suwit18111
170 posts


เรื่องการพูดถึง #เกาะกูด ว่าเป็นพื้นที่ทับซ้อนนั้น อยากย้ำว่าเกาะกูดเป็นของไทยอย่างชัดเจนครับ แต่ต้องยอมรับว่าพื้นที่ทับซ้อนทางทะเลระหว่างไทย-กัมพูชามีอยู่จริง ซึ่งเป็นเรื่องที่ต้องเจรจา สนธิสัญญาสยาม-ฝรั่งเศสในปี 2450 ยืนยันว่าเกาะกูดเป็นของไทยมาโดยตลอด นี่ไม่เกี่ยวกับการลากเส้นเขตแดนทางทะเลที่ต้องเจรจากัน ดังนั้นไทยไม่มีทางเสียเกาะกูดแน่นอน ส่วนเขตแดนทางทะเลนั้นอิงตามกฎหมายทะเลสากล (UNCLOS) ซึ่งเปิดโอกาสให้เกิดพื้นที่ทับซ้อนในหลายกรณี จึงต้องมีการเจรจาแบ่งปันทรัพยากรในพื้นที่ทับซ้อนตามแนวทางที่สากลใช้ เช่น กรณี JDA ระหว่างไทย-มาเลเซียที่แบ่งผลประโยชน์กันอย่างยุติธรรม การเจรจาเพื่อหาผลประโยชน์ร่วมกันจากพื้นที่ตรงนี้เป็นสิ่งสำคัญมาก เราไม่ได้ยอมทิ้งผลประโยชน์ของประเทศแต่อย่างใด ตรงกันข้ามการเริ่มต้นเจรจาเพื่อสำรวจและหามูลค่าทรัพย์สินใต้ทะเลในพื้นที่นี้ แล้วแบ่งปันผลประโยชน์กันอย่างเป็นธรรม จะทำให้เราหาจุดร่วมที่จะเข้าไปใช้ประโยชน์จากพลังงานในพื้นที่นี้ได้ ประเทศไทยจะมีแหล่งพลังงานใหม่มาทดแทนแหล่งพลังงานในอ่าวไทยที่กำลังหมดไป เราต้องมองที่ผลประโยชน์ในระยะยาว และผมมั่นใจว่าเราจะไม่เสียเปรียบในการเจรจา ผมคิดว่าการหาผลประโยชน์เพื่อประเทศชาติจากพื้นที่ตรงนี้ก็คือการปกป้องอธิปไตยของชาติในอีกทางหนึ่ง ทั้งในด้านความมั่นคงทางพลังงานและผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจ โมเดลที่เราเคยทำสำเร็จมาแล้วกับมาเลเซีย สามารถนำมาใช้กับกัมพูชาได้ ผมยืนยันว่าการเจรจานี้ไม่เกี่ยวกับพื้นที่เกาะกูด ผมคิดว่าเสียงวิจารณ์ที่ออกมาเกิดจากการที่เราทุกคนมีความหวังดีต่อประเทศและมีความรักชาติ แต่การรักชาติต้องตั้งอยู่บนเหตุผล ความเป็นจริงและผลประโยชน์ภาพรวม ไม่ใช่การสร้างความเข้าใจผิดๆ ถ้าเรายังไม่เลิกสับสนแบบนี้ เราก็จะพลาดโอกาสสำคัญในการพัฒนาพื้นที่ทับซ้อนเพื่อประโยชน์ของคนไทยไปครับ











นายกฯ ฉุนถูกจี้ถาม #เงินดิจิทัล ไล่ไปฟังแถลง เมื่อไหร่ก็เมื่อนั้น #สำนักข่าววันนิวส์


























