TK
13.5K posts

TK
@tkpannattee
I’m Peerawat (TK). Postdoc at @bia_riken, @RIKEN_CBS. Interested in the broad applications of AI.

สำหรับเราเอง ก็ไม่แนะนำให้เรียนภาษาใน ป.ตรี เรามองว่า ภาษาเป็นทักษะที่พัฒนาและเรียนเสริมเอาเองได้ แต่จะแนะนำให้ไปเรียนวิชาที่เป็นความรู้เฉพาะทางไปเลยดีกว่า เพราะความรู้เฉพาะทางที่เป็นที่ต้องการของตลาดแรงงาน จะทำมาหากินกับมันได้ในระยะยาว และไปต่อยอดเส้นทางอื่น ๆ ได้ง่ายกว่า และคณะภาษา เรามองว่าเราแค่เข้าใจภาษาและวัฒนธรรมของชาตินั้น ๆ ตามภาษาที่เราเรียน แต่ท้ายที่สุด เราก็ต้องออกไปเจอกับคนจริง ๆ ของชาตินั้น ๆ อีกอยู่ดีเช่นกันเพื่อเรียนรู้ เพราะฉะนั้น มันก็ไม่ได้ขนาดถึงขั้นว่าเป็นศาสตร์ความเป็นมนุษย์อะไรขนาดนั้น เพราะมันก็เรียนแต่ตัวภาษา วรรณคดี วัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ แล้วก็วิเคราะห์ตัวภาษา วน ๆ อยู่แค่นั้น กลับมาที่การหางานทำ พออายุสักประมาณหนึ่ง ตัวภาษาก็ถือว่าเป็นสิ่งที่ต้องมีเป็นพื้นฐานไปแล้ว หรือมีติดตัวมาอยู่แล้ว ทีนี้ก็จะมาวัดกันที่ประสบการณ์และความรู้เฉพาะทางต่างหากว่ารู้เยอะมากพอแค่ไหน บริษัทเอกชนส่วนมากก็จะมองจากตรงนี้เป็นหลัก เพราะต่อให้ภาษาดี แต่ความรู้เฉพาะทางไม่เคยทำหรือไม่มีประสบการณ์มาก่อน หรือถ้ามีประสบการณ์ แต่น้อยเกินไป บริษัทก็ไม่เรียกสัมภาษณ์เหมือนกัน




เรียนไหนก็คล้ายๆกัน


*สังคมจุฬา* เคยมีเด็กวิดวะคนนึงพูดกับฉันว่า “คนในจุฬาแต่ละคณะระดับสมองไม่เท่ากัน แค่คณะกูกับคณะมึงก็คุยกันไม่รู้เรื่องแล้ว” ก็จริงคณะฉันใช้สมองซีกขวา คณะหล่อนใช้ซีกซ้าย เธออาจจะ iq สูงกว่า แต่ eq กุสูงกว่าแน่นอน เพราะกูคงไม่พูดอะไรแบบนี้ออกมา #จุฬา

การมีเชื้อสายจีนในประเทศไทย

อันนี้จริง สังคมให้ค่าสายวิทย์ แต่เป็นวิศวะ หมอ เท่านั้นนะ ส่วน pure science เค้ามองว่า abstract เกิน ไม่มีประโยชน์ งานวิจัยขึ้นหิ้ง เลยต้องไปยืนกอดคอกับชาวสายศิลป์ เราต่างก็เจ็บปวด555555






เห็นระบบรีฟันด์ใหม่ญี่ปุ่นตั้งแต่เดือนพ.ย. ไปแล้วก็คิด … เค้าจะต้องเตรียมคนไว้เยอะขนาดไหนหนอ นี่ลองคิดเล่น ๆ สมมติชั่วโมงละ 1,000 คน มีช่องดำเนินการทั้งหมด 10 ช่อง ใช้เวลาตรวจ-คืนเงินคนละ 10 นาที ต้องเผื่อเวลาไปขึ้นเครื่องกี่นาที 😅



เหนด้วยว่าควรทำบริษัทใหญ่ แต่งานแรกอย่าไปทนเงินเดือนน้อยเด็ดขาด !! เพราะถ้ายอมทนเงินเดือนน้อยแล้ว ส่วนใหญ่มันนะขึ้นช้า เพราะหลายที่ต่อให้ย้ายจะอิงฐานจากที่เก่า


