meeraicallme
13.5K posts

meeraicallme retweetledi

เพื่อนผญจับมือกันข้ามถนน บอกให้ระวังรถ เช็ดจานเช็ดช้อน หยิบหลอดให้ ถามว่าถึงบ้านยัง สำหรับเพื่อนผญคือปกติมาก ซึ่งถ้าไปทำกับเพื่อนผช ให้98%มันคิดว่ามีใจชัวร์
Dew Kitisak@chalongjun
@SIQHEART สงสัยครับว่า การที่ผู้ชายคิดว่ามีใจ แล้วมาชอบ มันฝันร้ายสำหรับผู้หญิงยังไงครับ
ไทย
meeraicallme retweetledi

Pridi ตั้งแต่เพิ่มเมนูใหม่คือถูกใจสายbrunchแบบเราสุดๆ แนะนำต้องสั่ง Egg Sandwich ดูเหมือนง่ายแต่ทำออกมาพอดีมากก ขนมปังผิวกรอบอร่อย ไส้ไข่มาโยปรุงมารสชาติดี, Avocado Smoked Salmon อันนี้ก็ชอบ กินคู่กันยิ่งดี, Chicken Confit ชิ้นใหญ่มาก ไก่หนังกรอบแต่เนื้อข้างในไม่แห้ง @aroii




ไทย
meeraicallme retweetledi

@bxbb1emahae26 อย่าหาทำอะไรงี้ครับ เป็นการตัดสินใจที่เบียวสุดเท่าที่เคยอ่านพิลโล่ท้อคมาละ ไม่ชอบเขาก็ไม่ต้องไปคบกับเขาแค่นั้นเอง
ไทย
meeraicallme retweetledi

@bbrxyz คือจริง ๆ ก็รู้ว่าตัวเองประสาทใช่ไหมคะ 🥹 จริง ๆ ก็ไม่ควรจะกั๊กอ่า สนใจก็ควรจะแสดงออกไปเลยว่าสนใจเขา คือการถามคำตอบคำ แล้วไม่ถามกลับ ปล่อยให้อีกฝ่ายเป็นคนเปิดคำถามตลอด มันอึดอัดนะคะ คุณอาจจะรู้สึกว่าตัวเองก็ชอบเขาเหมือนกัน แต่แสดงออกแบบนี้เขาไม่รู้หรอกค่ะ
ไทย
meeraicallme retweetledi

