็นพ่อค้ายา/ฆ่าข่มขืน)
ไทย
0
100
82
2.1K
😍Tigermask😍 retweetledi
Plachon
Plachon@Plachon7new·
ยอมรับเรื่องการซื้อเสียงมันยาก เพราะแบกการซื้อเสียงมาทั้งชีวิต
Plachon tweet media
ไทย
9
77
139
3.3K
😍Tigermask😍 retweetledi
Norasate Prachyakorn
Norasate Prachyakorn@SenateNorasate·
ประเทศไทยกำลังจะเป็น SLAPP STATE หรือเราแค่เริ่มชินกับการที่รัฐฟ้องคนเห็นต่าง? เมื่อช่วงต้นปีนี้ ผมเคยเชิญกกต.มาชี้แจงในกรรมาธิการในกรณีกกต.ฟ้องประชาชนในเหตุเลือกตั้งชลบุรีเขต1 ถ้ายังพอจำกันได้ ด้วยความคิดที่ว่า ”การที่หน่วยงานรัฐฟ้องประชาชนที่ทำหน้าที่ตรวจสอบการทำงานของตนนั้น เป็นเรื่องที่ไม่ควรเกิดขึ้นอย่างยิ่ง“ และวันนี้ มีอีกข่าวที่ผมเพิ่งเห็นคือข่าวอธิบดีกรมการปกครอง แจ้งความดำเนินคดีอาจารย์สมชัยและผู้เชี่ยวชาญด้าน IT อีก2ท่าน ข้อหาหมิ่นประมาท และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ต้นเรื่องไม่ซับซ้อน มีการตั้งคำถามว่า “ข้อมูลผู้มีสิทธิเลือกตั้ง 53 ล้านรายชื่อรั่วไหลหรือไม่” คำถามนี้…ถ้าเป็นประเทศประชาธิปไตยแบบอารยะ มันควรจะถูกตอบด้วย “ข้อเท็จจริง” แต่ในประเทศสารขันธ์ มันถูกตอบด้วย “คดี” ผมนึกถึงคำคำหนึ่ง ที่ช่วงหลังสังคมไทยได้ยินบ่อยจนชิน SLAPP มันย่อมาจาก Strategic Lawsuit Against Public Participation แปลแบบบ้านๆ คือ “การฟ้องเพื่อให้คนหยุดพูด” ไม่ใช่ฟ้องเพื่อชนะ แต่ฟ้องเพื่อให้เหนื่อย ให้เสียเวลา ให้เสียเงิน และที่สำคัญ…ให้ “กลัว” คำถามคือ กรณีนี้เข้าข่ายไหม? ผมคิดว่า อย่างน้อยที่สุดมัน “หน้าตาเหมือน” เพราะสิ่งที่เกิดขึ้นคือ คนตั้งคำถามในประเด็นสาธารณะ กลับกลายเป็น “จำเลย” ในขณะที่คำถามสำคัญจริงๆ ยังไม่มีคำตอบ ข้อมูลรั่วจริงหรือไม่? ถ้ารั่ว รั่วอย่างไร? ใครต้องรับผิดชอบ? คำถามพวกนี้ หายไปจากวงสนทนา แล้วอาจถูกแทนที่ด้วยอีกคำถามหนึ่ง “ใครจะโดนฟ้องต่อ” เรื่องนี้น่ากลัวตรงไหนครับ น่ากลัวตรงที่ไม่ได้อยู่ที่คดีเดียว แต่อยู่ที่ “บรรยากาศ” เมื่อคนเริ่มเห็นว่า การพูดเรื่องสาธารณะมีต้นทุนสูง มีโอกาสโดนคดี มีโอกาสต้องขึ้นศาล คนจะเริ่ม “คิดก่อนพูด” แล้วจากคิดก่อนพูด จะกลายเป็น “ไม่พูดดีกว่า” สังคมแบบนี้ ไม่ได้เงียบเพราะไม่มีปัญหา แต่เงียบเพราะ “ไม่มีใครกล้าพูดถึงปัญหา” ในประเทศที่เป็นประชาธิปไตยเข้มแข็งเวลามีข้อสงสัยเรื่องข้อมูลขนาดใหญ่แบบนี้ รัฐจะรีบทำ 3 อย่าง หนึ่ง ตรวจสอบ สอง เปิดเผย สาม อธิบาย แต่ถ้ารัฐเลือก “ฟ้อง” มันกำลังส่งสัญญาณอีกแบบหนึ่ง “ไม่ใช่สัญญาณเรื่องข้อเท็จจริง แต่เป็นสัญญาณเรื่อง “อำนาจ” ผมไม่ได้บอกว่า ใครถูก ใครผิด เพราะเรื่องข้อมูลรั่ว สุดท้ายต้องพิสูจน์กันด้วยหลักฐาน แต่สิ่งที่เราควรถามคือ ทำไมคำถามถึงต้องจบที่ศาล แทนที่จะจบที่ความจริง? ประเทศไทยอาจจะยังไม่ใช่ SLAPP STATE เต็มตัว แต่ถ้าเรายังเห็นภาพแบบนี้ซ้ำๆ หน่วยงานรัฐฟ้องคนที่ตั้งคำถาม ใช้กฎหมายที่มีโทษรุนแรงกับเรื่องที่ควรเป็นการตรวจสอบสาธารณะ วันหนึ่ง เราจะไม่ต้องถามแล้วว่า “ใช่หรือไม่” เพราะมันจะกลายเป็นเรื่องปกติไปเอง และวันที่การฟ้องกลายเป็นเรื่องปกติ ความจริง จะกลายเป็นเรื่องที่หายากที่สุดในสังคมนี้ครับ #ขอบคุณรูปจากเพจข่าวไทยรัฐครับ
Norasate Prachyakorn tweet media
ไทย
42
4.2K
2K
94.3K