10 ข้อแนะนำ มือใหม่อยากเริ่มใช้เรตินอล Retinol Retinal
📍ก่อนเริ่มใช้-ซื้อ:
1. เตรียมผิวก่อนเริ่มใช้ 1 เดือน+++
- ใช้สกินแคร์เสริมชั้นผิว Skin barrier เตรียมผิวให้แข็งแรง
- ทาสกินแคร์ที่มี Niacinamide (b3) เตรียมผิว จะช่วยลดผลข้างเคียงตอนทาได้
2. เริ่มใช้อนุพันธ์วิตามินเอตัวที่อ่อนโยน
- อนุพันธ์ที่เจอบ่อยในสกินแคร์คือ RetinOL และ RetinAL
- ทั้ง 2 ตัวเมื่อทาลงผิวแล้วมันจะต้องเปลี่ยนรูปเป็น Retinoic Acid เพื่อออกฤทธิ์ ยิ่งต้องเปลี่ยนรูปหลายรอบ = เบากว่า
- RetinOL เปลี่ยน 2 รอบ
- RetinAL เปลี่ยน 1 รอบ
- มือใหม่-ผิวระคายเคืองง่ายให้เลือก RetinOL พอผิวปรับสภาพได้แล้วค่อยปรับเลเวลไป RetinAL
3. ใช้ความเข้มข้นต่ำไปสูง
- Retinol มีไล่กันตั้งแต่ 0.01% ไปจนถึง 1% (ไม่ต้องเริ่มที่ 0.01% ได้นะ มือใหม่หลายคนไป 0.1% - 0.3% ไหว)
- สำหรับ Retinal โดสแนะนำมีไล่กันตั้งแต่ 0.05% - 0.1%
- อยากเริ่มเลเวลไหนก็ถามใจ ถามผิวตัวเองดูว่าจะทนได้ที่ความเข้มข้นเท่าไหร่
- ต้องสังเกตุดีๆ บางแบรนด์จะไม่ได้บอกความเข้มช้นของเรตินอล แต่บอกเป็น complex หรือ สารรวมมา เช่น เรตินอล + สาร A + สาร B = 1.5%
- % เท่ากัน แต่ต่างแบรนด์ โอกาสการระคายเคืองก็ไม่เท่ากัน บางแบรนด์มีใส่สารลดการระคายเคืองแน่น ใส่เทคโนโลยี Encapsulate มาช่วย ตรงนี้ก็จะลดการระคายเคืองได้
📍วิธีการใช้
4. อย่าพึ่งใช้ทุกวัน ค่อยๆ ปรับเพิ่มความถี่
- สัปดาห์ 1 : วันเว้น 2-3 วัน
- สัปดาห์ 2 : วันเว้น 2 วัน / วันเว้นวัน (แล้วแต่ผิว)
- สัปดาห์ 3 4 5 : ถ้าผิวไม่ระคายเคือง สามารถค่อยๆ เพิ่มความถี่จนเป็นทุกวันได้
หลักคือใช้ให้พอดีกับผิวอย่าไปลอกสูตร Skin Cycling คนอื่น
5. ลำดับการทา
- ทาบนผิวแห้ง
- มือใหม่ ผิวระคายเคืองง่าย ให้ทาตัวสุดท้ายหลังมอยส์เจอไรเซอร์ เพื่อลดการดูดซึม = ลดการระคายเคือง
- สามารถลองทาแบบ sandwich method = มอยซ์ / เรตินอล / มอยซ์ ประกบหน้าหลังลดการระคายเคืองเพิ่มได้
- พอผิวชิน เริ่มทนไหว สามารถปรับเรตินอลมาทาก่อนมอยซ์ เพื่อประสิทธิภาพที่สูงขึ้นได้
6. เริ่มจากใช้ปริมาณน้อยๆ
- ทาบางๆ ปริมาณเท่าเมล็ดถั่วลันเตา แตะเป็นจุดๆ ทั่วหน้า โดยทาจากด้านนอกเข้ามาด้านใน
- ระวังบริเวณรอบตา ข้างจมูก รอบปาก ใครกังวลกลัวแห้ง ลอกมากๆ สามารถเอาขี้ผึ้ง วาสลีน หรือ ครีมหนาๆ มาทากันบริเวณนี้โดยเฉพาะก่อนทาวิตามินเอได้
📍 การบำรุง
7. ความชุ่มชื้นต้องถึง มอยซ์ห้ามขาด
8. กันแดดต้องถึง
- ทากันแดดไม่ดี หน้าจะหมองกว่าเดิมได้
- ใครทากันแดดไม่ไหว อย่าคิดมาใช้ Retinoid
9. เสริมสกินแคร์กลุ่มปลอบผิว ลดระคายเคือง
- ส่วนผสมปลอบผิว เช่น Centella Asiatica, Aloe vera, Allantoin, Niacinamide
- เรตินอลบางแบรนด์มีสารปลอบผิว ลดระคายเคืองมาให้ในตัว
📍ข้อควรระวัง
10. ระวังการใช้สกินแคร์กลุ่มผลัดผิวร่วมกัน เนื่องจากจะทำให้ระคายเคืองเพิ่มขึ้นได้
- มือใหม่กลัวผิวแหก ต้องระวัง ให้ใช้ AHA BHA LHA PHA แยกวัน / เวลา สลับกันใช้กับ Retinol
- มือเก๋าจะสาดพร้อมกันก็ได้ไม่ติด
📍สรุป : สกินแคร์ไม่มีกฏ ปรับใช้ให้เข้ากับผิวตัวเอง
- ฟังผิวตัวเองดีที่สุด ผิวแต่ละคนมีความทนไม่เท่ากัน รวมถึงสกินแคร์แต่ละตัวก็มีความแรงไม่เท่ากัน
- การใช้ Anti-aging เช่น เรตินอลเป็นการวิ่งมาราธอน สะสมบุญในระยะยาว
- เราไม่จำเป็นต้องใช้ตัวแรงสุด ผิวถึงจะดี ร์ต้อง balance ระหว่าง ประสิทธิภาพและการระคายเคืองเสมอ เลือกตัวที่ผิวเราทนไหวและทาให้ต่อเนื่อง หวังผลระยะยาว
- สำคัญมากๆ คืออย่าทำให้ผิวอักเสบ แทนที่จะได้ผิวสวย งานกลาสสกิน ผิวมันจะหมองแทน #ร่างทอง101

ไทย
meeraicallme retweetledi
meeraicallme retweetledi

@MalbecXVII ใดๆคือนอกจากsuqqu คือผิวเจ้าของทวิตดีมากกกกค่ะ คุณภาพผิวสุดสุดดด🥹🥹
ไทย
meeraicallme retweetledi
meeraicallme retweetledi

@pimio55 อย่าคาดหวังกับคนตอแหลค่ะ แรกๆมันพูดได้หมดแหละเพราะยังไม่ได้เรา พอได้แล้วมันไม่มีรางวัลก็ต้องไม่ทำตามที่พูดเป็นธรรมดาของคนพูดไปเรื่อย
ไทย
meeraicallme retweetledi

@khxaokrub ฮือ ขอบคุณที่แสดงความเห็นนะคะ แต่ตอนนั้นคือด้วยความที่เขาต่างศาสนากับเราด้วยค่ะ คบกันอยู่ดีๆไม่มีสัญญาณอะไรเลยอยู่ๆก็อ้างเรื่องที่บ้านมาค่ะ ทำเป็นเรื่องใหญ่ร้องไห้เป็นชม.เลยจนเราเชื่อค่ะ แต่ไม่เคยเจอที่บ้านเขาจริงจังเลยนะคะบอกให้เลิกนี่ก็ต้องเลิก TT
ไทย
meeraicallme retweetledi

"เราไม่จำเป็นต้อง 'ให้อภัย' "
1) ข้อความจาก #TaylorSwift พูดเรื่องการให้อภัยไว้อย่างน่าสนใจ วันนี้มาชวนถอดรหัส "การให้อภัย" จำเป็นไหม? แล้วทำไมเราต้องให้อภัย หรือไม่ให้อภัย? เราจะใช้ชีวิตอยู่อย่างไร โดยไม่ให้อภัย?
2) วิธีคิดที่ง่ายที่สุด คือ "จงให้อภัยเมื่อคุณรู้สึกให้อภัยจริงๆ และไม่ต้องก็ได้ ถ้าคุณยังไม่พร้อมและไม่ต้องการ" ไม่มีใครบังคับคุณทั้งนั้น คุณแค่รู้สึกกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นตามจริงก็พอ
3) จงยอมรับ และเข้าใจความรู้สึกตัวเอง โดยไม่ปฏิเสธตนเองว่าเรากำลังรู้สึกแบบนั้นอยู่ เข้าใจในทุกความคิด/ความรู้สึกของตนเอง เราสามารถรู้สึกกับทุกเหตุการณ์ได้ตามตริง นั่นก็เพื่อรักษาสุขภาพจิตอันเป็นปกติของตัวเอง
4) การให้อภัย อาศัย 'ความพร้อม' เพื่อให้คุณก้าวไปข้างหน้า ให้คุณเป็นคนก้าวต่อไปด้วยตัวเอง ในวันที่ใจเราอยากจะทำ ซึ่งต่อให้มันยังไม่ให้อภัย และไม่ลืม ก็ไม่ใช่สิ่งผิด
5) การที่คุณจำได้ และคุณยังรู้สึกเจ็บปวดกับการกระทำของใครคนหนึ่ง มันไม่ใช่เรื่องที่คุณต้องบังคับตัวเองลืมมัน แต่คุณแค่จะแข็งแกร่งขึ้น และเปลี่ยน focus ในชีวิต เมื่อเวลาผ่านไป
6) คนเราสามารถ Move on ได้ โดยไม่ให้อภัย และยังจำเรื่องราวเหล่านั้นได้ เราแค่ให้ความสำคัญมันลดลง เพราะชีวิตเรามีอย่างอื่นต้องทำ เราต้องไปต่อ แล้วมันจะโอเค แม้เราไม่ลืมก็ตาม
7) จงให้อภัยกับคนที่ควรให้อภัย และควรค่าแก่การได้รับการให้อภัยนั้น เราให้อภัยเขาด้วยใจจริงๆ ที่คิดว่าเขาควรได้รับสิ่งนั้น เพราะความสำนึกผิด และพยายามทำให้อะไรๆดีขึ้น แก้ไข ปรับปรุงตัว
8 ) วันหนึ่งเราก็แค่จะเฉยๆกับเรื่องที่เคยหนักมากในชีวิต แม้เป็นเรื่องใหญ่มาก แต่มันจะผ่านไปได้อย่างแน่นอน ไม่ว่าเราจะให้อภัยไหม แต่เราจะกลับมามีชีวิตที่สดใส ไม่ควรมีใครจิตใจอยู่กับความแค้น จนรบกวนชีวิต
9) ไม่ว่าคุณจะให้อภัย หรือไม่ให้อภัยใคร คุณก็ไปต่อได้ทั้งนั้น ส่วนจิตใจจะสุขสงบได้แค่ไหน ก็ขึ้นอยู่กับคุณคลี่คลายปมในใจของคุณได้ดีแค่ไหน โดยไม่ต้องบังคับตัวเอง ใช้เวลาของคุณไป จนวันที่คุณอยากวางมันลง
10) เราได้แต่หวังว่าคนที่กระทำกับเราจะรับโทษอย่างสาสมแก่การกระทำผิด หวังว่าเขาจะเจ็บปวดเหมือนที่เขาทำกับเรา เราไม่ผิดที่จะรู้สึกแบบนั้น เพราะตอนเราเจ็บ ไม่มีใครมารับผิดชอบความรู้สึกเราเลย
ไม่ให้อภัย...ก็ไม่เป็นไรหรอกนะ ชีวิตเราก็ไปต่อได้
#ตุ๊ดส์review
==========
หากคุณผ่านความเจ็บปวดมา ขอให้หนังสือเล่มนี้ ช่วยเยียวยาคุณ
WHAT HAPPENED TO YOU?
แค่เข้าใจก็ไม่เจ็บแล้ว
ใช้พลังของอดีตแก้ไขปัจจุบัน
ด้วยการเปลี่ยนคำถามจาก
"คุณเป็นอะไร" เป็น "คุณผ่านอะไรมา"
LAZADA : c.lazada.co.th/t/c.YNZQ5h
SHOPEE : s.shopee.co.th/1LRdESQfGC

ไทย
meeraicallme retweetledi
meeraicallme retweetledi

เพียงแค่ 3ปี ผ่านไป นวัตกรรมที่รักษาเรื่องหลุมสิว เข้าไทยมาใหม่เยอะมากกกกกกกกกกกกก
โดยเฉพาะพวกกลุ่มสารกระตุ้นคอลลาเจน แล้วได้ผลดีมาก
คนที่ทำกลุ่ม laser, microneedle rf เป็น20-30ครั้ง แล้วหลุมไม่ดีขึ้น ฉีดแล้วฟูขึ้นไวมาก
หมอโดเรม่อน@drpinky_tips
2.กรดเข้มข้นสูงผลัดผิว chemical peeling 3.subcisionทำลายพังผืดด้านใต้ 4.PRP จากเลือดตัวเอง 5.fillerเติมหลุมสิว 6. ผ่าตัด เช่น ตัดหลุมสิวออกแล้วเย็ยปิด ตัดหลุมสิวแล้วยกผิวขึ้นมา ในอนาคต อาจมีการนำสเต็มเซลล์มาใช้
ไทย
meeraicallme retweetledi

นี่จะบอกกับเพื่อนเสมอว่าถ้าจะเลือกพัฒนาความสัมพันธ์กับใครสักคน เลือกคนที่ทำให้ตัวเราไม่ต้องรู้สึกเหนื่อย รู้สึกว่าไม่ต้องรอคอย รู้สึกไม่ต้องพยายามขนาดนั้น หรือแม้แต่เรื่องความไว้ใจเล็กๆน้อยๆ ถ้าเค้ารู้สึกแคร์เราหรือรู้สึกกับเรามากจริงๆ เค้าจะทำให้เราโดยที่เราไม่ต้องร้องขอ หรือจะไม่ทำอะไรให้เราต้องรู้สึกระแวงเลยอ้ะ
ไทย









